ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

ตำนานพระฤๅษี

พระฤๅษีชนกจักรวรรดิ

พระฤๅษีองค์นี้เป็นกษัตริย์แห่งนครมิถิลา ก็คือ ท้าวชนก นั่นเอง ได้สละสมบัติออกมาบำเพ็ญพรตอยู่ในป่าวันหนึ่งเมื่อพระฤๅษีออกจากฌานแล้วก็ลงไปสรงน้ำในแม่น้ำ เห็นดอกบัวใหญ่ลอยน้ำมาพระฤๅษีก็มีความสงสัยว่าดอกบัวอะไร ทำไมถุงใหญ่เช่นนั้น ด้วยไม่เคยมีและไม่เคยเห็นมาก่อนเลยจึงได้เก็บดอกบัวนั้นขึ้นมาจากน้ำ ก็เห็นผลบแก้วอยู่ในดอกบัว พระฤๅษีก็ยิ่งสงสัยมากขึ้น จึงเข้าฌานดูก็รู้ว่าในผอบนั้นมีเด็กหญิงที่มากด้วยบุญญาบารมีอยู่ในนั้น

เมื่อพระฤๅษีรู้เช่นนั้นแล้วก็เปิดผอบแก้วนั้นออก แล้วจึงอฐิษฐานจิตให้นิ้วของท่านมีน้ำนมไหลออกมา เพื่อจะได้ให้พระธิดาดื่มกิน เลี้ยงมาจนกระทั่งเห็นสมควรแล้วจึงนำเอาพระธิดานั้นไป ฝากให้พระธรณีเลี้ยงเอาไว้ ครั้นต่อมาเมื่อพระฤๅษีเบื่อจากการบำเพ็ญคิดจะกลับพระนครก็ชักชวนบริวารของท่าน ไปขุดผอบแก้วที่ฝังเอาไว้ แต่ถึงแม้จะใช้ความพยายามขุดกันสักเท่าใด ก็หาได้พบผอบแก้วนั้นไม่ เล่นเอาพระฤๅษีถึงกับเหงื่อหยดจึงต้องทำพิธีบวงสรวงขอจากเทพธิดาและพระธรณีแล้วให้คนสนิทเข้าไปในนครมิถิลา แล้วนำเอาคันไถ ออกมาทำการไถนาหาผอบแก้วต่อไป นี่แหละเป็นที่มาของคำว่าพระฤๅษีไถนา

ในที่สุดก็ได้ผอบแก้วขึ้นมาจากใต้ดินตามความต้องการ พระฤๅษีจึงประทานนามให้ว่า สีดา แปลว่าได้ขึ้นมาจากรอยไถ แล้วพระฤๅษีก็ลาเพศจากฤๅษีกลับเข้าไปครองนครมิถิลาเหมือนอย่างเดิม ในนามของท้าวชนก และสถาปนาสีดานั้น ให้เป็นราชบุตรตรีบุญธรรม แล้วจึงเลี้ยงดูอย่างเป็นสุขตลอดไป

หนังสืออ้างอิง : ตำนานพระฤๅษีของ อ. จีนประดิษฐ์

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย