ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

พระพุทธมนต์

พระพุทธเจ้าในอดีต ๒๘ พระองค์

๑๐๑.

สัทธาธิมุตตานัง อัคโค
วักกะลิ อิติ นามะโก
ปาโมชชะพะหุโล เถโร
สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระเถระนามว่า พระวักกลิ เป็นผู้มากด้วยความปราโมทย์ เป็นเลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้มีศรัทธา ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๐๒.

ราหุโล พุทธะปุตโตปิ
สิกขากามานะมุตตะโม
ทายาโท สัพพะธัมเมสุ
มะหาสันติง กะโรตุ โน.

แม้พระเถระนามว่า ราหุละ ผู้เป็นพุทธบุตร ผู้เป็นทายาทในธรรมทั้งปวง เป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้มุ่งต่อการศึกษา ขอจงประทานความสงบอันประเสริฐ แก่พวกข้าพเจ้าเถิด

๑๐๓.

สัทธายะ ปัพพะชิตฺวานะ
รัฏฐะปาโล ปะรักกะมี
เอตะทัคเค ฐิโตเยวะ
สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระเถระนามว่า รัฏฐะปาละ ผู้มีความเพียรยิ่ง เป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้บวชด้วยศรัทธา ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๐๔.

กุณฑะธาโน มะหาเถโร
สะลากัง ปะฐะมัง คะโต
ฐะปิโตเยวะ ฐานัมหิ
สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระกุณฑธานะมหาเถระ ผู้ถึงซึ่งความเป็นที่หนึ่งในการจับสลาก จึงดำรงอยู่ในตำแหน่งที่เลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้ร่วมจับสลาก ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๐๕.

ปะฏิภาณะวันตานัมปิ
อัคโคติ พุทธะวัณณิโต
วังคีโส อะระหา เสฏโฐ
สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระอรหันต์นามว่า วังคีสะเถระ ผู้ประเสริฐ เป็นผู้ได้รับการยกย่องจากพระพุทธเจ้าว่า เป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้มีปฏิภาณกวี ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๐๖.

สะมันตะปาสาทิกานัง
อัคคัฏฐานัมหิ ฐะปิโต
อุปะเสโน วังคันตะปุตโต
สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระอุปเสนวังคันตบุตรเถระ พระศาสดาทรงตั้งไว้ในตำแหน่งผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้มีบริษัทอันน่าเลื่อมใส ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.

๑๐๗.

ทัพโพ มัลละปุตโต เถโร
เสนาสะนะปัญญาปะโก
ฐะปิโต อัคคัฏฐานัมหิ
สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระทัพพมัลละบุตรเถระ พระศาสดาทรงตั้งไว้ในตำแหน่ง ที่เลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้จัดแจงเสนาสนะ ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.

๑๐๘.
ปิลินทะวัจฉะสะมะโณ
เทวะตานัง ปิโย อะหุ
ฐะปิโต อัคคัฏฐานัมหิ
โสตถฺยาโรคฺยัง ทะทาตุ โน.

พระปิลินทวัจฉะเถระ พระศาสดาทรงตั้งไว้ในตำแหน่งที่เลิศกว่าบรรดาภิกษุทั้งหลาย ที่เป็นที่รักของเหล่าเทวดา ขอจงประทานความสวัสดี และความไม่มีโรค แก่พวกข้าพเจ้าด้วยเถิด

๑๐๙.

พาหิโย ทารุจีริโย
ขิปปาภิญญานะมุตตะโม
กะโรตุ โน มะหาสันติง
อาโรคฺยัญจะ ชะยัง สะทา.

พระพาหิยทารุจีริยะเถระ เป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้ตรัสรู้เร็ว ขอจงประทาน ความสงบอันประเสริฐ ความไม่มีโรค และชัยชนะ แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๑๐.

กุมาระกัสสะปัตเถโร
จิตตะกะถีนะมุตตะโม
มิจฉาวิตักกุปัจเฉโท
สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระกุมารกัสสปะเถระ เป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้แสดงธรรมได้อย่างวิจิตร ผู้สามารถละมิจฉาวิตกได้ ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๑๑.

ปะฏิสัมภิทาปัตตานัง
อัคคัฏฐานัมหิ ฐะปิโต
โกฏฐิโต อะระหา เสฏโฐ
สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระอรหันต์นามว่า โกฏฐิตะเถระ เป็นผู้ประเสริฐ เป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้ได้ปฏิสัมภิทา ๔ ขอจงประทานความสวัสดีแก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๑๒.

