สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ การเมือง เศรษฐศาสตร์ >>

สาเหตุทั่วๆไปของการติดสิ่งเสพติด

จากการศึกษถึงสาเหตุการติดสิ่งเสพติดของวงการแพทย์และสถาบันการศึกษา ตลอดจนหน่วยงานที่ทำการศึกษาเรื่องสิ่งเสพติด พอจะสรุปถึงสาเหตุของการติดสิ่งเสพติดซึ่งมีหลายประการดังนี้

1. การถูกชักชวน การชักชวนนี้อาจเกิดจากเพื่อนฝูงที่กำลังติดสิ่งเสพติดแล้วอยากให้เพื่อนติดบ้าง ชักชวนให้เพื่อนทำชั่วเหมือนกับตน เพราะเมื่อติดด้วยกันแล้วจะได้ขอเงิน หรือรวมเงินกันไปซื้อสิ่งเสพติดเป็นการแบ่งเบาภาระทางการเงินลงไปบ้าง โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น ซึ่งอาจจะเป็นการกระทำที่สนองความต้องการที่เป็นไปได้ตามวัย ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีพลังสำคัญ ในอันที่จะชักชวนสมาชิกในกลุ่มให้เสพได้ เพราะกลุ่มนี้ถ้าหากพฤติกรรมใดที่กลุ่มหรือเพื่อนฝูงยอมรับและนิยมปฏิบัติก็จะเป็นที่ยอมรับและปฏิบัติตามไปด้วย นอกจากนี้ผู้ที่อยู่ในแหล่งที่มีการซื้อขายสิ่งเสพติดนั้น อาจจะได้รับการโฆษณาชักจูง คุณภาพของสิ่งเสพติดว่าดี ทำให้สมองปลอดโปร่งเหมาะแก่การเรียนการทำงาน หรืออาจเกิดการถูกชักชวนในขณะที่มึนเมาสุรา เที่ยวเตร่กัน จึงเกิดการติดสิ่งเสพติดได้

2. การอยากทดลอง ความอยากรู้อยากเห็น อยากจะรู้รสชาติ อยากสัมผัส เป็นสัญชาตญาณอย่างหนึ่งของมนุษย์ โดยคิดว่าคงไม่ติดง่ายๆ แต่เมื่อทดลองเสพเข้าไปแล้วมักจะติด เพราะสิ่งเสพติดนั้นเสพไม่กี่ครั้งก็สามารถติดได้

3. ถูกหลอกลวง สิ่งเสพติดมีรูปร่างต่างๆ ทำให้ผู้รับไม่ทราบว่าสิ่งที่ตนได้รับเป็นสิ่งเสพติดร้ายแรง คิดว่าเป็นยาธรรมดาที่ไม่มีพิษร้ายแรง ผลสุดท้ายกลายเป็นผู้เสพติดไป

4. ความเจ็บป่วยทางกาย เช่น ต้องถูกผ่าตัดหรือเป็นโรคปวดศรีษะ เป็นโรคประสาท เป็นหืดได้รับความทรมานมาก ผู้ป่วยต้องการบรรเทาอาการเจ็บป่วย พยายามช่วยตัวเองมานานแต่ก็ไม่หายจึงหันเข้าหาสิ่งเสพติด จนติดสิ่งเสพติดในที่สุด

5. ความคะนอง บุคคลประเภทนี้มีความอยากลองถึงแม้ว่าสิ่งเสพติดนั้นไม่ดีแต่ด้วยความคะนอง เพราะเป็นวัยรุ่นไม่เกรงกลัวอะไร ต้องการแสดงความเก่งกล้าอวดเพื่อนๆ ทำให้ขาดความยั้งคิดจึงชักชวนกันเสพสิ่งเสพติดจนติดในที่สุด

