ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

ตำนานพระฤๅษี

พระฤๅษีอัษฎง

พระฤๅษีพระองค์นี้ แต่แรกเป็นเทวดาอยู่ที่เทวโลก ถึงแม้ว่าจะมีความสุขด้วยสมบัติทิพย์ในทิพยสถาน ก็เห็นว่ามันไม่เป็นสิ่งจีรังยั่งยืน อันสมบัติทิพย์ทั้งหลายเหล่านั้น มิได้ทำให้หลุดพ้นไปได้เลยธรรมเท่านั้นที่จะทำให้หลุดพ้นจากทุกโลกไปได้ ไม่ต้องมาเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในวัฏฏะอีกต่อไป ถึงแม้จะเป็นเทพบุตร เทวดา ก็ยังหนีไม่พ้นกฏแห่งกรรมที่จะต้องสิ้นอายุขัยแล้วจะต้องไปเกิดเป็นอะไรในภายหน้าหรือโลกหน้า หรือชาติหน้าก็ยังคาดคะเนกันไม่ได้ ก็เพราะว่าไม่มีฌานวิเศษที่จะรำลึกชาติได้หรือมองเห็นในอนาคตกาลเบื้องหน้าได้ดังนั้นจึงทำให้เทพบุตรองค์นี้เบื่อในความเป็นอยู่ทั่วๆไปแล้วเทพบุตรองค์นี้ก็เหาะลงมาอยู่ในป่าหิมพานต์ หาทำเลที่เหมาะที่สุดเนรมิตอาศรมขึ้นมา แล้วจึงมุ่งมั่นบำเพ็ญตบะธรรมตั้งแต่บัดนั้นมาไม่ยอมกลับขึ้นไปบนสวรรค์อีกเลย ด้วยดวงจิตที่แน่วแน่และ
ขยันหมั่นเพียร เคร่งอยู่ในฌานบารมีธรรมเป็นเวลานานถึงพันปี จึงได้บรรลุธรรมวิเศษ มีความสามารถทั้งด้านอิทธิฤทธิ์และก็มากด้วยบารมี แต่ถึงกระนั้นก็ยังมิเพียงพอกับความต้องการ ท่านยังสร้างบารมีท่านด้วยการช่วยเหลือเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แด่บรรดาสรรพสัตว์และมวลมนุษย์ ตลอดจนกระทั่งพระฤๅษีชีพราหมณ์ในป่า ถ้าหากว่าท่านพบว่าูใดได้รับทุกข์หรือมีความเดือดร้อนใดๆแล้ว ท่านก็มักยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือเสมอ ด้วยการรับเอาภาระหน้าที่นั้นๆไปจัดการให้สำเร็จเรียบร้อยทุกครั้งไป ก็เพราะเหตุนี้เองจึงเป็นที่รู้จักและเป็นที่รักของมวลมนุษย์ และฤๅษีชีพราหมณ์หรือผู้ทรงศีลทั่วไป ชื่อเสียงของท่านก็แผ่ขยายออกไปอีกไกลแสนไกลแม้แต่สัตว์ป่าที่แสนจะดุร้ายก็ยังมีใจภักดิ์ดีต่อท่านไม่มีการมารบกวนท่านเลย ก็เพราะท่านมีเมตตาธรรมอยู่ในชั้นสูง ท่านนี้แหละคือ พระฤๅษีอัษฎงคมุนี

ถึงแม้จะเป็นเทวดามีวิมานอยู่ ก็ยังยอมเสียสละลงมาทนลำบากอยู่ตามป่าตามเขาที่เต็มไปด้วยอันตรายร้อยแปด แล้วในที่สุดท่านก็พบกับความสำเร็จสมหวังทุกประการ สมควรที่เราจะดูและเอาเป็นตัวอย่างในการปฏิบัติดีปฏิบัติชอบของท่านพระฤๅษีโคตะมะและพระฤๅษีโคบุตร

ผลสุดท้ายเหตุการณ์ในครั้งนี้ก็ล่วงรู้ไปถึงพระอิศวรผู้เป็นเจ้า ท่านจึงต้องเสด็จมาห้ามทัพ แล้วจึงสอบสวนเรื่อราวหาสาเหตุกันต่อไป ในเมื่อองค์พระอิศวรผู้เป็นเจ้าได้ทรงทราบเหตุผลต้นปลายอย่างชัดเจนแล้ว จึงตัดสินคดีลงโทษนางเทพธิดาและนางฟ้าทั้งร้อยแปดนางนั้น ให้ลงจากสวรรค์ไปสถิตถ์อยู่ตามต้นไม้ใหญ่ๆในเมืองมนุษย์ ให้กลายเป็นนางไม้ด้วยกันทั้งหมดในกลุ่มนั้น แต่ก็ยังมิเพียงพอความต้องการ จึงลงโทษพระฤๅษีโคบุตรอีกด้วย เพราะว่าเป็นต้นตอก่อให้เกิดเรื่องราวขึ้นมาในครั้งนี้ด้วยเสน่ห์ที่แรงกล้า พระอิศวรผู้เป็นเจ้าจึงประกาศประกาศิตให้แยกหัวออกจากตัวไปคนละทาง จะได้ไม่เกิดเรื่องราวเช่นนี้ขึ้นมาอีก แต่ก็มิให้ตาย ยังทรงมีเมตตาในการที่ได้ถวายดอกไม้จึงเพียงแค่สั่งสอนและมิให้ผู้อื่นเอาเยี่ยงอย่าง ให้หัวของพระฤๅษีโคบุตรนั้นยังอยู่ในที่อาศรมเหมือนเดิม และมิหนำซ้ำยังได้สาปให้ตัวไปอยู่ในถ้ำแห่งเขาฤษยมุกให้กลายเป็นค้างคาวอยู่ภายในถ้ำแห่งนั้น ให้ออกหากินได้แต่เพียงในเวลากลางคืน และในเวลากลางวันก็มิต้องทำอะไร ไม่ต้องออกมาทำมาหากินทั้งนั้น ให้เกาะอยู่เฉยๆ ห้อยหัวลงมาแล้วก็นอนพักผ่อนอยู่เช่นนั้นตลอดทั้งวัน เมื่อองค์พระิอิศวรผู้เป็นเจ้าทรงมีศิวะบัญชาแล้วก็เสด็จกลับสวรรค์

ท่านพระฤๅษีโคบุตรนี้มีเสน่ห์ที่ร้อนแรงมาก จนกระทั่งนักแสดงทั้งหลายโดยทั่วๆไป มักนิยมปั้นเศียรของพระฤๅษีโคบุตรนั้นเอาไว้ใช้ในการครอบ เพื่อจะเพิ่มอิทธิมงคลและมีเมตตามหานิยมให้คนดูหลงใหลใฝ่ฝันศิลปินส์ประเภทนี้ก็มี โขน ละคร ลิเก พอถึงตรงจุดนี้ ท่านผู้อ่านจะต้องร้องอ๋อ พวกลิเกเสน่ห์แรง เห็นไปที่ไหนสาวๆติดกรอ บางทีตามมาด้วยก็มี จะขอเตือนเอาไว้ให้เป็นคิดว่าบรรดาพวกศิลปินที่รูปหล่อๆน่ะ ก็เปรียบได้กับค้างคาวที่อยู่ในถ้ำ(คือตัวของพระฤๅษีโคบุตรนั่นเอง) ได้แต่ออกหากินในเวลากลางคืน ส่วนตอนกลางวันก็ห้อยหัวนอนงานการอะไรก็มักจะทำไม่เป็น เกียจคร้านในทุกวิถีทาง ได้แต่นั่งกินนอนกินเพราะว่าชันษาของเขาอย่างนั้น สำหรับผู้ที่ไปหลงรักก็จงคิดทบทวนให้ดีและก็จงระวังให้ดี บางทีคุณอาจจะไม่มีอะไรเหลืออีกเลยก็อาจจะเป็นได้

หนังสืออ้างอิง : ตำนานพระฤๅษีของ อ. จีนประดิษฐ์

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย