ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>
ตำนานพระฤๅษี
พระฤๅษีสุขวัฒน์
เป็นพระฤๅษีที่บำเพ็ญตบะอย่างเคร่งครัดอยู่ที่เชิงเขาไกรลาสท่านมุ่งมั่นบำเพ็ญเป็นเนืองนิตย์จนกระทั่งเกิดอภินิหารขึ้นมาบริเวณหน้าอาศรมของท่าน คืออยู่ดีๆก็มีต้นไผ่เกิดขึ้นและงดงามโตเร็ววันเร็วคืน จนกระทั่งมีความสูงเทียมเท่ายอดเขาไกรลาส พระฤๅษีก็เห็นเป็นสิ่งอัศจรรย์ เพราะว่าไม่เคยมีเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นมาก่อนเลย พระฤๅษีจึงไม่รอช้าจึงรีบตัดต้นไผ่นั้นแล้วนำขึ้นไปเฝ้าเพื่อถวายพระอิศวรด้วยเห็นว่าเป็นของแปลก
พระอิศวรทรงรับเอาไม้ไผ่นั้นไว้และทรงพอพระทับเป็นยิ่งนัก จึงนำเอาต้นไผ่นั้นมาทำเป็นคันธนู ประดิษฐ์ประดอยทำอย่างสวยงามเมื่อทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว พระองค์ก็ทรงทดลองโก่งคันธนูด้วยกำลังของพระองค์ คันธนูนั้นก็ทานกำลังของพระอิศวรไม่ไหว จึงหักออกเป็นสองท่อนจึงทรงตกพระทัยและมีความเสียดายเป็นอย่างมากจึงหยิบเอาคันธนูท่อนปลายขว้างลงไปยังพื้นแผ่นดินแห่งมนุษย์ในบัดดลนั้นเองปลายธนูที่ตกลงมาถึงพื้นดินก็บังเกิดเป็นลิง ชื่อ นิลเกสรหรือชามพูวราช ขึ้นมาในบัดดลนั้นเอง ต่อจากนั้นพระอิศวรก็ยกต้นคันธนูขว้างลงไปยังแผ่นดินอีกด้วยเดชะแห่งความศักดิ์สิทธิ์ต้นธนูก็พลันบังเกิดเป็น พญาอสูรชื่อว่า เวรัมภ์
เวลาผ่านไปนานพอสมควร วานรและอสูรทั้งสองที่เกิดขึ้นจากธนูไม้ไผ่ของพระอิิศวรต่างก็ขึ้นเฝ้าพระอิศวรและบังเอิญพบกันโดยมิได้นัดหมาย ต่างก็ดีใจที่ได้พบกันในฐานะที่มีกำเนิดมาจากแหล่งเดียวกัน ทั้งวานรและอสูรก็มีความสัมพันธ์เสมือนหนึ่งว่าเกิดมาจากพ่อแม่เดียวกัน นานๆมาพบกันจึงดีใจเป็นของธรรมดา
องค์พระอิศวรผู้เป็นเจ้าได้ทรงทำนายเหตุการณ์ล่วงหน้าว่า ต่อไปวานรกับอสูรจะต้องเกิดการสู้รบกัน แต่แล้วฝ่ายวานรจะต้องเป็นฝ่ายมีชัย เพราะเกิดมาจากคันธนูท่อนปลาย ส่วนอสูรจะต้องพ่ายแพ้ก็เนื่องว่าเกิดจากโคนธนูนั่นเอง ในกาลต่อมาพระนารายณ์อวตารลงไปบังเกิดเป็นพระราม นิลเกสรหรือชามพูวราช จึงเป็นพลลิงของพระราม ส่วนเวรัมภ์จอมอสูรจึงตกเข้าไปอยู่ในกลุ่มของทศกัณฑ์แห่งเมืองลงกา ในที่สุดก็ทำสงครามกัน ยักษ์แพ้ ลิงชนะ ตรงตามคำพยากรณ์ทุกประการ
ส่วนไม้ไผ่ที่พระฤๅษีนำเอามาถวายพระอิศวรได้ทำเป็นคันธนูนั้น ต่อมาก็ได้ตั้งชื่อต้นไผ่ชนิดนั้นว่าไผ่ษีสุข หรือ ไผ่ฤๅษีสุข ด้วยสาเหตุที่พระฤๅษีสุขวัฒน์เป็นผู้พบและนำมา เลยใช้ชื่อของพระฤๅษีนั้นเป็นชื่อไม้ไผ่นั้นไปเลย.พระฤๅษีสุขวัฒน์ สวมชฎาดอกลำโพงสีอิฐแดง
หนังสืออ้างอิง : ตำนานพระฤๅษีของ อ. จีนประดิษฐ์
- พระฤๅษีพรหมบุตร
- พระฤๅษีพรหมประทาน
- พระฤๅษีพรหมปรเมศฎ์
- พระฤๅษีพรหมประสิทธิ์
- พระฤๅษีพรหมนิมิตร
- พระพรหมฤๅษีวิสิษฐ์
- พระฤๅษีตาทิพย์
- พระฤๅษีอิศวร
- พระฤๅษีพรหมมินทร์
- พระฤๅษีตาไฟ
- พระฤๅษีไชมินี
- พระฤๅษีมารกัณเฑยะ
- พระฤๅษีวยาสมุนี
- พระฤๅษีพรหมโลก
- พระฤๅษีพรหมโลกา
- พระฤๅษีเพชรฉลูกัณฑ์
- พระฤๅษีประโคนธรรพ
- พระฤๅษีปัญญาสด
- พระฤๅษีอังคต
- พระฤๅษีอรรคต
- พระฤๅษีหิมพานต์
- พระฤๅษีทุรวาส
- พระฤๅษีนนทิ
- พระฤๅษีรามเทพมุนี
- พระฤๅษีสิงหล
- พระฤๅษีสุขวัฒน์
- พระฤๅษีปรเมศ
- พระฤๅษีกาศยปมุนี
- พระโคดมพรหมฤๅษี
- พระฤๅษีพรหมจักร
- พระฤๅษีสิงขรณ์
- พระฤๅษีประไลยโกฏิ
- พระฤๅษีชนกจักรวรรดิ
- พระฤๅษีนาวัน
- พระมหาเทพฤๅษีเทวราตมุนี
- พระฤๅษีคิชฌกูฎ
- พระฤๅษีไพรวัน
- พระฤๅษีบรมครูพระพิลาภ(พระฤๅษีวิราธ)
- พระฤๅษีโกมุท
- พระฤๅษีสัตบงกฎ
- พระพรหมฤๅษีอคัสตยะ
- พระดาบสสินี ฤๅษีหน้ากวาง(สีดา)
- พระฤๅษีนารอด
- พระฤๅษีกาลสิทธิ
- พระฤๅษีโคศก
- ปู่ฤๅษีนารายณ์
- พระฤๅษีอัษฎง


