Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ การเมือง เศรษฐศาสตร์ >>

การเมืองการปกครอง

ความหมายการเมืองการปกครอง
รัฐ (State)
ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับสังคม
รัฐธรรมนูญ (Constitution)
กฎหมาย (Law)
อำนาจอธิปไตย
รัฐสภา พรรคการเมืองและการเลือกตั้ง
ประชาชนกับบทบาททางการเมือง
ลัทธิการเมืองและเศรษฐกิจ
ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
การเมืองการปกครองไทย
ระบบเศรษฐกิจและระบบการปกครอง
ธรรมาภิบาล
บรรณานุกรม

รัฐธรรมนูญ (Constitution)

ฉบับที่ 15 รัฐธรรมแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2534

ประกาศใช้ ณ วันที่ 9 มีนาคม พุทธศักราช 2534 มีทั้งหมด 223 มาตรา แบ่งเป็น 11 หมวด และบทเฉพาะกาล มีสาระสำคัญดังนี้

1.รัฐสภา ประกอบด้วย วุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร ให้ประธานวุฒิสภาเป็นประธานรัฐสภา ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นรองประธานรัฐสภา

2.วุฒิสภา ประกอบด้วยสมาชิกที่พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง มีจำนวน 270 คน มีวาระละ 6 ปี เมื่อครบ 3 ปี ให้จับสลากออกครึ่งหนึ่ง พระมหากษัตริย์จะได้ทรงแต่งตั้งสมาชิกจำนวนที่ต้องออกไปเข้าแทนที่ ปีที่ 6 สมาชิกที่เหลือจากการจับสลากให้พ้นตำแหน่ง และจะมีการแต่งตั้งสมาชิกจำนวนเท่าที่ออกไปเข้ามาแทนที่ทุก ๆ 3 ปี

3. สมาชิกวุฒิสภา ต้องไม่รับสัมปทานจากรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ หรือเป็นคู่สัญญาของรัฐ ยกเว้นได้รับสัมปทานหรือเป็นคู่สัญญาอยู่ก่อนการแต่งตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภา

4.สมาชิกวุฒิสภา ต้องไม่เป็นสมาชิกหรือที่ปรึกษาพรรคการเมือง หรือเป็นสมาชิก สภาท้องถิ่น

5.สภาผู้แทนราษฎร ประกอบด้วยสมาชิก จำนวน 300 คน ซึ่งราษฎรเลือกตั้งเป็นสมาชิกของพรรคการเมืองพรรคเดียวซึ่งพรรคนั้นจะต้องส่งสมาชิกเข้าสมัครรับเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 120 คน และในแต่ละเขตเลือกตั้ง พรรคการเมืองต้องส่งสมาชิกเข้าสมัครรับเลือกตั้งให้เท่ากับจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะพึงมีได้ในเขตเลือกตั้งนั้น

6.สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้งติดต่อกันไม่น้อยกว่า 180 วัน นับถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง หรือเคยเป็นสมาชิกผู้แทนราษฎรสมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่นในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้ง มิฉะนั้นอาจเป็นผู้ที่กำเนิดในจังหวัดนั้น หรือเคยได้รับการศึกษาไม่น้อยกว่า 2 ปีการศึกษา ในสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้ง

7.สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ต้องไม่ดำรงตำแหน่งในหน่วยราชการ ในรัฐวิสาหกิจเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น ทั้งไม่รับสัมปทานจากรัฐ จากรัฐวิสาหกิจ หรือเป็นคู่สัญญาของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ ไม่รับเงินผลประโยชน์ใด ๆ จากรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ นอกเหนือไปจากที่หน่วยงานนั้น ๆ ปฏิบัติต่อบุคคลอื่น ทั้งนี้ไม่ให้ใช้บังคับถ้าได้รับสัมปทานหรือเป็นคู่สัญญาอยู่ก่อนได้รับเลือกตั้ง

8.วุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร มีอำนาจควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน มีสิทธิตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรี

9.สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 มีสิทธิเข้าชื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีหรือเป็นรายบุคคลหรือคณะได้ มติไม่ไว้วางใจต้องมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมด

10.สมาชิกวุฒิสภา จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของสมาชิกทั้งหมด มีสิทธิเข้าชื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปให้คณะรัฐมนตรีแถลงข้อเท็จจริงได้ แต่ลงมติไม่ได้

11.คณะรัฐมนตรี ประกอบด้วยนายกรัฐมนตรี 1 คน และรัฐมนตรีอีกไม่เกิน 48 คน รัฐมนตรีมีอายุไม่ต่ำกว่า 30 ปีบริบูรณ์ ต้องไม่เป็นข้าราชการประจำ ตัวแทน หรือลูกจ้างของบุคคลหรือหน่วยงานเอกชน ที่ดำเนินธุรกิจเพื่อการค้ากำไร

12 คณะรัฐมนตรีที่จะเข้าบริหารราชการแผ่นดิน ต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภาโดยไม่มีการลงมติความไว้วางใจ

13. คณะตุลาการรัฐธรรมนูญ ประกอบด้วย ประธานรัฐสภา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานศาลฎีกา อัยการสูงสุด และผู้ทรงคุณวุฒิสาขานิติศาสตร์หรือสาขารัฐศาสตร์อีก 6 คน ซึ่งวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรแต่งตั้งสภาละ 3 คน