อัปปาพาโธ มะหาเถโร
อัปปาพาธานะมุตตะโม
พากุโล อะระหาชาโต
สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระพากุละเถระ ผู้เป็นพระอรหันต์ เพราะเหตุที่เป็นผู้มีอาพาธน้อย จึงเป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้มีอาพาธ น้อย ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.

๑๑๓.

ปุพเพนิวาสะเวทีนัง
อัคโคติ พุทธะวัณณิโต
โสภิโต นามะ โส เถโร
สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระเถระนามว่า โสภิตะ ผู้อันพระพุทธเจ้าทรงสรรเสริญว่า เป็นผู้เลิศ กว่าบรรดาภิกษุผู้ระลึกชาติในปางก่อนได้ ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๑๔.

มะหากัปปินัตเถโรปิ
ภิกขุโอวาทะโก อะหุ
กุสะโล โอวาทะทาเน
สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

แม้พระมหากัปปินะเถระ เป็นผู้ให้โอวาทภิกษุ เป็นผู้เลิศในการให้โอวาท ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๑๕.

ภิกขุโนวาทะกานัคโค
นันทะโก อิติ วิสสุโต
ปาเลตุ โน สะทา เถโร
โสตถิง ผาสุง กะโรตุ โน.

พระเถระนามว่า นันทกะ เป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้ให้โอวาทแก่นางภิกษุณี โปรดรักษาพวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด ขอจงประทานความสวัสดี และความผาสุกแก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๑๖.

อินทฺริเยสุ คุตตะทฺวาโร
อัคคัฏฐาเน ฐิโต อะหุ
นันทัตเถโร วะสิปปัตโต
สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระนันทะเถระ ผู้ได้วสี (ความชำนาญในการเข้า-ออกฌานสมาบัติ) เป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้สำรวมอินทรีย์ ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.

๑๑๗.

เตโชธาตุกุสะลานัง
อัคคัฏฐานัมหิ ฐะปิโต
สาคะโต นามะ โส เถโร
โสตถิง ผาสุง กะโรตุ โน.

พระเถระนามว่า สาคตะ ผู้อันพระศาสดาทรงตั้งไว้ในตำแหน่ง เป็นผู้เลิศกว่า บรรดาภิกษุผู้ฉลาดในเตโชธาตุ (เตโชกสิณ คือ กรรมฐานที่เพ่งไฟเป็นอารมณ์) ขอจงประทานความสวัสดี และความผาสุก แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๑๘.

สัญญาวิวัฏฏะกุสะโล
ปะธาโน ภาวะนาระโต
พุทธะสิสโส มะหาปันโถ
มะหาสันติง กะโรตุ โน.

พระมหาปันถกะเถระ ผู้ชำนาญในสัญญาวิวัฏฏะ (ได้แก่ วิปัสสนา) เป็นผู้มีความเพียร มีความยินดีในภาวนา เป็นศิษย์ของพระศาสดา ขอจงประทานความสงบอันประเสริฐ แก่พวกข้าพเจ้าด้วยเถิด

๑๑๙.

จูฬปันถะกัตเถโรปิ
มะโนมะยาภินิมมิโต
ฐะปิโต อัคคัฏฐานัมหิ
สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

แม้ พระจูฬปันถกะเถระ ผู้อันพระศาสดาทรงตั้งไว้ในตำแหน่งผู้เลิศกว่า บรรดาภิกษุผู้นิรมิตกายได้มาก และในตำแหน่งผู้เลิศกว่า บรรดาภิกษุผู้ฉลาดในเจโตวิวัฏฏะ (คือฉลาดในฌานสมาบัติ) ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๒๐.

ปะฏิภาเณยยะกานัง ตุ
อัคคัฏฐานัมหิ ฐะปิโต
ราโธ เถโร มะหาโสตถิง
กะโรตุ โน อะนามะยัง

พระราธะเถระ ผู้อันพระพุทธเจ้าตั้งไว้ในตำแหน่งผู้เลิศกว่า บรรดาภิกษุผู้มีปฏิภาณในคำสอนขอจงประทานความสวัสดีอันประเสริฐ และความไม่มีโรค แก่พวกข้าพเจ้าเถิด

๑๒๑.

ลูขะจีวะระธะรานัง
ภิกขูนัง อุตตะโม อะหุ
โมฆะราชะมะหาเถโร
มะหาสันติง กะโรตุ โน.

พระโมฆราชะมหาเถระ เป็นผู้เลิศกว่า บรรดาภิกษุผู้ทรงจีวรที่เศร้าหมอง (คือผ้าเก่า ผ้าเนื้อหยาบ สีเศร้าหมอง) ขอจงประทานความสงบอันประเสริฐ แก่พวกข้าพเจ้าเถิด

๑๒๒.

วิมะโล วิมะลัปปัญโญ
สุรูโป สุสะมาหิโต
ระโช นะ ลิมปะติ ขันเธ
มะหาสันติง กะโรตุ โน.

พระวิมละเถระ ผู้มีปัญญาปราศจากมลทิน ผู้มีรูปงาม ผู้มีจิตตั้งมั่น กิเลสเพียงดังธุลีไม่ฉาบทาขันธ์ห้าของท่าน ขอจงประทานซึ่งความสงบอันยิ่งใหญ่ แก่พวกข้าพเจ้าเถิด

๑๒๓.

ธัมมะปาโล มะหาปาโล
มะหาธัมมะธะโร ยะติ
มะหาขีณาสะโว โลเก
มะหาสันติง กะโรตุ โน.

พระเถระนามว่า ธัมมปาละ ผู้รักษาธรรมอันประเสริฐ ผู้ทรงไว้ซึ่งธรรมอันประเสริฐ ผู้เป็นพระมหาขีณาสพในโลก ขอจงประทานความสงบอันประเสริฐ แก่พวกข้าพเจ้าเถิด

๑๒๔.

จักขุปาโล มะหาเถโร
ปะธาโน สีละสังวุโต
ปะหิตัตโต มะหากาโย
มะหาสันติง กะโรตุ โน.

พระจักขุปาละมหาเถระ ผู้มีความเพียร ผู้สำรวมแล้วในศีล ผู้มีจิตดิ่งไปในนิพพาน ผู้มีรูปกายอันประเสริฐ ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้าเถิด

๑๒๕.

สัพพะเวระภะยาตีโต
นาระโท อาสะวักขะโย
มะหาสันติกะโร โลเก
สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระนารทะเถระ ผู้ก้าวล่วงเวรและภัยทั้งปวงแล้ว สิ้นอาสวะแล้ว กระทำความสงบอันประเสริฐในโลก ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุก เมื่อเถิด

๑๒๖.

พุทธะปูชายะ นิระโต
ชินะภัตติปะรายะโน
สัทธัมมะสะวะโน เถโร
สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระสัทธัมมสวนะเถระ ผู้ยินดีในการบูชาพระพุทธเจ้า มีความภักดีในพระพุทธ เจ้าเป็นอย่างยิ่ง ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๒๗.

ปัจฉิมะภะวะสัมปัตโต
โคตะโม ภาวะนาระโต
ราคักขะยะมะนุปปัตโต
สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระโคตมะเถระ ผู้เข้าถึงภพสุดท้ายแล้ว ยินดีในภาวนาถึงความสิ้นไปแห่งราคะ ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๒๘.

เสนาสะเนสุ สัปปายัง
ลัทธา ฌานัง สะมาระภิ
โคธิโก พุทธะฌายันโต
สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระโคธิกะเถระ เมื่อเพ่งความตรัสรู้ ได้เสนาสนะที่สัปปายะแล้ว จึงได้บำเพ็ญฌาน ท่านเป็นผู้ที่พระพุทธเจ้าทรงทำฌาปนกิจให้ในเวลาปรินิพพาน ขอจงประทาน ความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๒๙.

พุทเธ ปะสันนะมานะโส
สุพาหุ อัญชะลีกะโต
ขีณาสะโว วะสีภูโต
มะหาสันติง กะโรตุ โน.

พระสุพาหุผู้มีใจเลื่อมใสในพระพุทธเจ้า เคยกระทำอัญชลีมาแล้ว ๙๔ กัป เป็นพระอรหันต์ผู้มีความชำนาญในฌานสมาบัติ ขอจงประทานความสงบอันประเสริฐแก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๓๐.

วิปัสสะนายะ ปะสุโต
วัลลิโย สุสะมาหิโต
สะโต ฌายี วะเนวาสี
สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระวัลลิยะเถระ ผู้ขวนขวายในวิปัสสนากรรมฐาน มีจิตตั้งมั่นดีแล้ว มีสติ ได้ฌาน มีปกติอยู่ป่าขอจงประทาน ความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๓๑.

