ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

สมถะวิปัสสนา

กรุณาพรหมวิหาร

กรุณา คือ ความต้องการให้ผู้อื่นพ้นทุกข์ ภิกษุมีกรุณาแผ่ไปยังสัตว์ทั้งปวง เหมือนอย่างบุคคลผู้หนึ่งซึ่งเป็นคนตกยากเข็นใจ แล้วพึงสงสาร หรือมีความกรุณาว่า สัตว์ผู้นี้มีความทุกข์ยาก ไฉนเราพึงทำให้เขาพ้นทุกข์

คำอาราธนากรุณาพรหมวิหาร

ข้าฯขอภาวนา กรุณาพรหมวิหารเจ้า เพื่อจะขอเอา อุปจารสมาธิ (อัปปนาสมาธิ) ในห้องกรุณาพรหมวิหารเจ้านี้จงได้
ขอพระพุทธเจ้าจงมาเป็นที่พึ่งแก่ข้าฯนี้เถิด ขอพระธรรมเจ้าทั้งมวลจงมาเป็นที่พึ่งแก่ข้าฯนี้เถิด
ขอพระอริยสงฆ์เจ้าตั้งแรกแต่พระมหาอัญญาโกญฑัณยะเถรเจ้าโพ้นมาตราบเท่าถึงพระสงฆ์สมมุติในกาลบัดนี้จงมาเป็นที่พึ่งแก่ข้าฯนี้เถิด
ขอพระอริยสงฆ์องค์ต้นอันสอนพระกรรมฐานเจ้าทั้งมวลจงมาเป็นที่พึ่งแก่ข้าฯนี้เถิด ขอพระกรรมฐานเจ้าทั้งมวลจงมาเป็นที่พึ่งแก่ข้าฯนี้เถิด

อุกาสะในที่นี้เล่าข้าจะขอเชิญปฏิบัติบูชา ตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเพื่อจะขอเอา อุปจารสมาธิ ในห้องกรุณาพรหมวิหารเจ้านี้จงได้ขอจงเจ้ากูมาบังเกิดปรากฏอยู่ในจักขุทวาร มโนทวาร กายทวารแห่งข้าฯในขณะเมื่อข้าฯนั่งภาวนา อยู่นี้เถิด

อิติปิโส ภะคะวา อะระหัง สัมมา สัมพุทโธ วิชชาจรณสัมปันโน สุคโต โลกวิทู อนุตโร ปุริสธัมมะสาระถิ สัตถาเทวมนุษสานัง พุทโธ ภะคะวาติ
สัมมาอรหัง สัมมาอรหัง สัมมาอรหัง
อรหัง อรหัง อรหัง

คำแผ่กรุณารอบใน ในตน

๑. อะหัง อะลาภา ปมุญจามิ ขอเราจงพ้นจากความเสื่อมลาภเถิด
๒. อะหัง อะยะสา ปมุญจามิ ขอเราจงพ้นจากความเสื่อมยศเถิด
๓. อะหัง นินทา ปมุญจามิ ขอเราจงพ้นจากความนินทาเถิด
๔. อะหัง ทุกขา ปมุญจามิ ขอเราจงพ้นจากความทุกข์เถิด

นั่งแผ่กรุณารอบในตนนี้ ให้อาราธนา เอาทั้งอุปจารสมาธิ และอัปปนาสมาธิ บทหนึ่ง ให้นั่ง ๒ ครั้ง

แผ่ออกทิศกรุณาพรหมวิหาร ทิสาผรณา ๑๐ ทิศ

เมื่อภิกษุเจริญกรุณาพรหมวิหาร จนได้อุปจารสมาธิ และทำให้มากซึ่งสมาธินั้นแล ก็จะบรรลุอัปปนาสมาธิด้วยภาวนานุโยคเพียงนี้ ปฐมฌานที่สหรคตด้วยกรุณา ละองค์ ๕ เจริญองค์๕ อันได้บรรลุแล้วซึ่งปฐมฌาน ภิกษุนี้จึงเจริญให้มากทำให้มากขึ้นไป

