ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม อารยธรรม >>

เพลงพื้นบ้าน

นายบุญเสริม แก่นประกอบ ครู โรงเรียนบ้านชงโค

เพลงพื้นบ้านประเภทเพลงผู้ใหญ่

เพลงผู้ใหญ่ประเภท เพลงเกี่ยวกับการประกอบอาชีพ

เพลงเกี่ยวกับการประกอบอาชีพ เป็นเพลงร้องในขณะทำงาน โดยที่สังคมไทยเป็นสังคมเกษตรกรรม อาชีพหลักคือการทำนา จึงมีเพลงร้องในกิจการงาน บางท่านเรียกว่า เพลงในลานนวดข้าว แท้จริงบทเพลงที่เป็นทำนองที่ใช้ในการทำนา มีตั้งแต่เริ่มปลูกข้าว ดำนา ก็มีบททำขวัญข้าว ทำขวัญนา ซึ่งดูเคร่งครัดเป็นพิธีการสาเหตุที่จะเกิดเพลงร้องเกี่ยวกับการประกอบอาชีพ เข้าใจว่าเมื่อเกิดการรวมคนเพื่อช่วยผ่อนแรงกันก็เกิดความสนุกสนานที่จะร้องเล่นเพื่อความบันเทิง และเพื่อผ่อนคลายความเหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน

เพลงเกี่ยวข้าว

เพลงที่ร้องเล่นในระหว่างเกี่ยวข้าว เราเรียกว่า เพลงเกี่ยวข้าว โดยหนุ่มสาวมาลงแขก
(ลงแขก คือการร่วมมือร่วมแรงของคนในหมู่บ้าน หรือหมู่บ้านข้างเคียงมาช่วยกันทำงานให้แก่เพื่อนบ้าน เช่นดำนา เกี่ยวข้าวโดยผลัดเปลี่ยนกันไป) เมื่อมีความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าก็พูดจาเกี้ยวพาราสีโต้ตอบกันด้วยเพลงเกี่ยวข้าว ซึ่งมีทั้งเพลงเกี่ยวอย่างสั้น และเพลงเกี่ยวข้าวอย่างยาว บางแห่งผู้เกี่ยวข้าว เป็นผู้ร้อง บางแห่งคนที่มาร่วมสนุกสนาน บางแห่งร้องในขณะเกี่ยวข้าว บางแห่งร้องหลังจากเกี่ยวข้าวแล้ว ก่อให้เกิดความรักใคร่กลมเกลียวกัน ยังประโยชน์ในด้านการฝึกสมอง ไหวพริบ เกิดนิสัยรักด้านวรรณศิลป์

เพลงเกี่ยวข้าวอย่างสั้น

คว้าเถิดหนาแม่คว้า รีบตะบึงให้ถึงคันนา จะได้พูดจากันเอย
เกี่ยวเถิดหนาแม่เกี่ยว อย่ามัวแลมัวเหลียว เคียวจะบาดมือเอย
เกี่ยวข้าวแม่ยาย ผักบุ้งหญ้าหวาย พันที่ปลายกำเอย
คว้าเถิดหนาแม่คว้า ผักบุ้งสันตะวา คว้าให้เต็มกำเอย
“เกี่ยวข้าวแม่ยาย ผักบุ้งหญ้าหวาย พันที่ปลายกำเอย” แสดงให้เห็นค่านิยมเกี่ยวกับ
ความอ่อนน้อมถ่อมตนต่อผู้ใหญ่ เพราะถ้าเกี่ยวข้าวในที่นาของแม่ยาย ลูกเขยจะต้องหาผักไปให้
แก่แม่ยาย หาหญ้าไปเลี้ยงควายของแม่ยาย นับเป็นวิธีที่ทำให้ผู้ใหญ่เกิดความเมตตา และผู้ที่นำไปปฎิบัติย่อมแสดงถึงคนที่มีน้ำใจดีงาม

เพลงเกี่ยวข้าวอย่างยาว

เอิง เอย เอิ้ง เอ้ย ชะเออ เอิง เอย ชะเออเอิงเอ้ย ( เฮ้ เอ้า เฮ้ เฮ้ )
ถ้อยคำร่ำไข มาว่ากันมนกลอนลี ( เฮ้ เอ้า เฮ้ เฮ้ )
ให้มาเรียกหาน้องก็แล มาเรียกหาแม่ละก็มากันนี้ ( เฮ้ เอ้า เฮ้ เฮ้ )
พ่อจะไปธุระอะไร ก็บอกไขกะน้องมานี่ ( เฮ้ เอ้า เฮ้ เฮ้ )
ข้ามีเนื้อความถามไป ฉันสงสัยจริงนะพวกพี่( เฮ้ เอ้า เฮ้ เฮ้ )
จะกินน้ำใสที่ใต้น้องนั่ง หือจะกินน้ำค้างที่ชายปลี ( เฮ้ เอ้า เฮ้ เฮ้ )
จะกินหมูแถบที่แอบฝาชี กันละพี่ชาย....เอย
( จะกินหมูแถบที่แอบฝาชี จะกินหมูแถบที่แอบฝาชี กันละพี่ชายเอย)
โอง โอ๊ยชายเอ๊ย เอ้าฝาชี ฝาชี กันละพี่ชายเอย......)
บทว่าประ (บทว่าประ หมายถึง มาปะทะคารม เหมือนอย่างหญิงจะออกไปดูว่าใครมาร้องเรียก )
หญิง ได้ยินสำเหนียกเรียกหญิง น้องเองไม่นิ่งอยู่ชักช้า
แม่เหยียบหัวซังกระทั่งหัวหญ้า เดินเข้ามาหาชายเอย(รับ)
ชาย เหยียบหัวซังกระทั่งหัวหญ้า ไอ้ซังมันแห้งจะแทงเอาขา
ไอ้ตอโสนมันไต่หน้า จะตำเอาขานางเอย(รับ)

หากเพลงเกี่ยวข้าวนี้แสดงบนลานอย่างเป็นพิธีการ พ่อเพลงเป็นผู้นำเล่น มีการเริ่มต้นด้วยบทไหว้ครู บทปลอบชาย บทปลอบหญิง เพื่อเชื่อเชิญให้มาร่วมเล่นเพลงและร้องรับเล่นเพลงเกี่ยวข้าวนี้ ปัจจุบันได้มีผู้ดัดแปลงมาเป็นเพลงเต้นกำรำเคียว เช่นที่ อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ ดังตัวอย่างดังนี้

ชาย มาเถิดหนานางเอย เอ๋ยตะละแม่มา มาหรือมาแม่มา
มาเต้นกำย่ำหญ้ากันเสียในนานี้เอย
ลูกคู่ เอิงเอยพี่เอย มาเต้นกำย่ำหญ้ากันเสียในนานี้เอย
หญิง มาแล้วเอย เอ๋ยละพ่อมา มาหรือมาพ่อมา มาหรือมาพ่อมา
ฝนกระจายที่ปลายนา แล้วน้องจะมาอย่างไรเลย
เพลงเต้นกำรำเคียว
ตะวันก็บ่าย ชายเย็น แม่ผมกระจายหลายเส้น ตะวันก็เย็นในวัน …นี้เอย
(รับ กระจายหลายเส้นๆ ตะวันก็เย็นในวัน …นี้เอย ทิง ๆ ๆ ๆ)
ตะวันก็บ่าย ลงชายผอก เจ้าของแขก เขาร้องบอกให้ออก กำเอย
(รับ เจ้าของแขก เขาร้องบอกๆให้ออก กำเอย ทิง ๆ ๆ ๆ

เอกลักษณ์ของเพลงเกี่ยวข้าว คือการร้องว่า เฮ้……เฮะ การเล่นเพลงนี้จะมีคนเก่งเป็นตัวหลัก คือเมื่อเกี่ยวกันไปจนถึงตกหน้าคันนาหนึ่ง เห็นว่าเหนื่อยพาสมควร สมควรหยุดพัก พ่อเพลงแม่เพลงก็ตั้งวงขึ้น มือซ้ายถือรวงข้าว มือขวาถือเคียวร้องเพลงรำพลางเป็นวงเวลาเล่นทุกคนกำเคียวมือขวา กำรวงข้าวมือซ้าย ร้องไป รับไป ย่างเท้าไปเป็นจังหวะเป็นที่ครึกครื้น

