Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ การเมือง เศรษฐศาสตร์ >>

การเมืองการปกครอง

ความหมายการเมืองการปกครอง
รัฐ (State)
ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับสังคม
รัฐธรรมนูญ (Constitution)
กฎหมาย (Law)
อำนาจอธิปไตย
รัฐสภา พรรคการเมืองและการเลือกตั้ง
ประชาชนกับบทบาททางการเมือง
ลัทธิการเมืองและเศรษฐกิจ
ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
การเมืองการปกครองไทย
ระบบเศรษฐกิจและระบบการปกครอง
ธรรมาภิบาล
บรรณานุกรม

 

รัฐ (State)

รูปของรัฐ (Forms of The State)

2. รัฐรวม

คือรูปของรัฐที่มีรัฐบาล 2 ระดับ ได้แก่ หนึ่งรัฐบาลกลางและสองรัฐบาลท้องถิ่น ซึ่งรัฐบาลแต่ละระดับจะมีอำนาจบทบาทหน้าที่ต่างกันไป อีกอย่างหนึ่งในกฎหมายรัฐธรรมนูญจะบัญญัติเรื่องการใช้อำนาจอธิปไตยของรัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่นไว้โดยเฉพาะว่า รัฐบาลกลางมีอำนาจการใช้อำนาจอธิปไตยเพียงไรและอย่างไรบ้าง ส่วนรัฐบาลท้องถิ่นนั้นก็ได้ถูกกำหนดให้ใช้อำนาจอธิปไตยตามความเหมาะสมของตน การจัดรูปแบบรัฐเป็นแบบรัฐรวมนี้จึงได้กำหนดภาระหน้าที่ของรัฐบาลแต่ละระดับไว้ต่างกันดังนี้

2.1 รัฐบาลกลาง ซึ่งถือว่าเป็นรัฐบาลหลักของประเทศมีภาระหน้าที่รับผิดชอบงานและนโยบายที่สำคัญของประเทศหรือกิจการที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ส่วนรวมของประเทศหรือกิจการที่เกี่ยวกับความมั่นคงปลอดภัยและความเป็นเอกราชของประเทศชาติ เช่น กิจการด้านการป้องกันประเทศ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ กิจการด้านการคลังที่เกี่ยวกับรายได้รายจ่ายงบประมาณของประเทศ กิจการด้านเศรษฐกิจ ทั้งเศรษฐกิจในประเทศและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ และกิจการด้านทหาร เป็นต้น

2.2รัฐบาลระดับท้องถิ่น รัฐบาลระดับท้องถิ่นนี้ถือว่าเป็นหน่วยงานการปกครองที่แบ่งเบาภาระหน้าที่ของรัฐบาลกลางไปปฏิบัติจัดบริหารเพื่อสนองความต้องการของประชาชนในแต่ละท้องถิ่นของตน ดังนั้นภาระหน้าที่ที่รับผิดชอบจึงเป็นภาระหน้าที่ระดับรองลงมาจากรัฐบาลกลาง เช่น รับภาระหน้าที่ด้านรักษาความปลอดภัยในรัฐ จัดบริการแก่ประชาชน จัดสวัสดิการให้แก่ประชาชนในรัฐและรักษาความสะอาดตลอดจนการจัดเก็บภาษีในท้องถิ่น เป็นต้น

ฉะนั้นจะเห็นได้ว่าภาระหน้าที่ความรับผิดชอบของรัฐบาลทั้งสองระดับที่กฎหมายรัฐธรรมนูญได้กำหนดให้รัฐบาลแต่ละระดับไปปฏิบัติจัดทำนั้น เป็นการปฏิบัติอย่างอิสระต่อกันโดยไม่ก้าวก่ายงานของกันและกัน เว้นแต่จะมีการยินยอมของทั้งสองฝ่ายว่าจะทำอย่างไร ถึงอย่างไรก็ตามแม้ว่ารัฐบาลระดับท้องถิ่นจะทำงานได้อย่างอิสระก็มิได้หมายความว่า อิสระจนขาดเอกภาพของประเทศนั้น การร่วมมือการทำงานและการร่วมมือทางด้านการปกครองยังต้องอาศัยกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับเดียวกันจึงเป็นการปกครองเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันแม้ประเทศนั้นจะมีการแบ่งรัฐบาลระดับท้องถิ่นออกไปเป็นหลายรัฐบาลก็ใช้กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับเดียวกันนั้นปกครองประเทศ การจัดรูปเป็นแบบรัฐรวม เช่น ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศอินเดีย ประเทศแคนาดา และประเทศออสเตรเลีย เป็นต้น
สำหรับเหตุผลบางประการในการจัดรูปแบบของรัฐเป็นแบบรัฐรวมหรือรัฐคู่นั้นมี ดังนี้

