ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

สมถะวิปัสสนา

แผ่ออกทิศเมตตาพรหมวิหาร ทิสาผรณา ๑๐ ทิศ

เมื่อภิกษุเจริญเมตตา จนได้อุปจารสมาธิ และทำให้มากซึ่งนิมิตนั้นแล ก็จะบรรลุอัปปนาสมาธิด้วย ภาวนานุโยคเพียงนี้ ปฐมฌานที่สหรคตด้วยเมตตา ละองค์ ๕ เจริญงองค์ ๕ อันได้บรรลุแล้วซึ่งปฐมฌาน ภิกษุนั้นเจริญทำให้มากขึ้นไป

พระโยคาวจรนั้น ชื่อว่ามีใจสหรคตด้วยเมตตา แผ่ไปตลอดทิศหนึ่งอยู่ ทิศที่ ๒ ก็อย่างนั้น ทิศที่ ๓ ก็อย่างนั้น ทิศที่ ๔ ก็อย่างนั้น ทิศเบื้องบน เบื้องล่าง เบื้องขวาง เธอมีใจสหรคตด้วยเมตตา เป็นใจกว้างขวาง ไม่มีประมาณ เป็นใจไม่มีเวร ไม่มีความบีบคั้น แผ่ไปในทิศทั้งปวงตลอดโลกที่มีสรรพสัตว์ โดยความมีตนเสมอกันในสรรพสัตว์ทั้งปวงอยู่ด้วยอำนาจฌาน การกระทำเมตตาได้ต่าง ๆ ย่อมสำเร็จแก่พระโยคาวจรผู้มีจิตถึงอัปปนาสมาธิด้วยอำนาจฌาน มีปฐมฌานเป็นต้นนี้มิใช้สำเร็จแก่ผู้ได้เพียง อปจารสมาธิเมื่อนั่งแผ่ทิศให้อาราธนาแบบเดิม เมื่อจะออกทิศพรหมวิหารนั้น ให้แผ่เมตตาในตนเองก่อนทั้ง ๗ บทนั้น เพื่อให้จิตมีพลังแล้วจึงภาวนาแผ่ออกทิศไปทีละทิศจนครบ ๑๐ ทิศ ทิศละ ๒ ครั้ง อุปจารสมาธิ ๑ อัปปนาสมาธิ ๑
ออกทิศเมตตาพรหมวิหาร

บทที่ ๑

สัพเพ สัตตา สุขี อเวรา โหนตุ

ออก ทิศใหญ่ ๔ ทิศ

๑. ปุรัตถิมายะทิสายะ สัพเพ สัตตา สุขี อเวรา โหนตุขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงในทิศบูรพา จงมีสุขไม่มีเวรเถิด
๒. ปัจฉิมายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา สุขี อเวรา โหนตุขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงในทิศปัจจิม จงมีสุขไม่มีเวรเถิด
๓. อุตตรายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา สุขี อเวรา โหนตุขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงในทิศอุดร จงมีสุขไม่มีเวรเถิด
๔. ทักขิณายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา สุขี อเวรา โหนตุขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงในทิศทักษิณ จงมีสุขไม่มีเวรเถิด

ออก ทิศน้อย ๔ ทิศ

๕. ปุรัตถิมายะ อนุทิสายะ สัพเพ สัตตา สุขี อเวรา โหนตุขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงในทิศอาคเนย์ จงมีความสุขไม่มีเวรเถิด
๖. ปัจฉิมายะ อนุทิสายะ สัพเพ สัตตา สุขี อเวรา โหนตุขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงในทิศพายับ จงมีความสุขไม่มีเวรเถิด
๗. อุตตรายะ อนุทิสายะ สัพเพ สัตตา สุขี อเวรา โหนตุขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงในทิศอิสาน จงมีความสุขไม่มีเวรเถิด
๘. ทักขิณายะ อนุทิสายะ สัพเพ สัตตา สุขี อเวรา โหนตุขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงในทิศหรดี จงมีความสุขไม่มีเวรเถิดออก ทิศเบื้องล่าง เบื้องบน
๙. เทฎฐิมายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา สุขี อเวรา โหนตุขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงในทิศเบื้องล่าง จงมีความสุขไม่มีเวรเถิด
๑๐. อุปริมายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา สุขี อเวรา โหนตุขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงในทิศเบื้องบน จงมีความสุขไม่มีเวรเถิด

ออกทิศเมตตาพรหมวิหาร

บทที่ ๒

สัพเพ สัตตา อเวรา โหนตุ
สัตว์ทั้งหลายทั้งสิ้นจงอย่ามีเวรต่อกันและกันเลย

ออก ทิศใหญ่ ๔ ทิศ

๑. ปุรัตถิมายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา อเวรา โหนตุขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงในทิศบูรพา จงอย่ามีเวรต่อกันและกันเลย
๒. ปัจฉิมายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา อเวรา โหนตุขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงในทิศประจิม จงอย่ามีเวรต่อกันเลย
๓. อุตตรายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา อเวรา โหนตุขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงในทิศอุดร จงอย่ามีเวรต่อกันเลย
๔. ทักขิณายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา อเวรา โหนตุขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงในทิศทักษิณ จงอย่ามีเวรต่อกันเลย

ออก ทิศน้อย ๔ ทิศ

๕. ปุรัตถิมายะ อนุทิสายะ สัพเพ สัตตา อเวรา โหนตุขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงในทิศอาคเนย์ จงอย่ามีเวรต่อกันเลย
๖. ปัจฉิมายะ อนุทิสายะ สัพเพ สัตตา อเวรา โหนตุขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงในทิศพายับ จงอย่ามีเวรต่อกันและกันเลย
๗. อุตตรายะ อนุทิสายะ สัพเพ สัตตา อเวรา โหนตุขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงในทิศอิสาน จงอย่ามีเวรต่อกันและกันเลย
๘. ทักขิณายะ อนุทิสายะ สัพเพ สัตตา อเวรา โหนตุขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงในทิศหรดี จงอย่ามีเวรต่อกันเลย

ออก ทิศเบื้องล่าง เบื้องบน

๙. เหฏฐิมายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา อเวรา โหนตุขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงในทิศเบื้องล่าง จงอย่ามีเวรต่อกันเลย
๑๐. อุปริมายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา อเวรา โหนตุขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงในทิศเบื้องบน จงอย่ามีเวรต่อกันเลย

ออกทิศเมตตาพรหมวิหาร

บทที่ ๓
สัพเพ สัตตา อัพยาปัชฌา โหนตุ

ขอสัตว์ทั้งหลายทั้งสิ้นอย่าได้มีพยาบาทต่อกันและกันเลย

ออก ทิศใหญ่ ๔ ทิศ

๑. ปุรัตถิมายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา อัพยาปัชฌา โหนตุขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงในทิศบูรพา จงอย่ามีพยาบาทต่อกันเลย
๒. ปัจฉิมายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา อัพยาปัชฌา โหนตุขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงในทิศประจิมจงอย่าพยาบาทต่อกันเลย
๓. อุตตรายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา อัพยาปัชฌา โหนตุขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงในทิศอุดร จงอย่ามีพยาบาทต่อกันเลย
๔. ทักขิณายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา อัพยาปัชฌา โหนตุขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงในทิศทักษิณ จงอย่ามีพยาบาทกันเลย

ออก ทิศน้อย ๔ ทิศ

๕. ปุรัตถิมายะ อนุทิสายะ สัพเพ สัตตา อัพยาปัชฌา โหนตุขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงในทิศอาคเนย์ จงอย่ามีพยาบาทต่อกันเลย
๖. ปัจฉิมายะ อนุทิสายะ สัพเพ สัตตา อัพยาปัชฌา โหนตุขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงในทิศพายับ จงอย่ามีพยาบาทต่อกันเลย
๗. อุตตรายะ อนุทิสายะ สัพเพ สัตตา อัพยาปัชฌา โหนตุขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงในทิศอิสาน จงอย่ามีพยาบาทต่อกันเลย
๘. ทักขิณายะ อนุทิสายะ สัพเพ สัตตา อัพยาปัชฌา โหนตุขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงในทิศหรดี จงอย่ามีพยาบาทต่อกันเลย

ออก ทิศเบื้องล่าง เบื้องบน

๙. เหฏฐิมายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา อัพยาปัชฌา โหนตุขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงในทิศเบื้องล่างจงอย่ามีพยาบาทต่อกันเลย
๑๐. อุปริมายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา อัพยาปัชฌา โหนตุขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงในทิศเบื้องบน จงอย่ามีพยาบาทต่อกันเลย

ออกทิศเมตตาพรหมวิหาร

บทที่ ๔

สัพเพ สัตตา อนีฆา โหนตุ
ขอสัตว์ทั้งหลายทั้งสิ้นจงอย่ามีความคับแค้นใจเลย

ออก ทิศใหญ่ ๔ ทิศ

๑. ปุรัตถิมายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา อนีฆา โหนตุขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงในทิศบูรพา จงอย่ามีความคับแค้นใจเลย
๒. ปัจฉิมายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา อนีฆา โหนตุขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงในทิศประจิม จงอย่ามีความคับแค้นใจเลย
๓. อุตตรายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา อนีฆา โหนตุขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงในทิศอุดร จงอย่ามีความคับแค้นใจเลย
๔. ทักขิณายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา อนีฆา โหนตุขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงในทิศทักษิณ จงอย่ามีความคับแค้นใจเลย

ออก ทิศน้อย ๔ ทิศ

๕. ปุรัตถิมายะ อนุทิสายะ สัพเพ สัตตา อนีฆา โหนตุขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงในทิศอาคเนย์จงอย่ามีความคับแค้นใจเลย
๖. ปัจฉิมายะ อนุทิสายะ สัพเพ สัตตา อนีฆา โหนตุขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงในทิศพายับ จงอย่ามีความคับแค้นใจเลย
๗. อุตตรายะ อนุทิสายะ สัพเพ สัตตา อนีฆา โหนตุขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงในทิศอิสาน จงอย่ามีความคับแค้นใจเลย
๘. ทักขิณายะ อนุทิสายะ สัพเพ สัตตา อนีฆา โหนตุขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงในทิศหรดี จงอย่ามีความคับแค้นใจเลย

ออก ทิศเบื้องล่าง เบื้องบน
๙. เหฏฐิมายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา อนีฆา โหนตุขอสัตว์ทั้งหลายในทิศเบื้องล่างจงอย่ามีความคับแค้นใจเลย
๑๐. อุปริมายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา อนีฆา โหนตุขอสัตว์ทั้งหลายในทิศเบื้องบน จงอย่ามีความคับแค้นใจเล

ออกทิศเมตตาพรหมวิหาร

บทที่ ๕

สัพเพ สัตตา สุขี อัตตานัง ปริหรันตุ
ขอสัตว์ทั้งหลายทั้งสิ้นจงมีความสุข รักษาตนให้พ้นทุกข์ภัยทั้งปวงเถิด

ออก ทิศใหญ่ ๔ ทิศ
๑. ปุรัตถิมายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา สุขีอัตตานังปริหรันตุ ขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงในทิศบูรพา จงมีความสุขรักษาตน ให้พ้นทุกข์ภัย ทั้งปวงเถิด
๒. ปัจฉิมายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา สุขี อัตตานัง ปริหรันตุขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงในทิศประจิม จงมีความสุขรักษาตน ให้ พ้น ทุกข์ภัยทั้งปวงเถิด
๓. อุตตรายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา สุขี อัตตานัง ปริหรันตุขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงในทิศอุดร จงมีความสุขรักษาตน ให้พ้นทุกข์ ภัยปวงเถิด
๔. ทักขิณายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา สุขี อัตตานัง ปริหรันตุขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงในทิศทักษิณ จงมีความสุขรักษาตนให้พ้น ทุกข์ภัย ทั้งปวงเถิด