เพลงสงฟาง

เพลงสงฟาง ใช้ร้องในลานนวดข้าว คือเมื่อเก็บเกี่ยวแล้วก็ขนข้าวมายังลานนวด
บ้านไหนเลี้ยงวัวควาย ก็ใช้วัวควายนวด อุปกรณ์สำคัญอย่างหนึ่งคือไม้คันฉายหรือขอฉาย
เป็นไม้ไผ่มีแขนงยื่นออกมา ไว้สำหรับคุ้ยฟางพลิกขึ้นบนลงล่างเพื่อให้วัวควายย่ำได้ทั่วถึง
คือคุ้ยฟางออกไปนอกลานนวด ระหว่างคุ้ยฟางนี้ ชาวบ้านมักร้องเพลงสงฟางแก้เหนื่อยกัน

ตัวอย่างเพลงสงฟางของชาวอำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี

ชาย สงเถิดนะแม่สง เอ้าสงเถิดนะแม่สงแม่นกกระแวนหางวง มาช่วยกันสงฟางเอย
(รับ แม่นกกระแวนหางวง หางวง มาช่วยกันสงฟางเอย)
หญิง สงเถิดนะแม่สง สงเถิดนะแม่สงจะขอวางลง บนหัวชายเอย
(รับ เอ้าสงเถิดนะแม่สง เอ้าสงเถิดนะแม่สง จะขอวางลงบนหัวชายเอย)
ชาย เอ้าสงเถิดนะแม่สง เอ้าสงเถิดนะแม่สง จะขอวางลง ที่พี่คิดวางไว้ที่ขวัญจิตให้ชื่นใจ (รับ) ตัวอย่างเพลงพานฟาง อำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี
ชาย พานเถอะนะแม่พาน(เฉยไว้ เฉยไว้)พานเถอะนะแม่พาน แม่นั่งรอบๆขอบลาน
มาช่วยกันพานฟางเอย
(รับ ช้าแม่เอยฟางเอย นั่งรอบๆขอบลาน มานั่งรอบๆอยู่ขอบลาน มาช่วยกันพานฟาง
เอย พานเถอะนะแม่พาน(เฉยไว้ เฉยไว้) เอ้าว่าพานเถอะนะแม่พาน แม่สายบัวบนหิ้ง แม่อย่านิ่งอยู่นาน มาช่วยกันพานฟางเอย
(ช้าแม่เอยฟางเอย แม่สายบัวก็บนหิ้ง แม่อย่านิ่งอยู่นาน แม่สายบัวอยู่บนหิ้ง แม่อย่านิ่งอยู่นาน มาช่วยกันพานฟางเอย)
หญิง พานเถอะนะพ่อพาน(ซ้ำ) อีท้ายรูดๆของไอ้ตูดยานๆ อีท้ายรูดๆของไอ้ตูดยานๆ
มาช่วยกันพานฟางเอย)
ชาย เอ้าพานเถอะนะพ่อพาน(ซ้ำ) พ่ออย่านั่งตะบุย คุยวัวลาน มาช่วยกันพานเอยฟางเอย
(รับ เอ้าช้าเจ้าเอยฟางเอย อย่านั่งตะบุยคุยแต่วัวลาน อย่านั่งตะบุยคุยแต่วัวลาน
มาช่วยกันพานฟางเอย)

เพลงสงคอลำพวน

สงคอลำพวน หมายถึง นั่งล้อมวงเก็บเศษฟาง สงฟาง หมายถึง ใช้ขอฉายพานฟางออกจากลานข้าว ลำพวน นั้นหมายถึง เศษผงและข้าวลีบที่ใช้การไม่ได้ ในการนวดข้าว เมล็ดข้าวอาจติดไปกับเศษฟาง เพื่อมิให้ข้าวสูญไปเปล่าๆ ก็ต้องเอามาร่อนแยกเศษฟางกับเมล็ดข้าวออก

เพลงสงคอลำพวนเพลงนี้ใช้ร้องหลังจากสงฟาง มีตัวอย่างดังนี้

สงคอลำพวนเอย ลำพวนก็ลำไผ่ (ลูกคู่รับซ้ำ)
พี่เป็นคนสง ให้น้องเป็นคนสาง โอ้แม่นวลนาง เฉยไว้
ฉันเป็นคนเขี่ย น้องก็เป็นคนคุ้ย ของน้องก็ลุ่ย กันไป
สงไปสงมา สงหน้าสงหลังขอให้ช่วยนวลนาง เร็วไว
เพลงร่อนลำพวน(ร้องทำนองขอทาน)
สงฟางข้างลานนานหน่อย มาเล่นมาร้อยคำเพลง
สาวสาวชาวนาหน้าหวาน พี่มาขอทานคนเก่ง
จับขอบตะแกรงร่อนร่วน เอาเศษลำพวนออกเอง
นั่งยองยองมองข้าวสารสวย ผ้าคลุมผมมวยฟังเพลง
แม่แขนอ่อนร่อนให้ดี ดูท่าดูทีกระฉับกระเฉง
เศษฟางกลางกองน้องร่อน วางเอามือช้อนเหยงเหยง
เอาออกบอกว่าทิ้งแล้ว โอ้โอ๋น้องแก้วคนเก่ง
ฝุ่นฟางนั่งลานงานหนัก ควรจะหยุดพักอย่าเร่ง
แดดออกบอกว่าร้อนแล้ว น้องจ๋าน้องแก้วอย่าเกรง
รีบหอบไวไวใส่เสื่อ หามไปทางเหนือใกล้เข่ง
นั่งร่อนที่ร่มพฤกษา ร่อนเถิดเปิดหน้าเหมาะเหม็ง
พี่จะขยับกรับเล่น ให้น้องได้เห็นฟังเพลง
นั่งร่อนเมื่อยขาเมื่อยหลัง โปรดจงระวังตัวเอง
นั่งแกว่งก้นส่ายไปมา ระวังกอหญ้าข่มเหง
มันชอบไชชอนยอนแทง เมื่อแกว่งแรงแรงรีบเร่ง
ขอบอกน้องพลันกันเอง โปรดนุ่งกางเกงดีกว่าเอย
เพลงทำฟาง
ชัดช้าพญาเจ้าหงส์ ปีกอ่อนร่อนลงในดงมะขวิด
เอื้อมมือเข้าไปใกล้ เอาไหล่ไปชิด
เอื้อมมือไปสะกิด ถูกนิดเป็นไร
หงส์เอ๋ยเจ้าหงส์ปีกอ่อน อย่าง่วงนอนเชิญร่อนเชิญลง
เข้าแถวและคุ้ยฟาง มาตรงกลางอย่าหลง
มาเถิดโฉมยง พี่จะคุ้ยส่งให้เอย
มาละเหวยมาละวา มาเถิดจ๊ะมาช่วยสงฟาง
เฮเอ๋ยเฮโล มาขึ้นหลักโตไว้บ้าง
หนุ่มกระชุ่มกระชวย มีแม่คนสวยน้องนาง
เรามาช่วยสงฟาง ขึ้นหลักไว้เอย
ชัดช้าบรรดาหนุ่มสาว เอาแรงลากข้าวมาทำลำพวน
จิกกระหวัดเร่งรัดกวาดด่วน แล้วหอบลำพวนกันเอย
ชัดช้าเรามาให้มาก มาช่วยลากให้เป็นกอง
ดึงไปตั้งใจจ้อง แล้วก็ร้องฮึยเลฮึย

เพลงชักกระดาน

เพลงชักกระดาน จะร้องหลังจากที่ช่วยกันแยกเศษข้าว เศษฟาง แล้งจะรวมข้าวที่กระจายอยู่กลางลานให้เป็นกองใหญ่ โดยใช้ไม้กระดานเจาะรูทั้งสองข้าง เอาเชือกร้อย มีด้ามตรงกลางกระดาน สำหรับใช้คนหนึ่งกดกระดานให้ติดพื้น ส่วนอีกคนหนึ่งจะดึงเชือก จะได้ข้าวทีละมากๆ ในระหว่างทำงานก็ร้องเพลง มีลักษณะการร้องคล้าย เพลงสงคอลำพวน เนื้อร้องจะเป็นการเกี้ยวพาราสีกัน เนื่องจากมีการแกล้งเบียดเนื้อเบียดตัว จับมือถือแขนกัน เป็นเรื่องสนุกสนานกันทั้งลานนวดข้าว ดังตัวอย่างต่อไปนี้

ชาย ช้างเอย ช้างชัก พลายน้อยห้อยหัก หักบนยอดตาล
นี่แหละเนื้อคู่ของแม่หนูนงคราญ เชิญมารับเอาเถิดนะเจ้า
เราจะคะเย่อ ชักให้เสมอกันเอย
หญิง ช้างเอย ช้างชัก พลายน้อยห้อยหัก หักบนยอดตาล
มันไม่ใช่คู่ครองของพ่อทองนงคราญ
กลับบ้านเสียเถิดนะเจ้า เมื่อเราจะเย่อ ชักให้เสมอกันเอย
ชาย ช้างเอย ช้างชัก พลายน้อยห้อยหัก หักบนยอดไม้
นี่แหละคู่ครองของแม่ทองทรามวัย ก็มารับเอาเถิดนะเจ้า
เมื่อเราคะเย่อ ชักให้เสมอกันเอย
หญิง. ช้างเอย ช้างชัก พลายน้อยห้อยหัก หักบนยอดไม้
มันไม่ใช่คู่ครองของพ่อทองทรามวัย
กลับบ้านเสียเถิดนะเจ้า เมื่อเราจะเย่อ ชักให้เสมอกันเอย….
(จากตำบลโพหัก อำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี)

- เพลงแข่งขัน
- เพลงเกี่ยวกับการประกอบอาชีพ
- เพลงปฎิพากย์
- เพลงประกอบการเล่นพื้นบ้าน
- เพลงประกอบพิธี
- เพลงกล่อมเด็ก


แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

» นิยาย-เรื่องสั้น
» ข้อเขียน-บทความ
» บทกวี
» สารคดี-ท่องเที่ยว

» การแพทย์แผนโบราณ
ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแห่งกรุงศรีอยุธยา ได้ค้นพบบันทึกว่า มีระบบการจัดหายาที่ชัดเจนสำหรับราษฏร มีแหล่งจำหน่ายยาและสมุนไพรหลายแห่งทั้งในและ นอกกำแพงเมือง

» หลักธรรมในการอยู่ร่วมกันในสังคม
พระพุทธศาสนาได้สอนไว้ว่านักปกครองที่ดีนั้นควรมีคุณธรรม 10 ประการ เรียกว่า ทศพิธราชธรรม

» สมถะวิปัสสนา
ตามแนวพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับ (เถรวาท) ของสมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรมหาเถรเจ้า (สุก ไก่เถื่อน)

» พุทธธรรมขั้นพื้นฐาน
ไม่มีมนุษย์คนใดที่จะสามารถมีชีวิตอยู่ได้ลำพังตนเองโดยไม่ติดต่อสัมพันธ์กับคนอื่น เพราะการดำรงชีวิตอยู่ของคนเราจำเป็นจะต้องพึ่งพาอาศัยกันและกัน

» พระสูตรของท่านเว่ยหลาง
สูตรของท่านเว่ยหล่างล้วนแต่เป็นเรื่องของการใช้ปัญญาเพื่อค้นหาหนทางแห่งความเป็นพุทธะ และเพื่อความหลุดพ้นไปจากเครื่องร้อยรัดทั้งปวงในโลกนี้

» พุทธศาสนสุภาษิต
สุภาษิตที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงดำรัสไว้ ซึ่งมีคุณค่าสูงส่ง สามารถใช้ได้ทั้งเป็นแนวทางดำเนินชีวิต เตือนใจ หาคำตอบที่ดีสำหรับปัญหาที่สงสัย

» โอวาทสี่ของเหลี่ยวฝาน
แบบฉบับในการประพฤติดี ปฏิบัติชอบ เพื่อหยุดยั้งกระแสแห่งวัฒนธรรมตะวันตกและอนุรักษ์ความเป็นคนจีนดั้งเดิม

สติ๊กเกอร์ไลน์

โฆษณาติดต่อ : 081-9182546