ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

สมถะวิปัสสนา

อายุของเหล่าเทวดาชั้นจาตุมหาราช

อายุของเหล่าเทวดาชั้นจาตุมหาราช มีประมาณเท่าใด

คือ ๕๐ ปี ของมนุษย์ นับเป็นวันหนึ่งและคืนหนึ่งของเหล่าเทวดาชั้นจาตุมหาราช๓๐ ราตรีโดยราตรีนั้น เป็น ๑ เดือน ๑๒ เดือน โดยเดือนนั้น เป็น ๑ ปี ๕๐๐ ปีทิพย์โดยปีนั้น เป็นกำหนดอายุของเหล่าเทวดาชั้นจาตุมหาราช

นับอย่างปีมนุษย์มีประมาณเท่าใด มีประมาณ ๙ ล้านปี

อายุของเหล่าเทวดาชั้นดาวดึงส์ มีประมาณเท่าไร คือ ๑๐๐ ปี ของมนุษย์ นับเป็นวันหนึ่ง และคืนหนึ่งของเหล่าเทวดาชั้นดาวดึงส์ ๓๐ ราตรีโดยราตรีนั้นเป็น ๑ เดือน ๑๒ เดือนโดยเดือนนั้นเป็น ๑ ปี ๑๐๐๐ ปีทิพย์โดยปีนั้น เป็นกำหนดอายุของเหล่าเทวดาชั้นดาวดึงส์ นับอย่างปีมนุษย์ มีประมาณเท่าไร มีประมาณ ๓ โกฏิ ๖ ล้านปี

อายุของเหล่าเทวดาชั้นยามา มีประมาณเท่าไร คือ ๓๐๐ ปีของมนุษย์ นับเป็นวันหนึ่งและคืนหนึ่งของเหล่าเทวดาชั้นยามา ๓๐ ราตรีโดยราตรีนั้นเป็น ๑ เดือน ๑๒ เดือนโดยเดือนนั้นเป็น ๑ ปี ๒๐๐๐ ปีทิพย์โดยปีนั้นเป็นกำหนดอายุของเหล่าเทวดาชั้นยามา นับอย่างปีมนุษย์ มีประมาณเท่าใด มีประมาณ ๑๔ โกฏิ ๔ ล้านปี

อายุของเหล่าเทวดาชั้นดุสิต มีประมาณเท่าใด คือ ๔๐๐ ปีของมนุษย์ นับเป็นหนึ่งวันและคืนหนึ่งของเหล่าเทวดาชั้นดุสิต ๓๐ ราตรีโดยราตรีนั้นเป็น ๑ เดือน ๑๒ เดือนโดยเดือนนั้นเป็น ๑ ปี ๔๐๐๐ ปีทิพย์โดยปีนั้นเป็นกำหนดอายุของเหล่าเทวดาชั้นดุสิต นับอย่างปีมนุษย์ มีประมาณเท่าไร มีประมาณ ๕๗ โกฏิ ๖ ล้านปี

อายุของเหล่าเทวดาชั้นนิมมานรดี มีประมาณเท่าไร คือ ๘๐๐ ปีของมนุษย์ นับเป็นวันหนึ่งและคืนหนึ่งของเหล่าเทวดาชั้นนิมมานรดี ๓๐ ราตรีโดยราตรีนั้นเป็น ๑ เดือน ๑๒ เดือน โดยเดือนนั้น เป็น ๑ ปี ๘๐๐๐ ปีทิพย์โดยปีนั้น เป็นกำหนดอายุของเหล่าเทวดาชั้นนิมมานรดี นับอย่างปีมนุษย์ มีประมาณเท่าใด มีประมาณ ๒๓๐ โกฏิ ๔ ล้านปี

อายุของเหล่าเทวดาชั้นปรนิมมิตวสวัตตี มีประมาณเท่าไร คือ ๑๖๐๐ ปีของมนุษย์ นับเป็นวันหนึ่งและคืนหนึ่งของเหล่าเทวดาชั้นนิมมานรดี ๓๐ ราตรีโดยราตรีนั้นเป็น ๑ เดือน ๑๒ เดือน โดยเดือนนั้น เป็น ๑ ปี ๑๖,๐๐๐ ปีทิพย์โดยปีนั้น เป็นกำหนดอายุของเหล่าเทวดาชั้นปรนิมมิตวสวัตตี นับอย่างปีมนุษย์ มีประมาณเท่าใด มีประมาณ ๙๒๑ โกฏิ ๖ ล้านปี

พวกเทวดากามาวจรสวรรค์ ๖ ชั้น เพียบพร้อมไปด้วยกามคุณทั้งปวง อายุของพวกเทวดากามาวจรสวรรค์ ๖ ชั้น นับรวมกันทั้งหมดเป็นเท่าไร เป็น ๑๒๒๘ โกฏิ ๕ ล้านปี โดยนับอย่างปีมนุษย์

ผู้เจริญปฐมฌานได้อย่างสามัญ ไปเกิดที่ไหน ผู้เจริญปฐมฌานได้อย่างสามัญ ไปเกิดเป็นพวกเทวดาชั้นพรหมปาริสัชชา อายุของเหล่าเทวดาเหล่านั้น มีประมาณเท่าใด มีประมาณเท่าส่วนที่ ๓ ใน ๔ แห่งกัปป์ (คือ ๑ ใน ๓ หรือ ๑ ใน ๔ แห่งกัปป์)

ผู้เจริญปฐมฌานได้อย่างกลาง ไปเกิดที่ไหน ผู้เจริญปฐมฌานได้อย่างกลาง ไปเกิดเป็นพวกเทวดาชั้นพรหมปุโรหิตา อายุของเหล่าเทวดาเหล่านั้น มีประมาณเท่าใด มีประมาณกึ่งกัปป์

ผู้เจริญปฐมฌานได้อย่างประณีต ไปเกิดที่ไหน ผู้เจริญปฐมฌานได้อย่างประณีต ไปเกิดเป็นพวกเทวดาชั้นมหาพรหม อายุของเหล่าเทวดาเหล่านั้น มีประมาณเท่าใด มีประมาณ ๑ กัป

ผู้เจริญทุติยฌานได้อย่างสามัญ ไปเกิดที่ไหน ผู้เจริญทุติยฌานได้อย่างสามัญ ไปเกิดเป็นพวกเทวดาชั้นปริตตาภา อายุของเหล่าเทวดาเหล่านั้น มีประมาณเท่าใด มีประมาณ ๒ กัปป์

ผู้เจริญทุติยฌานได้อย่างกลาง ไปเกิดที่ไหน ผู้เจริญทุติยฌานได้อย่างกลาง ไปเกิดเป็นพวกเทวดาชั้นอัปปมาณาภา อายุของเหล่าเทวดาเหล่านั้น มีประมาณเท่าใด มีประมาณ ๔ กัปป์

ผู้เจริญทุติยฌานได้อย่างประณีต ไปเกิดที่ไหน ผู้เจริญทุติยฌานได้อย่างประณีต ไปเกิดเป็นพวกเทวดาชั้นอาภัสสระ อายุของเหล่าเทวดาเหล่านั้น มีประมาณเท่าใด มีประมาณ ๘ กัป ผู้เจริญตติยฌานได้อย่างสามัญ ไปเกิดที่ไหน

ผู้เจริญตติยฌานได้อย่างสามัญ ไปเกิดเป็นพวกเทวดาชั้นปริตตสุภา อายุของเหล่าเทวดาเหล่านั้น มีประมาณเท่าใด มีประมาณ ๑๖ กัปป์

ผู้เจริญตติยฌานได้อย่างกลาง ไปเกิดที่ไหน ผู้เจริญตติยฌานได้อย่างกลาง ไปเกิดเป็นพวกเทวดาชั้นอัปปมาณาสุภา อายุของเหล่าเทวดาเหล่านั้น มีประมาณเท่าใด มีประมาณ ๓๒ กัปป์

ผู้เจริญตติยฌานได้อย่างประณีต ไปเกิดที่ไหน ผู้เจริญตติยฌานได้อย่างประณีต ไปเกิดเป็นพวกเทวดาชั้นสุภกิณหะ อายุของเหล่าเทวดาเหล่านั้น มีประมาณเท่าใด มีประมาณ ๖๔ กัปป์

ผู้เจริญจตุตถฌาน บางคนไปเกิดเป็นพวกเทวดาเหล่าอสัญญสัตว์ บางคนไปเกิดเป็นพวกเทวดาชั้นเวหัปผลา บางคนไปเกิดเป็นพวกเทวดาชั้นอวิหา บางคนไปเกิดเป็นพวกเทวดาชั้นอตัปปา บางคนไปเกิดเป็นพวกเทวดาชั้นสุหัสสา บางคนไปเกิดเป็นพวกเทวดาชั้นสุหัสสี บางคนไปเกิดเป็นพวกเทวดาชั้นอกนิฏฐะ บางคนไปเกิดเป็นพวกเทวดาผู้เข้าถึงอากาสานัญจายจตนภพ บางคนไปเกิดเป็นเทวดาผู้เข้าถึงวิญานัญจายนตภพ บางคนไปเกิดเป็นพวกเทวดาผู้เข้าถึงอากิญจัญยายตนภพ บางคนไปเกิดเป็นพวกเทวดาผู้เข้าถึงเนวสัญญานาสัญยตนภพ เพราะอารมณ์ต่าง ๆ กัน เพราะมนสิการต่าง ๆ กัน เพราะฉันทต่างกันเพราะปนิธิต่างกัน เพราะอธิโมกข์ต่างกัน เพราะอภินิหารต่างกัน เพราะปัญญาต่างกัน

อายุของเทวดาเหล่าอาสัญญสัตว์ และเหล่าเทวดาชั้นเวหัปผลา มีประมาณเท่าไรมีประมาณ ๕๐๐ กัปป์
อายุของเทวดาชั้นอวิหา มีประมาณเท่าไร มีประมาณ ๑,๐๐๐ กัปป์
อายุของเทวดาเหล่าชั้นอตัปปา มีประมาณเท่าไรมีประมาณ ๒,๐๐๐ กัปป์
อายุของเหล่าเทวดาชั้นสุทัสสา มีประมาณเท่าไร มีประมาณ ๔,๐๐๐ กัปป์
อายุของเหล่าเทวดาชั้นสุทัสสี มีประมาณเท่าไร มีประมาณ ๘,๐๐๐ กัปป์
อายุของเหล่าเทวดาชั้นอกนิฏฐะ มีประมาณเท่าไร มีประมาณ ๑๖,๐๐๐ กัปป์
อายุของเหล่าเทวดาผู้เข้าถึง อากาสานัญจายยตนภพ มีประมาณเท่าไร มีประมาณ ๒๐,๐๐๐ กัปป์
อายุของเหล่าเทวดาผู้เข้าถึง วิญานัญจายตน มีประมาณเท่าไร มีประมาณ ๔๐,๐๐๐ กัปป์
อายุของเหล่าเทวดาผู้เข้าถึง อากิญจัญยายตนภพ มีประมาณเท่าไร มีประมาณ ๖๐,๐๐๐ กัปป์
อายุของเหล่าเทวดาผู้เข้าถึง เนวสัญญานาสัญญายตนภพ มีประมาณเท่าไร มีประมาณ ๘๔,๐๐๐ กัปป์

เหล่าสัตว์ด้วยอำนาจด้วยบุญส่งเสริม ไปสู่แล้วกามภพ และรูปภพ หรือแม้ไปสู่ ภวัคคพรหม ย่อมกลับไปสู่ทุคคติได้อีก เหล่าสัตว์มีอายุยืนถึงเพียงนั้น ก็ยังจุติเพราะสิ้นอายุ ภพไหน ๆ ชื่อว่าเที่ยงไม่มี สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ได้ตรัสไว้อย่างนี้ เพราะฉะนั้นแล เหล่านักปราชญ์ผู้มีปัญญาเฉลียวฉลาดรอบคอบคำนึงถึงความจริงข้อนี้ จึงเจริญมรรคอันอุดมเพื่อพ้นจากชรามรณะ ครั้นเจริญมรรคอันบริสุทธิ์สะอาด ซึ่งมีปกติยังสัตว์ให้หยั่งถึงพระนิพพานแล้ว ย่อมเป็นผู้ไม่มีอาสวะปรินิพพาน เพราะกำหนดรู้อาสวะทั้งปวง ฉะนี้แล

<< ย้อนกลับ | หน้าถัดไป >>

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

สมถะวิปัสสนา
คำอุปมาเปรียบเทียบสมถะวิปัสสนา
อธิศีลสิกขา อธิจิตตสิกขา อธิปัญญาสิกขา
วิเวก ๓
สิ่งเกียจคร้านที่ทำให้ไม่ปรารภความเพียรภาวนา ๘ ประการ
สิ่งที่ทำให้ทำการลงมือกระทำความเพียร
การแบ่งเวลานั่งเข้าที่ภาวนา
ภิกษุเจริญวิปัสสนา
ภิกษุย่อมเจริญสมถะ
จิตยังไม่สงบ เป็นสมาธิ ห้ามอยู่ป่า
ข้อแนะนำขั้นตอนในการนั่งสมาธิ
ประตูแรกของกรรมฐาน
อุปมานิวรณ์ธรรม ๑
อุปมานิวรณ์ธรรม ๒
ความกำเริบพอกพูนแห่งนิวรณ์ธรรม
เปรียบเทียบนิวรณ์ธรรม
อุปกิเลส ๕
อาหารของนิวรณ์ธรรม
นิวรณ์เป็น ๑๐
นิวรณ์ธรรม ๕
ธรรมเครื่องกั้นคือนิวรณ์ธรรม
รุกขเปรียบนิวรณ์ธรรม
นิวรณ์เปรียบเหมือนความมืด
กามคุณ ๕ ประการ
การหลีกออกจากนิวรณ์ธรรม
ธัมมานุปัสนาสติปัฏฐาน
สมาธิ
วัตร
การประคองจิตตามกาล
การอธิฐานสมาธินิมิต
คำขอขมาโทษแบบอุกาสะ
การบริภาษพระอริยะ
คำอาราธนาพระปิติ ๕
รูปายตนะ (รูป)
คำอาราธนาพระรัศมี พระปีติ ๕ ประการ
วิธีเข้าสะกดพระปีติ ๕ ประการ
ลักษณะปีติ ๕ ประการ
ขุททกาปีติ
พระปีติเจ้าทั้ง ๕
คำอาราธนาพระยุคลธรรม ๖ ประการ
การนั่งเจริญภาวนาพระยุคล ๖
ลักษณะพระยุคลธรรม ๖ ประการ
ธรรมที่เป็นกุศล
อารมณ์และข้าศึกของยุคลธรรม
พระยุคลธรรมทั้ง ๖ ประการ จัดเป็นธาตุ
คำอาราธนา สุขสมาธิธรรมเจ้า
ลักษณะสุขสมาธิ
กรรมฐานในอานาปาสติยกจิตขึ้นสู่อัปปนาสมาธิ
ห้องอานาปานสติกรรมฐาน
คำอาราธนาในห้องอานาปานสติกรรมฐาน
ลักษณะอานาปานสติ
มหาวรรคอานาปานกถา
ธรรมเครื่องนำออก
อุปกิเลส ๑๘ ประการ
ญาณในโวทาน ๑๓
เบื้องต้น ท่ามกลาง เป็นที่สุดแห่งปฐมฌาณ
ธรรม ๓ ประการ
ญาณความรู้ในการทำ สติ ๓๒ ประการ
พิจารณากาย
ภาวนามี ๔
เวทนา
สัญญา
วิตก
บุคคลย่อมยังอินทรีย์ทั้งหลายให้ประชุมลงอย่างไร
พละทั้งหลายประชุมลงอย่างไร
บุคคลย่อมยังโพชฌงค์ทั้งหลายให้ประชุมลงอย่างไร
บุคคลย่อมยังมรรคให้ประชุมลงอย่างไร
บุคคลย่อมยังธรรมทั้งหลายให้ประชุมลงอย่างไร
บุคคลเมื่อหายใจออกสั้นก็รู้ว่าหายใจออกสั้น เมื่อหายใจเข้าสั้นก็รู้ว่าหายใจเข้าสั้น อย่างไร
บุคคลย่อมพิจารณากายนั้นอย่างไร
กายสังขารเป็นไฉน
ปีติเป็นไฉน
จิตตสังขารเป็นไฉน
จิตนั้นเป็นไฉน
ความเบิกบานแห่งจิตเป็นไฉน
บุคคลย่อมศึกษาว่าจักเปลื้องจิตหายใจเข้าออกอย่างไร
ความไม่เที่ยง
พิจารณาความคลายกำหนัด
พิจารณาความดับในรูปหายใจเข้าออก
โทษในอวิชชา
พิจารณาความสละคืนหายใจเข้าออก
ญาณด้วยสามารถแห่งสมาธิ ๒๔
วิปัสสนา ๗๒
นิพพิทาญาณ ๘
นิพพิทานุโลมญาณ ๘
นิพพิทาปฏิปัสสัทธิญาณ ๘
ญาณในวิมุตติสุข ๒๑
การเจริญอานาปานสติ
ห้องกายคตาสติ
ทิฐิความไม่ยึดมั่นถือมั่นใน
การพิจารณากายคตาสติเป็นปฏิกูล
คำอาราธนาพระกายคตาสติ
คำอาราธนากสิณ
การพิจารณาธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ
กสิณายตนะ ๑๐
บ่อเกิดแห่งกสิณ ๑๐ ประการ
พิจารณาวรรณกสิณ
การพิจารณาภูตกสิณ
การพิจารณาธาตุ ๖
อากาสธาตุ
คำอาราธนาอสุภกรรมฐาน
อสุภกรรมฐาน ๑๐ ประการ
พิจารณาอสุภกรรมฐานเป็นปฏิกูล
ความแตกต่างแห่งคน
อสุภะฌาน ๑๐ ดวง
เหตุที่ขึ้นองค์ฌานในห้องอสุภกรรมฐาน
คำอาราธนาปฐมฌาน
คำอาราธนาทุติยฌาน
คำอาราธนาตติยฌาน
คำอาราธนาจตุถฌาน
คำอาราธนาปัญจมฌาน
บุคคลผู้เพ่งฌาน ๔ จำพวก
การพิจารณาฌานเป็นวิปัสสนา เป็นอนาคามี ไปสุธาวาส
แผ่เมตตา ๑๐ ทิศ
พิจารณาธรรมในเมตตาฌานไปสุทธาวาส
ฌาน ๔ เป็นอาพาธ
เปรียบฌาน ๔
การพิจารณาธรรมในองค์ฌานเพื่อความสิ้นไปแห่งอาสวะ
ธรรมระงับในฌานต่าง ๆ
ความตั้งอยู่ในสมถะวิปัสสนาธรรมในรูปฌาน ๔
ความตั้งอยู่ในสมถะวิปัสสนาธรรมในฌานพรมหวิหาร ๔
พระสารีบุตรบำเบ็ญฌาน
อุปมารูปฌาน ๔
พระโมคคัลลานบำเพ็ญฌาน
โยคาวจรผู้เจริญฌาน ๔ จำพวก
วิโมกข์ ๘ ประการ
อนุปุพพวิหารสมาบัติ ๙
กุศลฌานปัญจกนัย ฌาน ๕
อธิบายคำในองค์ฌาน
โลกุตตรกุศลฌาน จตุกกนัย
โลกกุตตรกุศลฌาน ปัญจกนัย
วิปากฌาน ปัญจกนัย
โลกุตตรวิปากฌาน จตุกกนัย ฌาน ๔
โลกุตตรวิปากฌาน ปัญจกนัย
กิริยาฌาน ปัญจกนัย
อัปปมัญญา ๔
เมตตาอัปปมัญญานิเทศ
กรุณาอัปปมัญญานิเทศ
มุทิตาอัปปมัญญานิเทศ
อุเบกขาอัปปมัญญานิเทศ
เมตตากุศลฌาน จตุกกนัย
กรุณากุศลฌาน จตุกกนัย
มุทิตากุศลฌาน จตุกกนัย
อุเบกขากุศลฌาน
เมตตาวิปากฌาน จตุกกนัย
เมตตาวิปากฌาน ปัญจกนัย
กรุณาวิปากฌาน จตุกกนัย
กรุณาวิปากฌาน ปัญจกนัย
มุทิตาวิปากฌาน จตุกกนัย
มุทิตาวิปากฌาน ปัญจกนัย
อุเบกขาวิปากฌาน
เมตตากิริยาฌาน จตุกกนัย
เมตตากิริยาฌานปัญจกนัย
กรุณากิริยาฌาน จตุกกนัย
กรุณากิริยาฌาน ปัญจกนัย
มุทิตากิริยาฌาน จตุกกนัย
มุทิตากิริยาฌาน ปัญจกนัย
อุเบกขากิริยาฌาน
สมาธิ สูตรที่ ๑
สมาธิสังยุต
คำอาราธนาอนุสสติ
การเจริญอนุสสติต่างๆ
คำภาวนาในห้องอนุสสติ
ทานสูตร
อุปาทกัมมอายุปมาณวาร
อายุของเหล่าเทวดาชั้นจาตุมหาราช
มรณัสสติ สูตรที่ ๒
ปฏิปทาสูตรที่ ๓
ปฏิปทาสูตรที่ ๔
อัปปมัญญา พรหมวิหาร ๔
คำอารธนาในบทเมตตาพรหมวิหาร
แผ่ออกทิศเมตตาพรหมวิหาร ทิสาผรณา ๑๐ ทิศ
วิกุพพนา
บทแผ่เมตตาพรหมวิหาร รอบนอก
กรุณาพรหมวิหาร
อาราธนาพิจารณาดู ๔ ทิศใหญ่
บทแผ่กรุณารอบนอก ๔ บท
มุทิตาพรหมวิหาร
แผ่ออกทิศมุทิตาพรหมวิหาร ทิสาผรณา ๑๐ ทิศ
อุเบกขาพรหมวิหาร
ยุคนัทธวรรค เมตตากถา
ผู้เจริญเมตตาที่อบรมด้วยอินทรีย์ ๕
ผู้เจริญเมตตาที่อบรมด้วยพละ ๕
ผู้เจริญเมตตาที่อบรมด้วยโพชณฌงค์ ๗
เมตตาเจโตวิมุตติอันอบรมแล้วด้วยมรรค ๘
เมตตาเจโตวิมุตติแผ่ไปด้วยอาการ ๘
กรรมสูตรที่ ๓
เมตตาภาวนา วิปัสสนานัย
เมตตาเจโตวิมุตติ
อาหาเรปฏิกูลสัญญา
ปุตตมังสสูตร
อัตถิราคะสูตร
จตุธาตุววัฏฐาน
มหาหัตถิปโทปมสูตร
อรูปฌานสมาบัติ
เจริญอรูปฌาน
อรูปาวจรกุศล
อากาศไม่มีที่สุด
ธาตุสังยุตต์
อรูปสัญญา
อรูปสูตร
อิทธิวิธญาณ
โสตธาตุวิสุทธิญาณ
เจโตปริญาณ
ปุพเพนิวาสานุสติญาณ
ทิพย์จักษุญาณ
อาสวักขยญาณ
บุคคล ๗ จำพวก
วิโมกข์ ๘
เสขิยวัตรพระกรรมฐาน
วิสุทธิ ๗ ประการ
วิปัสสนากถา
สัญญาสูตรที่ ๒
ห้องวิปัสสนา แบบเจโตวิมุตติ
จิตตวิสุทธิ
ภาวนามยญาณ
ทิฏฐิวิสุทธิ
กังขาวิตรณวิสุทธิ
ความสงสัย ๑๖ ประการ
มัคคาคัคคญาณทัสสนวิสุทธิ
ปฏิปทาญาณทัสสนวิสุทธิ
ญาณทัสสนวิสุทธิ
มนสิการโดยความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา
อนิจจานุปัสสนาญาณ
สุญญติวิโมกข์
อนิตตวิโกข์
อัปปณิหิตวิโมกข์
จุฬสุญญตสูตร
มหาสูญตา
ยุคนัทธวรรค สุญกถา
สติปัฏฐานสูตร
สัมมัปปะธาน ๔
ฉันทะ
อิทธิบาท ๔
อินทรีย์ ๕
พละ ๕
โพชฌงค์ ๗
อริยมรรคมีองค์ ๘
โอรัมภาคิยะสัญโญชน์ ๕
สักกายทิฏฐิ
วิจิกิจฉา
สีลัพพตปรามาส
กามราคะ
ปฏิฆสัญโญชน์
อุทธัจจะสัญโญชน์
อวิชชา สัญโญชน์
สักกายทิฏฐิ
โสดาปัตติมรรค
คำอาราธนาเจริญวิปัสนา
ญาณวิปัสนาและคำภาวนาในห้องพระวิปัสนา

» นิยาย-เรื่องสั้น
» ข้อเขียน-บทความ
» บทกวี
» สารคดี-ท่องเที่ยว

» การแพทย์แผนโบราณ
ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแห่งกรุงศรีอยุธยา ได้ค้นพบบันทึกว่า มีระบบการจัดหายาที่ชัดเจนสำหรับราษฏร มีแหล่งจำหน่ายยาและสมุนไพรหลายแห่งทั้งในและ นอกกำแพงเมือง

» หลักธรรมในการอยู่ร่วมกันในสังคม
พระพุทธศาสนาได้สอนไว้ว่านักปกครองที่ดีนั้นควรมีคุณธรรม 10 ประการ เรียกว่า ทศพิธราชธรรม

» สมถะวิปัสสนา
ตามแนวพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับ (เถรวาท) ของสมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรมหาเถรเจ้า (สุก ไก่เถื่อน)

» พุทธธรรมขั้นพื้นฐาน
ไม่มีมนุษย์คนใดที่จะสามารถมีชีวิตอยู่ได้ลำพังตนเองโดยไม่ติดต่อสัมพันธ์กับคนอื่น เพราะการดำรงชีวิตอยู่ของคนเราจำเป็นจะต้องพึ่งพาอาศัยกันและกัน

» พระสูตรของท่านเว่ยหลาง
สูตรของท่านเว่ยหล่างล้วนแต่เป็นเรื่องของการใช้ปัญญาเพื่อค้นหาหนทางแห่งความเป็นพุทธะ และเพื่อความหลุดพ้นไปจากเครื่องร้อยรัดทั้งปวงในโลกนี้

» พุทธศาสนสุภาษิต
สุภาษิตที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงดำรัสไว้ ซึ่งมีคุณค่าสูงส่ง สามารถใช้ได้ทั้งเป็นแนวทางดำเนินชีวิต เตือนใจ หาคำตอบที่ดีสำหรับปัญหาที่สงสัย

» โอวาทสี่ของเหลี่ยวฝาน
แบบฉบับในการประพฤติดี ปฏิบัติชอบ เพื่อหยุดยั้งกระแสแห่งวัฒนธรรมตะวันตกและอนุรักษ์ความเป็นคนจีนดั้งเดิม

สติ๊กเกอร์ไลน์