สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ การเมือง เศรษฐศาสตร์ >>

การมีส่วนร่วมทางการเมืองกับการพัฒนาทางการเมือง

หน้า 2

การมีส่วนร่วมทางการเมืองถือว่าเป็นลักษณะที่สำคัญประการหนึ่งของระบบการเมืองสมัยใหม่ ทั้งนี้ เนื่องจากประชาชนมักมีความตื่นตัวหรือสนใจในทางการเมืองสูงกว่าในระบบจารีตประเพณี อย่างไรก็ตาม การมีส่วนร่วมทางการเมืองนี้มีลักษณะแตกต่างกันออกไปตามลักษณะของระบบการเมืองสมัยใหม่

ในระบบการเมืองประชาธิปไตย การมีส่วนร่วมทางการเมืองมีหลายรูปแบบ แต่ทุกรูปแบบเป็นเรื่องของความสมัครใจ ปราศจากการบังคับ รูปแบบของการมีส่วนร่วมทางการเมือง อาจมีตั้งแต่รูปแบบเล็ก ๆ แคบ เช่น การแสดงความคิดเห็น การอภิปรายทางการเมือง การเขียนจดหมายแสดงความคิดเห็นถึงนักการเมือง ไปจนถึงรูปแบบที่มีน้ำหนักกว้างขวางขึ้น เช่น การไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง การช่วยผู้สมัครรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง การชุมนุมประท้วง การเดินขบวน การวิ่งเต้น เพื่อให้ผู้นำทางการเมืองออกกฎหมายหรือยอมรับในนโยบายที่ตนเรียกร้อง (lobbying) ตลอดจนการเข้าเป็นสมาชิกพรรคการเมืองกลุ่มหรือองค์การทางการเมืองทั้งหลาย

สำหรับระบบการเมืองเผด็จการสมัยใหม่นั้น เห็นความจำเป็นของการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนเช่นกัน แต่การมีส่วนร่วมนั้นไม่ใช่เป็นเรื่องการสมัครใจ แต่เป็นเรื่องของการชักจูงและระดม (mobilization) ไม่ว่าเป็นเรื่องการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งการชุมนุมสนับสนุนรัฐบาล การแสดงความคิดเห็นทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่รัฐบาลเป็นผู้ระดมและชักจูง เพื่อให้ประชาชนเข้ามาสนับสนุนนโยบายและการกระทำของรัฐบาล เพื่อให้สิ่งที่รัฐบาลทำเกิดความชอบธรรม

การมีส่วนร่วมทางการเมือง อาจเป็นได้ทั้งจุดหมาย (goals) และวิธีการของการพัฒนาที่เป็นจุดมุ่งหมายนั้นเป็นเพราะความเชื่อที่ว่าการมีส่วนร่วมทางการเมืองเป็นลักษณะสำคัญของสังคมที่พัฒนาแล้ว ดังนั้น เมื่อมีการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมก็ต้องพัฒนาการมีส่วนร่วมทางการเมืองด้วย สำหรับการมีส่วนร่วมทางการเมืองที่ถือว่าเป็นวิธีการอย่างหนึ่งนั้นหมายถึงวิธีการของผู้นำเพื่อนำไปสู่จุดประสงค์อีกอย่างหนึ่ง เช่น เพื่อเสริมสร้างอำนาจของผู้นำหรือเพื่อพัฒนาประเทศ เป็นต้น หรือในประการที่สาม การมีส่วนร่วมทางการเมืองเป็นผลพลอยได้ของการพัฒนา เช่น เมื่อมีการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม มีผลให้ประชาชนมีความตื่นตัวทางการเมืองและนำไปสู่การขยายตัวการมีส่วนร่วมทางการเมือง

