ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

ปรมนุตรสุญญตา

ว่างหมด คือ ปรมนุตรสุญญตา
อะไรว่างหมด กาย ว่างหมด
เวทนา ว่างหมด
จิต ว่างหมด
ธรรมชาติ ว่างหมด

มีสติเห็นกายในกายว่า กายนี้ ไม่ใช่สัตว์ บุคคล ตัวตน เรา เขา แค่นี้เรียกว่า ตำราด้วน ต้องต่อไปว่า กายเป็น อนิจจํ อนตฺตา เป็นสุญญตา ว่างจากตัวตน

มีสติเห็นเวทนาในเวทนาว่า เวทนานี้ ไม่ใช่สัตว์ บุคคล ตัวตน เรา เขา เพราะเวทนาเป็น อนิจจํ อนตฺตา เป็นสุญญตา ว่างจากตัวตน

มีสติเห็นจิตในจิตว่า จิตนี้ ไม่ใช่สัตว์ บุคคล ตัวตน เรา เขา เพราะจิตเป็น อนิจจํ อนตฺตา เป็นสุญญตา ว่างจากตัวตน

มีสติเห็นธรรมในธรรมว่า ธรรมนี้ ไม่ใช่สัตว์ บุคคล ตัวตน เรา เขา เพราะธรรมเป็น อนิจจํ อนตฺตา เป็นสุญญตา ว่างจากตัวตน

การเห็นจิตในจิตนี้ ต้องมอบจิตให้เป็นสมบัติธรรมชาติเสีย อย่าเอาจิตมาเป็นตัวกูอย่างเด็ดขาด แล้วจึงจะเห็นธรรม เห็นธรรมแล้วก็ไม่ใช่ยึดถืออีก เห็นธรรมก็ปล่อยธรรมอีก สพฺเพ ธมฺมมา นาลํ อภินิเวสาย แปลว่า ธรรมหรือสิ่งทั้งปวงก็ต้องปล่อย ไปยึดมั่นถือมั่นไม่ได้

เห็นกายปล่อยกาย ให้ไปดูรายละเอียดในอานาปานสติ ในทำวัตรแปล เล่ม 2 ของสวนโมกข์
รู้กาย เห็นกาย ปล่อยกาย
เห็นเวทนา ปล่อยเวทนา

เห็นจิต รู้จักจิต ปล่อยจิต คือ อย่าเอาจิตมาเป็นเรา มาเป็นตัวกู มอบจิตให้ธรรมชาติเสีย แล้วจิตนั้นจะเป็นจิตที่มีสติปัญญา จึงขึ้นขั้นที่สี่ คือ
จิตที่ถูกปล่อยนั้น เป็นธรรม เมื่อเป็นธรรมแล้ว จิตนั้นก็เห็นธรรมชาติทั้งหมด ทั้งภายในภายนอก ทั้งจิตทั้งกาย ทั้งตา หู ฯลฯ ทั้งรูป เสียง ฯลฯ ทั้งวิญญาณหก ทั้งผัสสะหก ทั้งเวทนาหก ว่า เป็นอนิจจํ อนตฺตา เป็นสุญญตา ว่างจากตัวตนหมด

ที่เรียกว่าเห็นธรรมนั้น คือ จิตเป็นธรรม กลายเป็นธรรม เมื่อจิตกลายเป็นธรรม ก็เห็นธรรม คือ
1. อนิจฺจานุปัสสี เห็นความไม่เที่ยงเป็นปกติ
2. วิราคานุปัสสี เห็นความจางคลายจากราคะเป็นปกติ หรือเกิด นิพฺพิทา คือ ความเบื่อหน่ายเป็นปกติ
3. นิโรธานุปัสสี เห็นความดับ เช่น เห็นตาดับ หูดับ ฯลฯ ใจดับ รูป เสียง ฯลฯ ดับ วิญญาณทั้งหกดับ เวทนาทั้งหกดับ แล้วไม่ยึดมั่นถือมั่นอีก
4.ปฏินิสสัคคานุปัสสี สลัดคืน คืนทั้งหมดเป็นธรรมชาติ ข้อสามเพียงคืนจิต แล้วจิตก็เป็นธรรมชาติ เป็นธรรมชาติที่ยังรู้อยู่ คือรู้ธรรม เมื่อรู้ธรรมชาติ กฎของธรรมชาติ หน้าที่เราต้องทำตามธรรมชาติ ถ้าเข้าไปยึดถือธรรมเข้าอีก จะทำให้เสียสติเป็นบ้าได้ ธรรมก็ต้องปล่อย สิ่งทั้งปวงอันใครๆ ไม่ควรเข้าไปยึดมั่นถือมั่นว่า เป็นตัวกู ของกู นี้จึงจะหมดเกลี้ยง คือปล่อยหมด ไม่เหลืออะไรไว้เลย ปล่อยกาย ปล่อยเวทนา ปล่อยจิตให้ธรรมชาติ ให้จิตเป็นธรรมชาติเสีย ธรรมดา จิตนั้นมีหน้าที่รู้ หรือแปลว่ารู้ เรียกว่า จิตพุทโธ หรือจิตรู้ จิตรู้จิตว่าเป็นธรรมชาติแล้ว ไม่ใช่จบแค่นั้น ต้องปล่อยทั้งผู้รู้ คือ จิตที่เป็นธรรมชาติตัวนั้น และปล่อยทั้งสิ่งที่ถูกรู้ คือ ธรรมชาติ ที่เรียกว่า

อนิจฺจานุปัสสี เห็นความไม่เที่ยง
วิราคานุปัสสี หรือนิพฺพิทา เห็นความเบื่อหน่าย คลายกำหนัด
นิโรธานุปัสสี เห็นความดับ ของอายตนะภายในภายนอก วิญญาณ ผัสสะ เวทนา อย่างละหก
ปฏินัสสัคคานุปัสสี คืนความรู้ที่จิตที่เป็นธรรมชาติแล้ว เข้าไปรู้ คืนหมด อย่าให้มีอะไรเหลืออีก แม้เพียงนิดเดียว เรียกว่า ปรมานุตรสุญญตา ว่างหมด ดับหมด ดับไม่เหลือ

พระโสดาบัน พระสกิทาคามี พระอนาคามี ดับไม่หมด พรพุทธเจ้าหรือพระอรหันต์เท่านั้นที่จะถึง ปรมานุตรสุญญตา ดับหมดๆๆๆ แล้วจิตของท่านก็ภาวนาอยู่กับคำว่า ว่างหมด ว่างหมด เป็นปกติอย่างนั้น อะไรเข้ามาก็ว่างหมด จะเข้ามาทางไหนก็ว่างหมด พระอรหันต์อยู่กับสติปัญญาที่ว่างหมด คือ ว่างจากอารมณ์ทั้งหมด เพราะเห็นอารมณ์นั้น เป็น อนิจจํ อนตฺตา เป็นสุญญตา ว่างหมด พระพุทธเจ้าพระองค์ก็อยู่กับสุญญตาวิหาร ว่างหมดเช่นเดียวกัน

ญาติโยมที่สนใจในการปฏิบัติ รีบปฏิบัติเข้า อย่ามัวรอช้าอยู่ อย่าติดนั่นติดนี่ ติดจนกระทั่งอาจารย์ อย่าติดอะไรทั้งนั้น ปลดปล่อยออกให้หมด เอาอานาปานสติ เอาสติปัฏฐานสี่ เอา ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เอาอายตนะภายใน ภายนอก วิญญาณ ผัสสะ เวทนานั้นแหละ เป็นวัตถุดิบ เอาอนิจจํ อนตฺตา มาพิสูจน์ แล้วจะเห็นสุญญตาเอง ทำคือการปฏิบัติให้ต่อเนื่อง ทั้งในอิริยาบถ ยืน เดิน นั่ง นอน จะนั่งรถเมล์ รถไฟ เครื่องบิน นอนบนที่นอนตรงไหน ก็ปฏิบัติตรงนั้น กินอาหาร เคี้ยวอาหาร อาบ ถ่าย ล้าง ทุกอย่าง ให้เอาองค์ภาวนาไว้ภายใน ในไม่ช้า ก็จะเกิดตัวรู้ขึ้นมาเอง รู้ธรรมนั้น ก็อย่ารู้มาเป็นกูผู้รู้อีก รู้ปล่อยรู้ จึงจะหมดกันได้
วันนี้ขอจบเท่านี้ก่อน อ่านให้หลายเที่ยว แล้วจะได้เข้าใจ และการปฏิบัติก็ไม่ยากเหมือนที่คิด

ด้วยรักและเมตตา
จาก พระครูวินัยธร มหาทรงศักดิ์ วิโนทโก
4 พฤศจิกายน 2551

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

» นิยาย-เรื่องสั้น
» ข้อเขียน-บทความ
» บทกวี
» สารคดี-ท่องเที่ยว

» การแพทย์แผนโบราณ
ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแห่งกรุงศรีอยุธยา ได้ค้นพบบันทึกว่า มีระบบการจัดหายาที่ชัดเจนสำหรับราษฏร มีแหล่งจำหน่ายยาและสมุนไพรหลายแห่งทั้งในและ นอกกำแพงเมือง

» หลักธรรมในการอยู่ร่วมกันในสังคม
พระพุทธศาสนาได้สอนไว้ว่านักปกครองที่ดีนั้นควรมีคุณธรรม 10 ประการ เรียกว่า ทศพิธราชธรรม

» สมถะวิปัสสนา
ตามแนวพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับ (เถรวาท) ของสมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรมหาเถรเจ้า (สุก ไก่เถื่อน)

» พุทธธรรมขั้นพื้นฐาน
ไม่มีมนุษย์คนใดที่จะสามารถมีชีวิตอยู่ได้ลำพังตนเองโดยไม่ติดต่อสัมพันธ์กับคนอื่น เพราะการดำรงชีวิตอยู่ของคนเราจำเป็นจะต้องพึ่งพาอาศัยกันและกัน

» พระสูตรของท่านเว่ยหลาง
สูตรของท่านเว่ยหล่างล้วนแต่เป็นเรื่องของการใช้ปัญญาเพื่อค้นหาหนทางแห่งความเป็นพุทธะ และเพื่อความหลุดพ้นไปจากเครื่องร้อยรัดทั้งปวงในโลกนี้

» พุทธศาสนสุภาษิต
สุภาษิตที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงดำรัสไว้ ซึ่งมีคุณค่าสูงส่ง สามารถใช้ได้ทั้งเป็นแนวทางดำเนินชีวิต เตือนใจ หาคำตอบที่ดีสำหรับปัญหาที่สงสัย

» โอวาทสี่ของเหลี่ยวฝาน
แบบฉบับในการประพฤติดี ปฏิบัติชอบ เพื่อหยุดยั้งกระแสแห่งวัฒนธรรมตะวันตกและอนุรักษ์ความเป็นคนจีนดั้งเดิม

สติ๊กเกอร์ไลน์
-สนับสนุนผลงาน
รายได้สมทบทุนยังชีพหลังเกษียณ-