เทคโนโลยี นวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ วิศวกรรม เกษตรศาสตร์ >>

มลพิษจากฟาร์มเลี้ยงสัตว์

มลพิษทางกลิ่น

กลิ่น หมายถึง สิ่งที่สามารถกระตุ้นระบบการรับรู้กลิ่น (Olfactory System) สารเคมีหรือก๊าซแต่ละชนิดจะมีกลิ่นแตกต่างกัน มนุษย์สามารถรับรู้กลิ่นได้มากกว่า 10,000 ชนิด การได้กลิ่นของมนุษย์เกิดจากการสูดหายใจเอาอากาศที่ปะปนด้วยสารระเหยชนิดต่างๆ เข้าสู่ทางเดินหายใจ และผ่านไปยังบริเวณประสาทรับกลิ่นที่เรียกว่า Regio Olfactoria ที่มีสารระเหยชนิดต่างๆ จะถูกดูดซับโดยเยื่อบุขนเล็กๆ ในบริเวณเยื่อบุจะส่งสัญญาณไปยังตัวรับกลิ่น (Olfactory receptors) จากนั้นตัวรับกลิ่นจะส่งสัญญาณต่อไปยังสมองเพื่อแปลผลกลิ่นที่ได้รับอีกครั้ง

โดยปกติจมูกของมนุษย์จะสามารถตรวจจับและแยกแยะกลิ่นได้ แม้ว่าจะมีความเข้มข้นของสารที่ทำให้เกิดกลิ่นอยู่ในปริมาณน้อยหรือต่ำกว่าที่เครื่องก๊าซโครมาโตกราฟ (Gas Chromatorgraph) ตรวจวัดได้ก็ตาม ดังนั้น ค่าความเข้มขั้นต่ำสุดของก๊าซที่มนุษย์เริ่มรับรู้กลิ่น ซึ่งเรียกว่า "Odor Threshold Values" (OTV) จึงมีค่าต่ำกว่าค่าความเข้มข้นที่ต่ำที่สุดที่สารหรือก๊าซนั้นจะเริ่มเป็นอันตรายต่อมนุษย์ซึ่งเรียกว่า "Lowest Toxic Values" (LTV) และโดยทั่วไปค่า OTV จะต่ำกว่า ค่า LTV อย่างน้อย 500 เท่า

แหล่งกำเนิดกลิ่น

แหล่งกำเนิดกลิ่นที่สำคัญภายในฟาร์มสัตว์ ประกอบด้วย โรงเรือนสัตว์ ลานตากมูล ระบบบำบัดน้ำเสีย และบริเวณโดยรอบของฟาร์ม

มาตรการในการจัดการเพื่อลดผลกระทบด้านกลิ่นสำหรับแต่ละแหล่งกำเนิดกลิ่น มีดังนี้

1) ภายในโรงเรือนสัตว์

แหล่งกำเนิดกลิ่นที่อยู่ภายในโรงเรือนสัตว์ ได้แก่
- พื้นและผนังของโรงเรือนที่เปียกชื้นและเปรอะเปื้อนด้วยมูลสัตว์
- ตัวสัตว์ที่เปรอะเปื้อนด้วยมูลสัตว์
- อาหารที่เสียหรือขึ้นราแล้ว
- ฝุ่นจากอาหารและตัวสัตว์
- ซากสัตว์ที่ตายแล้ว

