ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม อารยธรรม >>

เพลงพื้นบ้าน

นายบุญเสริม แก่นประกอบ ครู โรงเรียนบ้านชงโค

การแบ่งประเภทของเพลงพื้นบ้าน

เพลงพื้นบ้านภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

เพลงพื้นบ้านภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือ

1. กลุ่มอีสานเหนือ
2. กลุ่มอีสานใต้

กลุ่มอีสานเหนือ

บทบาทของหมอลำต่อชุมชน

หมอลำเป็นเพลงพื้นบ้านที่มีบทบาทต่อชุมชนหลายด้าน ดังนี้

1. บทบาทให้ความบันเทิง

หมอลำให้ความบันเทิง สนุกสนานตื่นเต้นด้วยเสียง ภาษา ท่าทาง เนื้อเรื่องที่สนุกสนานเช่น การอ่านหนังสือจากวรรณกรรมเรื่องต่างๆ ทั้งคดีโลกคดีธรรมหรือการเกี้ยวพาราสี ชิงไหวพริบกันของหนุ่มสาว

ตัวอย่างกลอนลำเกี้ยว

โอย โอละนอ แก้มเอยแก้มปาหล่าครันแก้มเจ้าปาหล่า ปาสาเดอ ปาเมียอ้ายสาเดอ ตนบุญเพ็ง กะสิปาผัวมา จั่งมาซ้อนกันใหม่ บ่ ได้บ้อ โอย ..นอ…นวลเอยครั้นบ่เอาอย่าสิมาหลายลิ้นหากินหลายบ่อน เว้าให้มันหล้อน ๆ เห็นต้อนบ่อนสระฟ้าร้องอื้อไผกะคิดพอตายเดือนหงาย ๆ ฮ่ำคนิงถึงอ้าย( ปา = หย่า ) ( หล้อน = หมด )

ตัวอย่างการเล่านิทานให้ความสนุก

มื้อนี้ล่าในห้องคลองธรรมพระเจ้าสั่ง นิทานมีแต่ครั้งโบราณบุ้นเล่ามา ยังมีท้าวกำพร้าชื่อลาวว่าบุญสอน พ่อแม่ตายกันเหมิดบ่มีผู้ใดค้าง บ่มีนาสวนสร้างเฮื้อนชานบ้านต่ำ พวกพี่น้องเขาบ่ล่ำพอตา

2. บทบาทด้านความรู้

หมอลำโดยทั่วไปจะสอดแทรกความรู้ทั้งคดีโลกและคดีธรรม เพื่อให้ข้อคิดแก่ผู้ฟังได้ความรู้ โดยไม่ให้รู้ตัว

ตัวอย่าง ให้ความรู้การวางแผนครอบครัว

โอนอ ไผผู้มีเมียซ้อน ให้วางแผนสาก่อน อย่าได้ฟาวเดือดฮ้อน มีลูกปวดสมองคันว่ามีลูกมาก เพิ่นว่ามันยากนาน คันว่ามีแค่สอง ครอบครัวสิผ่องใส จั่งว่าชายก็ได้ หญิงก็ดีมีแค่สองบ่ต้องย้านดอกท่าน ให้ลองโลดถ้าสนใจ

ตัวอย่าง ให้ความรู้เรื่องไม่กินปลาดิบ

กระทรวงสาธารณสุข และศูนย์ประชาสัมพันธ์ ปรึกษาหารือกัน คอยเป็นห่วงประชาชนบนทางแดนอีสาน ชมรมแพทย์ชนบท ทั้งหมดชมรม สาธารณสุขอำเภอร่วมกันรณรงค์พฤติกรรมการกิท้องถิ่นอีสาน เรื่องการกินปลาดิบ ฉิบหายตายเป็นเบือ - เสียเพราะโรคใบไม้ตับ กลับกลายเป็นมะเร็ง มันเหนบเต็งประชาชน เพราะคนกินบ่สุก เลยเป็นทุกข์คือตายหลานหมอลำขอเรียนท่านทั้งหลายเลิกการกินปลาดิบ ชนิดมันมีเกล็ด เฮ็ดให้สุกดีๆ เฮ็ดให้ถูกวิธี อันนี้ละคือเรื่อง หมอ เว้าโอ้ละนอ – นวลนวล เอย