อุตติโย วินะยะธะโร
อะติกกันโต นะรามะเร
ธาเรนโต อันติมัง เทหัง
สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระอุตติยะเถระ ผู้ทรงพระวินัย ผู้เป็นจอมแห่งหมู่มนุษย์และทวยเทพ ผู้ทรงร่างกายอันมีในที่สุด (คือสำเร็จเป็นพระอรหันต์แล้ว ไม่มีการเกิดต่อไปอีก) ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๓๒.

วิมะโล วิระโชชัลโล
ชาโต ปัณฑะระเกตุนา
พิมพิสารัทธะโช เถโร
สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระวิมลโกณฑัญญะเถระ ผู้บังเกิดเป็นโอรสของพระเจ้าพิมพิสาร ผู้มีวัตรปฏิบัติอันขาวสะอาด ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๓๓.

รัมมารัญเญ วะสิตฺวานะ
ภาเวนโต กุสะลัง พะหุง
โยคักเขมะมะนุปปัตโต
สะภิโย สันติง กะโรตุ โน.

พระสภิยะเถระ ผู้อยู่ในป่าอันน่ารื่นรมย์ เจริญกุศลเป็นอเนกบรรลุพระนิพพานอันเป็นที่สิ้นไปแห่งโยคะ (คือกิเลสอันเป็นเครื่องผูกสัตว์ไว้ในสังสารวัฏ)ขอจงประทานความสงบ แก่พวกข้าพเจ้าเถิด

๑๓๔.

ปุพเพนิวาสัง ชานันโต
ทิพพะจักขุวิโสธะโน
นาคิโตระหะตัง ปัตโต
โสตถฺยาโรคฺยัง ทะทาตุ โน.

พระนาคิตะเถระ ผู้ระลึกชาติในปางก่อนได้ ผู้มีทิพจักษุอันบริสุทธิ์ บรรลุถึงความเป็นพระอรหันต์แล้ว ขอจงประทานความสวัสดี และความไม่มีโรค แก่พวกข้าพเจ้าเถิด

๑๓๕.

ปาติโมกขะมะนุปปัตโต
วิชะโยรัญญะโคจะโร
ลาภาลาภี ตะถาสังสี
สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระวิชยะมหาเถระ ผู้เข้าถึงปาติโมกข์สังวรศีล ผู้มีป่าเป็นที่โคจร ผู้มีปกติกล่าวสรรเสริญ ตามที่ตนได้ปัจจัยมา ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๓๖.

ตัณหาชะฏัง วิชะเฏตฺวา
วัฑเฒตฺวานะ วิปัสสะนัง
สังฆะรักขิโต มะหาเถโร
มะหาสันติง กะโรตุ โน.

พระสังฆรักขิตะมหาเถระ ผู้ถางรกชัฏคือตัณหา ยังวิปัสสนาให้เจริญ ขอจงประทานความสงบอันประเสริฐ แก่พวกข้าพเจ้าเถิด

๑๓๗.

อรัญญะวาสาภิระโต
ภะวะเนตติสะมูหะโต
ธัมมานัง ปาระมิปปัตโต
อุตตะโร ปาตุ โน ภะยา.

พระอุตตระเถระ ผู้ยินดียิ่งในการอยู่ป่า ผู้ถอนตัณหา อันเป็นเครื่องนำไปสู่ภพได้แล้ว บรรลุถึงฝั่งแห่งธรรมทั้งหลายคือ มรรค ผล นิพพาน ขอจงรักษาพวกข้าพเจ้าให้พ้นจากภัยเถิด

๑๓๘.

ปุพเพ ปุญญานิ กัตฺวานะ
ปุพพะโยคัง สะมาระภิ
อุสะโภระหะตัง ปัตโต
สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระอุสภะเถระ ผู้กระทำบุญทั้งหลายไว้ในกาลก่อน แล้วปรารภกรรมฐาน อันเป็นส่วนเบื้องต้นแห่งอริยมรรค บรรลุความเป็นพระอรหันต์ ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๓๙.

สะมาปัตติสะมาปันโน
ฉะฬะภิญโญ มะหิทธิโก
สิวะโก พุทธะฌายันโต
สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระสิวกะเถระ ผู้ถึงพร้อมด้วยสมาบัติ มีอภิญญาหกมีฤทธิ์มากเป็นผู้พิจารณาตัณหา ดังที่พระพุทธองค์ทรงพิจารณาขอจงประทานความสวัสดีแก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๔๐.

สัตตาริยะธะโน เถโร
ธะนิโย ธัมมะสาคะโร
วันตะสังสาระคะมะโน
สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระธนิยะเถระ ผู้มีอริยทรัพย์เจ็ดประการ ผู้เป็นดุจทะเลแห่งธรรมผู้สำรอกกิเลส อันเป็นเหตุท่องเที่ยวในสังสารวัฏได้แล้ว ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๔๑.

ปัญจักขันเธ ปะริญญายะ
ภาวะยิตฺวานะ นิพพุติง
ปัตตฺวานะ ปะระมัง สันติง
โปสิโย ปาตุ โน ภะยา.

พระโปสิยะเถระ ผู้กำหนดรู้เบญจขันธ์แล้ว เสวยอรหัตผลสมาบัติ เข้าถึงพระนิพพานอันประเสริฐ ขอจงรักษาพวกข้าพเจ้าให้พ้นจากภัยเถิด

๑๔๒.

อุปะนิสสะยะสัมปันโน
อุชชะโย พุทธะมามะโก
โลกัตถะปะสุโต เถโร
สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระอุชชยะเถระ ผู้สมบูรณ์ด้วยธรรมอันเป็นเหตุออกจากวัฏฏะ ผู้นับถือพระพุทธเจ้าเป็นอย่างยิ่ง ผู้ขวนขวายประโยชน์เพื่อชาวโลก ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๔๓.

พุทธัปปะสาทะสัมปันโน
ปัพพะชี ชินะสาสะเน
สัญชะโย นามะ โส เถโร
สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระเถระนามว่า สัญชยะ ผู้ถึงพร้อมด้วยความเลื่อมใสในพระพุทธเจ้า บวชแล้วในศาสนาของพระพุทธเจ้า ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุก เมื่อเถิด.

๑๔๔.

มารัญชะโย มะหาเถโร
รามะเณยโย มะหิทธิโก
นิพพานะนินนะจิตโต โส
สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระมหาเถระนามว่า มารัญชยะ ผู้มีฤทธิ์มาก และพระมหาเถระนามว่า รามะเณยยะ เป็นผู้มีจิตดิ่งสู่พระนิพพาน ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.

๑๔๕.

อุโภ ปาปัญจะ ปุญญัญจะ
วีติวัตโต อะนาสะโว
วีรัตเถโรระหัปปัตโต
สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระวีระเถระ ผู้ข้ามพ้นบาปและบุญทั้งสองประการแล้ว ผู้ไม่มีอาสวะ บรรลุถึงความเป็นพระอรหันต์ ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๔๖.

ปุณณะมาสะมะหาเถโร
ปังสุกูละธะโร ยะติ
ปุพพะกิจจะวิธิง กัตฺวา
มะหาสันติง กะโรตุ โน.

พระปุณณมาสะมหาเถระ เป็นผู้ทรงผ้าบังสุกุล กระทำบุพพกิจเบื้องต้นแล้ว ขอจงประทานความสงบอันประเสริฐ แก่พวกข้าพเจ้าเถิด

๑๔๗.

ปัญจะฉินโน ปัญจะชะโห
ปัญจะจุตตะริภาวะโน
ปัญจะสังคาติโค เถโร
สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระปัญจสังคาติคเถระ ผู้ข้ามพ้นกิเลสเป็นเครื่องข้อง (นิวรณ์) ๕ อย่าง ผู้ตัดโอรัมภาคิยะสังโยชน์ (สังโยชน์เบื้องต่ำ)๕อย่างได้แล้ว ผู้ละอุทธัมภาคิยะสังโยชน์ (สังโยชน์เบื้องสูง) ๕ อย่างได้แล้ว ผู้เจริญอินทรีย์ ๕ (ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา) ให้ยิ่งๆขึ้นไป ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๔๘.

ปุพเพ ราคัง วิจาเรนโต
ชินะภัตติปะรายะโน
เพลัฏฐะสีโส วังสะธะโร
สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระเพลัฏฐสีสะเถระ ผู้เคยจัดแจงการบูชายัญในกาลที่ตนเป็นฤษี ผู้ถวายความภักดีต่อพระพุทธเจ้า ผู้ทรงไว้ซึ่งวงศ์แห่งอริยะ (วงศ์แห่งอริยะคือสันโดษในจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และยินดีในการภาวนา) ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๔๙.

ปัญจุปปันนานิ อะภะโย
นิกันติ นัตถิ ชีวิเต
อะชิโต โส มะหาเถโร
มะหาสันติง กะโรตุ โน.

พระมหาเถระนามว่า อชิตะ ผู้ไม่มีความกลัวภัย ๕ อย่าง (ราชภัย โจรภัย อัคคีภัย อุทกภัย วาตภัย) ที่กำลังเกิดขึ้น ผู้ไม่มีความเยื่อใยในชีวิต ขอจงประทานความสงบอันประเสริฐ แก่พวกข้าพเจ้าเถิด

๑๕๐.

วิวัฏฏะนิสสะเย ปุญเญ
กัตฺวา สัมพุทธะภัตติมากุลลัตเถโรระหัปปัตโต
มะหาสันติง กะโรตุ โน.

พระกุลละเถระ ผู้มีความภักดีในพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ได้กระทำบุญบารมี อันมีนิพพานเป็นที่รองรับ บรรลุถึงความเป็นพระอรหันต์ ขอจงประทานความสงบอันประเสริฐ แก่พวกข้าพเจ้าเถิด

<< ย้อนกลับ | หน้าถัดไป>>

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

» นิยาย-เรื่องสั้น
» ข้อเขียน-บทความ
» บทกวี
» สารคดี-ท่องเที่ยว

» กฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร
เพื่อให้ผู้รับการฝึกศึกษาทราบถึงบทบัญญัติของกฎหมายและวิธีการปฏิบัติงาน ตามพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. ๒๔๙๗

» ปัญญาประดิษฐ์
ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) หรือ เอไอ (AI) หมายถึง ความฉลาดเทียมที่สร้างขึ้นให้กับสิ่งที่ไม่มีชีวิตเป็นสาขาหนึ่งในด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ และวิศวกรรมเป็นหลัก

» มัทนะพาธา
บทละครเรื่องมัทนะพาธาได้รับการยกย่องจากวรรณคดีสโมสรประกาศยกย่องให้เป็นหนังสือที่แต่งดีใช้คำฉันท์เป็นบทละครพูด ที่มีตัวละครและฉากสอดคล้องกับวัฒนธรรมภารตะโบราณ

» คู่มือพระสังฆาธิการ
ส่วนหนึ่งของหลักสูตรถวายความรู้ แด่พระสังฆาธิการ หมวดวิชาพื้นฐานทั่วไป ซึ่งพระสังฆาธิการจำเป็นจะต้องรับทราบ และถือปฏิบัติเพื่อเป็นแนวทาง ในการบริหารการปกครองวัด

» มูลบทบรรพกิจ
แบบเรียนหนังสือไทย ของพระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกรู)

» หุ่นยนต์
หุ่นยนต์มีความแตกต่างจากเครื่องจักรกลแบบอื่น ๆ ตรงที่มันสามารถเคลื่อนไหวโครงสร้างได้ หุ่นยนต์แตกต่างจากคอมพิวเตอร์ตรงที่มันสามารถนำผลที่ได้จากการประมวลมา ปฏิบัติให้เกิดงานในทางกายภาพได้ขณะที่คอมพิวเตอร์ไม่มี

» ข้อคิดจากนิทานไทย
นิทานเป็นเรื่องเล่าที่สืบทอดมาแต่โบราณ จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการพาเด็กและเยาวชนไปสู่โลกกว้างของการเรียนรู้ชีวิตจริง

นี่คือขยะกองใหญ่ เชิญท่านทั้งหลายขุดคุ้ยค้นหา แยกเอาแต่สิ่งดีๆ หยิบฉวยติดมือออกไปต่อยอด เทียบเคียง ประยุกต์ใช้ และขอบคุณเหล่าท่านจอมยุทธทั้งหลาย ที่เคยแวะเวียนมาหยิบยื่นแลกเปลี่ยนประสบการณ์ แนวคิดและมุมมองอันหลากหลายไว้ให้เป็นวิทยาทาน และด้วยความทรงจำที่ดีต่อกัน แม้จะไม่มีวันนั้นอีกแล้วก็ตาม...
ห้องร้อยบุปผา ชุมนุมจอมยุทธ

สติ๊กเกอร์ไลน์