  • สิ่งที่ฟาร์มต้องปฏิบัติในการลดผลกระทบด้านกลิ่นที่เกิดจากโรงเรือนสัตว์ คือ
    - เก็บกวาดมูลสัตว์ออกจากพื้นคอกอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เช้าและบ่าย
    - ชำระล้างคอกอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยทุก 2 วัน และหลังใช้ น้ำล้างพื้นคอกแล้ว ต้องกวาดพื้นให้แห้งอย่าให้มีน้ำนอง
    - กรณีที่ใช้ระบบ flushing นำสิ่งขับถ่ายออกจากใต้พื้นคอก ให้ใช้น้ำชำระล้างอย่างน้อยทุก 2 วัน
    - ใช้ระบบให้น้ำแบบอัตโนมัติชนิดหัวจุ๊บเพื่อป้องกันการหกเลอะเทอะทำให้พื้นคอกชื้นแฉะ
    - จัดให้ที่ให้อาหารอยู่สูงจากพื้นคอก และอยู่ในส่วนท้ายสุดของคอกเพื่อป้องกันสัตว์ทำหกเลอะเทอะพื้น
    - นำอาหารที่เสียแล้วออกจากคอกทันที
    - นำสัตว์ที่ตายแล้วออกจากคอกและนำไปกำจัดด้วยวิธีที่เหมาะสมในทันที
    - ทำให้ภายในโรงเรือนมีการระบายอากาศที่ดี และมีอากาศบริสุทธิ์ในปริมาณที่เพียงพอกับความต้องการของสัตว์

2) ระบบบำบัดน้ำเสีย

ระบบบำบัดน้ำเสียของฟาร์มส่วนใหญ่เป็นระบบบ่อหมักซึ่งเป็นระบบบ่อเปิด ซึ่งในกระบวนการย่อยสลายสารอินทรีย์ของจุลินทรีย์ในบ่อจะเป็นปฏิกิริยาที่ไม่ใช้ออกซิเจน ก๊าซที่เป็นผลลัพธ์จากปฏิกิริยานี้จะเป็นก๊าซมีเทน และก๊าซที่ไม่มีกลิ่นอื่นๆ เป็นส่วนใหญ่ แต่หากขาดการดูแลควบคุมระบบให้มีประสิทธิภาพแล้ว ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นภายในบ่อจะเป็นไปอย่างไม่สมบูรณ์ ซึ่งก๊าซที่เกิดขึ้นจะเป็นก๊าซที่มีกลิ่น เช่น ก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ หรือก๊าซไข่เน่าขึ้นแทน ดังนั้น ในกรณีของฟาร์มที่ใช้วิธีเก็บกักน้ำเสียไว้ในบ่อ โดยไม่ดูแลรักษาจะทำให้บ่อน้ำเสียกลายเป็นแหล่งกำเนิดกลิ่นที่สำคัญ
สำหรับวิธีการจัดการเพื่อลดผลกระทบทางด้านกลิ่นจากระบบบำบัด น้ำเสียของฟาร์มสัตว์ มีดังนี้
- ควบคุมปริมาณน้ำเสียที่จะนำไปบำบัดให้เป็นไปตามขีดความสามารถในการบำบัดของระบบ
- แยกมูลสัตว์ออกจากน้ำเสียก่อนนำไปยังระบบบำบัดเพื่อป้องกัน การตื้นเขินของบ่อและป้องกันปริมาณความสกปรกที่มากกว่าความสามารถในการบำบัดของระบบ
- ควบคุมการทำงานของระบบบำบัดน้ำเสียเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพที่ออกแบบไว้

3) ลานตากมูลสัตว์

ฟาร์มสัตว์ส่วนใหญ่ จะใช้วิธีเก็บกวาดมูลสัตว์ออกจากพื้นคอกแล้วนำไปตากแดดให้แห้งบนลานตากมูลของฟาร์ม ซึ่งมักเป็นลานพื้นคอนกรีต แต่ในระหว่างการตากแห้งนี้จะมีการปลดปล่อยก๊าซที่มีกลิ่นหลายชนิด สำหรับมาตรการในการลดผลกระทบทางด้านกลิ่นจากลานตากมูลสัตว์ มีดังนี้
- กระจายมูลให้มีความหนาบนพื้นน้อยที่สุด เพื่อให้แห้งโดยเร็วที่สุด
- เก็บกวาดมูลสัตว์ที่แห้งแล้วออกจากพื้นทันที และดูแลไม่ให้มูลสัตว์เปียกฝนในระหว่างตากแห้ง
- กรณีที่มีระบบบำบัดน้ำเสียเป็นแบบไบโอแก๊ส ให้นำมูลสัตว์มาบำบัดร่วมกับน้ำเสียในระบบไบโอแก๊ส

