ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับพระไตรปิฎก

๑๐. ประวัติพระอรรถกถาจารย์

๑๐.๑ พระพุทธโฆสาจารย์

พระพุทธโฆสาจารย์ เป็นพระมหาเถระชาวอินเดีย เกิดที่บ้าน โฆสคาม เมืองพุทธคยา บิดาชื่อ เกสะ มารดาชื่อ เกสี มีชีวิตอยู่ในราว พ.ศ. ๙๐๐ – ๑๐๐๐ ก่อนบวชได้ศึกษาจนจบไตรเพท ท่านบวชเป็นภิกษุในฝ่ายเถรวาท โดยมีพระเรวตเถระเป็นพระอุปัชฌาย์ เหตุที่ได้นามว่า พุทธโฆสะ เพราะท่านมีเสียงกึกก้องเหมือนพระพุทธเจ้า ท่านได้ศึกษาพระไตรปิฎกและอรรถกถาที่มีอยู่ในชมพูทวีปแล้ว จึงได้รจนาคัมภีร์ญาโณทัย คัมภีร์อัฏฐสาลินี อธิบายคัมภีร์อภิธัมมปิฎกธัมมสังคณี เมื่อเสร็จแล้ว เริ่มรจนาคัมภีร์ปริตรตอรรถกถา ขณะนั้น พระเรวตเถระผู้เป็นพระอุปัชฌาย์ครั้นทราบแล้วจึงแนะนำว่า“ ที่ชมพูทวีปนี้ นอกจากพระไตรปิฎกแล้วไม่มีอรรถกถาเลย คำอธิบายของอาจารย์ซึ่งมีความหมายต่าง ๆ ก็ไม่มี ที่เกาะสิงหลมีอรรถกถาภาษาสิงหล ซึ่งท่านพระมหินทเถระได้อาศัยแนวทางตามที่พระพุทธองค์ทรงแสดงไว้ และท่านพระสารีบุตรเถระรวบรวมไว้ ผ่านการสังคายนามาถึง ๓ ครั้ง แล้วแปลเป็นภาษาสิงหลศึกษากันอยู่ที่เกาะสิงหล ท่านจงไปศึกษาอรรถกถาที่นั้น แล้วแปลกลับมาเป็นภาษามคธ ”

ต่อมาท่านจึงกราบลาพระอุปัชฌาย์เดินทางยังเกาะสิงหล พักอยู่ ณ สำนักสงฆ์ฝ่ายมหาวิหาร ได้ศึกษาอรรถกถาภาษาสิงหล และหลักการของเถรวาทจนหมดสิ้น อีกทั้งแน่ใจว่าเป็นคำอธิบายของพระพุทธองค์แล้ว จึงขออนุญาตจากคณะสงฆ์ฝ่ายมหาวิหาร เพื่อแปลอรรถกถาภาษาสิงหลกลับมาเป็นภาษามคธ

คณะสงฆ์ฝ่ายมหาวิหาร ต้องการทดสอบความรู้ของท่าน จึงได้มอบคาถาให้ ๒ คาถา เพื่อให้ท่านรจนาและอธิบายขยายความ ซึ่งท่านพระพุทธโฆสาจารย์ก็สามารถอธิบายได้อย่างถูกต้อง ท่านได้รจนาเรื่องย่อพระไตรปิฎกทั้งหมด และได้ตั้งชื่อคัมภีร์เล่มนี้ว่า วิสุทธิมรรค ซึ่งแปลว่า ทางแห่งความบริสุทธิ์ ถือได้ว่าเป็น คัมภีร์เล่มแรก ที่ท่านได้รจนาขึ้นในขณะที่ยังอยู่ในลังกา

เมื่อคณะสงฆ์ฝ่ายมหาวิหาร ได้เห็นปัญญาความสามารถของท่านแล้ว จึงได้อนุญาตให้ท่านแปลอรรถกถาเหล่านั้นกลับมาเป็นภาษามคธได้ตามประสงค์ ในบรรดาอรรกถาอธิบายพระไตรปิฎกที่ท่านแปลนั้น มีอรรกถาธรรมบทรวมอยู่ด้วย ในขณะที่พักอยู่ที่คันถการบริเวณ ซึ่งเป็นสถานที่เรียบเรียงคัมภีร์ เมืองอนุราธปุระ จนสามารถแปลอรรถกถาภาษาสิงหลกลับมาเป็นภาษามคธได้สำเร็จสมความตั้งใจ จากนั้นท่านจึงเดินทางกลับไปยังประเทศอินเดีย ไม่มีหลักฐานว่าท่านได้มรณภาพเมื่อใดและที่ใด

พระพุทธโฆสาจารย์ ถือได้ว่าเป็นพระอรรถกถาจารย์ชั้นนำ เป็นนักปราชญ์ในประวัติศาสตร์ของพระพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาท คัมภีร์อรรถกถาพระวินัยปิฎก อรรกถาพระสุตตันตปิฎกทั้ง ๔ นิกาย คือ ทีฆนิกาย มัชฌิมนิกาย สังยุตตนิกาย อังคุตตรนิกาย รวมทั้งขุททกนิกายบางตอน และอรรถกถาพระอภิธรรมปิฎก ล้วนเป็นผลงานของท่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกบาลีของคณะสงฆ์ไทย ตั้งแต่ชั้นต้นจนถึงชั้นสูงสุด ก็ได้อาศัยคัมภีร์ที่ท่านได้รจนาเป็นหลักสูตรในการเรียนการสอนแทบทั้งสิ้น

ผลงานการรจนาคัมภีร์ที่ใช้เป็นหลักสูตรการเรียนบาลี มีดังนี้

๑. ธัมมปทัฏฐกถา ภาคที่ ๑ – ๘

ใช้เป็นหลักสูตรการเรียนการสอนในระดับชั้น ประโยค ๑-๒ ถึง ป.ธ. ๖ ทั้งที่เป็นวิชาแปลมคธเป็นไทย และแปลไทยเป็นมคธธัมมปทัฏฐกถา เป็นคัมภีร์อธิบายบทแห่งธรรมที่พระพุทธองค์แสดงไว้แก่บุคคลต่าง ๆ ในโอกาสต่างคราวต่างวาระ พระสาวกทั้งหลายได้จดจำสืบต่อกันมา โดยวิธีมุขปาฐะ คือท่องจำด้วยปาก ทรงจำด้วยใจ จัดเป็นหมวดหมู่เมื่อคราวสังคายนาครั้งที่ ๑ จนมาจารึกเป็นลายลักษณ์อักษรลงในใบลานเมื่อคราวสังคายนาครั้งที่ ๕ ที่เกาะสิงหล เมื่อประมาณ พ.ศ. ๔๐๐ เรียกชื่อว่า คัมภีร์ธัมมปทคาถาปาลิ และมีคำอธิบายที่พระสาวกทั้งหลายได้อธิบายไว้นำสืบ ๆ ต่อกันมาจารึกไว้ด้วยภาษาสิงหล พร้อมกันกับจารึกพระไตรปิฎก ต่อมาประมาณ พ.ศ. ๙๐๐ พระพุทธโฆสาจารย์ ได้เดินทางไปยังเกาะสิงหลแล้วได้แปลคัมภีร์ธัมมปทัฏฐกถาเป็นภาษามคธ ส่วนมากเชื่อกันว่า ท่านรจนาขึ้นใหม่ในคราวนั้นเป็นครั้งแรก

คัมภีร์ธัมมปทัฏฐกถานี้ ได้มาปรากฏเป็นลายลักษณ์อักษรในประเทศไทยที่พอมีหลักฐาน ประมาณ พ.ศ. ๒๐๖๐ คือ เมื่อพระสิริมังคลาจารย์ รจนาคัมภีร์มังคลัตถทีปนี ท่านได้อ้างข้อความจากคัมภีร์ธัมมปทัฏกถา ได้รับการจารจารึกเป็นอักษรล้านนาลงในใบลานบ้าง เป็นอักษรขอมบ้าง ภายหลังได้รับการคัดลอกจากอักษรขอมเป็นอักษรไทย จัดพิมพ์เป็นเล่มหนังสือตามที่ปรากฏในสถิติการพิมพ์ประมาณ พ.ศ. ๒๔๓๙ เป็นฉบับของมหามกุฏราชวิทยาลัย และได้รับการจัดพิมพ์เรื่อยมา

๒. สมันตปาสาทิกา

ใช้เป็นหลักสูตรการเรียนการสอนวิชาแปลมคธเป็นไทย ในชั้น ป.ธ. ๖- ๗ และเป็นวิชาแปลไทยเป็นมคธ ในชั้น ป.ธ. ๘
สมันตปาสาทิกา เรียกกันสั้น ๆ ว่า สามนต์ เป็นคัมภีร์อธิบายความในพระวินัยปิฎกทั้ง ๕ คัมภีร์ กล่าวกันว่า เป็นคัมภีร์ที่ประมวลไว้ซึ่งประวัติศาสตร์ทางสังคม การเมือง ศีลธรรม ศาสนาและปรัชญาของอินเดียสมัยโบราณ พระพุทธโฆสาจารย์แต่งที่เมืองอนุราธปุระ ประเทศลังกา ประมาณ พ.ศ. ๙๒๗-๙๗๓ ในรัชสมัยพระเจ้าสิรินิวาส คือ พระมหานามะ ซึ่งมีพระนามอื่นอีกว่า พระเจ้าสิริกูฏ หรือพระเจ้าสิริกุฑฑะ ใช้เวลาแต่ง ๑ ปีจึงจบบริบูรณ์ โดยคำอาราธนาของพระพุทธสิริ พระสังฆภัทร แปลเป็นภาจีนเมื่อ พ.ศ. ๑๐๓๒

๓. วิสุทธิมรรค

ใช้เป็นหลักสูตรการเรียนการสอนวิชาแปลมคธเป็นไทย ในชั้น ป.ธ. ๘ และวิชาแปลไทยเป็นมคธ ในชั้น ป.ธ. ๙
คัมภีร์วิสุทธิมรรค เป็นการพรรณนาไตรสิกขา คือ อธิสีลสิกขา อธิจิตตสิกขา อธิปัญญาสิกขา อธิบายชี้แจงให้รู้จักศีล วิธีรักษาศีล ศีลเป็นพื้นฐานของสมาธิอย่างไร ชี้แจงให้รู้จักสมาธิ วิธีและเครื่องมือที่จะปฏิบัติให้เกิดสมาธิ สมาธิเป็นพื้นฐานของปัญญาอย่างไร ชี้แจงให้รู้จักปัญญา จะปฏิบัติให้เกิดปัญญาได้อย่างไร จัดได้ว่าเป็นคัมภีร์สำคัญในทางพระพุทธศาสนา ที่ผู้สนใจเรื่องการปฏิบัติพึงศึกษา
คัมภีร์วิสุทธิมรรคไม่มีคำไหว้ครูเหมือนคัมภีร์อื่น ๆ เพราะถือว่าเป็นอรรถกถากลางของพระสุตตันตปิฎก มีคำเริ่มต้นที่เรียกว่า นิทาน ตั้งเป็นกระทู้ แบบเรียงความแก้กระทู้ธรรม ยกเป็นนิกเขปบทแล้ววิสัชนา บอกความประสงค์ของการรจนาคัมภีร์ แสดงความหมายของคำและย่อข้อความไว้เบื้องต้น การศึกษาคัมภีร์วิสุทธิมรรคเท่ากับการศึกษาอรรถกถาพระไตรปิฎกนั่นเอง

๑๐.๒ พระสิริมังคลาจารย์

พระสิริมังคลาจารย์ เป็นพระเถระชาวเชียงใหม่ มีชีวิตอยู่ระหว่างพุทธศตวรรษที่ ๒ ประวัติของท่านมีทั้งประวัติที่ท่านเขียนไว้เอง ซึ่งปรากฏอยู่ในท้ายคัมภีร์ที่ท่านรจนาไว้ และประวัติที่เป็นตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่หลายฉบับ ซึ่งรองอำมาตย์โทชุ่ม ณ บางช้าง เป็นผู้พบคัมภีร์ใบลานและรวบรวมเขียนลงในหนังสือ นำชมจังหวัดเชียงใหม่ จากหลักฐานตามที่ปรากฏในคัมภีร์ซึ่งท่านได้รจนาไว้ ปรากฏความว่า

“ ท่านมีนามที่ได้รับการเรียกขานว่า สิริมังคละ เป็นผู้ทรงไตรปิฎก มีศรัทธา มีความรู้ความปรารถนาให้ตนและผู้อื่นมีความรู้ ได้รจนาคัมภีร์เวสสันตรทีปนี จักกวาฬทีปนี สังขยาปกาสกฎีกา ขณะที่พักอยู่ ณ วัดสวนขวัญ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของวัดพระสิงห์ ในเมืองเชียงใหม่ และได้รจนามังคลัตถทีปนี ในขณะที่พักอยู่ที่สุญญาคาร ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ไปทางทิศใต้ ในช่วง พ.ศ. ๒๐๖๐-๒๐๖๗ ในรัชกาลของท้าวลกะเจ้านครเชียงใหม่ ซึ่งเป็นนครที่มีความเจริญอย่างยิ่ง ผู้มีพระราชศรัทธาล้ำเลิศ ปรารถนาพระสัพพัญญุตญาณ เลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ด้วยประการฉะนี้ ”

เอกสารที่แสดงประวัติของท่านอีกอย่างหนึ่งเป็นคัมภีร์ใบลาน ซึ่งสันนิษฐานว่าน่าจะเขียนขึ้นภายหลังจากการมรณภาพของท่านไม่นาน รองอำมาตย์โทชุ่ม ณ บางช้าง ได้พบคัมภีร์ใบลานนี้เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๔ ที่วัดข่วงสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เขียนด้วยอักษรพื้นเมือง ลักษณะอักษรสมัยพระเมืองแก้ว ผู้เขียนชื่อว่าพระศรีวิชัย เป็นเจ้าอาวาสวัดหอพระ แต่เป็นที่น่าเสียดายว่า ปัจจุบันคัมภีร์นี้ได้สูญหายไป รองอำมาตย์โทชุ่ม ณ บางช้าง ได้เล่าประวัติพระสิริมังคลาจารย์ ตามที่กล่าวไว้ในคัมภีร์ใบลานดังกล่าวจากความทรงจำของท่านว่า

“ คัมภีร์ของพระศรีวิชัยเล่าว่า พระสิริมังคลาจารย์ เป็นชาวเชียงใหม่ นามเดิมว่า ศรีปิงเมือง โดยถือเอานิมิตในวันที่คลอด ได้เกิดพายุใหญ่จนพัดจนบ้านพังทลาย ขณะนั้นมารดาของท่านกำลังมีครรภ์แก่ ได้หลบพายุไปอาศัยอยู่ที่โคนต้นโพธิ์ใหญ่ (ไม้ศรี) ได้เกิดเจ็บครรภ์และคลอดบุตรที่โคนต้นโพธิ์นั้น บิดาจึงตั้งชื่อให้แก่บุตรว่า ศรีปิงเมือง ท่านได้บรรพชาเป็นสามเณรเมื่ออายุยังน้อยคือ ๑๓ ปี ได้ชักชวนชาวบ้านให้ช่วยกันสร้างวัดขึ้นในหมู่บ้านตำหนัก เรียกชื่อว่า วัดเวฬุวนาราม (วัดป่าไผ่) ชาวบ้านนิยมเรียกง่าย ๆ ว่า วัดไผ่เก้ากอ เพราะเหตุว่าวัดนี้ตั้งอยู่ภายในบริเวณไผ่ ๙ กอ ท่านได้จำพรรษาอยู่ที่วัดเวฬุวนารามหรือวัดไผ่เก้ากอนี้มาโดยตลอด เมื่ออุปสมบทมีฉายาว่าสิริมังคละ หลังจากอุปสมบทแล้วก็ยังจำพรรษาอยู่ที่วัดเวฬุวนารามเรื่อยมา ต่อมาพระเมืองแก้วทรงแต่งตั้งท่านให้เป็นเจ้าอาวาสวัดมหาโพธาราม (วัดเจ็ดยอด) ทั้งได

ถวายสมณศักดิ์ให้เป็นที่ พระสิริมังคลาจารย์ ตามฉายาเดิม ภายหลังท่านได้เป็นเจ้าวาสวัดบุปผาราม(วัดสวนดอก) จนกระทั่งมรณภาพ ”

ในมังคลัตถทีปนีระบุว่า ท่านเป็นศิษย์ของท่านพุทธวีระ ได้รับการศึกษาด้านพระไตรปิฎก อรรถกถา ฎีกาและคัมภีร์อื่น ๆ ทางพระพุทธศาสนาอย่างดีเยี่ยม นับได้ว่าเป็นนักปริยัติธรรมผู้มีความรู้แตกฉานล้ำเลิศท่านหนึ่งในสมัยล้านนา

ผลงานการรจนาคัมภีร์ที่ใช้เป็นหลักสูตรการเรียนการสอนในปัจจุบัน มีดังนี้

๑. มังคลัตถทีปนี เป็นหลักสูตรการเรียนการสอนระดับชั้น ป.ธ. ๔-๕ และ ป.ธ. ๗

มังคลัตถทีปนี ภาค ๑ เป็นหลักสูตรการเรียนการสอน วิชาแปลมคธเป็นไทยของชั้น ป.ธ. ๔ และวิชาแปลไทยเป็นมคธของชั้น ป.ธ. ๗
มังคลัตถทีปนี ภาค ๒ เป็นหลักสูตรการเรียนการสอน วิชาแปลมคธเป็นไทย ชั้น ป.ธ. ๕

มังคลัตถทีปนี เป็นหนังสืออธิบายความในมงคลสูตร หรือมงคล ๓๘ ประการ ซึ่งมงคลสูตรนั้นมาในคัมภีร์ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ และคัมภีร์ขุททกนิกาย สุตตนิบาต พระสิริมังคลาจารย์รจนาขึ้นเมื่อ ปีวอก จ.ศ. ๘๘๖ (พ.ศ. ๒๐๖๗) ในรัชสมัยของพระเจ้าติลกปนัดดาธิราช หรือพระเมืองแก้ว ครองราชย์อยู่ในระหว่าง พ.ศ. ๒๐๓๙-๒๐๖๙

มังคลัตถทีปนีที่เป็นภาษาบาลีพิมพ์ด้วยอักษรไทย แบ่งออกเป็น ๒ ภาค ภาคที่ ๑ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ทรงชำระ และสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (เจริญ ญาณวรเถระ) วัดเทพศิรินทราวาส ชำระอีก ใช้เป็นหลักสูตรชั้นประโยค ป.ธ. ๔ และภาค ๒ ใช้เป็นหลักสูตรชั้นประโยค ป.ธ. ๕ ทั้ง ๒ ภาคเคยใช้เป็นหลักสูตรวิชาแปลไทยเป็นมคธ ชั้นประโยค ป.ธ. ๗ แต่ต่อมาภายหลังได้ลดลงมาเหลือเพียง ภาคที่ ๑ เท่านั้น

ลักษณะการแต่งมังคลัตถทีปนี เป็นร้อยกรองผสมร้อยแก้ว สำหรับร้อยกรองนั้น เป็นส่วนที่เป็นใจความหลัก ซึ่งยกมาจากพระไตรปิฎกโดยตรง ส่วนร้อยแก้ว เป็นการอธิบายความหมายของมงคลแต่ละข้ออย่างละเอียด พร้อมทั้งยกอุทาหรณ์ มีนิทานประกอบ มีทั้งนิทานสมัยพุทธกาล และนิทานในชาดก ใช้ภาษาที่ง่าย ๆ หลักฐานอ้างอิงทุกอย่าง ผู้รจนาบอกที่มาทุกแห่ง เช่น อรรถกถา ฎีกาและอนุฎีกา เป็นต้น ทำให้ทราบถึงที่มาของคัมภีร์ได้ทุกแห่ง แสดงให้เห็นภูมิปัญญาอันเลิศของท่านเป็นอย่างดี แม้กระทั่งนักปราชญ์ฝ่ายบาลีทั้งหลาย ต่าง ก็ยกย่องสรรเสริญคัมภีร์เล่มนี้ว่าแต่งได้ดีที่สุดเล่มหนึ่ง ผู้แต่งมีความรู้และความเชี่ยวชาญในด้านภาษาบาลี พระไตรปิฎกและอรรถกถาเป็นอย่างดี

๑๐.๓ พระอนุรุทธาจารย์

พระอนุรุทธาจารย์ เป็นชาวอินเดีย เกิดที่บ้านกาเวรี เมืองกัญจิปุระ แคว้นโจฬะ มีชีวิตอยู่ราวพุทธศตวรรษที่๑๕ เป็นพระมหาเถระรูปหนึ่งที่มีความเชี่ยวชาญพระอภิธรรม

ผลงานการรจนาคัมภีร์ที่สำคัญ มีดังนี้

๑. อภิธัมมัตถสังคหะ เป็นหลักสูตรประกอบการเรียนการสอน วิชา แปลมคธเป็นไทย ชั้นประโยค ป.ธ. ๙
กล่าวถึงคัมภีร์ อภิธัมมัตถสังคหะ พระอนุรุทธาจารย์แต่งที่วัดมูลโสมวิหาร หรือวัตตุมูลโสมวิหาร เมืองโปโลนารุวะ ประเทศลังกา ก่อน ค.ศ. ๑๐๐ ปี โดยคำอาราธนาของอุบาสกสูงศักดิ์ท่านหนึ่งนามว่า นัมพะหรือนัมปะ ผู้มีใจกรุณาปรารถนาจะอนุเคราะห์คนรุ่นหลัง ให้ได้รับความสะดวกในการเล่าเรียนปริยัติศาสนา วัดมูลโสมวิหาร หรือวัตตุมูลโสมวิหาร เป็นวัดสิงหล มีเนื้อที่ประมาณ ๖๐ ไร่ เชื่อกันว่า พระนางโสมเทวี พระราชินีของพระเจ้าวัฏฏคามินี ทรงสร้างก่อน ค.ศ. ๘๘ ปี

คัมภีร์อภิธัมมัตสังคหะนั้น มีชื่อเสียงมากในโลกวรรณกรรมแห่งอภิธรรม ได้รับการนำมาใช้เป็นแบบเรียนพระอภิธรรม ในวงการคณะสงฆ์ยุคต่อ ๆ มา ทั้งในประเทศศรีลังกา พม่า และไทย จนกระทั่งถึงปัจจุบัน สาเหตุที่คัมภีร์นี้ได้รับการยกย่อง คงเป็นเพราะคุณภาพแห่งเนื้อหาที่ผู้รจนาได้ใช้ความสามารถของท่านย่อพระอภิธรรมปิฎกทั้ง ๗ คัมภีร์ (พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๔-๔๕ รวม ๑๒ เล่ม) ซึ่งมีเนื้อหารวมกันประมาณ ๕,๐๐๐ หน้ากระดาษ เหลือเพียง ๕๙ หน้ากระดาษ เรียบเรียงอย่างเป็นระเบียบแบบแผนด้วยข้อความสั้น ๆ แต่อมความของพระอภิธรรมปิฎกได้ทั้ง ๗ คัมภีร์

๑๐.๔ พระสุมังคลาจารย์

พระสุมังคละ พระสุมังคลาจารย์ หรือ พระสุมังคลสามีเถระ ทราบแต่เพียงว่าเป็นพระเถระชาวลังกา ส่วนประวัตินอกนี้ไม่ปรากฏ ผลงานการรจนาคัมภีร์ที่สำคัญ มีดังนี้

๑. อภิธัมมัตถวิภาวินี ใช้เป็นหลักสูตรการเรียนการสอน วิชาแปลมคธเป็นไทย ชั้นประโยค ป.ธ. ๙

กล่าวถึงอภิธัมมัตถวิภาวินี เป็นวรรณกรรมสมัยกลางรุ่นหลัง คัมภีร์นี้ไทยเรียกสั้น ๆ ว่า ฎีกาสังคหะ พม่าเรียกเป็นคำสั้น ๆ ว่า วิภาวินี และเรียกชื่ออีกอย่างหนึ่งว่า ฎีกา-จอ แปลว่า ฎีกาเรืองนาม พระสุมังคละแต่งที่เมืองปุลัตถินคร คือเมืองโปโลนารุวะ ในประเทศลังกา ใช้เวลารจนาเพียง ๒๔ วัน การใช้เวลาแต่งเพียง ๒๔ วัน ฟังดูแล้วไม่น่าเป็นไปได้ แต่เมื่อได้ศึกษาดูภูมิหลังของการรจนาคัมภีร์นี้แล้วจึงทราบว่า ก่อนที่คัมภีร์นี้จะอุบัติขึ้น ได้มีคัมภีร์อธิบายอภิธัมมัตถสังคหะฉบับภาษาสิงหลชื่อว่า อภิธัมมัตถสังคหะวิตถารวรรณนา ซึ่งรจนาโดยพระสารีบุตรเถระพระอาจารย์

ของพระสุมังคลาจารย์นั่นเอง ถึงแม้คัมภีร์ที่แต่งโดยพระสารีบุตรเถระจะอธิบายอภิธรรมไว้ดีแล้ว แต่เนื่องจากคัมภีร์เป็นภาษาสิงหล พระสุมังคละจึงตัดสินใจแปลคัมภีร์นี้เป็นภาบาลีชื่อว่า อภิธัมมัตถวิภาวินี โดยท่านได้ยึดเอาคัมภีร์ของอาจารย์เป็นหลักในการรจนา กล่าวกันว่ามีอยู่หลายที่ทีเดียวที่ท่านเพียงแต่แปลจากภาษาสิงหลมาเป็นภาบาลีเท่านั้น ดังนั้น จึงไม่แปลกเลยที่ท่านจะใช้เวลาในการรจนาเพียง ๒๔ วัน ซึ่งตามปกติแล้วการรจนาคัมภีร์ที่มีเนื้อหายากเช่นคัมภีร์อภิธรรมนี้ ไม่น่าที่จะเสร็จเร็วเช่นนี้เลย

คัมภีร์อภิธัมมัตถวิภาวินี ทำหน้าที่อธิบายขยายความคัมภีร์อภิธัมมัตถสังคหะ ได้รับความนิยมจากนักอภิธรรมทั่วทุกสารทิศ เพราะนอกจากสำนวนและลีลาการรจนาคัมภีร์ของท่านเป็นมาตรฐานแล้ว ทางด้านเนื้อหาของคัมภีร์เองก็นับว่ามีสาระที่ลึกซึ้ง แต่ก็ไม่นับว่ายากจนเกินไป

๑. ความหมายของพระไตรปิฎก
๒. ประเภทของพระไตรปิฎก
๓. ความเป็นมาของพระไตรปิฎก
๔. พระเถระที่เกี่ยวข้องกับพระไตรปิฎก
๕. การสังคายนาเป็นเหตุให้เกิดพระไตรปิฎก
๖. การสวดปาติโมกข์ต่างจากการสังคายนา
๗. การนับครั้งในการทำสังคายนา
๘. ลำดับอาจารย์ผู้ทรงจำพระไตรปิฎก
๙. คำอธิบายพระไตรปิฎกอย่างย่อของพระอรรถกถาจารย์
๑๐. ประวัติพระอรรถกถาจารย์
๑๑. การชำระและจารึกกับการพิมพ์พระไตรปิฎกในประเทศไทย
๑๒. พระมหากษัตริย์ไทยกับพระไตรปิฎก

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

» ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับพระไตรปิฎก
» ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับพระวินัยปิฎก
» ความหมาย การเรียกชื่อย่อ การจัดหมวดหมู่
» ประเภทและลำดับชั้นคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนา

บรรณานุกรม

  • กลุ่มวิชาการพระพุทธศาสนาและจริยศึกษา กองศาสนศึกษา กรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ.
  • อธิบายวินัย สำหรับนักธรรมชั้นตรี. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์การศาสนา, ๒๕๔๑.
  • กองวิชาการ สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. เก็บเพชรจากคัมภีร์พระไตรปิฎก. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๔๕.
  • พระธรรมปิฎก (ป.อ. ปยุตฺโต). รู้จักพระไตรปิฎกเพื่อเป็นชาวพุทธที่แท้. กรุงเทพฯ : บริษัทสหธรรมิก จำกัด, ๒๕๔๓.
  • พระเมธีธรรมาภรณ์ (ประยูร ธมฺมจิตฺโต). การปกครองคณะสงฆ์ไทย. กรุงเทพฯ : บริษัทสหธรรมิกจำกัด, ๒๕๓๙.
  • พระราชธรรมนิเทศ (ระแบบ ฐิตญาโณ). พระวินัยปิฎกย่อ เล่ม ๑. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์มหามกุฏราชวิทยาลัย, ๒๕๔๐.
  • _______________. พระวินัยปิฎกย่อ เล่ม ๒. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์มหามกุฏราชวิทยาลัย, ๒๕๔๐.
  • พระอมรมุนี (จับ ฐิตธมฺโม ป. ๙). นำเที่ยวในพระไตรปิฎก. กรุงเทพฯ : สภาการศึกษามหามกุฏราชวิทยาลัย, ๒๕๓๕.
  • สุชีพ ปุญญานุภาพ. พระไตรปิฎก ฉบับสำหรับประชาชน. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์มหามกุฏราชวิทยาลัย, ๒๕๓๙.
  • เสถียรพงษ์ วรรณปก. คำบรรยายพระไตรปิฎก. กรุงเทพฯ : ธรรมสภา, ๒๕๔๓.
  • สมเด็จพระวันรัต (ทับ พุทฺธสิริ เปรียญ ๙). พระวินัยแปล. กรุงเทพฯ : หจก. โรงพิมพ์ชวนพิมพ์,๒๕๓๙.
  • อุทัย บุญเย็น. พระไตรปิฎกสำหรับผู้เริ่มศึกษา. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์โพธิ์เนตร, ๒๕๔๘.
  • Sayagyi U ko Lay. Guide to Tipitaka. Selangor Buddhist Vipassana Meditation Society : Selangor Malaysia, ๒๐๐๐.

» นิยาย-เรื่องสั้น
» ข้อเขียน-บทความ
» บทกวี
» สารคดี-ท่องเที่ยว

» การแพทย์แผนโบราณ
ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแห่งกรุงศรีอยุธยา ได้ค้นพบบันทึกว่า มีระบบการจัดหายาที่ชัดเจนสำหรับราษฏร มีแหล่งจำหน่ายยาและสมุนไพรหลายแห่งทั้งในและ นอกกำแพงเมือง

» หลักธรรมในการอยู่ร่วมกันในสังคม
พระพุทธศาสนาได้สอนไว้ว่านักปกครองที่ดีนั้นควรมีคุณธรรม 10 ประการ เรียกว่า ทศพิธราชธรรม

» สมถะวิปัสสนา
ตามแนวพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับ (เถรวาท) ของสมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรมหาเถรเจ้า (สุก ไก่เถื่อน)

» พุทธธรรมขั้นพื้นฐาน
ไม่มีมนุษย์คนใดที่จะสามารถมีชีวิตอยู่ได้ลำพังตนเองโดยไม่ติดต่อสัมพันธ์กับคนอื่น เพราะการดำรงชีวิตอยู่ของคนเราจำเป็นจะต้องพึ่งพาอาศัยกันและกัน

» พระสูตรของท่านเว่ยหลาง
สูตรของท่านเว่ยหล่างล้วนแต่เป็นเรื่องของการใช้ปัญญาเพื่อค้นหาหนทางแห่งความเป็นพุทธะ และเพื่อความหลุดพ้นไปจากเครื่องร้อยรัดทั้งปวงในโลกนี้

» พุทธศาสนสุภาษิต
สุภาษิตที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงดำรัสไว้ ซึ่งมีคุณค่าสูงส่ง สามารถใช้ได้ทั้งเป็นแนวทางดำเนินชีวิต เตือนใจ หาคำตอบที่ดีสำหรับปัญหาที่สงสัย

» โอวาทสี่ของเหลี่ยวฝาน
แบบฉบับในการประพฤติดี ปฏิบัติชอบ เพื่อหยุดยั้งกระแสแห่งวัฒนธรรมตะวันตกและอนุรักษ์ความเป็นคนจีนดั้งเดิม

สติ๊กเกอร์ไลน์
-สนับสนุนผลงาน
รายได้สมทบทุนยังชีพหลังเกษียณ-