6. สิ่งแวดล้อม สถานที่อยู่อาศัยแออัด หรือเป็นแหล่งสลัม ภาวะทางเศรษฐกิจบีบบังคับ ปัญหาทางครอบครัว เช่น สภาพบ้านแตก สมาชิกในครอบครัวขาดความเข้าใจซึ่งกันและกัน ขาดความอบอุ่นจากพ่อแม่ และปัญหาอื่น ๆ ซึ่งนับวาเป็นสิ่งที่มีอิทธิพลผลักดันให้ติดสิ่งเสพติดได้อย่างหนึ่ง และยังเป็นอุปสรรคขัดขวางมิให้เลิกการใช้สิ่งเสพติดด้วย แม้แต่จะรักษาให้หายขาดก็ไม่ได้ เพราะผู้ติดสิ่งเสพติดที่ได้รับการบำบัดรักษาจนกลับอยู่ในสภาพแวดล้อมเก่า ๆ ที่จะกดดันให้ต้องไปใช้สิ่งเสพติดอีก

เนื่องจากปัจจุบันนี้ จากการค้นคว้าและวิจัย ตลอดจนสถิติจำนวนผู้ติดสิ่งเสพติดชนิดต่าง ๆ ที่เข้าไปรับการรักษาตามโรงพยาบาลต่าง ๆ ปรากฏว่ามีเยาวชนติดสิ่งเสพติดกันมากขึ้นทุกที กองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและเยาวชน กรมตำรวจ ได้สรุปถึงสาเหตุที่ทำให้เยาวชนติดสิ่งเสพติด ดังต่อไปนี้

1.เกี่ยวกับครอบครัวหรือผู้ปกครองของเยาวชน ได้แก่

  • เกิดการแตกแยกหรือหย่าร้างในครอบครัว
  • การไม่เอาใจใส่และทอดทิ้งเด็ก เนื่องจากพ่อแม่ผู้ปกครองไม่มีเวลาให้บุตรหรือบุตรไม่ได้อยู่ร่วมกับพ่อแม่
  • พ่อแม่หรือผู้ปกครองลุ่มหลงในอบายมุขต่าง ๆ เช่นการพนัน เป็นต้น
  • พ่อแม่หรือผู้ปกครองไม่กวดขันและลงโทษบุตรในทางที่เหมาะสม
  • ไม่ให้ความร่วมมือกับโรงเรียน
  • พ่อแม่หรือผู้ปกครองขาดความรู้ทางจิตวิทยาเกี่ยวกับการอบรมเลี้ยงดูบุตร และบางครอบครัวส่งเสริมในสิ่งฟุ้งเฟ้อ เป็นการสนับสนุนให้บุตรประพฤติไปในทางทีไม่สมควร
  • ครอบครัวมีปัญหาเศรษฐกิจ และมีปัญหาเรื่องการมีลูกมาก
  • นิสัยใจคอและความประพฤติของพ่อแม่หรือผู้ปกครองไม่เป็นตัวอย่างที่ดีให้บุตร เช่น ดื่มสุราจัด เป็นนักการพนัน เป็นต้น
  • ความไม่สงบสุขที่มาจากครอบครัว เช่น ถูกพ่อแม่รังแก เป็นต้น
  • ในครอบครัวขาดความสามัคคี
  • บุตรขาดการส่งเสริมให้ทำงานได้ตามวัย
  • บุตรไม่ได้รับการส่งเสริมให้เรียนหนังสือ

2.เกี่ยวกับโรงเรียนและการศึกษา ได้แก่

  • โรงเรียนและครูไม่เพียงพอแก่นักเรียน
  • มีการเรียนสองผลัด ทำให้นักเรียนมีเวลาว่างมากและมีการอ้างเหตุผลต่าง ๆ ในการออกนอกบ้าน
  • นักเรียนได้รับการอบรมทางศีลธรรมไม่เพียงพอ
  • นักเรียนขาดการส่งเสริมในด้านกีฬา และทัศนคติเกี่ยวกับการกีฬา
  • นักเรียนขาดการควบคุมกวดขันทางระเบียบวินัย เช่น ไม่ได้รับการกวดขันในเรื่องการแต่งเครื่องแบบ เป็นต้น
  • ครูมีคุณสมบัติไม่เพียงพอ โดยเฉพาะด้านการปกครองนักเรียน
  • ครูไม่มีกำลังใจทำงานอย่างเต็มที่ เพราะต้องคอยคำนึงถึงการหารายได้พิเศษ
  • สถานที่และสิ่งแวดล้อมของโรงเรียนไม่เหมาะสม
  • โรงเรียนขาดการติดต่อร่วมมือกับผู้ปกครองโรงเรียนทำการแนะแนวให้เหมาะสมกับสติปัญญาและฐานะของเด็กยังไม่ทั่วถึง เช่น คน ใดควรเรียนมหาวิทยาลัย คนใดควรเรียนอาชีวศึกษา เป็นต้น
  • ทางโรงเรียนขาดการเอาใจใส่เป็นพิเศษกับนักเรียนที่พักตามหอพัก

3.เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ได้แก่

  • บ้านพักหรือโรงเรียนมีตัวอย่างสิ่งที่ไม่ดีให้เห็นหรือให้ได้ยินเป็นประจำทุกวัน เช่น มีซ่องโสเภณีหรือไนท์คลับอยู่ใกล้ ๆ มีสถานการพนันอยู่ใกล้ ๆ เป็นต้น
  • หนังสือหรือเอกสารที่ยั่วยุ และเสื่อมเสียต่อศีลธรรมมีจำหน่ายและหาซื้อได้ง่าย
  • ได้ตัวอย่างที่ไม่ดีจากการฟังวิทยุ ดูโทรทัศน์และภาพยนตร์ ทำให้เด็กประพฤติตาม
  • โสเภณี หรือผู้หญิงพาร์ตเนอร์หรือเพื่อนฝูงเป็นผู้ชักนำ
  • ปัญหาทางเศรษฐกิจและการครองชีพ ทำให้จำเป็นต้องยึดเอาอาชีพที่ทุจริต เช่น ฉกชิงวิ่งราว ปล้นทรัพย์ ค้าของเถื่อน เป็นต้น
  • ผู้ใหญ่ชอบเล่นการพนันโดยเปิดการเล่นที่บ้านเป็นประจำ หรือออกจากบ้านไปเล่นจน ลูกหลานรู้ ซึ่งเป็นเหตุจูงใจให้เด็กเป็นนักการพนันไปด้วย

4.เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมและสังคม ได้แก่

  • การหลงเชื่อของขลังและลัทธิบางอย่าง
  • การใช้ถ้อยคำภาษาและเพลงที่ยั่วยุ ไปในทางที่ไม่ดี
  • การรับเอาวัฒนธรรมต่างชาติมาโดยมิได้คำนึงถึงความเหมาะสม
  • การส่งเสริมเสรีภาพจนเกินควร คือ ให้เสรีภาพเกินฐานะบุคคลที่ไม่สมควรจะรับไว้
  • การแพร่ข่าวที่เกินความจริง แม้กระทั่งเรื่องที่ไม่ควรเผยแพร่ ทำให้เด็กนึกว่าเป็นของโก้ในทางที่มีชื่อ มีภาพเป็นที่รู้จักของสังคม
  • การเปลี่ยนแปลงและความฟุ้งเฟ้อของสังคมในเมืองหลวง
  • ตัวอย่างไม่ดีงามต่าง ๆ

5.เกี่ยวกับปัญหาจากร่างกายและจิตใจของเด็ก ได้แก่

  • เด็กมีความผิดปกติทางร่ายกายหรือมีโรคประจำตัว
  • เด็กมีเชาวน์และความสามารถต่ำ
  • เด็กมีอารมณ์และบุคลิกภาพที่แตกต่างจากคนอื่น
  • เด็กมีความผิดปกติทางจิต
  • มีการเปลี่ยนแปลงทางจิตของเด็กเนื่องจากผลของภัยธรรมชาติที่รุนแรงหรือภาวะสงคราม

6.เกี่ยวกับปัญหาทางเศรษฐกิจ ได้แก่

  • พ่อแม่หรือผู้ปกครองยากจนมาก
  • พ่อแม่หรือผู้ปกครองมั่งมีเงินทองมากมาย หรือมีฐานะปานกลางแต่ตามใจเด็กมากเกินไป หรือตระหนี่มากเกินไปเด็กหรือเยาวชนมีถิ่นที่อยู่อาศัยที่เปิดโอกาสให้ไปทดลองการเสพสิ่งเสพติดได้ง่าย เช่น อยู่ในละแวกที่มีโรงงานมาก ๆ หรือมีการหมุนเวียนเงินทองที่สะดวก ทำให้เด็กหาเงินใช้ได้ง่ายจึงใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่าย หรือเด็กอยู่ตามแหล่งเสื่อมโทรมที่มีแหล่งอบายมุข หรือมีบรรยากาศของครอบครัวไม่ดีทำให้เด็กเกิดแนวความคิดผิด ๆ

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

» ยาเสพติด
» สิ่งเสพติดประเภทต่างๆ

» โทษพิษภัยของยาเสพติด
» สาเหตุทั่วๆไปของการติดสิ่งเสพติด
» ลักษณะบุคคลที่ติดสิ่งเสพติด
» อาการผู้ติดสิ่งเสพติด
» การรักษาผู้ติดสิ่งเสพติด
» สถานพยาบาลผู้ติดสิ่งเสพติด
» การป้องกันและปราบปรามสิ่งเสพติด
» กฎหมายสิ่งเสพติดกับการลงโทษ

» นิยาย-เรื่องสั้น
» ข้อเขียน-บทความ
» บทกวี
» สารคดี-ท่องเที่ยว

» การแพทย์แผนโบราณ
ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแห่งกรุงศรีอยุธยา ได้ค้นพบบันทึกว่า มีระบบการจัดหายาที่ชัดเจนสำหรับราษฏร มีแหล่งจำหน่ายยาและสมุนไพรหลายแห่งทั้งในและ นอกกำแพงเมือง

» หลักธรรมในการอยู่ร่วมกันในสังคม
พระพุทธศาสนาได้สอนไว้ว่านักปกครองที่ดีนั้นควรมีคุณธรรม 10 ประการ เรียกว่า ทศพิธราชธรรม

» สมถะวิปัสสนา
ตามแนวพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับ (เถรวาท) ของสมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรมหาเถรเจ้า (สุก ไก่เถื่อน)

» พุทธธรรมขั้นพื้นฐาน
ไม่มีมนุษย์คนใดที่จะสามารถมีชีวิตอยู่ได้ลำพังตนเองโดยไม่ติดต่อสัมพันธ์กับคนอื่น เพราะการดำรงชีวิตอยู่ของคนเราจำเป็นจะต้องพึ่งพาอาศัยกันและกัน

» พระสูตรของท่านเว่ยหลาง
สูตรของท่านเว่ยหล่างล้วนแต่เป็นเรื่องของการใช้ปัญญาเพื่อค้นหาหนทางแห่งความเป็นพุทธะ และเพื่อความหลุดพ้นไปจากเครื่องร้อยรัดทั้งปวงในโลกนี้

» พุทธศาสนสุภาษิต
สุภาษิตที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงดำรัสไว้ ซึ่งมีคุณค่าสูงส่ง สามารถใช้ได้ทั้งเป็นแนวทางดำเนินชีวิต เตือนใจ หาคำตอบที่ดีสำหรับปัญหาที่สงสัย

» โอวาทสี่ของเหลี่ยวฝาน
แบบฉบับในการประพฤติดี ปฏิบัติชอบ เพื่อหยุดยั้งกระแสแห่งวัฒนธรรมตะวันตกและอนุรักษ์ความเป็นคนจีนดั้งเดิม