บทบาทหรือผลของการมีส่วนร่วมทางการเมืองทั้งสามประการข้างต้นนี้มีผลกระทบต่อกระบวนการพัฒนาทางการเมือง ผู้นำอาจมีความเห็นขัดแย้งกันได้ในเรื่องของการมีส่วนร่วมทางการเมือง บางคนต้องการให้ขยาย บางคนต้องการให้ลด บางคนต้องการมีส่วนร่วมแบบสมัครใจ บางคนต้องการการมีส่วนร่วมแบบระดม ฮันติงตัน และเนลสัน ได้เสนอข้อสรุปว่า “ในกระบวนการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมระดับรูปแบบและฐานของการมีส่วนร่วมทางการเมืองถูกกำหนดโดยนโยบายของผู้นำ กลุ่มทางสังคม และบุคคลธรรมดา ที่เห็นว่าการมีส่วนร่วมทางการเมืองเป็นเรื่องของจุดหมายปลายทาง หรือเป็นวิธีการเพื่อนำไปสู่การพัฒนาในเรื่องอื่น ๆ หรือเป็นแต่เพียงผลพลอยได้ของการพัฒนาในด้านเศรษฐกิจและสังคม” ทั้งสองได้เสนอต่ออีกว่า

การขยายการมีส่วนร่วมทางการเมืองมักถูกยอมรรับว่าเป็นวิธีการเพื่อนำไปสู่จุดหมายที่สำคัญอื่นในกระบวนการพัฒนา ทัศนะเช่นนี้เองที่จะต้องมีการชั่งความเหมาะสมในด้านต้นทุน กำไร เปรียบเทียมกับวิธีการอื่น ๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งจุดมุ่งหมายนั้น ๆ

ผู้นำที่ควบคุมรัฐบาลอยู่มีความสามารถมากกว่า การมีความต้องการน้อยกว่ากลุ่มชนชั้นนำที่ไม่ได้ควบคุมรัฐบาล ในด้านการขยายการมีส่วนร่วมทางการเมืองกลุ่มหลังนี้ เห็นว่าการดึงเอากลุ่มใหม่ ๆ เข้ามามีบทบาททางการเมืองเป็นวิธีการที่ได้ผลที่จะเปลี่ยนแปลงสภาพคงเดิม สร้างดุลแห่งอำนาจให้ล้มล้างอำนาจผู้นำเดิมและเข้าควบคุมรัฐบาลเสียเอง

<<< ย้อนกลับ || อ่านต่อหน้า 3 >>

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

» นิยาย-เรื่องสั้น
» ข้อเขียน-บทความ
» บทกวี
» สารคดี-ท่องเที่ยว

» การจัดระเบียบทางสังคม
การจัดระเบียบสังคมเป็นกระบวนการที่สมาชิกได้พัฒนาการกระทำระหว่างกันทางสังคมอย่างมีระเบียบ โดยสมาชิกส่วนรวมของสังคมได้ยอมรับเป็นแนวความประพฤติร่วมกัน

» การควบคุมทางสังคม
วิธีการและกระบวนการทั้งหมด ซึ่งกลุ่มหรือสังคมใช้ในการให้สมาชิกของสังคมปฏิบัติตามที่สังคมคาดหวัง

» ค่านิยมทางเพศ (Sexual Value)
หลักการพื้นฐานที่บุคคลยึดเป็นหลักในการปฏิบัติเพื่อดำเนินชีวิตซึ่งเกี่ยวกับเรื่องเพศ โดยค่านิยมทางเพศของบุคคลเกิดจากการอบรมสั่งสอนจากพ่อแม่ในสถาบันครอบครัว ระบบการศึกษา ประสบการณ์

» ลัทธิของค้านท์
ลัทธิที่ยึดมั่นในคุณธรรมหรือเหตุผลอย่างเคร่งครัด หรือ Moral Purism แปลว่า บริสุทธิ์นิยมทางศีลธรรม หรือบางทีก็เรียกว่า หน้าที่นิยม เพราะเน้นที่หน้าที่เป็นหลัก

» ประชุมพงศาวดาร
การศึกษาหาความรู้พงศาวดาร และตำนานเก่าย่อมถือว่าเป็นส่วนสำคัญอย่างหนึ่งใน การศึกษาทั่วทุกประเทศ

» อปริหานิยธรรม 7
ธรรมเป็นที่ตั้งแห่งความไม่เสื่อม 7 ประการ ผู้ปฏิบัติ ธรรมนี้จะเป็นไปเพื่อความเจริญทั้งฝ่ายบ้านเมืองและฝ่ายสงฆ์

» จริยธรรม
จริยธรรมไม่แยกเด็ดขาดจากศีลธรรม แต่มีความหมายกว้างกว่าศีลธรรม

สติ๊กเกอร์ไลน์
-สนับสนุนผลงาน
รายได้สมทบทุนยังชีพหลังเกษียณ-