ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

สมถะวิปัสสนา

พระโมคคัลลานบำเพ็ญฌาน

สมัยหนึ่ง ท่านพระมหาโมคคัลลานะอยู่ ณ พระวิหารเชตวันอารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี ใกล้พระนครสาวัตถี ณ ที่นั้นแล ท่านพระมหาโมคคัลลานะเรียกภิกษุทั้งหลายแล้ว ภิกษุเหล่านั้นรับคำท่านพระมหาโมคคัลลานะแล้ว ท่านพระมหาโมคคัลลานะ ได้กล่าวกะภิกษุเหล่านั้นว่า ดูกรผู้มีอายุทั้งหลายขอ โอกาส เมื่อเราหลีกเร้นอยู่ในที่ลับ ความปริวิตกแห่งใจได้เกิดขึ้นอย่างนี้ว่าที่เรียกว่า ปฐมฌานๆ ดังนี้ ปฐมฌาน เป็นไฉนหนอ เราได้มีความคิดอย่างนี้ว่าภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ สงัดจากกาม สงัดจากอกุศลธรรม เข้าปฐมฌานอันมีวิตกวิจาร มีปีติ และสุขเกิดแต่วิเวกอยู่ นี้เรียกว่า ปฐมฌาน เราก็สงัด จากกามสงัดจากอกุศลธรรม เข้าปฐมฌานอันมีวิตกวิจาร มีปีติและสุขเกิดแต่วิเวกอยู่เมื่อเราอยู่ ด้วยวิหารธรรมนี้สัญญามนสิการอันประกอบด้วยกามย่อมฟุ้งซ่านครั้งนั้นแล พระผู้มีพระภาคเสด็จเข้าไปหาเราด้วยพระฤทธิ์ แล้วได้ตรัสว่าโมคคัลลานะๆ เธอ อย่าประมาทปฐมฌาน จงดำรงจิตไว้ในปฐมฌานจงกระทำจิตให้เป็นธรรมเอกผุดขึ้นในปฐมฌาน จงตั้งจิตไว้ให้มั่นในปฐมฌานสมัยต่อมา เราสงัดจากกาม สงัด จากอกุศลธรรม เข้าปฐมฌานอันมีวิตกวิจาร มีปีติและสุขเกิดแต่วิเวกอยู่ดูกรผู้มีอายุทั้งหลาย ก็บุคคลเมื่อจะพูดให้ถูก พึงพูดคำใดว่า สาวกอันพระศาสดาทรงอนุเคราะห์แล้ว ถึงความเป็นผู้รู้ยิ่งใหญ่ บุคคลเมื่อจะพูดให้ถูกพึงพูดคำนั้นกะเราว่า สาวกอันพระศาสดาทรงอนุเคราะห์แล้ว ถึงความเป็นผู้รู้ยิ่งใหญ่ ฯ

ที่เรียกว่า ทุติยฌานๆ ดังนี้ ทุติยฌานเป็นไฉนหนอ เราได้มีความคิดอย่างนี้ว่า ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้เข้าทุติยฌานอันมีความผ่องใสแห่ง จิตในภายใน เป็นธรรมเอกผุดขึ้น ไม่มีวิตกวิจาร เพราะวิตกวิจารสงบไปมีปีติและสุขเกิดแต่สมาธิอยู่ นี้เรียกว่าทุติยฌานเราก็เข้าทุติยฌานอันมีความผ่องใสแห่ง จิตในภายใน เป็นธรรมเอกผุดขึ้น ไม่มีวิตกวิจาร เพราะวิตกวิจารสงบไป มีปีติและสุขเกิดแต่สมาธิอยู่ เมื่อเราอยู่ด้วยวิหารธรรมนี้ สัญญามนสิการอันประกอบ ด้วยวิตกย่อมฟุ้งซ่าน ครั้งนั้นแล พระผู้มีพระภาคเสด็จเข้าไปหาเราด้วยพระฤทธิ์ แล้วได้ตรัสว่า โมคคัลลานะๆ เธออย่าประมาททุติยฌาน จงดำรงจิตไว้ใน ทุติยฌาน จงกระทำจิตให้เป็นธรรมเอกผุดขึ้นในทุติยฌาน จงตั้งจิตไว้ให้มั่นในทุติยฌาน สมัยต่อมา เราเข้าทุติยฌานอันมีความผ่องใสแห่งจิตในภายในเป็นธรรมเอกผุดขึ้น ไม่มีวิตกวิจาร เพราะวิตกวิจารสงบไป มีปีติและสุขเกิดแต่สมาธิ อยู่ ดูกรผู้มีอายุทั้งหลาย ก็บุคคลเมื่อจะพูดให้ถูก พึงพูดคำใดว่า สาวกอันพระ ศาสดาทรงอนุเคราะห์แล้ว ถึงความเป็นผู้รู้ยิ่งใหญ่ บุคคลเมื่อจะพูดให้ถูกพึงพูด คำนั้นกะเราว่า สาวกอันพระศาสดาทรงอนุเคราะห์แล้ว ถึงความเป็นผู้รู้ยิ่งใหญ่ ฯ

ที่เรียกว่า ตติยฌานๆ ดังนี้ ตติยฌานเป็นไฉนหนอ เราได้มีความ คิดอย่างนี้ว่าภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ มีอุเบกขา มีสติ มีสัมปชัญญะเสวยสุขด้วย นามกาย เพราะปีติสิ้นไป เข้าตติยฌานที่พระอริยเจ้าทั้งหลายสรรเสริญว่า ผู้ได้ฌานนี้เป็นผู้มีอุเบกขา มีสติอยู่เป็นสุข นี้เรียกว่าตติยฌาน เราก็มีอุเบกขา มีสติ มี สัมปชัญญะ เสวยสุข ด้วยนามกายเพราะปีติสิ้นไปเข้าตติยฌานที่พระอริยเจ้า ทั้งหลายสรรเสริญว่า ผู้ได้ฌานนี้ เป็นผู้มีอุเบกขามีสติอยู่เป็นสุข เมื่อเราอยู่ด้วย วิหารธรรมนี้ สัญญามนสิการอันประกอบด้วยปีติย่อมฟุ้งซ่านครั้งนั้นแล พระผู้มี พระภาคเสด็จเข้าไปหาเราด้วยพระฤทธิ์ แล้วได้ตรัสว่าโมคคัลลานะๆ เธออย่าประมาท ตติยฌาน จงดำรงจิตไว้ในตติยฌาน จงกระทำจิตให้เป็นธรรมเอกผุดขึ้นในตติยฌานจงตั้งจิตไว้ในตติยฌาน สมัยต่อมาเรามีอุเบกขา มีสติ มีสัม ปชัญญะ เสวยสุขด้วยนามกาย เพราะปีติสิ้นไปเข้าตติยฌานที่พระอริยเจ้าทั้งหลาย สรรเสริญว่า ผู้ได้ฌานนี้เป็นผู้มีอุเบกขา มีสติอยู่เป็นสุข ดูกรผู้มีอายุทั้งหลายก็บุคคลเมื่อจะพูดให้ถูกพึงพูดคำใดว่า สาวกอันพระศาสดาทรงอนุเคราะห์แล้ว ถึงความเป็นผู้รู้ยิ่งใหญ่ บุคคลเมื่อจะพูดให้ถูกพึงพูดคำนั้นกะเราว่าสาวกอัน พระศาสดาทรงอนุเคราะห์แล้ว ถึงความเป็นผู้รู้ยิ่งใหญ่ ฯ

ที่เรียกว่า จตุตถฌานๆ ดังนี้ จตุตถฌานเป็นไฉนหนอ เราได้มีความคิดอย่างนี้ว่า ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ เข้าจตุตถฌานอันไม่มีทุกข์ ไม่มีสุขเพราะละสุขละทุกข์และดับโสมนัสโทมนัสก่อนๆ ได้ มีอุเบกขาเป็นเหตุให้สติบริสุทธิ์อยู่ นี้เรียกว่าจตุตถฌานเราก็เข้าจตุตถฌานอันไม่มีทุกข์ ไม่มีสุข เพราะละ สุขละทุกข์และดับโสมนัสโทมนัสก่อนๆ ได้มีอุเบกขาเป็นเหตุให้สติบริสุทธิ์อยู่เมื่อเราอยู่ด้วยวิหารธรรมนี้ สัญญามนสิการอันประกอบด้วยสุขย่อมฟุ้งซ่านครั้งนั้น แล พระผู้มีพระภาคเสด็จเข้าไปหาเราด้วยพระฤทธิ์ แล้วได้ตรัสว่าโมคคัลลานะๆ เธออย่าประมาทจตุตถฌาน จงดำรงจิตไว้ในจตุตถฌาน จงกระทำจิตให้เป็นธรรมเอกผุดขึ้นในจตุตถฌาน จงตั้งจิตไว้ให้มั่นในจตุตถฌาน สมัยต่อมา เราเข้าจตุตถฌานอันไม่มีทุกข์ ไม่มีสุข เพราะละสุขละทุกข์และดับโสมนัสโทมนัสก่อนๆได้ มีอุเบกขาเป็นเหตุให้สติบริสุทธิ์อยู่ ดูกรผู้มีอายุทั้งหลายก็บุคคลเมื่อจะพูดให้ถูก พึงพูดคำใดว่า สาวกอันพระศาสดาทรงอนุเคราะห์แล้วถึงความเป็นผู้รู้ยิ่งใหญ่ บุคคลเมื่อจะพูดให้ถูก พึงพูดคำนั้นกะเราว่าสาวกอันพระศาสดาทรง อนุเคราะห์แล้ว ถึงความเป็นผู้รู้ยิ่งใหญ่ ฯ

<< ย้อนกลับ | หน้าถัดไป >>

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

สมถะวิปัสสนา
คำอุปมาเปรียบเทียบสมถะวิปัสสนา
อธิศีลสิกขา อธิจิตตสิกขา อธิปัญญาสิกขา
วิเวก ๓
สิ่งเกียจคร้านที่ทำให้ไม่ปรารภความเพียรภาวนา ๘ ประการ
สิ่งที่ทำให้ทำการลงมือกระทำความเพียร
การแบ่งเวลานั่งเข้าที่ภาวนา
ภิกษุเจริญวิปัสสนา
ภิกษุย่อมเจริญสมถะ
จิตยังไม่สงบ เป็นสมาธิ ห้ามอยู่ป่า
ข้อแนะนำขั้นตอนในการนั่งสมาธิ
ประตูแรกของกรรมฐาน
อุปมานิวรณ์ธรรม ๑
อุปมานิวรณ์ธรรม ๒
ความกำเริบพอกพูนแห่งนิวรณ์ธรรม
เปรียบเทียบนิวรณ์ธรรม
อุปกิเลส ๕
อาหารของนิวรณ์ธรรม
นิวรณ์เป็น ๑๐
นิวรณ์ธรรม ๕
ธรรมเครื่องกั้นคือนิวรณ์ธรรม
รุกขเปรียบนิวรณ์ธรรม
นิวรณ์เปรียบเหมือนความมืด
กามคุณ ๕ ประการ
การหลีกออกจากนิวรณ์ธรรม
ธัมมานุปัสนาสติปัฏฐาน
สมาธิ
วัตร
การประคองจิตตามกาล
การอธิฐานสมาธินิมิต
คำขอขมาโทษแบบอุกาสะ
การบริภาษพระอริยะ
คำอาราธนาพระปิติ ๕
รูปายตนะ (รูป)
คำอาราธนาพระรัศมี พระปีติ ๕ ประการ
วิธีเข้าสะกดพระปีติ ๕ ประการ
ลักษณะปีติ ๕ ประการ
ขุททกาปีติ
พระปีติเจ้าทั้ง ๕
คำอาราธนาพระยุคลธรรม ๖ ประการ
การนั่งเจริญภาวนาพระยุคล ๖
ลักษณะพระยุคลธรรม ๖ ประการ
ธรรมที่เป็นกุศล
อารมณ์และข้าศึกของยุคลธรรม
พระยุคลธรรมทั้ง ๖ ประการ จัดเป็นธาตุ
คำอาราธนา สุขสมาธิธรรมเจ้า
ลักษณะสุขสมาธิ
กรรมฐานในอานาปาสติยกจิตขึ้นสู่อัปปนาสมาธิ
ห้องอานาปานสติกรรมฐาน
คำอาราธนาในห้องอานาปานสติกรรมฐาน
ลักษณะอานาปานสติ
มหาวรรคอานาปานกถา
ธรรมเครื่องนำออก
อุปกิเลส ๑๘ ประการ
ญาณในโวทาน ๑๓
เบื้องต้น ท่ามกลาง เป็นที่สุดแห่งปฐมฌาณ
ธรรม ๓ ประการ
ญาณความรู้ในการทำ สติ ๓๒ ประการ
พิจารณากาย
ภาวนามี ๔
เวทนา
สัญญา
วิตก
บุคคลย่อมยังอินทรีย์ทั้งหลายให้ประชุมลงอย่างไร
พละทั้งหลายประชุมลงอย่างไร
บุคคลย่อมยังโพชฌงค์ทั้งหลายให้ประชุมลงอย่างไร
บุคคลย่อมยังมรรคให้ประชุมลงอย่างไร
บุคคลย่อมยังธรรมทั้งหลายให้ประชุมลงอย่างไร
บุคคลเมื่อหายใจออกสั้นก็รู้ว่าหายใจออกสั้น เมื่อหายใจเข้าสั้นก็รู้ว่าหายใจเข้าสั้น อย่างไร
บุคคลย่อมพิจารณากายนั้นอย่างไร
กายสังขารเป็นไฉน
ปีติเป็นไฉน
จิตตสังขารเป็นไฉน
จิตนั้นเป็นไฉน
ความเบิกบานแห่งจิตเป็นไฉน
บุคคลย่อมศึกษาว่าจักเปลื้องจิตหายใจเข้าออกอย่างไร
ความไม่เที่ยง
พิจารณาความคลายกำหนัด
พิจารณาความดับในรูปหายใจเข้าออก
โทษในอวิชชา
พิจารณาความสละคืนหายใจเข้าออก
ญาณด้วยสามารถแห่งสมาธิ ๒๔
วิปัสสนา ๗๒
นิพพิทาญาณ ๘
นิพพิทานุโลมญาณ ๘
นิพพิทาปฏิปัสสัทธิญาณ ๘
ญาณในวิมุตติสุข ๒๑
การเจริญอานาปานสติ
ห้องกายคตาสติ
ทิฐิความไม่ยึดมั่นถือมั่นใน
การพิจารณากายคตาสติเป็นปฏิกูล
คำอาราธนาพระกายคตาสติ
คำอาราธนากสิณ
การพิจารณาธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ
กสิณายตนะ ๑๐
บ่อเกิดแห่งกสิณ ๑๐ ประการ
พิจารณาวรรณกสิณ
การพิจารณาภูตกสิณ
การพิจารณาธาตุ ๖
อากาสธาตุ
คำอาราธนาอสุภกรรมฐาน
อสุภกรรมฐาน ๑๐ ประการ
พิจารณาอสุภกรรมฐานเป็นปฏิกูล
ความแตกต่างแห่งคน
อสุภะฌาน ๑๐ ดวง
เหตุที่ขึ้นองค์ฌานในห้องอสุภกรรมฐาน
คำอาราธนาปฐมฌาน
คำอาราธนาทุติยฌาน
คำอาราธนาตติยฌาน
คำอาราธนาจตุถฌาน
คำอาราธนาปัญจมฌาน
บุคคลผู้เพ่งฌาน ๔ จำพวก
การพิจารณาฌานเป็นวิปัสสนา เป็นอนาคามี ไปสุธาวาส
แผ่เมตตา ๑๐ ทิศ
พิจารณาธรรมในเมตตาฌานไปสุทธาวาส
ฌาน ๔ เป็นอาพาธ
เปรียบฌาน ๔
การพิจารณาธรรมในองค์ฌานเพื่อความสิ้นไปแห่งอาสวะ
ธรรมระงับในฌานต่าง ๆ
ความตั้งอยู่ในสมถะวิปัสสนาธรรมในรูปฌาน ๔
ความตั้งอยู่ในสมถะวิปัสสนาธรรมในฌานพรมหวิหาร ๔
พระสารีบุตรบำเบ็ญฌาน
อุปมารูปฌาน ๔
พระโมคคัลลานบำเพ็ญฌาน
โยคาวจรผู้เจริญฌาน ๔ จำพวก
วิโมกข์ ๘ ประการ
อนุปุพพวิหารสมาบัติ ๙
กุศลฌานปัญจกนัย ฌาน ๕
อธิบายคำในองค์ฌาน
โลกุตตรกุศลฌาน จตุกกนัย
โลกกุตตรกุศลฌาน ปัญจกนัย
วิปากฌาน ปัญจกนัย
โลกุตตรวิปากฌาน จตุกกนัย ฌาน ๔
โลกุตตรวิปากฌาน ปัญจกนัย
กิริยาฌาน ปัญจกนัย
อัปปมัญญา ๔
เมตตาอัปปมัญญานิเทศ
กรุณาอัปปมัญญานิเทศ
มุทิตาอัปปมัญญานิเทศ
อุเบกขาอัปปมัญญานิเทศ
เมตตากุศลฌาน จตุกกนัย
กรุณากุศลฌาน จตุกกนัย
มุทิตากุศลฌาน จตุกกนัย
อุเบกขากุศลฌาน
เมตตาวิปากฌาน จตุกกนัย
เมตตาวิปากฌาน ปัญจกนัย
กรุณาวิปากฌาน จตุกกนัย
กรุณาวิปากฌาน ปัญจกนัย
มุทิตาวิปากฌาน จตุกกนัย
มุทิตาวิปากฌาน ปัญจกนัย
อุเบกขาวิปากฌาน
เมตตากิริยาฌาน จตุกกนัย
เมตตากิริยาฌานปัญจกนัย
กรุณากิริยาฌาน จตุกกนัย
กรุณากิริยาฌาน ปัญจกนัย
มุทิตากิริยาฌาน จตุกกนัย
มุทิตากิริยาฌาน ปัญจกนัย
อุเบกขากิริยาฌาน
สมาธิ สูตรที่ ๑
สมาธิสังยุต
คำอาราธนาอนุสสติ
การเจริญอนุสสติต่างๆ
คำภาวนาในห้องอนุสสติ
ทานสูตร
อุปาทกัมมอายุปมาณวาร
อายุของเหล่าเทวดาชั้นจาตุมหาราช
มรณัสสติ สูตรที่ ๒
ปฏิปทาสูตรที่ ๓
ปฏิปทาสูตรที่ ๔
อัปปมัญญา พรหมวิหาร ๔
คำอารธนาในบทเมตตาพรหมวิหาร
แผ่ออกทิศเมตตาพรหมวิหาร ทิสาผรณา ๑๐ ทิศ
วิกุพพนา
บทแผ่เมตตาพรหมวิหาร รอบนอก
กรุณาพรหมวิหาร
อาราธนาพิจารณาดู ๔ ทิศใหญ่
บทแผ่กรุณารอบนอก ๔ บท
มุทิตาพรหมวิหาร
แผ่ออกทิศมุทิตาพรหมวิหาร ทิสาผรณา ๑๐ ทิศ
อุเบกขาพรหมวิหาร
ยุคนัทธวรรค เมตตากถา
ผู้เจริญเมตตาที่อบรมด้วยอินทรีย์ ๕
ผู้เจริญเมตตาที่อบรมด้วยพละ ๕
ผู้เจริญเมตตาที่อบรมด้วยโพชณฌงค์ ๗
เมตตาเจโตวิมุตติอันอบรมแล้วด้วยมรรค ๘
เมตตาเจโตวิมุตติแผ่ไปด้วยอาการ ๘
กรรมสูตรที่ ๓
เมตตาภาวนา วิปัสสนานัย
เมตตาเจโตวิมุตติ
อาหาเรปฏิกูลสัญญา
ปุตตมังสสูตร
อัตถิราคะสูตร
จตุธาตุววัฏฐาน
มหาหัตถิปโทปมสูตร
อรูปฌานสมาบัติ
เจริญอรูปฌาน
อรูปาวจรกุศล
อากาศไม่มีที่สุด
ธาตุสังยุตต์
อรูปสัญญา
อรูปสูตร
อิทธิวิธญาณ
โสตธาตุวิสุทธิญาณ
เจโตปริญาณ
ปุพเพนิวาสานุสติญาณ
ทิพย์จักษุญาณ
อาสวักขยญาณ
บุคคล ๗ จำพวก
วิโมกข์ ๘
เสขิยวัตรพระกรรมฐาน
วิสุทธิ ๗ ประการ
วิปัสสนากถา
สัญญาสูตรที่ ๒
ห้องวิปัสสนา แบบเจโตวิมุตติ
จิตตวิสุทธิ
ภาวนามยญาณ
ทิฏฐิวิสุทธิ
กังขาวิตรณวิสุทธิ
ความสงสัย ๑๖ ประการ
มัคคาคัคคญาณทัสสนวิสุทธิ
ปฏิปทาญาณทัสสนวิสุทธิ
ญาณทัสสนวิสุทธิ
มนสิการโดยความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา
อนิจจานุปัสสนาญาณ
สุญญติวิโมกข์
อนิตตวิโกข์
อัปปณิหิตวิโมกข์
จุฬสุญญตสูตร
มหาสูญตา
ยุคนัทธวรรค สุญกถา
สติปัฏฐานสูตร
สัมมัปปะธาน ๔
ฉันทะ
อิทธิบาท ๔
อินทรีย์ ๕
พละ ๕
โพชฌงค์ ๗
อริยมรรคมีองค์ ๘
โอรัมภาคิยะสัญโญชน์ ๕
สักกายทิฏฐิ
วิจิกิจฉา
สีลัพพตปรามาส
กามราคะ
ปฏิฆสัญโญชน์
อุทธัจจะสัญโญชน์
อวิชชา สัญโญชน์
สักกายทิฏฐิ
โสดาปัตติมรรค
คำอาราธนาเจริญวิปัสนา
ญาณวิปัสนาและคำภาวนาในห้องพระวิปัสนา

» นิยาย-เรื่องสั้น
» ข้อเขียน-บทความ
» บทกวี
» สารคดี-ท่องเที่ยว

» การแพทย์แผนโบราณ
ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแห่งกรุงศรีอยุธยา ได้ค้นพบบันทึกว่า มีระบบการจัดหายาที่ชัดเจนสำหรับราษฏร มีแหล่งจำหน่ายยาและสมุนไพรหลายแห่งทั้งในและ นอกกำแพงเมือง

» หลักธรรมในการอยู่ร่วมกันในสังคม
พระพุทธศาสนาได้สอนไว้ว่านักปกครองที่ดีนั้นควรมีคุณธรรม 10 ประการ เรียกว่า ทศพิธราชธรรม

» สมถะวิปัสสนา
ตามแนวพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับ (เถรวาท) ของสมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรมหาเถรเจ้า (สุก ไก่เถื่อน)

» พุทธธรรมขั้นพื้นฐาน
ไม่มีมนุษย์คนใดที่จะสามารถมีชีวิตอยู่ได้ลำพังตนเองโดยไม่ติดต่อสัมพันธ์กับคนอื่น เพราะการดำรงชีวิตอยู่ของคนเราจำเป็นจะต้องพึ่งพาอาศัยกันและกัน

» พระสูตรของท่านเว่ยหลาง
สูตรของท่านเว่ยหล่างล้วนแต่เป็นเรื่องของการใช้ปัญญาเพื่อค้นหาหนทางแห่งความเป็นพุทธะ และเพื่อความหลุดพ้นไปจากเครื่องร้อยรัดทั้งปวงในโลกนี้

» พุทธศาสนสุภาษิต
สุภาษิตที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงดำรัสไว้ ซึ่งมีคุณค่าสูงส่ง สามารถใช้ได้ทั้งเป็นแนวทางดำเนินชีวิต เตือนใจ หาคำตอบที่ดีสำหรับปัญหาที่สงสัย

» โอวาทสี่ของเหลี่ยวฝาน
แบบฉบับในการประพฤติดี ปฏิบัติชอบ เพื่อหยุดยั้งกระแสแห่งวัฒนธรรมตะวันตกและอนุรักษ์ความเป็นคนจีนดั้งเดิม

สติ๊กเกอร์ไลน์