พระโยคาวจรนั้นชื่อว่ามีใจสหรคตด้วยกรุณา แผ่ไปตลอดทิศหนึ่งอยู่ ทิศที่ ๒ ก็อย่างนั้น ทิศที่ ๓ ก็อย่างนั้น ทิศที่ ๔ ก็อย่างนั้น ทิศเบื้องบน ทิศเบื้องล่าง ทิศเบื้องขวาง เธอมีใจสหรคตด้วยกรุณา มีใจกว้างขวาง ไม่มีประมาณ เป็นใจไม่มีเวร ไม่มีความบีบคั้น แผ่ไปในทิศทั้งปวงตลอดโลกที่มีสรรพสัตว์ โดยความบีบคั้นเสมอกันในสรรพสัตว์ทั้งปวงอยู่ได้ด้วยอำนาจฌาน การกระทำกรุณาได้ต่าง ๆ ย่อมสำเร็จแก่พระโยคาวจรผู้มีจิตถึงอัปปนาสมาธิด้วยอำนาจฌาน มีปฐมฌานเป็นต้นมิได้สำเร็จ แก่ผู้ได้เพียงอุปจารสมาธิ

ออกทิศกรุณาพรหมวิหารนั้น ให้อาราธนาแบบเดิม ให้แผ่กรุณาในตนเอง ๔ บทก่อน เพื่อให้จิพมีพลังแล้ว จึงภาวนาแผ่ออกทิศไปทีละทิศ จนครบ ๑๐ ทิศ ทิศละ ๒ ครั้ง คือ อุปจารสมาธิ ๑ อัปปนาสมาธิ ๑
ออกทิศกรุณาพรหมวิหาร

บทที่ ๑

สัพเพ สัตตา อะลาภา ปมุญจันตุ
ขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวง จงพ้นจากความเสื่อมลาภเถิด

ออก ทิศใหญ่ ๔ ทิศ

๑. ปุรัตถิมายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา อะลาภา ปมุญจันตุขอสัตว์ทั้งหลายในทิศบูรพา จงพ้นจากความเสื่อมลาภเถิด
๒. ปัจฉิมายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา อะลาภา ปมุญจันตุขอสัตว์ทั้งหลายในทิศประจิม จงพ้นจากความเสื่อมลาภเถิด
๓. อุตตรายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา อะลาภา ปมุญจันตุขอสัตว์ทั้งหลาย ในทิศอุดร จงพ้นจากความเสื่อมลาภเถิด
๔. ทักขิณายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา อะลาภา ปมุญจันตุขอสัตว์ทั้งหลายในทิศทักษิณ จงพ้นจากความเสื่อมลาภเถิด

ออก ทิศน้อย ๔ ทิศ

๕. ปุรัตถิมายะ อนุทิสายะ สัพเพ สัตตา อะลาภา ปมุญจันตุขอสัตว์ทั้งหลายในทิศอาคเนย์ จงพ้นจากความเสื่อมลาภเถิด
๖. ปัจฉิมายะ อนุทิสายะ สัพเพ สัตตา อะลาภา ปมุญจันตุขอสัตว์ทั้งหลายในทิศพายับ จงพ้นจากความเสื่อมลาภเถิด
๗. อุตตรายะ อนุทิสายะ สัพเพ สัตตา อะลาภา ปมุญจันตุขอสัตว์ทั้งหลายในทิศอิสาน จงพ้นจากความเสื่อมลาภเถิด
๘. ทักขิณายะ อนุทิสายะ สัพเพ สัตตา อะลาภา ปมุญจันตุขอสัตว์ทั้งหลายในทิศหรดี จงพ้นจากความเสื่อมลาภเถิด

ออก ทิศเบื้องล่าง เบื้องบน

๙. เหฏฐิมายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา อะลาภา ปมุญจันตุขอสัตว์ทั้งหลายในทิศเบื้องล่าง จงพ้นจากความเสื่อมลาภเถิด
๑๐. อุปริมายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา อะลาภา ปมุญจันตุขอสัตว์ทั้งหลาย ในทิศเบื้องบน จงพ้นจากความเสื่อมลาภเถิด

ออกทิศกรุณาพรหมวิหาร

บทที่ ๒

สัพเพ สัตตา อะยะสา ปมุญจันตุ
สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง จงพ้นจากความเสื่อมยศเถิด

ออก ทิศใหญ่ ๔ ทิศ

๑. ปุรัตถิมายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา อะยะสา ปมุญจันตุขอสัตว์ทั้งหลาย ในทิศบูรพา จงพ้นจากความเสื่อมยศเถิด
๒. ปัจฉิมายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา อะยะสา ปมุญจันตุขอสัตว์ทั้งหลาย ในทิศประจิม จงพ้นจากความเสื่อมยศเถิด
๓. อุตตรายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา อะยะสา ปมุญจันตุขอสัตว์ทั้งหลาย ในทิศอุดร จงพ้นจากความเสื่อมยศเถิด
๔. ทักขิณายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา อะยะสา ปมุญจันตุขอสัตว์ทั้งหลาย ในทิศทักษิณ จงพ้นจากความเสื่อมยศเถิด

ออก ทิศน้อย ๔ ทิศ

๕. ปุรัตถิมายะ อนุทิสายะ สัพเพ สัตตา อะยะสา ปมุญจันตุขอสัตว์ทั้งหลายในทิศอาคเนย์ จงพ้นจากความเสื่อมยศเถิด
๖. ปัจฉิมายะ อนุทิสายะ สัพเพ สัตตา อะยะสา ปมุญจันตุขอสัตว์ทั้งหลายทั้งในทิศพายับ จงพ้นจากความเสื่อมยศเถิด
๗. อุตตรายะ อนุทิสายะ สัพเพ สัตตา อะยะสา ปมุญจันตุขอสัตว์ทั้งหลาย ในทิศอิสาน จงพ้นจากความเสื่อมยศเถิด
๘. ทักขิณายะ อนุทิสายะ สัพเพ สัตตา อะยะสา ปมุญจันตุขอสัตว์ทั้งหลาย ในทิศหรดี จงพ้นจากความเสื่อมยศเถิด

ออก ทิศเบื้องล่าง เบื้องบน

๙. เหฏฐิมายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา อะยะสา ปมุญจันตุขอสัตว์ทั้งหลาย ในทิศเบื้องล่าง จงพ้นจากความเสื่อมยศเถิด
๑๐. อุปริมายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา อะยะสา ปมุญจันตุขอสัตว์ทั้งหลาย ในทิศเบื้องบน จงพ้นจากความเสื่อมยศ

ออกทิศกรุณาพรหมวิหาร

บทที่ ๓

สัพเพ สัตตา นินทา ปมุญจันตุ
ขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวง จงพ้นจากความนินทา

ออก ทิศใหญ่ ๔ ทิศ

๑. ปุรัตถิมายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา นินทา ปมุญจันตุขอสัตว์ทั้งหลาย ในทิศบูรพา จงพ้นจากความนินทาเถิด
๒. ปัจฉิมายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา นินทา ปมุญจันตุขอสัตว์ทั้งหลาย ในทิศประจิม จงพ้นจากความนินทาเถิด
๓. อุตตรายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา นินทา ปมุญจันตุขอสัตว์ทั้งหลาย ในทิศอุดร จงพ้นจากความนินทาเถิด
๔. ทักขิณายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา นินทา ปมุญจันตุขอสัตว์ทั้งหลาย ในทิศทักษิณ จงพ้นจากความนินทาเถิด

ออก ทิศน้อย ๔ ทิศ
๕. ปุรัตถิมายะ อนุทิสายะ สัพเพ สัตตา นินทา ปมุญจันตุขอสัตว์ทั้งหลาย ในทิศอาคเนย์ จงพ้นจากความนินทาเถิด
๖. ปัจฉิมายะ อนุทิสายะ สัพเพ สัตตา นินทา ปมุญจันตุขอสัตว์ทั้งหลาย ในทิศพายับ จงพ้นจากความนินทาเถิด
๗. อุตตรายะ อนุทิสายะ สัพเพ สัตตา นินทา ปมุญจันตุขอสัตว์ทั้งหลาย ในทิศอิสาน จงพ้นจากความนินทาเถิด
๘. ทักขิณายะ อนุทิสายะ สัพเพ สัตตา นินทา ปมุญจันตุขอสัตว์ทั้งหลาย ในทิศหรดี จงพ้นจากความนินทาเถิด

ออก ทิศเบื้องล่าง เบื้องบน
๙. เหฏฐิมายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา นินทา ปมุญจันตุขอสัตว์ทั้งหลาย ในทิศเบื้องล่าง จงพ้นจากความนินทาเถิด
๑ ๐ . อุปริมายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา นินทา ปมุญจันตุ
ขอสัตว์ทั้งหลาย ในทิศเบื้องบน จงพ้นจากความนินทาเถิด

ออกทิศกรุณาพรหมวิหาร

บทที่ ๔

สัพเพ สัตตา ทุกขา ปมุญจันตุ
ขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวง จงพ้นจากความทุกข์เถิด

ออก ทิศใหญ่ ๔ ทิศ

๑. ปุรัตถิมายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา ทุกขา ปมุญจันตุขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงในทิศบูรพา จงพ้นจากความทุกข์เถิด
๒. ปัจฉิมายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา ทุกขา ปมุญจันตุขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงในทิศประจิม จงพ้นจากความทุกข์เถิด
๓. อุตตรายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา ทุกขา ปมุญจันตุขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงในทิศอุดร จงพ้นจากความทุกข์เถิด
๔. ทักขิณายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา ทุกขา ปมุญจันตุขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงในทิศทักษิณ จงพ้นจากความทุกข์เถิด

ออก ทิศน้อย ๔ ทิศ

๕. ปุรัตถิมายะ อนุทิสายะ สัพเพ สัตตา ทุกขา ปมุญจันตุขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงในทิศอาคเนย์ จงพ้นจากความทุกข์เถิด
๖. ปัจฉิมายะ อนุทิสายะ สัพเพ สัตตา ทุกขา ปมุญจันตุขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงในทิศพายับ จงพ้นจากความทุกข์เถิด
๗. อุตตรายะ อนุทิสายะ สัพเพ สัตตา ทุกขา ปมุญจันตุขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงในทิศอิสาน จงพ้นจากความทุกข์เถิด
๘. ทักขิณายะ อนุทิสายะ สัพเพ สัตตา ทุกขา ปมุญจันตุขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงในทิศหรดี จงพ้นจากความทุกข์เถิด

ออก ทิศเบื้องล่าง เบื้องบน

๙. เหฏฐิมายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา ทุกขา ปมุญจันตุขอสัตว์ทั้งหลาย ในทิศเบื้องล่าง จงพ้นจากความทุกข์เถิด
๑๐. อุปริมายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา ทุกขา ปมุญจันตุขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงในทิศเบื้องบน จงพ้นจากความทุกข์เถิด

เมื่อจบออกทิศกรุณาพรหมวิหารแล้ว ครบทั้ง ๔ บท บทละ ๑๐ ทิศแล้ว ให้อาราธนาดู ๔ ทิศ ๘ ทิศ ๑๐ ทิศ แล้ว เวียนทิศเป็นทักษิณาวัตรอีก ๔ รอบ

<< ย้อนกลับ | หน้าถัดไป >>

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

สมถะวิปัสสนา
คำอุปมาเปรียบเทียบสมถะวิปัสสนา
อธิศีลสิกขา อธิจิตตสิกขา อธิปัญญาสิกขา
วิเวก ๓
สิ่งเกียจคร้านที่ทำให้ไม่ปรารภความเพียรภาวนา ๘ ประการ
สิ่งที่ทำให้ทำการลงมือกระทำความเพียร
การแบ่งเวลานั่งเข้าที่ภาวนา
ภิกษุเจริญวิปัสสนา
ภิกษุย่อมเจริญสมถะ
จิตยังไม่สงบ เป็นสมาธิ ห้ามอยู่ป่า
ข้อแนะนำขั้นตอนในการนั่งสมาธิ
ประตูแรกของกรรมฐาน
อุปมานิวรณ์ธรรม ๑
อุปมานิวรณ์ธรรม ๒
ความกำเริบพอกพูนแห่งนิวรณ์ธรรม
เปรียบเทียบนิวรณ์ธรรม
อุปกิเลส ๕
อาหารของนิวรณ์ธรรม
นิวรณ์เป็น ๑๐
นิวรณ์ธรรม ๕
ธรรมเครื่องกั้นคือนิวรณ์ธรรม
รุกขเปรียบนิวรณ์ธรรม
นิวรณ์เปรียบเหมือนความมืด
กามคุณ ๕ ประการ
การหลีกออกจากนิวรณ์ธรรม
ธัมมานุปัสนาสติปัฏฐาน
สมาธิ
วัตร
การประคองจิตตามกาล
การอธิฐานสมาธินิมิต
คำขอขมาโทษแบบอุกาสะ
การบริภาษพระอริยะ
คำอาราธนาพระปิติ ๕
รูปายตนะ (รูป)
คำอาราธนาพระรัศมี พระปีติ ๕ ประการ
วิธีเข้าสะกดพระปีติ ๕ ประการ
ลักษณะปีติ ๕ ประการ
ขุททกาปีติ
พระปีติเจ้าทั้ง ๕
คำอาราธนาพระยุคลธรรม ๖ ประการ
การนั่งเจริญภาวนาพระยุคล ๖
ลักษณะพระยุคลธรรม ๖ ประการ
ธรรมที่เป็นกุศล
อารมณ์และข้าศึกของยุคลธรรม
พระยุคลธรรมทั้ง ๖ ประการ จัดเป็นธาตุ
คำอาราธนา สุขสมาธิธรรมเจ้า
ลักษณะสุขสมาธิ
กรรมฐานในอานาปาสติยกจิตขึ้นสู่อัปปนาสมาธิ
ห้องอานาปานสติกรรมฐาน
คำอาราธนาในห้องอานาปานสติกรรมฐาน
ลักษณะอานาปานสติ
มหาวรรคอานาปานกถา
ธรรมเครื่องนำออก
อุปกิเลส ๑๘ ประการ
ญาณในโวทาน ๑๓
เบื้องต้น ท่ามกลาง เป็นที่สุดแห่งปฐมฌาณ
ธรรม ๓ ประการ
ญาณความรู้ในการทำ สติ ๓๒ ประการ
พิจารณากาย
ภาวนามี ๔
เวทนา
สัญญา
วิตก
บุคคลย่อมยังอินทรีย์ทั้งหลายให้ประชุมลงอย่างไร
พละทั้งหลายประชุมลงอย่างไร
บุคคลย่อมยังโพชฌงค์ทั้งหลายให้ประชุมลงอย่างไร
บุคคลย่อมยังมรรคให้ประชุมลงอย่างไร
บุคคลย่อมยังธรรมทั้งหลายให้ประชุมลงอย่างไร
บุคคลเมื่อหายใจออกสั้นก็รู้ว่าหายใจออกสั้น เมื่อหายใจเข้าสั้นก็รู้ว่าหายใจเข้าสั้น อย่างไร
บุคคลย่อมพิจารณากายนั้นอย่างไร
กายสังขารเป็นไฉน
ปีติเป็นไฉน
จิตตสังขารเป็นไฉน
จิตนั้นเป็นไฉน
ความเบิกบานแห่งจิตเป็นไฉน
บุคคลย่อมศึกษาว่าจักเปลื้องจิตหายใจเข้าออกอย่างไร
ความไม่เที่ยง
พิจารณาความคลายกำหนัด
พิจารณาความดับในรูปหายใจเข้าออก
โทษในอวิชชา
พิจารณาความสละคืนหายใจเข้าออก
ญาณด้วยสามารถแห่งสมาธิ ๒๔
วิปัสสนา ๗๒
นิพพิทาญาณ ๘
นิพพิทานุโลมญาณ ๘
นิพพิทาปฏิปัสสัทธิญาณ ๘
ญาณในวิมุตติสุข ๒๑
การเจริญอานาปานสติ
ห้องกายคตาสติ
ทิฐิความไม่ยึดมั่นถือมั่นใน
การพิจารณากายคตาสติเป็นปฏิกูล
คำอาราธนาพระกายคตาสติ
คำอาราธนากสิณ
การพิจารณาธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ
กสิณายตนะ ๑๐
บ่อเกิดแห่งกสิณ ๑๐ ประการ
พิจารณาวรรณกสิณ
การพิจารณาภูตกสิณ
การพิจารณาธาตุ ๖
อากาสธาตุ
คำอาราธนาอสุภกรรมฐาน
อสุภกรรมฐาน ๑๐ ประการ
พิจารณาอสุภกรรมฐานเป็นปฏิกูล
ความแตกต่างแห่งคน
อสุภะฌาน ๑๐ ดวง
เหตุที่ขึ้นองค์ฌานในห้องอสุภกรรมฐาน
คำอาราธนาปฐมฌาน
คำอาราธนาทุติยฌาน
คำอาราธนาตติยฌาน
คำอาราธนาจตุถฌาน
คำอาราธนาปัญจมฌาน
บุคคลผู้เพ่งฌาน ๔ จำพวก
การพิจารณาฌานเป็นวิปัสสนา เป็นอนาคามี ไปสุธาวาส
