สุขภาพ ความงาม อาหารและยา สมุนไพร สาระน่ารู้ >>
สมุนไพรในงานสาธารณสุขมูลฐาน
»
กระเทียม
»
กระวาน
»
กระเจี๊ยบแดง
»
กะทือ
»
กระชาย
»
กะเพรา
»
กล้วยน้ำว้า
»
กานพลู
»
ข่า
»
ขิง
»
ขลู่
» ขมิ้น »
ขี้เหล็ก
»
คูน
»
ชุมเห็ดเทศ
»
ชุมเห็ดไทย
»
ดีปลี
»
ตำลึง
»
ตะไคร้
»
เทียนบ้าน
»
ทองพันชั่ง
»
ทับทิม
»
น้อยหน่า
»
บอระเพ็ด
»
บัวบก
»
ปลาไหลเผือก
»
ฝรั่ง
»
ผักบุ้งทะเล
»
เพกา
»
พญายอ
»
พลู
»
ไพล
»
ฟักทอง
»
ฟ้าทลายโจร
»
มะเกลือ
»
มะขาม
»
มะขามแขก
»
มะคำดีควาย
»
มะนาว
»
มะพร้าว
»
มะแว้งเครือ
»
มะแว้งต้น
»
มะหาด
»
มังคุด
»
ยอ
»
ย่านาง
»
เร่ว
»
เล็บมือนาง
»
ว่านหางจระเข้
»
สะแก
»
สับปะรด
»
เสลดพังพอน
»
สีเสียดเหนือ
»
หญ้าคา
»
หญ้าหนวดแมว
»
แห้วหมู
»
อ้อยแดง
ขมิ้น
ชื่อท้องถิ่น ขมิ้น (ทั่วไป) , ขมิ้นแกง , ขมิ้นหยวก , ขมิ้นหัว
(เชียงใหม่) ขี้มิ้น , หมิ้น (ภาคใต้) , ตายอ (กะเหรี่ยง กำแพงเพรช) , ละยอ
(กะเหรี่ยง แม่ฮ่องสอน)
ลักษณะของพืช พืชล้มลุกที่มีเหง้าอยู่ใต้ดิน
เนื้อในของเหง้าขมิ้นสีเหลืองเข้มจน สีแสดจัด มีกลิ่นหอมเฉพาะตัวใบรูปเรียวยาว
ปลายแหลม คล้ายใบพุทธรักษา มีก้านช่อแทงจากเหง้าโดยตรง ดอกมีสีขาวอมเหลือง
มีกลีบประดับสีเขียวอมชมพู
ส่วนที่ใช้เป็นยา เหง้าสดและแห้ง
ช่วงเวลาที่เก็บเป็นยา เก็บในช่วงอายุ 9 10 เดือน
รสและสรรพคุณยาไทย รสฝาด กลิ่นหอม แก้โรคผิวหนัง ผื่นคัน ขับลม แก้ท้องร่วง
วิธีใช้ เหง้าขมิ้นใช้เป็นยารักษาอาการดังนี้
1. อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่นจุกเสียด และอาหารไม่ย่อย
โดยล้างขมิ้นให้สะอาด (ไม่ต้องปอกเปลือก) หั่นเป็นชิ้นบางๆ ตากแดดจัดสัก 1 2 วัน
บดให้ละเอียดผสมกับน้ำผึ้งปั้นเป็นเมล็ดขนาดปลายนิ้วก้อย เก็บในขวดสะอาด กินครั้งละ
2 3 เม็ด วันละ 3 4 ครั้ง หลังอาหารและก่อนนอน บางคนกินขมิ้นแล้วท้องเสีย
ให้หยุดยาทันที
2. ฝี แผลพุพองและแก้อาการแพ้อักเสบ แมลงสัตว์กัดต่อย
โดยเอาเหง้ายาวประมาณ 2 นิ้ว ฝนกับน้ำต้มสุกทาบริเวณที่เป็น วันละ 3 ครั้ง
หรือใช้ผงขมิ้นโรยทาบริเวณที่มีอาการผื่นคันจากแมลงสัตว์กัดต่อยได้
»»
หลักในการพิจารณาตัวยา 5 ประการ
»»
พืชวัตถุ
»»
สัตว์วัตถุ
»»
ธาตุวัตถุ
»»
ตัวยาเรียกได้หลายชื่อ
»»
ตัวยาที่มีสรรพคุณใกล้เคียงกัน
»»
การเก็บยา
»»
ตัวยาประจำธาตุ
»» สมุนไพรในงานสาธารณสุขมูลฐาน
»»
สมุนไพรที่เป็นพืชเศรษฐกิจ
»»
สีผสมอาการจากธรรมชาติ