4) บริเวณโดยรอบฟาร์ม

นอกจากการจัดการที่แหล่งกำเนิดกลิ่นแล้ว การจัดการบริเวณโดยรอบฟาร์มเพื่อช่วยให้มีการกระจายของกลิ่นอย่างรวดเร็ว และช่วยลดระดับความรุนแรงของกลิ่นก่อนระบายออกสู่ภายนอกฟาร์ม ยังมีบทบาทสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อการควบคุมความเข้มข้นของกลิ่นที่ริมรั้ว สำหรับสิ่งที่ฟาร์มต้องปฏิบัติเพื่อให้ค่าความเข้มข้นกลิ่นบริเวณริมรั้วเป็นไปตามมาตรฐาน ดังนี้
- ปลูกต้นไม้ล้อมรอบโรงเรือนเพื่อช่วยในการกรองสารมลพิษและฝุ่นจากโรงเรือนสัตว์ซึ่งจะช่วยลดความเข้มข้นของกลิ่นได้ในระดับหนึ่ง
- จัดให้มีแนวกันชนหรือ buffer zone ระหว่างแหล่งกำเนิดกลิ่นของฟาร์มกับแนวรั้วของฟาร์มเพื่อลดความเข้มข้นของกลิ่นที่ริมรั้ว สำหรับความกว้างของ buffer zone ให้พิจารณาตามความเหมาะสมกับความเข้มข้นของกลิ่นที่ต้องการลด ซึ่งขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของกลิ่นที่ถูกปลดปล่อยออกจากแหล่งกำเนิดกลิ่นนั่นเอง

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

» นิยาย-เรื่องสั้น
» ข้อเขียน-บทความ
» บทกวี
» สารคดี-ท่องเที่ยว

» การแพทย์แผนโบราณ
ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแห่งกรุงศรีอยุธยา ได้ค้นพบบันทึกว่า มีระบบการจัดหายาที่ชัดเจนสำหรับราษฏร มีแหล่งจำหน่ายยาและสมุนไพรหลายแห่งทั้งในและ นอกกำแพงเมือง

» หลักธรรมในการอยู่ร่วมกันในสังคม
พระพุทธศาสนาได้สอนไว้ว่านักปกครองที่ดีนั้นควรมีคุณธรรม 10 ประการ เรียกว่า ทศพิธราชธรรม

» สมถะวิปัสสนา
ตามแนวพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับ (เถรวาท) ของสมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรมหาเถรเจ้า (สุก ไก่เถื่อน)

» พุทธธรรมขั้นพื้นฐาน
ไม่มีมนุษย์คนใดที่จะสามารถมีชีวิตอยู่ได้ลำพังตนเองโดยไม่ติดต่อสัมพันธ์กับคนอื่น เพราะการดำรงชีวิตอยู่ของคนเราจำเป็นจะต้องพึ่งพาอาศัยกันและกัน

» พระสูตรของท่านเว่ยหลาง
สูตรของท่านเว่ยหล่างล้วนแต่เป็นเรื่องของการใช้ปัญญาเพื่อค้นหาหนทางแห่งความเป็นพุทธะ และเพื่อความหลุดพ้นไปจากเครื่องร้อยรัดทั้งปวงในโลกนี้

» พุทธศาสนสุภาษิต
สุภาษิตที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงดำรัสไว้ ซึ่งมีคุณค่าสูงส่ง สามารถใช้ได้ทั้งเป็นแนวทางดำเนินชีวิต เตือนใจ หาคำตอบที่ดีสำหรับปัญหาที่สงสัย

» โอวาทสี่ของเหลี่ยวฝาน
แบบฉบับในการประพฤติดี ปฏิบัติชอบ เพื่อหยุดยั้งกระแสแห่งวัฒนธรรมตะวันตกและอนุรักษ์ความเป็นคนจีนดั้งเดิม

สติ๊กเกอร์ไลน์