รัฐธรรมนูญฉบับที่ 15 ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมรวม 6 ครั้ง นับถึงวันสิ้นปีพุทธศักราช 2540

ครั้งที่ 1 ประกาศ ณ วันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2535 เรียกว่า “รัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 1) พุทธศักราช 2535 ” ให้ยกเลิกข้อความในมาตรา 86 มีใจความว่า “ให้ประธานวุฒิสภาเป็นประธานรัฐสภา” เปลี่ยนเป็น “ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นประธานรัฐสภา”

ยกเลิก มาตรา 157 ทั้งหมด ที่กล่าวถึงการประชุมร่วมกันของรัฐสภา

ยกเลิก ข้อความในมาตรา 200 เรื่องคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ เมื่อเปลี่ยนข้อความในมาตรา 86 ข้อความใหม่จึงเป็นดังนี้ ให้ประธานรัฐสภาเป็นประธานตุลาการรัฐธรรมนูญ ถ้าไม่มีสภาผู้แทนราษฎร ให้ประธานวุฒิสภาเป็นประธานตุลาการรัฐธรรมนูญ

ครั้งที่ 2 ประกาศ ณ วันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2535 เรียกว่า รัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พุทธศักราช 2535 ให้ยกเลิกความในมาตรา 127 เดิมกล่าวว่า การประชุมของรัฐสมภาในวาระแรกต้องภายในวันที่ 30 วัน ปีหนึ่งให้มีการประชุม 2 สมัยและจำกัดให้การประชุมสามัญครั้งที่ 2 จะพิจารณาเรื่องอื่นไม่ได้ นอกจากพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ อนุมัติพระราชกำหนด ข้อความที่ยกเลิกไปให้มีข้อความใหม่แทน คือ “ให้มีการเรียกประชุมรัฐสภาครั้งแรกภายใน 30 วัน การประชุมสมัยสอง ให้สภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้กำหนดวัน

ครั้งที่ 3 ประกาศ ณ วันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2535 เรียกว่า “รัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พุทธศักราช 2535 ยกเลิกความในมาตรา 151 ซึ่งกล่าวถึงการเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปของสมาชิกวุฒิสภา

ยกเลิกมาตรา 219 ความเดิมกล่าวว่า รัฐสภาจะประชุมร่วมกันในเรื่องใดได้บ้าง ให้วุฒิสมาชิกมีสิทธิเช่นเดียวกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ยกเลิกมาตรา 221 ความเดิมระบุว่า เมื่อครบ 4 ปี นับแต่แต่งตั้งวุฒิสมาชิกตามมาตรา 217 แล้ว (บทเฉพาะกาล) ให้ยอกเลิกมาตรา 217 และมาตรา 219

ครั้งที่ 4 ประกาศ ณ วันที่ 10 กันยายน พุทธศักราช 2535 เรียกว่า “รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) พุทธศักราช 2535” ให้ยกเลิกความในมาตรา 159 แก้เป็น นายกรัฐมนตรีต้องเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ครั้งที่ 5ประกาศ ณ วันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2538 เรียกว่า “รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม ( ฉบับที่ 5 )พุทธศักราช 2538” ให้ยกเลิกหมวด 3 ถึงหมวด 11 มาตรา 24 ถึงมาตรา 211 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2534 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 1) พุทธศักราช 2535 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พุทธศักราช 2535 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พุทธศักราช 2535 และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) พุทธศักราช 2535

ครั้งที่6 ประกาศ ณ วันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2539 เรียกว่า “รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม ( ฉบับที่ 6 )พุทธศักราช 2535” เป็นการแก้ เพื่อที่จะได้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ความหมายของรัฐธรรมนูญ
กฎหมายรัฐธรรมนูญ
ประเภทของรัฐธรรมนูญ (Classification of Constitution)
วิธีการได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญ
ความสำคัญของรัฐธรรมนูญ
ที่มาของรัฐธรรมนูญ
ประโยชน์และความจำเป็นของการมีรัฐธรรมนูญ
ลักษณะของรัฐธรรมนูญที่ดี
ความเป็นมาของรัฐธรรมนูญไทย
รัฐธรรมนูญไทย(ฉบับแรก-ฉบับปัจจุบัน)
ประวัติรัฐธรรมนูญไทย
ฉบับที่ 2 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช 2475
ฉบับที่ 3 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2489
ฉบับที่ 4 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2490
ฉบับที่ 5 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2492
ฉบับที่ 6 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2475 แก้ไขเพิ่มเติมพุทธศักราช 2495
ฉบับที่ 7 ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช 2502
ฉบับที่ 8 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2511
ฉบับที่ 9 ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช 2515
ฉบับที่ 10 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2517
ฉบับที่ 11 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2519
ฉบับที่ 12 ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช 2520
ฉบับที่ 13 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2521
ฉบับที่ 14 ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช 2534
ฉบับที่ 15 รัฐธรรมแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2534
ฉบับที่ 16 รัฐธรรมแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540
สรุปและวิเคราะห์

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com