ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

พุทธธรรมขั้นพื้นฐาน

วันสำคัญทางพระพุทธศาสนากับพิธีสำคัญทางพระพุทธศาสนา
ความสำคัญของพระพุทธศาสนาที่มีต่อสังคมไทย
การนับถือพระพุทธศาสนาของชาวไทย
พระมหากษัตริย์ไทยกับพระพุทธศาสนา
พระพุทธศาสนาในฐานะเป็นเอกลักษณ์และมรดกของชาติไทย
การปฏิบัติตนในฐานะพุทธมามกะ

พระมหากษัตริย์ไทยกับพระพุทธศาสนา

6

สมัยกรุงศรีอยุธยา

กรุงศรีอยุธยาก็เคยตกอยู่ใต้อิทธิพลของขอมมาก่อน เช่นเดียวกับกรุงสุโขทัย เพราะฉะนั้นประชาชนจึงนับถือพระพุทธศาสนาลัทธิมหายานเป็นส่วนมาก ต่อมาเมื่อกรุงสุโขทัยซึ่งเป็นราชธานีของไทยได้หันไปนับถือพระพุทธศาสนาลัทธิลังกาวงศ์ กรุงศรีอยุธยาซึ่งอยู่ในอำนาจของกรุงสุโขทัยก็พลอยหันไปนับถือพระพุทธศาสนาลังกาวงศ์ด้วย ครั้นเมื่อกรุงสุโขทัยหมดอำนาจลง และกรุงศรีอยุธยากลายเป็นราชธานีขึ้นมาแทน พระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ก็ทรงเลื่อมใสในลัทธิลังกาวงศ์นี้ทั้งสิ้น ดังนั้น พระพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาทลัทธิลังกาวงศ์ จึงได้เจริญรุ่งเรืองอยู่ในกรุงศรีอยุธยาสืบมา

การปกครองของคณะสงฆ์สมัยกรุงศรีอยุธยาก็เช่นเดียวกับสมัยสุโขทัย และยังคงมีพระภิกษุไทยออกไปศึกษาพระพุทธศาสนาในลังกาวงศ์เนื่อง ๆ ความสัมพันธ์ในทางศาสนาระหว่างไทยกับลังกาจึงคงมีต่อกันตลอดมา พระสงฆ์ไยก็มีศีลาจารวัตรงดงามเป็นที่น่าเลื่อมใส

ในรัชสมัยพระบรมไตรโลกนาถ ได้เสด็จออกทรงผนวชเป็นพระภิกษุ ณ วัดจุฬามณีเมืองพิษณุโลก ถึง ๘ เดือน วรรณกรรมทางศาสนาในแผ่นดินนี้ที่ปรากฏชื่อเสียง คือ “มหาชาติคำหลวง” ซึ่งพระบรมไตรโลกนาถโปรดให้ประชุมนักปราชญ์ราชบัณฑิตแต่งขึ้น เป็นเรื่องของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเมื่อยังเสวยพระชาติเป็นพระโพธิสัตว์สร้างทานบารมีอยู่

ถึงรัชสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ประมาณ พ.ศ. ๒๒๙๖ ในลังกาทวีปเกิดการจลาจลจนเสื่อมสิ้นสมณวงศ์เสียเมืองแก่พวกทมิฬ ต่อมาพระเจ้ากิตติศิริราชสีห์ทรงกอบกู้อิสรภาพได้ จึงได้ครองราชสมบัติสืบมา พระองค์ทรงมีพระประสงค์ที่จะตั้งสังฆมณฑลขึ้นอย่างเดิม จึงได้ส่งราชทูตมายังประเทศไทย ขอพระมหาเถระกับคณะสงฆ์ไปตั้งสมณวงศ์ในลังกาทวีป พระเจ้าอยู่หัวบรมโกศจึงได้ทรงโปรดให้พระราชาคณะ ๒ รูป คือ พระอุบาลีกับพระอริยมุนี พร้อมด้วยพระสงฆ์อีก ๑๒ รูป เดินทางไปลังกาทวีป ให้การอุปสมบทแก่กุลบุตรชาวสีหฬสืบมา ฟื้นฟูสมณวงศ์ขึ้นได้ดังประสงค์คณะสงฆ์ลังกาที่บวชกับคณะสงฆ์ไทย จึงมีชื่อเรียกว่า สยามวงศ์ หรือ อุบาลีวงศ์ มาจนถึงทุกวันนี้

กรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีของไทยอยู่ ถึง ๔๑๗ ปี มีกษัตริย์ ๓๓ พระองค์ ทุกๆ พระองค์ล้วนเป็นองค์เอกอัครศาสนูปถัมภกทั้งได้ร่วมกันสร้างวัดวาอารามไว้มากมายตลอดระยะเวลาอันยาวนานของกรุงนี้ ทำให้กรุงศรีอยุธยาอุดมไปด้วยวัดวาอารามสถูปเจดีย์ พระมหากษัตริย์ ขุนนางตลอดจนราษฎรมีศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา นิยมการทำบุญตักบาตรและสร้างวัด โบสถ์ วิหาร ฯลฯ กันเป็นอันมาก ตลอดจนขนบธรรมเนียมที่ถือกันว่าลูกผู้ชายจะต้องบวชเรียนอย่างน้อย ๑ พรรษา เพื่อให้ได้รับการศึกษา อบรมจากพระศาสนาและเป็นการสนองคุณบิดามารดา ก็เกิดขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา วัดเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของคนไทย เป็นทั้งโรงเรียนให้การศึกษาอักษรศาสตร์ ตลอดจนวิชาอาชีพต่าง ๆ วัดเป็นโรงพยาบาล วัดเป็นที่ระงับคดีพิพาทของชาวบ้าน ฯลฯ ชีวิตของชาวไทยสมัยกรุงศรีอยุธยามีวัดและพระสงฆ์เป็นที่พึ่งทั้งทางกายและทางใจ พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองไม่แพ้สมัยสุโขทัย

<< ย้อนกลับ | หน้าถัดไป >>

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

» นิยาย-เรื่องสั้น
» ข้อเขียน-บทความ
» บทกวี
» สารคดี-ท่องเที่ยว

» การแพทย์แผนโบราณ
ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแห่งกรุงศรีอยุธยา ได้ค้นพบบันทึกว่า มีระบบการจัดหายาที่ชัดเจนสำหรับราษฏร มีแหล่งจำหน่ายยาและสมุนไพรหลายแห่งทั้งในและ นอกกำแพงเมือง

» หลักธรรมในการอยู่ร่วมกันในสังคม
พระพุทธศาสนาได้สอนไว้ว่านักปกครองที่ดีนั้นควรมีคุณธรรม 10 ประการ เรียกว่า ทศพิธราชธรรม

» สมถะวิปัสสนา
ตามแนวพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับ (เถรวาท) ของสมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรมหาเถรเจ้า (สุก ไก่เถื่อน)

» พุทธธรรมขั้นพื้นฐาน
ไม่มีมนุษย์คนใดที่จะสามารถมีชีวิตอยู่ได้ลำพังตนเองโดยไม่ติดต่อสัมพันธ์กับคนอื่น เพราะการดำรงชีวิตอยู่ของคนเราจำเป็นจะต้องพึ่งพาอาศัยกันและกัน

» พระสูตรของท่านเว่ยหลาง
สูตรของท่านเว่ยหล่างล้วนแต่เป็นเรื่องของการใช้ปัญญาเพื่อค้นหาหนทางแห่งความเป็นพุทธะ และเพื่อความหลุดพ้นไปจากเครื่องร้อยรัดทั้งปวงในโลกนี้

» พุทธศาสนสุภาษิต
สุภาษิตที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงดำรัสไว้ ซึ่งมีคุณค่าสูงส่ง สามารถใช้ได้ทั้งเป็นแนวทางดำเนินชีวิต เตือนใจ หาคำตอบที่ดีสำหรับปัญหาที่สงสัย

» โอวาทสี่ของเหลี่ยวฝาน
แบบฉบับในการประพฤติดี ปฏิบัติชอบ เพื่อหยุดยั้งกระแสแห่งวัฒนธรรมตะวันตกและอนุรักษ์ความเป็นคนจีนดั้งเดิม