ออก ทิศน้อย ๔ ทิศ

๕. ปุรัตถิมายะ อนุทิสายะ สัพเพ สัตตา สุขี อัตตานัง ปริหรันตุขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงในทิศอาคเนย์ จงมีความสุข รักษาตนให้ พ้นทุกข์ภัยเถิด
๖. ปัจฉิมายะ อนุทิสายะ สัพเพ สัตตา สุขี อัตตานัง ปริหรันตุขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงในทิศพายับ จงมีความสุข รักษาตนให้พ้นทุกข์ภัยเถิด
๗. อุตตรายะ อนุทิสายะ สัพเพ สัตตา สุขี อัตตานัง ปริหรันตุขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงในทิศอิสาน จงมีความสุข รักษาตนให้พ้นทุกข์ภัยเถิด
๘. ทักขิณายะ อนุทิสายะ สัพเพ สัตตา สุขี อัตตานัง ปริหรันตุขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงในทิศหรดี จงมีความสุข รักษาตนให้พ้นทุกข์ภัยเถิด

ออก ทิศเบื้องล่าง เบื้องบน

๙. เหฏฐิมายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา สุขี อัตตานัง ปริหรันตุขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงในทิศเบื้องล่าง จงมีสุข รักษาตนให้พ้นจาก ภัยเถิด
๑๐. อุปริมายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา สุขี อัตตานัง ปริหรันตุขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงในทิศเบื้องบน จงมีความสุข รักษาตนให้พ้น ภัยเถิด

เมื่อจบออกทิศพรหมวิหารครบทั้ง ๕ บท ๆ ละ ๑๐ ทิศ แล้ว ให้อาราธนาดู ๔ ทิศใหญ่ โดยวิธี วิกุพพนา

<< ย้อนกลับ | หน้าถัดไป >>

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

สมถะวิปัสสนา
คำอุปมาเปรียบเทียบสมถะวิปัสสนา
อธิศีลสิกขา อธิจิตตสิกขา อธิปัญญาสิกขา
วิเวก ๓
สิ่งเกียจคร้านที่ทำให้ไม่ปรารภความเพียรภาวนา ๘ ประการ
สิ่งที่ทำให้ทำการลงมือกระทำความเพียร
การแบ่งเวลานั่งเข้าที่ภาวนา
ภิกษุเจริญวิปัสสนา
ภิกษุย่อมเจริญสมถะ
จิตยังไม่สงบ เป็นสมาธิ ห้ามอยู่ป่า
ข้อแนะนำขั้นตอนในการนั่งสมาธิ
ประตูแรกของกรรมฐาน
อุปมานิวรณ์ธรรม ๑
อุปมานิวรณ์ธรรม ๒
ความกำเริบพอกพูนแห่งนิวรณ์ธรรม
เปรียบเทียบนิวรณ์ธรรม
อุปกิเลส ๕
อาหารของนิวรณ์ธรรม
นิวรณ์เป็น ๑๐
นิวรณ์ธรรม ๕
ธรรมเครื่องกั้นคือนิวรณ์ธรรม
รุกขเปรียบนิวรณ์ธรรม
นิวรณ์เปรียบเหมือนความมืด
กามคุณ ๕ ประการ
การหลีกออกจากนิวรณ์ธรรม
ธัมมานุปัสนาสติปัฏฐาน
สมาธิ
วัตร
การประคองจิตตามกาล
การอธิฐานสมาธินิมิต
คำขอขมาโทษแบบอุกาสะ
การบริภาษพระอริยะ
คำอาราธนาพระปิติ ๕
รูปายตนะ (รูป)
คำอาราธนาพระรัศมี พระปีติ ๕ ประการ
วิธีเข้าสะกดพระปีติ ๕ ประการ
ลักษณะปีติ ๕ ประการ
ขุททกาปีติ
พระปีติเจ้าทั้ง ๕
คำอาราธนาพระยุคลธรรม ๖ ประการ
การนั่งเจริญภาวนาพระยุคล ๖
ลักษณะพระยุคลธรรม ๖ ประการ
ธรรมที่เป็นกุศล
อารมณ์และข้าศึกของยุคลธรรม
พระยุคลธรรมทั้ง ๖ ประการ จัดเป็นธาตุ
คำอาราธนา สุขสมาธิธรรมเจ้า
ลักษณะสุขสมาธิ
กรรมฐานในอานาปาสติยกจิตขึ้นสู่อัปปนาสมาธิ
ห้องอานาปานสติกรรมฐาน
คำอาราธนาในห้องอานาปานสติกรรมฐาน
ลักษณะอานาปานสติ
มหาวรรคอานาปานกถา
ธรรมเครื่องนำออก
อุปกิเลส ๑๘ ประการ
ญาณในโวทาน ๑๓
เบื้องต้น ท่ามกลาง เป็นที่สุดแห่งปฐมฌาณ
ธรรม ๓ ประการ
ญาณความรู้ในการทำ สติ ๓๒ ประการ
พิจารณากาย
ภาวนามี ๔
เวทนา
สัญญา
วิตก
บุคคลย่อมยังอินทรีย์ทั้งหลายให้ประชุมลงอย่างไร
พละทั้งหลายประชุมลงอย่างไร
บุคคลย่อมยังโพชฌงค์ทั้งหลายให้ประชุมลงอย่างไร
บุคคลย่อมยังมรรคให้ประชุมลงอย่างไร
บุคคลย่อมยังธรรมทั้งหลายให้ประชุมลงอย่างไร
บุคคลเมื่อหายใจออกสั้นก็รู้ว่าหายใจออกสั้น เมื่อหายใจเข้าสั้นก็รู้ว่าหายใจเข้าสั้น อย่างไร
บุคคลย่อมพิจารณากายนั้นอย่างไร
กายสังขารเป็นไฉน
ปีติเป็นไฉน
จิตตสังขารเป็นไฉน
จิตนั้นเป็นไฉน
ความเบิกบานแห่งจิตเป็นไฉน
บุคคลย่อมศึกษาว่าจักเปลื้องจิตหายใจเข้าออกอย่างไร
ความไม่เที่ยง
พิจารณาความคลายกำหนัด
พิจารณาความดับในรูปหายใจเข้าออก
โทษในอวิชชา
พิจารณาความสละคืนหายใจเข้าออก
ญาณด้วยสามารถแห่งสมาธิ ๒๔
วิปัสสนา ๗๒
นิพพิทาญาณ ๘
นิพพิทานุโลมญาณ ๘
นิพพิทาปฏิปัสสัทธิญาณ ๘
ญาณในวิมุตติสุข ๒๑
การเจริญอานาปานสติ
ห้องกายคตาสติ
ทิฐิความไม่ยึดมั่นถือมั่นใน
การพิจารณากายคตาสติเป็นปฏิกูล
คำอาราธนาพระกายคตาสติ
คำอาราธนากสิณ
การพิจารณาธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ
กสิณายตนะ ๑๐
บ่อเกิดแห่งกสิณ ๑๐ ประการ
พิจารณาวรรณกสิณ
การพิจารณาภูตกสิณ
การพิจารณาธาตุ ๖
อากาสธาตุ
คำอาราธนาอสุภกรรมฐาน
อสุภกรรมฐาน ๑๐ ประการ
พิจารณาอสุภกรรมฐานเป็นปฏิกูล
ความแตกต่างแห่งคน
อสุภะฌาน ๑๐ ดวง
เหตุที่ขึ้นองค์ฌานในห้องอสุภกรรมฐาน
คำอาราธนาปฐมฌาน
คำอาราธนาทุติยฌาน
คำอาราธนาตติยฌาน
คำอาราธนาจตุถฌาน
คำอาราธนาปัญจมฌาน
บุคคลผู้เพ่งฌาน ๔ จำพวก
การพิจารณาฌานเป็นวิปัสสนา เป็นอนาคามี ไปสุธาวาส
แผ่เมตตา ๑๐ ทิศ
พิจารณาธรรมในเมตตาฌานไปสุทธาวาส
ฌาน ๔ เป็นอาพาธ
เปรียบฌาน ๔
การพิจารณาธรรมในองค์ฌานเพื่อความสิ้นไปแห่งอาสวะ
ธรรมระงับในฌานต่าง ๆ
ความตั้งอยู่ในสมถะวิปัสสนาธรรมในรูปฌาน ๔
ความตั้งอยู่ในสมถะวิปัสสนาธรรมในฌานพรมหวิหาร ๔
พระสารีบุตรบำเบ็ญฌาน
อุปมารูปฌาน ๔
พระโมคคัลลานบำเพ็ญฌาน
โยคาวจรผู้เจริญฌาน ๔ จำพวก
วิโมกข์ ๘ ประการ
อนุปุพพวิหารสมาบัติ ๙
กุศลฌานปัญจกนัย ฌาน ๕
อธิบายคำในองค์ฌาน
โลกุตตรกุศลฌาน จตุกกนัย
โลกกุตตรกุศลฌาน ปัญจกนัย
วิปากฌาน ปัญจกนัย
โลกุตตรวิปากฌาน จตุกกนัย ฌาน ๔
โลกุตตรวิปากฌาน ปัญจกนัย
กิริยาฌาน ปัญจกนัย
อัปปมัญญา ๔
เมตตาอัปปมัญญานิเทศ
กรุณาอัปปมัญญานิเทศ
มุทิตาอัปปมัญญานิเทศ
อุเบกขาอัปปมัญญานิเทศ
เมตตากุศลฌาน จตุกกนัย
กรุณากุศลฌาน จตุกกนัย
มุทิตากุศลฌาน จตุกกนัย
อุเบกขากุศลฌาน
เมตตาวิปากฌาน จตุกกนัย
เมตตาวิปากฌาน ปัญจกนัย
กรุณาวิปากฌาน จตุกกนัย
กรุณาวิปากฌาน ปัญจกนัย
มุทิตาวิปากฌาน จตุกกนัย
มุทิตาวิปากฌาน ปัญจกนัย
อุเบกขาวิปากฌาน
เมตตากิริยาฌาน จตุกกนัย
เมตตากิริยาฌานปัญจกนัย
กรุณากิริยาฌาน จตุกกนัย
กรุณากิริยาฌาน ปัญจกนัย
มุทิตากิริยาฌาน จตุกกนัย
มุทิตากิริยาฌาน ปัญจกนัย
อุเบกขากิริยาฌาน
สมาธิ สูตรที่ ๑
สมาธิสังยุต
คำอาราธนาอนุสสติ
การเจริญอนุสสติต่างๆ
คำภาวนาในห้องอนุสสติ
ทานสูตร
อุปาทกัมมอายุปมาณวาร
อายุของเหล่าเทวดาชั้นจาตุมหาราช
มรณัสสติ สูตรที่ ๒
ปฏิปทาสูตรที่ ๓
ปฏิปทาสูตรที่ ๔
อัปปมัญญา พรหมวิหาร ๔
คำอารธนาในบทเมตตาพรหมวิหาร
แผ่ออกทิศเมตตาพรหมวิหาร ทิสาผรณา ๑๐ ทิศ
วิกุพพนา
บทแผ่เมตตาพรหมวิหาร รอบนอก
กรุณาพรหมวิหาร
อาราธนาพิจารณาดู ๔ ทิศใหญ่
บทแผ่กรุณารอบนอก ๔ บท
มุทิตาพรหมวิหาร
แผ่ออกทิศมุทิตาพรหมวิหาร ทิสาผรณา ๑๐ ทิศ
อุเบกขาพรหมวิหาร
ยุคนัทธวรรค เมตตากถา
ผู้เจริญเมตตาที่อบรมด้วยอินทรีย์ ๕
ผู้เจริญเมตตาที่อบรมด้วยพละ ๕
ผู้เจริญเมตตาที่อบรมด้วยโพชณฌงค์ ๗
เมตตาเจโตวิมุตติอันอบรมแล้วด้วยมรรค ๘
เมตตาเจโตวิมุตติแผ่ไปด้วยอาการ ๘
กรรมสูตรที่ ๓
เมตตาภาวนา วิปัสสนานัย
เมตตาเจโตวิมุตติ
อาหาเรปฏิกูลสัญญา
ปุตตมังสสูตร
อัตถิราคะสูตร
จตุธาตุววัฏฐาน
มหาหัตถิปโทปมสูตร
อรูปฌานสมาบัติ
เจริญอรูปฌาน
อรูปาวจรกุศล
อากาศไม่มีที่สุด
ธาตุสังยุตต์
อรูปสัญญา
อรูปสูตร
อิทธิวิธญาณ
โสตธาตุวิสุทธิญาณ
เจโตปริญาณ
ปุพเพนิวาสานุสติญาณ
ทิพย์จักษุญาณ
อาสวักขยญาณ
บุคคล ๗ จำพวก
วิโมกข์ ๘
เสขิยวัตรพระกรรมฐาน
วิสุทธิ ๗ ประการ
วิปัสสนากถา
สัญญาสูตรที่ ๒
ห้องวิปัสสนา แบบเจโตวิมุตติ
จิตตวิสุทธิ
ภาวนามยญาณ
ทิฏฐิวิสุทธิ
กังขาวิตรณวิสุทธิ
ความสงสัย ๑๖ ประการ
มัคคาคัคคญาณทัสสนวิสุทธิ
ปฏิปทาญาณทัสสนวิสุทธิ
ญาณทัสสนวิสุทธิ
มนสิการโดยความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา
อนิจจานุปัสสนาญาณ
สุญญติวิโมกข์
อนิตตวิโกข์
อัปปณิหิตวิโมกข์
จุฬสุญญตสูตร
มหาสูญตา
ยุคนัทธวรรค สุญกถา
สติปัฏฐานสูตร
สัมมัปปะธาน ๔
ฉันทะ
อิทธิบาท ๔
อินทรีย์ ๕
พละ ๕
โพชฌงค์ ๗
อริยมรรคมีองค์ ๘
โอรัมภาคิยะสัญโญชน์ ๕
สักกายทิฏฐิ
วิจิกิจฉา
สีลัพพตปรามาส
กามราคะ
ปฏิฆสัญโญชน์
อุทธัจจะสัญโญชน์
อวิชชา สัญโญชน์
สักกายทิฏฐิ
โสดาปัตติมรรค
คำอาราธนาเจริญวิปัสนา
ญาณวิปัสนาและคำภาวนาในห้องพระวิปัสนา

» นิยาย-เรื่องสั้น
» ข้อเขียน-บทความ
» บทกวี
» สารคดี-ท่องเที่ยว

» การแพทย์แผนโบราณ
ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแห่งกรุงศรีอยุธยา ได้ค้นพบบันทึกว่า มีระบบการจัดหายาที่ชัดเจนสำหรับราษฏร มีแหล่งจำหน่ายยาและสมุนไพรหลายแห่งทั้งในและ นอกกำแพงเมือง

» หลักธรรมในการอยู่ร่วมกันในสังคม
พระพุทธศาสนาได้สอนไว้ว่านักปกครองที่ดีนั้นควรมีคุณธรรม 10 ประการ เรียกว่า ทศพิธราชธรรม

» สมถะวิปัสสนา
ตามแนวพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับ (เถรวาท) ของสมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรมหาเถรเจ้า (สุก ไก่เถื่อน)

» พุทธธรรมขั้นพื้นฐาน
ไม่มีมนุษย์คนใดที่จะสามารถมีชีวิตอยู่ได้ลำพังตนเองโดยไม่ติดต่อสัมพันธ์กับคนอื่น เพราะการดำรงชีวิตอยู่ของคนเราจำเป็นจะต้องพึ่งพาอาศัยกันและกัน

» พระสูตรของท่านเว่ยหลาง
สูตรของท่านเว่ยหล่างล้วนแต่เป็นเรื่องของการใช้ปัญญาเพื่อค้นหาหนทางแห่งความเป็นพุทธะ และเพื่อความหลุดพ้นไปจากเครื่องร้อยรัดทั้งปวงในโลกนี้

» พุทธศาสนสุภาษิต
สุภาษิตที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงดำรัสไว้ ซึ่งมีคุณค่าสูงส่ง สามารถใช้ได้ทั้งเป็นแนวทางดำเนินชีวิต เตือนใจ หาคำตอบที่ดีสำหรับปัญหาที่สงสัย

» โอวาทสี่ของเหลี่ยวฝาน
แบบฉบับในการประพฤติดี ปฏิบัติชอบ เพื่อหยุดยั้งกระแสแห่งวัฒนธรรมตะวันตกและอนุรักษ์ความเป็นคนจีนดั้งเดิม

สติ๊กเกอร์ไลน์
-สนับสนุนผลงาน
รายได้สมทบทุนยังชีพหลังเกษียณ-