1. ประวัติความเป็นมาของประเทศนั้น ๆ แต่ละรัฐเคยเป็นเอกราชมาก่อน คือ รัฐแต่ละรัฐในประเทศนั้นมีประวัติการปกครองเป็นอิสระมาก่อน เช่น ในประเทศอินเดียแต่ละรัฐเคยมีกษัตริย์ มีราชามีมหาราชาปกครองเป็นเอกเทศมาก่อนแล้ว เมื่อมาจัดการปกครองโดยใช้กฎหมายรัฐธรรมนูญเดียวกันจึงได้คงความเป็นรัฐนั้นไว้เป็นรัฐหนึ่งในประเทศ

2. ประเทศนั้นมีอาณาเขตกว้างขวาง ประเทศที่มีอาณาเขตกว้างขวางนั้นย่อมเป็นการลำบากที่รัฐบาลกลางเพียงรัฐบาลเดียวจะดูแลได้ทั่วถึงและเป็นการยากที่จะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในส่วนภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศได้ทันท่วงที ฉะนั้นจึงจำเป็นจะต้องมีรัฐบาลระดับท้องถิ่นเพื่อช่วยเหลือรัฐบาลในอันที่จะใช้บริการ ให้สวัสดิการแก่ประชาชนในท้องถิ่นต่าง ๆ ในประเทศ

3. เพื่อความรวดเร็วในการบริหารงาน เป็นที่แน่นอนถ้าประเทศมีอาณาเขตกว้างขวาง มีประชากรจำนวนมาก เมื่อปัญหาที่เกิดขึ้นในท้องที่ต่าง ๆ รัฐบาลเพียงรัฐบาลเดียวย่อมไม่สามารถจะแก้ไขได้ทันต่อเหตุการณ์ ฉะนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีรัฐบาลระดับท้องถิ่นไว้เพื่อดำเนินการสนองความต้องการของประชาชน และอีกประการหนึ่งรัฐบาลระดับท้องถิ่นซึ่งเป็นผู้อยู่ใกล้ชิดประชาชน ย่อมที่จะทราบดีถึงปัญหาและความต้องการของประชาชนและปฏิบัติจัดทำได้ง่ายกว่ารัฐบาลกลางอย่างแน่นอน

4. เพื่อแบ่งเบาภาระของรัฐบาลกลาง เป็นธรรมดาเมื่อประเทศมีอาณาเขตกว้างขวาง มีประชากรมากภาระหน้าที่ของรัฐบาลย่อมจะเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว ทั้งภาระในการบริหารและสวัสดิการแก่ประชาชน การพัฒนาประเทศทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจและสังคมตลอดถึงภาระในการคอยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมต่าง ๆ ของประเทศ เมื่อภาระหน้าที่ของรัฐบาลกลางมีมากเกินกำลังอย่างนี้ ถ้าไม่มีหน่วยงานที่จะมาช่วยเหลือย่อมที่จะก่อให้เกิดผลเสียแก่ประเทศชาติอย่างแน่นอน ฉะนั้นจึงมีความจำเป็นจะต้องมีรัฐบาลระดับท้องถิ่นไว้เพื่อแบ่งเบาภาระของรัฐบาลกลางดังกล่าว

5. เพื่อให้เกิด “ Unity of Plurality ” คือ ทำให้ส่วนต่าง ๆ ที่แตกต่างกันสามารถรวมกันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้ แม้ประเทศจะมีความแตกต่างทางสภาพภูมิศาสตร์ มีความแตกต่างทางด้านประชากรเกี่ยวกับผิวพรรณ เชื้อชาติศาสนาก็ตามที เมื่อรัฐบาลใช้กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับเดียวกันปกครองประเทศความเป็นเอกภาพย่อมจะเกิดขึ้นกับประเทศนั้นได้

อนึ่งนอกจากรูปแบบของรัฐแบบรัฐเดี่ยวและรูปแบบของรัฐแบบรวมหรือเรียกว่า สหพันธรัฐ (Federation) แล้วยังมีการรวมรัฐอีกรูปแบบหนึ่งในอดีตคือ “สมาพันธรัฐ“ (Confederation) การรวมรัฐในลักษณะนี้เป็นการรวมรัฐตั้งแต่สองรัฐขึ้นไป เพื่อผลประโยชน์และวัตถุประสงค์บางประการร่วมกัน เช่น การกอบกู้เอกราชและการทำสงครามเป็นต้น (อานนท์ อาภาภิรม 2528 : 22) อนึ่ง การรวมตัวเป็นสมาพันธรัฐนั้น เป็นการรวมตัวของรัฐในอดีต แต่ในปัจจุบันนี้การรวมตัวแบบนี้ไม่มี คงมีแต่เพียงชื่อเท่านั้นเพื่อเหลือไว้เป็นเครื่องแสดงความรำลึกว่า ครั้งหนึ่งได้เคยมีการรวมกัน เช่น

สมาพันธ์เฮลวิติค (La Confederation Helvetiges) เป็นตัวอย่างที่เก่าแก่ที่สุดของสมาพันธรัฐ ถือกำเนิดใน ค.ศ. 1291 โดยสนธิสัญญาระหว่าง 3 กังตอง (Cantons) ด้วยกัน คือ Uri , Schwyz และ Unterwalden ต่อมาสหภาพแห่งกังตองเหล่านี้ได้ค่อย ๆ ขยายและแปรสภาพออกไป จนในที่สุดในปลายศตวรรษที่ 16 ได้กลายเป็นสมาพันธรัฐของ 12 กังตองด้วยกัน สมาพันธ์เฮลวิติคในรูปแบบสมัยใหม่เริ่มต้นในปี ค.ศ. 1815 และไปสิ้นสุดลงใน ค.ศ. 1848 ในช่วงระยะนี้ความยุ่งยากต่าง ๆ นานาได้บังเกิดขึ้น โดยเฉพาะการชิงดีระหว่างกังตองต่าง ๆ ด้วยกัน ซึ่งในที่สุดได้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญสหพันธ์ขึ้น ในปี ค.ศ. 1848 ดังนั้นสมาพันธรัฐก็ได้แปรสภาพเป็นสหพันธรัฐ

สมาพันธ์อเมริกา (La Confederation des Etate Unis) ซึ่งเป็นสมาพันธรัฐที่รู้จักกันดี ถือกำเนิดใน ค.ศ. 1776 โดยการรวมกันของ 13 อาณานิคม จุดมุ่งหมายสำคัญก็เพื่อปกป้องเอกราชของพวกตนเอง ระบอบดังกล่าวเป็นที่รู้จักกันภายใต้ชื่อ “Articles of Confederation” อำนาจของสมาพันธ์อยู่ที่ Congress ซึ่งการลงมติในเรื่องต่าง ๆ จะต้องได้เสียงข้างมาก 9 ใน 13 ระบอบดังกล่าวได้ดำเนินไปโดยไม่สู้จะราบรื่นนัก แต่ก็สามารถปกป้องเอกราชจากอังกฤษได้ ภายหลังสงครามความยุ่งยากต่าง ๆ ได้เกิดขึ้น ในที่สุด Convention แห่งฟีลาเดลเฟีย ใน ค.ศ. 1787 จึงได้จัดตั้งสหพันธรัฐขึ้นมาแทนนับว่าสมาพันธรัฐอเมริกามีอายุสั้นมาก

  1. รัฐเดี่ยว (Unitary Government)
  2. รัฐรวม (Federal Government)

องค์ประกอบของรัฐ
การกำเนิดรัฐ (Origin of State)
การรับรองรัฐ (Recognition)
รูปของรัฐ (Forms of The State)
รูปของรัฐบาล (Forms of Government)
หน้าที่ของรัฐ (Functions of The State)

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com