3. บทบาทเผยแพร่ศาสนาและรักษาบรรทัดฐานของสังคม

ศาสนามีความสำคัญกับสังคมของอีสานมาก รวมทั้งเป็นตัวกำหนดค่านิยม วัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อ อีกทั้งหมอลำเป็นผู้ถ่ายทอดคำสอน เช่น การนำเอาชาดกมาลำเป็นเรื่องราว และตอนท้ายหมอลำก็จะสรุปคติธรรมที่ปรากฏในชาดกนั้นๆ เป็นต้น เช่น ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว บาปบุญคุณโทษ ดังตัวอย่าง

ตัวอย่าง เชื่อเรื่องบาปบุญเวรกรรม

จั่งว่าบุญบ่นำยู้ สมภารน้องบ่ซ่อยคอยมื้อแลงมื้อเช้าคอยแล้วกะเปาแปนหรือว่าตนนางน้อง ขายงัวเจ้าพรากคู่ เวรจั่งนำจ่องบ้าง ให้เที่ยวใส่บ่วงกรรม

ตัวอย่าง ทำบุญให้ทาน

เพิ่นว่าทานทานนี้ มันบ่แม่นของปลอมทำให้หอมแฮมฮัก กว่าคนทั้งค่ายเจ้าผู้มีไหมฝ้าย ทานไปอย่าได้จ่ม ทานให้สมพระเจ้าบุญซิค้ำเหลี่ยมบัง คันว่าทานปลาชิ้นให้แก่เจ้าทายกบาดว่าตกภายลุนซิเล่ามีเงินล้าน

ตัวอย่าง ให้เชื่อเรื่องมีนรกสวรรค์

คั่นแม่นความตายนั้น มาเถิงเจ้าสาก่อนบุญบ่ทันได้สร้าง ถางทางไว้สู่สวรรค์บาดห่าตายไปนั้น บุญบ่มีสังได้เพิ่ง มีแต่บาปล้วนๆ สิชวนเจ้าเข้าจุ่มจม แล้วกะลงไปไหม้ อเวจีจมอยู่มีแต่หมู่หม้อต้ม ไฟไหม้ข่มเหง

4. บทบาทสะท้อนให้เห็นประเพณีวัฒนธรรมชุมชนในท้องถิ่น ดังนี้

การประกอบอาชีพ ซึ่งมีหลายอย่าง เช่นการทำนา ทำไร่

ตัวอย่าง การทำนา

ฟ้าเอยฟ้าฮ้องโหย่นฝนตกฮวยฮอดปีใหม่ พวกชาวนาชาวไฮ่ ไฝละลงหว่านกล้า.. ไถนาพร้อม ทั่วทุกคน..ทั่วทุก..คน เอย..นา เออตาเดือนเจ็ด.. เดือนแปดเก้า ฟ้าวเร่งลงมือดำ ไผกะเตรียมตัวเฮ็ด ซิเร่งดำให้มันแล้ว

ตัวอย่าง การทำไร่

งามจริงนะคนงาม มีแฟนติดตามหรือยังคุณขาหากปอมัน เข้มราคา ไปเก็บใบยามาคู่ครองหรือยัง