แผ่เมตตา ๑๐ ทิศ
พิจารณาธรรมในเมตตาฌานไปสุทธาวาส
ฌาน ๔ เป็นอาพาธ
เปรียบฌาน ๔
การพิจารณาธรรมในองค์ฌานเพื่อความสิ้นไปแห่งอาสวะ
ธรรมระงับในฌานต่าง ๆ
ความตั้งอยู่ในสมถะวิปัสสนาธรรมในรูปฌาน ๔
ความตั้งอยู่ในสมถะวิปัสสนาธรรมในฌานพรมหวิหาร ๔
พระสารีบุตรบำเบ็ญฌาน
อุปมารูปฌาน ๔
พระโมคคัลลานบำเพ็ญฌาน
โยคาวจรผู้เจริญฌาน ๔ จำพวก
วิโมกข์ ๘ ประการ
อนุปุพพวิหารสมาบัติ ๙
กุศลฌานปัญจกนัย ฌาน ๕
อธิบายคำในองค์ฌาน
โลกุตตรกุศลฌาน จตุกกนัย
โลกกุตตรกุศลฌาน ปัญจกนัย
วิปากฌาน ปัญจกนัย
โลกุตตรวิปากฌาน จตุกกนัย ฌาน ๔
โลกุตตรวิปากฌาน ปัญจกนัย
กิริยาฌาน ปัญจกนัย
อัปปมัญญา ๔
เมตตาอัปปมัญญานิเทศ
กรุณาอัปปมัญญานิเทศ
มุทิตาอัปปมัญญานิเทศ
อุเบกขาอัปปมัญญานิเทศ
เมตตากุศลฌาน จตุกกนัย
กรุณากุศลฌาน จตุกกนัย
มุทิตากุศลฌาน จตุกกนัย
อุเบกขากุศลฌาน
เมตตาวิปากฌาน จตุกกนัย
เมตตาวิปากฌาน ปัญจกนัย
กรุณาวิปากฌาน จตุกกนัย
กรุณาวิปากฌาน ปัญจกนัย
มุทิตาวิปากฌาน จตุกกนัย
มุทิตาวิปากฌาน ปัญจกนัย
อุเบกขาวิปากฌาน
เมตตากิริยาฌาน จตุกกนัย
เมตตากิริยาฌานปัญจกนัย
กรุณากิริยาฌาน จตุกกนัย
กรุณากิริยาฌาน ปัญจกนัย
มุทิตากิริยาฌาน จตุกกนัย
มุทิตากิริยาฌาน ปัญจกนัย
อุเบกขากิริยาฌาน
สมาธิ สูตรที่ ๑
สมาธิสังยุต
คำอาราธนาอนุสสติ
การเจริญอนุสสติต่างๆ
คำภาวนาในห้องอนุสสติ
ทานสูตร
อุปาทกัมมอายุปมาณวาร
อายุของเหล่าเทวดาชั้นจาตุมหาราช
มรณัสสติ สูตรที่ ๒
ปฏิปทาสูตรที่ ๓
ปฏิปทาสูตรที่ ๔
อัปปมัญญา พรหมวิหาร ๔
คำอารธนาในบทเมตตาพรหมวิหาร
แผ่ออกทิศเมตตาพรหมวิหาร ทิสาผรณา ๑๐ ทิศ
วิกุพพนา
บทแผ่เมตตาพรหมวิหาร รอบนอก
กรุณาพรหมวิหาร
อาราธนาพิจารณาดู ๔ ทิศใหญ่
บทแผ่กรุณารอบนอก ๔ บท
มุทิตาพรหมวิหาร
แผ่ออกทิศมุทิตาพรหมวิหาร ทิสาผรณา ๑๐ ทิศ
อุเบกขาพรหมวิหาร
ยุคนัทธวรรค เมตตากถา
ผู้เจริญเมตตาที่อบรมด้วยอินทรีย์ ๕
ผู้เจริญเมตตาที่อบรมด้วยพละ ๕
ผู้เจริญเมตตาที่อบรมด้วยโพชณฌงค์ ๗
เมตตาเจโตวิมุตติอันอบรมแล้วด้วยมรรค ๘
เมตตาเจโตวิมุตติแผ่ไปด้วยอาการ ๘
กรรมสูตรที่ ๓
เมตตาภาวนา วิปัสสนานัย
เมตตาเจโตวิมุตติ
อาหาเรปฏิกูลสัญญา
ปุตตมังสสูตร
อัตถิราคะสูตร
จตุธาตุววัฏฐาน
มหาหัตถิปโทปมสูตร
อรูปฌานสมาบัติ
เจริญอรูปฌาน
อรูปาวจรกุศล
อากาศไม่มีที่สุด
ธาตุสังยุตต์
อรูปสัญญา
อรูปสูตร
อิทธิวิธญาณ
โสตธาตุวิสุทธิญาณ
เจโตปริญาณ
ปุพเพนิวาสานุสติญาณ
ทิพย์จักษุญาณ
อาสวักขยญาณ
บุคคล ๗ จำพวก
วิโมกข์ ๘
เสขิยวัตรพระกรรมฐาน
วิสุทธิ ๗ ประการ
วิปัสสนากถา
สัญญาสูตรที่ ๒
ห้องวิปัสสนา แบบเจโตวิมุตติ
จิตตวิสุทธิ
ภาวนามยญาณ
ทิฏฐิวิสุทธิ
กังขาวิตรณวิสุทธิ
ความสงสัย ๑๖ ประการ
มัคคาคัคคญาณทัสสนวิสุทธิ
ปฏิปทาญาณทัสสนวิสุทธิ
ญาณทัสสนวิสุทธิ
มนสิการโดยความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา
อนิจจานุปัสสนาญาณ
สุญญติวิโมกข์
อนิตตวิโกข์
อัปปณิหิตวิโมกข์
จุฬสุญญตสูตร
มหาสูญตา
ยุคนัทธวรรค สุญกถา
สติปัฏฐานสูตร
สัมมัปปะธาน ๔
ฉันทะ
อิทธิบาท ๔
อินทรีย์ ๕
พละ ๕
โพชฌงค์ ๗
อริยมรรคมีองค์ ๘
โอรัมภาคิยะสัญโญชน์ ๕
สักกายทิฏฐิ
วิจิกิจฉา
สีลัพพตปรามาส
กามราคะ
ปฏิฆสัญโญชน์
อุทธัจจะสัญโญชน์
อวิชชา สัญโญชน์
สักกายทิฏฐิ
โสดาปัตติมรรค
คำอาราธนาเจริญวิปัสนา
ญาณวิปัสนาและคำภาวนาในห้องพระวิปัสนา

» นิยาย-เรื่องสั้น
» ข้อเขียน-บทความ
» บทกวี
» สารคดี-ท่องเที่ยว

» การแพทย์แผนโบราณ
ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแห่งกรุงศรีอยุธยา ได้ค้นพบบันทึกว่า มีระบบการจัดหายาที่ชัดเจนสำหรับราษฏร มีแหล่งจำหน่ายยาและสมุนไพรหลายแห่งทั้งในและ นอกกำแพงเมือง

» หลักธรรมในการอยู่ร่วมกันในสังคม
พระพุทธศาสนาได้สอนไว้ว่านักปกครองที่ดีนั้นควรมีคุณธรรม 10 ประการ เรียกว่า ทศพิธราชธรรม

» สมถะวิปัสสนา
ตามแนวพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับ (เถรวาท) ของสมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรมหาเถรเจ้า (สุก ไก่เถื่อน)

» พุทธธรรมขั้นพื้นฐาน
ไม่มีมนุษย์คนใดที่จะสามารถมีชีวิตอยู่ได้ลำพังตนเองโดยไม่ติดต่อสัมพันธ์กับคนอื่น เพราะการดำรงชีวิตอยู่ของคนเราจำเป็นจะต้องพึ่งพาอาศัยกันและกัน

» พระสูตรของท่านเว่ยหลาง
สูตรของท่านเว่ยหล่างล้วนแต่เป็นเรื่องของการใช้ปัญญาเพื่อค้นหาหนทางแห่งความเป็นพุทธะ และเพื่อความหลุดพ้นไปจากเครื่องร้อยรัดทั้งปวงในโลกนี้

» พุทธศาสนสุภาษิต
สุภาษิตที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงดำรัสไว้ ซึ่งมีคุณค่าสูงส่ง สามารถใช้ได้ทั้งเป็นแนวทางดำเนินชีวิต เตือนใจ หาคำตอบที่ดีสำหรับปัญหาที่สงสัย

» โอวาทสี่ของเหลี่ยวฝาน
แบบฉบับในการประพฤติดี ปฏิบัติชอบ เพื่อหยุดยั้งกระแสแห่งวัฒนธรรมตะวันตกและอนุรักษ์ความเป็นคนจีนดั้งเดิม