วัฒนธรรมการกิน เช่น การกินอาหารของชุมชน

- ได้กินหุงข้าวจ้าว อย่าลืมจ้ำแม่นแจ่วบอง

ประเพณีต่างๆ เช่น ประเพณีแต่งงาน ประเพณีการลงเข็นฝ้าย

ตัวอย่าง ประเพณีการแต่งงาน

สิมอบทองพลอยเพชร เม็ดงามไปหมั้นสัญญากันวันนี้ฮอดวันดีคืนดีจังไปเว้าไปแต่ง

ตัวอย่าง ประเพณีลงข่วงเข็นฝ้าย

การแต่งตัวสมัยนั้นธรรมเนียมแบบเก่า ผู้หญิงนุ่งผ้าซิ่นถุงพื้นล่ามตีนซิ่นก็ซิ่นหมี่ เอื้อฟืมต่ำทำเอง ฝ้ายก็เข็นด้วยมือเหล่นหลาเฮานั้น มือเข็นฝ้ายพากันลงข่วง เข็นฝ้ายอยู่เดิ่นบ้านไฟไต้กะบ่มี มีก็มีไฟตั้งกองฟืนสุมต่อ เอาแสงเดือนอยู่ฟ้ามาใช้เจ้าซ่อยแสง คุยกับบ่าวจนฮอดแจ้ง คุยกับบ่าวจนฮอดแจ้ง บ่เห็นท้อง….เพิ่นว่ามาน

5. บทบาทในการสร้างเอกภาพทางการเมืองและความคิด

หมอลำมีบทบาทสร้างเอกภาพทางความคิดให้แก่ผู้ฟัง โดยวิธีการเสนอข้อมูลที่เป็นบรรทัดฐานสังคม ให้คนปฏิบัติเหมือนกัน เช่น

ตัวอย่าง ส่งเสริมความรักชาติ

ใหม่ๆ แก้วเจ้าผู้ใหม่สมัยไทยเจริญเอย ไทยเอ้ยขอให้เป็นไทยแท้อย่าแลไปเป็นทาส
รักษาเอกราชไว้จั่งสมเชื่อว่าไทย รักษาผืนแผ่นดินไว้ไทยเฮาให้ได้อยู่
ให้หมู่ญาติพี่น้องเฮาได้อยู่เย็น สามัคคีกันไว้ไทยเฮาให้เป็นหมู่
ตัวอย่าง คนไทยเป็นเจ้าของประเทศควรรักสามัคคีกัน
คนไทยเฮาสู้คนเป็นเจ้าของประเทศ อาณาจักรขอบเขตเฮาแท่นเสรี
รัฐบาลเฮามีปกครองบ่าวไพร่ ราษฎรเป็นใหญ่เท่าท่อเทียมกัน
มีอยู่สามสถาบันไทยถือยึดยั้ง พวกหมู่เฮากะจั่งได้อยู่มาดี
เพราะอาศัยสามัคคีของคนร่วมชาติ เฮารักษาเอกราชมาได้ยืนยาว
เป็นนำเพราะพวกเฮากลมเกลียวเหนียวแน่น

6. บทบาทเป็นสื่อพื้นบ้าน

คือการลำเพื่อเสนอข่าวสารแก่สาธารณชน หมอลำเป็นสื่อที่ชาวบ้านเข้าถึงและให้ความเชื่อถือโดยไม่ได้ตั้งใจ เรื่องราวที่สื่อสารอาจเป็นการชักชวนให้จงรักภัคดี การตักเตือนภัยที่เกิดแก่ชุมชน ข่าวสารทางราชการต้องการประเทศให้ชุมชนได้รับทราบ

ตัวอย่าง เนื่องในวโรกาสที่พระมหากษัตริย์มีพระชนม์พรรษาครบห้ารอบ หรือ 60พรรษา ชักชวนให้จงรักภักดี

น้ำเอ๋ยน้ำสร้างไผ่ เนื่องในวโรกาสดอันมงคลมหาสมัยคล้ายวันเฉลิมพระชนม์พรรษา
พุทธศักราช 2530 เป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9
มีพระชนม์มายุครบ 60 พรรษาล่วง ขอถวายพระพรให้พระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัวจงทรงยิ่งอยู่เจริญ ..นา.. ขอเดชะใต้ฝ่าละอองธุรีพระบาทเจ้า
เกล้ากระหม่อมจอมขวัญ กรรมการเพิ่นได้เห็นสมควรแข่งขันหมอลำนี้..
สรุปความแล้วนั้นเพิ่นคือฮ่มโพธิ์ไทร..ประชาชนชาวต่างชาติและชาวไทย
ได้พึ่งพาหายฮ้อน น่าสะออนหลายล้นปวงชนซ่นฮ่ม

กลอนลำด้วยแรงบันดาลใจ ความรู้สึกและประสบการณ์ต่างๆ ดังนั้น เนื้อหาสาระที่ปรากฎในกลอนลำจึงมีหลายลักษณะสะท้อนให้เห็นสภาพสังคมชาวอีสานได้อย่างเด่นชัดมากที่สุด ดังต่อไปนี้

1.ธรรมเนียมเกี่ยวกับชีวิต

เช่น ประเพณีชายไทยเมื่ออายุ 20 ปีบริบูรณ์จะต้องอุปสมบท“ กล่าววจีเป็นข้อ คำเดียวสวดว่า เอหิภิกขุ อุปสัมปทา เจ้าจงมาเป็นภิกษุเถิด ท่านขานเอิ้นกล่าวคำ พุทธองค์กล่าวย้ำ ให้ประพฤติพรหมจรรย์ ธรรมของฉันทรงวางระเบียบดีเอาไว้ พวกสาวกทั้งหลาย กะเลยสำเร็จได้ สาธุทุกฝ่าย บวชกันอย่างง่ายๆเพราะว่าคนแต่กี้ใจมันซื่อตรง”

2.สะท้อนด้านความรัก ความกตัญญู ต่อผู้มีพระคุณ ของชาวอีสาน

“ พรหมาตาปิตะโร พ่อแม่นั้นนามชั้นสวรรค์ทองเทวโลก พ่อแม่ฮักเกิ่งก้ำ คือด้ามตั้งตาแม้สิเปรียบใส่ฟ้ายางโยชน์สังขยา บ่ปานคุณมารดาเพียรถนอมเลี้ยง แม่นอนไฟกินฮ้อนนอนแสนหนอเอาท้องผ่าง เอาไฟขางจี้เข้าเอาไฟจี่กาย จนว่าคิงเปื่อยเป้เกือบชั่วมรณา คุณบิดาหาสิ่งเปรียบได้บ่มีเท่าท่อเทียม”

3.สะท้อน อาชีพ และการดำเนินชีวิต ของชาวอีสาน

“ บัดนี้มาฟังนั้น พิธีกรรมล้ำค่า ก่อนสิแฮกไถนา ควายเทียมไถเรียบร้อย ประดาห้างอย่างดี วางไถนอนเข้าที่ แล้วนั่งประนมมือ คือว่าขอขมาแม่ธรณีไว้ ไขขำต้านเป็นภาษาเอิ้นสั่ง..”

4.แสดงถึงสุภาษิต คำพังเพย

“ เคยอยู่หนองต้องว่าหนอง เคยอยู่ห้วยต้องว่าห้วย เคยกินผักพีพาย บ่เคยย้องว่าโตใหญ่ความสัจจะเพิ่นบอกไว้ ความจริงนั้นแม่นบ่ตาย”

5.แสดงถึงคำสอน

“ อัตตาหิ อัตโนนาโถ องค์พุทโธเพิ่นสอนไว้ ไผมัน ให้คิดเบิ่ง เพิ่งตนเอง ดีกว่าเพิ่งผู้อื่นพ้นฝูงเจ้าให้ฮ่ำเพิ่ง บ่อทันเถิงว่างเนิ้งอย่าหวังเพิ่งคนใด คันใจเฮายังดี”

6.แสดงถึงความเชื่อ

“ ทำเทื่อเล็กทำเทื่อน้อย สิบุญได้สิน้อมนำสิบุญได้น้อมนำ บุญนี้ละพาประเสริฐเลิศล้ำมาบัดนี้ บุญนี้จะพาประเสริฐเลิศล้ำให้ทำแต่บุญกุศลผลเอนกอนันต์ มันสิแน่นอน มายำยู้ สุทีนังยังผลคำนำทำเข้าไป พวกพ่อแม่แก่จังว่าอายุคล้อยมาแล้วให้มุ่งทาน อย่าประมาทเด้อพี่น้อง ทำสร้างแม่นส่วนบุญ “

- เพลงพื้นบ้านภาคเหนือ
- เพลงพื้นบ้านภาคใต้
- เพลงพื้นบ้านภาคตะวันออก
- เพลงพื้นบ้านภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
- เพลงพื้นบ้านภาคกลาง


แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย