ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

สมถะวิปัสสนา

อุเบกขาพรหมวิหาร

อุเบกขาคือ ความวางเฉย เมตตา กรุณา มุทิตา นับเป็นภาวนาที่ยังหยาบ เพราะยังประกอบด้วยโสมนัส ตังที่พระพุทธองค์ตรัสว่า ภิกษุมีใจสหรคตด้วยอุเบกขา แผ่ไปตลอดทิศหนึ่งอยู่ คือแผ่อุเบกขาไปยังสัตว์ทั้งปวง เหมือนอย่างได้เห็นบุคคลคนหนึ่ง เป็นที่พอใจก็มิใช่ ไม่พอใจก็มิใช่ แล้วพึงวางเฉยอยู่ฉะนั้น

ธรรมชาติใดวางเฉย ละซึ่งความขวนขวาย เข้าถึงความวางใจเป็นกลาง ธรรมชาตินั้นชื่อว่า อุเบกขา อุเบกขาเป็นเครื่องนำออกไปแห่งราคะ

คำอาราธนาอุเบกขาพรหมวิหาร
(ทั้งอุปจารสมาธิ และ อัปปนาสมาธิ)

ข้าฯขอภาวนาอุเบกขาพรหมวิหารเจ้า เพื่อขอเอายังอุปจารสมาธิ (อัปปนาสมาธิ) ในห้องอุเบกขาพรหมวิหารเจ้านี้จงได้

ขอพระพุทธเจ้าจงมาเป็นที่พึ่งแก่ข้าฯนี้เถิด ขอพระธรรมเจ้าทั้งมวลจงมาเป็นที่พึ่งแก่ข้าฯนี้เถิด ขอพระอริยสงฆ์เจ้าตั้งแรกแต่พระมหาอัญญาโกญฑัญญะเถรเจ้าโพ้นมาตราบเท่าถึงสมมุตสงฆ์ในกาลบัดนี้ จงมาเป็นที่พึ่งแก่ข้าฯนี้เถิด ขอพระอริยสงฆ์ต้นอันสอนพระกรรมฐานเจ้าทั้งมวลจงมาเป็นที่พึ่งแก่ข้าฯนี้เถิด ขอพระกรรมฐานเจ้าทั้งมวลจงมาเป็นที่พึ่งแก่ข้าฯนี้เถิด

อุกาสะในที่นี้เล่าข้าฯจะขอเชิญปฏิบัติบูชาตามคำสั่งสอนของพระสัพพัญญูโคดมเจ้า เพื่อจะขอเอาอุปจารสมาธิ (อัปปนาสมาธิ) ในห้องอุเบกขาพรหมวิหารเจ้านี้จงได้ ขอจงเจ้ากูมาบังเกิดปรากฏอยู่ในจักขุทวาร มโนทวาร กายทวาร แห่งข้าในขณะเมื่อข้าฯนั่งภาวนาอยู่นี้เถิด

อิติปิโส ภะคะวา อะระหัง สัมมา สัมพุทโธ วิชชาจรณสัมปันโน สุคโต โลกะวิทู อนุตตโร ปุริสทัมมะ สารถิ สัตถา เทวมนุษสานัง พุทโธ ภะคะวาติ
สัมมาอรหัง สัมมาอรหัง สัมมาอรหัง
อรหัง อรหัง อรหัง

คำแผ่อุเบกขารอบใน

๑. อะหัง กัมมัสสโก โหมิ เรามีกรรมเป็นของของตน
๒. อะหัง กัมมหายาโท โหมิ เรามีกรรมเป็นมรดก
๓. อะหัง กัมมโยนิ โหมิ เรามีกรรมเป็นกำเนิด
๔. อะหัง กัมมพันธู โหมิ เรามีกรรมเป็นเผ่าพันธ์
๕. อะหัง กัมมปฏิสรโณ โหมิ เรามีกรรมเป็นที่พึงอาศัย

แผ่ออกทิศอุเบกขาพรหมวิหาร ทิสาผรณา ๑๐ ทิศ

เมื่อภิกษุเจริญอุเบกขาพรหมวิหาร จนได้อุปจารสมาธิ และทำให้มากซึ่งสมาธินั้นแล ก็จะบรรลุอัปปนาสมาธิด้วยภาวนานุโยคเพียงนี้ ปฐมฌานที่สรหคตด้วยอุเบกขา ละองค์๕ เจริญองค์๕ อันได้บรรลุแล้วซึ่งปฐมฌาน ภิกษุจึงเจริญให้มากทำให้มากขึ้นไป

พระโยคาวจรนั้น ชื่อว่ามีใจสหรคตด้วยอุเบกขา แผ่ไปตลอดทิศที่ ๑ อยู่ ทิศที่ ๒ ก็อย่างนั้น ทิศที่ ๓ ก็อย่างนั้น ทิศที่ ๔ ก็อย่างนั้น ทิศเบื้องบน เบื้องล่าง เบื้องขวาง เธอมีใจสหรคตด้วยอุเบกขา มีใจกว้างขวาง ไม่มีประมาณ มีใจไม่มีเวร ไม่มีความบีบคั้น แผ่ไปในทิศทั้งปวงตลอดโลกที่มีสรรพสัตว์ โดยความเสมอกันในสรรพสัตว์ทั้งปวงอยู่ได้ด้วยอำนาจฌาน การกระทำอุเบกขาได้ต่าง ย่อมสำเร็จแก่พระโยคาวจรผู้มิจิตถึงอัปปนาสมาธิด้วยอำนาจฌาน มีปฐมฌานเป็นต้น มิใด้สำเร็จ แก่เพียงผู้ได้อุปจารสมาธิ

ออกทิศอุเบกขาพรหมวิหารนั้น ให้อาราธนาแบบเดิม ให้แผ่อุเบกขาในตนเองก่อน ๕ บท เพื่อให้จิตมีพลังแล้วจึงภาวนาแผ่ออกทิศไปทีละทิศจนครบทั้ง ๑๐ ทิศ ทิศละ ๒ ครั้ง อุปจารสมาธิ อัปปนาสมาธิ

ออกทิศอุเบกขาพรหมวิหาร

บทที่ ๑

สัพเพ สัตตา กัมมัสสกา
สัตว์ทั้งหลายทั้งสิ้น มีกรรมเป็นของของตน
ออก ทิศใหญ่ ๔ ทิศ

๑. ปุรัตถิมายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา กัมมัสสกาสัตว์ทั้งหลายทั้งสิ้นในทิศบูรพา มีกรรมเป็นของของตน
๒. ปัจฉิมายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา กัมมัสสกา สัตว์ทั้งหลายทั้งสิ้นในทิศประจิม มีกรรมเป็นของของตน
๓. อุตตรายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา กัมมัสสกา สัตว์ทั้งหลายทั้งสิ้นในทิศอุดร มีกรรมเป็นของของตน
๔. ทักขิณายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา กัมมัสสกาสัตว์ทั้งหลายทั้งสิ้นในทิศทักษิณ มีกรรมเป็นของของตน

ออก ทิศน้อย ๔ ทิศ

๕. ปุรัตถิมายะ อนุทิสายะ สัพเพ สัตตา กัมมัสสกาสัตว์ทั้งหลายทั้งสิ้นในทิศอาคเนย์ มีกรรมเป็นของของตน
๖. ปัจฉิมายะ อนุทิสายะ สัพเพ สัตตา กัมมัสสกาสัตว์ทั้งหลายทั้งสิ้นในทิศพายับ มีกรรมเป็นของของตน
๗. อุตตรายะ อนุทิสายะ สัพเพ สัตตา กัมมัสสกาสัตว์ทั้งหลายทั้งสิ้นในทิศอิสาน มีกรรมเป็นของของตน
๘. ทักขิณายะ อนุทิสายะ สัพเพ สัตตา กัมมัสสกา สัตว์ทั้งหลายทั้งสิ้นในทิศหรดี มีกรรมเป็นของของตน

ออก ทิศเบื้องล่าง เบื้องบน

๙. เหฏฐิมายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา กัมมัสสกา สัตว์ทั้งหลายทั้งสิ้นในทิศเบื้องล่าง มีกรรมเป็นของของตน
๑๐. อุปริมายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา กัมมัสสกาสัตว์ทั้งหลายทั้งสิ้นในทิศเบื้องบน มีกรรมเป็นของของตน

ออกทิศอุเบกขาพรหมวิหาร

บทที่ ๒

สัพเพ สัตตา กัมมทายาทา
สัตว์ทั้งหลายทั้งสิ้น มีกรรมเป็นมรดกของตน

ออก ทิศใหญ่ ๔ ทิศ

๑. ปุรัตถิมายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา กัมมทายาทาสัตว์ทั้งหลายทั้งสิ้นในทิศบูรพา มีกรรมเป็นมรดกของตน
๒. ปัจฉิมายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา กัมมทายาทา สัตว์ทั้งหลายทั้งสิ้นในทิศประจิม มีกรรมเป็นมรดกของตน
๓. อุตตรายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา กัมมทายาทาสัตว์ทั้งหลายทั้งสิ้นในทิศอุดร มีกรรมเป็นมรดกของตน
๔. ทักขิณายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา กัมมทายาทาสัตว์ทั้งหลายทั้งสิ้นในทิศทักษิณ มีกรรมเป็นมรดกของตน

ออก ทิศน้อย ๔ ทิศ

๕. ปุรัตถิมายะ อนุทิสายะ สัพเพ สัตตา กัมมทายาทาสัตว์ทั้งหลายทั้งสิ้นในทิศอาคเนย์ มีกรรมเป็นมรดกของตน
๖. ปัจฉิมายะ อนุทิสายะ สัพเพ สัตตา กัมมทายาทาสัตว์ทั้งหลายทั้งสิ้นในทิศพายับ มีกรรมเป็นมรดกของตน
๗. อุตตรายะ อนุทิสายะ สัพเพ สัตตา กัมมทายาทาสัตว์ทั้งหลายทั้งสิ้นในทิศอิสาน มีกรรมเป็นมรดกของตน
๘. ทักขิณายะ อนุทิสายะ สัพเพ สัตตา กัมมทายาทา สัตว์ทั้งหลายทั้งสิ้นในทิศหรดี มีกรรมเป็นมรดกของตน

ออก ทิศเบื้องล่าง เบื้องบน
๙. เหฏฐิมายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา กัมมทายาทา สัตว์ทั้งหลายทั้งสิ้นในทิศเบื้องล่าง มีกรรมเป็นมรดกของตน
๑๐. อุปริมายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา กัมมทายาทาสัตว์ทั้งหลายทั้งสิ้นในทิศเบื้องบน มีกรรมเป็นมรดกของตน

ออกทิศอุเบกขาพรหมวิหาร

บทที่ ๓

สัพเพ สัตตา กัมมโยนี
สัตว์ทั้งหลายทั้งสิ้น มีกรรมเป็นกำเนิดของตน

ออก ทิศใหญ่ ๔ ทิศ

๑. ปุรัตถิมายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา กัมมโยนีสัตว์ทั้งหลายทั้งสิ้นในทิศบูรพา มีกรรมเป็นกำเนิดของตน
๒. ปัจฉิมายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา กัมมโยนี สัตว์ทั้งหลายทั้งสิ้นในทิศประจิม มีกรรมเป็นกำเนิดของตน
๓. อุตตรายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา กัมมโยนีสัตว์ทั้งหลายทั้งสิ้นในทิศอุดร มีกรรมเป็นกำเนิดของตน
๔. ทักขิณายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา กัมมโยนีสัตว์ทั้งหลายทั้งสิ้นในทิศทักษิณ มีกรรมเป็นกำเนิดของตน

ออก ทิศน้อย ๔ ทิศ

๕. ปุรัตถิมายะ อนุทิสายะ สัพเพ สัตตา กัมมโยนีสัตว์ทั้งหลายทั้งสิ้นในทิศอาคเนย์ มีกรรมเป็นกำเนิดของตน
๖. ปัจฉิมายะ อนุทิสายะ สัพเพ สัตตา กัมมโยนีสัตว์ทั้งหลายทั้งสิ้นในทิศพายับ มีกรรมเป็นกำเนิดของตน
๗. อุตตรายะ อนุทิสายะ สัพเพ สัตตา กัมมโยนีสัตว์ทั้งหลายทั้งสิ้นในทิศอิสาน มีกรรมเป็นกำเนิดของตน
๘. ทักขิณายะ อนุทิสายะ สัพเพ สัตตา กัมมโยนี สัตว์ทั้งหลายทั้งสิ้นในทิศหรดี มีกรรมเป็นกำเนิดของตน

ออก ทิศเบื้องล่าง เบื้องบน

๙. เหฏฐิมายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา กัมมทายาทา สัตว์ทั้งหลายทั้งสิ้นในทิศเบื้องล่าง มีกรรมเป็นกำเนิดของตน
๑๐. อุปริมายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา กัมมทายาทาสัตว์ทั้งหลายทั้งสิ้นในทิศเบื้องบน มีกรรมเป็นกำเนิดของตน

ออกทิศอุเบกขาพรหมวิหาร

บทที่ ๔
สัพเพ สัตตา กัมมพันธู
สัตว์ทั้งหลายทั้งสิ้น มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ของตน

ออก ทิศใหญ่ ๔ ทิศ

๑. ปุรัตถิมายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา กัมมพันธูสัตว์ทั้งหลายทั้งสิ้นในทิศบูรพา มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ของตน
๒. ปัจฉิมายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา กัมมพันธู สัตว์ทั้งหลายทั้งสิ้นในทิศประจิม มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ของตน
๓. อุตตรายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา กัมมพันธูสัตว์ทั้งหลายทั้งสิ้นในทิศอุดร มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ของตน
๔. ทักขิณายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา กัมมพันธูสัตว์ทั้งหลายทั้งสิ้นในทิศทักษิณ มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ของตน

ออก ทิศน้อย ๔ ทิศ

๕. ปุรัตถิมายะ อนุทิสายะ สัพเพ สัตตา กัมมพันธูสัตว์ทั้งหลายทั้งสิ้นในทิศอาคเนย์ มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ของตน
๖. ปัจฉิมายะ อนุทิสายะ สัพเพ สัตตา กัมมพันธูสัตว์ทั้งหลายทั้งสิ้นในทิศพายับ มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ของตน
๗. อุตตรายะ อนุทิสายะ สัพเพ สัตตา กัมมพันธูสัตว์ทั้งหลายทั้งสิ้นในทิศอิสาน มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ของตน
๘. ทักขิณายะ อนุทิสายะ สัพเพ สัตตา กัมมพันธู สัตว์ทั้งหลายทั้งสิ้นในทิศหรดี มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ของตน

ออก ทิศเบื้องล่าง เบื้องบน

๙. เหฏฐิมายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา กัมมพันธู สัตว์ทั้งหลายทั้งสิ้นในทิศเบื้องล่าง มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ของตน
๑๐. อุปริมายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา กัมมพันธูสัตว์ทั้งหลายทั้งสิ้นในทิศเบื้องบน มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ของตน

ออกทิศอุเบกขาพรหมวิหาร

บทที่ ๕

สัพเพ สัตตา กัมมปฏิสรณา
สัตว์ทั้งหลายทั้งสิ้น มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัยของตน

ออก ทิศใหญ่ ๔ ทิศ

๑. ปุรัตถิมายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา กัมมปฏิสรณาสัตว์ทั้งหลายทั้งสิ้นในทิศบูรพา มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัยของตน
๒. ปัจฉิมายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา กัมมปฏิสรณา สัตว์ทั้งหลายทั้งสิ้นในทิศประจิม มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัยของตน
๓. อุตตรายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา กัมมปฏิสรณาสัตว์ทั้งหลายทั้งสิ้นในทิศอุดร มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัยของตน
๔. ทักขิณายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา กัมมปฏิสรณาสัตว์ทั้งหลายทั้งสิ้นในทิศทักษิณ มีกรรมเป็นที่พึ่งพิงอาศัยขอตน

ออก ทิศน้อย ๔ ทิศ

๕. ปุรัตถิมายะ อนุทิสายะ สัพเพ สัตตา กัมมปฏิสรณาสัตว์ทั้งหลายทั้งสิ้นในทิศอาคเนย์ มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัยขอตน
๖. ปัจฉิมายะ อนุทิสายะ สัพเพ สัตตา กัมมปฏิสรณาสัตว์ทั้งหลายทั้งสิ้นในทิศพายับ มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัยของตน
๗. อุตตรายะ อนุทิสายะ สัพเพ สัตตา กัมมปฏิสรณาสัตว์ทั้งหลายทั้งสิ้นในทิศอิสานมีกรรมเป็นที่พึ่งพิงอาศัยของตน
๘. ทักขิณายะ อนุทิสายะ สัพเพ สัตตา กัมมปฏิสรณา สัตว์ทั้งหลายทั้งสิ้นในทิศหรดี มีกรรมเป็นที่พึ่งพิงอาศัยของตน

ออก ทิศเบื้องล่าง เบื้องบน

๙. เหฏฐิมายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา กัมมปฏิสรณา สัตว์ทั้งหลายทั้งในทิศเบื้องล่างมีกรรมเป็นที่พึ่งพิงอาศัยของตน
๑๐. อุปริมายะ ทิสายะ สัพเพ สัตตา กัมมปฏิสรณาสัตว์ทั้งหลาย ในทิศเบื้องบน มีกรรมเป็นที่พึ่งพิงอาศัยของตน

เมื่อจบออกทิศอุเบกขาพรหมวิหารแล้ว ครบทั้ง ๕ บท บทละ ๑๐ ทิศแล้ว ให้อาราธนาดู ๔ ทิศ อาราธนาดู ๘ ทิศ อาราธนาดู ๑๐ ทิศ แล้วเวียนทิศเป็นทักษิณาวัตรอีก ๕ รอบ

อาราธนาพิจารณาดู ๔ ทิศใหญ่

ข้าฯขออาราธนา เพื่อขอพิจารณาดู ๔ ทิศใหญ่ ในห้องอุเบกขาพรหมวิหาร คือ ทิศบูรพา ทิศประจิม ทิศอุดร ทิศทักษิณ ให้อาราธนาตามแบบ เมื่อเห็นครบทั้ง ๔ ทิศแล้ว ให้ออกไปดูให้ครบทุกทิศ แล้วกลับมาที่เดิม

อาราธนาพิจารณาดู ๘ ทิศ

ข้าฯขออาราธนา เพื่อขอพิจารณาดู ๘ ทิศ ในห้องอุเบกขาพรหมวิหาร คือ ทิศบูรพา ทิศประจิม ทิศอุดร ทิศทักษิณ ทิศอาคเนย์ ทิศพายับ ทิศอิสาน ทิศหรดี ให้อาราธนาตามแบบ เมื่อเห็นครบทั้ง ๘ ทิศแล้ว ให้ออกไปดูให้ครบทั้ง ๘ ทิศ

อาราธนาพิจารณาดู ๑๐ ทิศ

ข้าฯขออาราธนา เพื่อขอพิจารณาดู ๑๐ ทิศ คือ ทิศบูรพา อาคเนย์ ทักษิณ หรดี ประจิม พายับ อุดร อิสาน ทิศเบื้องล่าง ทิศเบื้องบน ให้อาราธนาตามแบบ เมื่อเห็นครบทั้ง ๑๐ ทิศแล้ว ให้ออกไปดูให้ทั้ง ๑๐ ทิศ แล้วกลับมาที่เดิม แล้วออกจากสมาธิ

เวียนทิศเป็นทักษิณาวัตร ๕ รอบ
เวียนรอบแรกให้ภาวนาว่า สัพเพ สัตตา กัมมัสสกา
เวียนรอบที่สองให้ภาวนาว่า สัพเพ สัตตา กัมมทายาทา
เวียนรอบที่สามให้ภาวนาว่า สัพเพ สัตตา กัมมโยนิ
เวียนรอบที่สี่ให้ภาวนาว่า สัพเพ สัตตา กัมมพันธู
เวียนรอบที่ห้าให้ภาวนาว่า สัพเพ สัตตา กัมมปฏิสรณา

เมื่อเวียนรอบที่ห้าสุดท้ายแล้ว ให้พิจารณาข้างบนให้เห็นตลอดขึ้นไป แล้วแลลงมาเบื้องล่าง ให้เห็นสัตว์นรกอยู่แล้ว ให้เอาจิตหักโซ่ตรวน พาสัตว์นรกขึ้นมาให้หมด

แผ่อุเบกขาพรหมวิหารรอบนอก ๕ บท

๑. สัพเพ สัตตา กัมมัสสกา สัตว์ทั้งหลายทั้งสิ้น มีกรรมเป็นของของตน
๒. สัพเพ สัตตา กัมมทายาทา สัตว์ทั้งหลายทั้งสิ้น มีกรรมเป็นมรดกของตน
๓. สัพเพ สัตตา กัมมโยนิ สัตว์ทั้งหลายทั้งสิ้น มีกรรมเป็นกำเนิดของตน
๔. สัพเพ สัตตา กัมมพันธู สัตว์ทั้งหลายทั้งสิ้น มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ของตน
๕. สัพเพ สัตตา กัมมปฏิสรโณสัตว์ทั้งหลายทั้งสิ้น มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัยของตน

ให้แผ่อุเบกขา ๕ รอบ (รอบนอก) ให้แผ่ในตนเองก่อน แล้วจึงแผ่อุเบกขารอบนอก ทั้ง อุปจารสมาธิ และ อัปปนาสมาธิ จนครบ ๕ บท

<< ย้อนกลับ | สารบัญ | หน้าถัดไป >>

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

» นิยาย-เรื่องสั้น
» ข้อเขียน-บทความ
» บทกวี
» สารคดี-ท่องเที่ยว

» การแพทย์แผนโบราณ
ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแห่งกรุงศรีอยุธยา ได้ค้นพบบันทึกว่า มีระบบการจัดหายาที่ชัดเจนสำหรับราษฏร มีแหล่งจำหน่ายยาและสมุนไพรหลายแห่งทั้งในและ นอกกำแพงเมือง

» หลักธรรมในการอยู่ร่วมกันในสังคม
พระพุทธศาสนาได้สอนไว้ว่านักปกครองที่ดีนั้นควรมีคุณธรรม 10 ประการ เรียกว่า ทศพิธราชธรรม

» สมถะวิปัสสนา
ตามแนวพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับ (เถรวาท) ของสมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรมหาเถรเจ้า (สุก ไก่เถื่อน)

» พุทธธรรมขั้นพื้นฐาน
ไม่มีมนุษย์คนใดที่จะสามารถมีชีวิตอยู่ได้ลำพังตนเองโดยไม่ติดต่อสัมพันธ์กับคนอื่น เพราะการดำรงชีวิตอยู่ของคนเราจำเป็นจะต้องพึ่งพาอาศัยกันและกัน

» พระสูตรของท่านเว่ยหลาง
สูตรของท่านเว่ยหล่างล้วนแต่เป็นเรื่องของการใช้ปัญญาเพื่อค้นหาหนทางแห่งความเป็นพุทธะ และเพื่อความหลุดพ้นไปจากเครื่องร้อยรัดทั้งปวงในโลกนี้

» พุทธศาสนสุภาษิต
สุภาษิตที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงดำรัสไว้ ซึ่งมีคุณค่าสูงส่ง สามารถใช้ได้ทั้งเป็นแนวทางดำเนินชีวิต เตือนใจ หาคำตอบที่ดีสำหรับปัญหาที่สงสัย

» โอวาทสี่ของเหลี่ยวฝาน
แบบฉบับในการประพฤติดี ปฏิบัติชอบ เพื่อหยุดยั้งกระแสแห่งวัฒนธรรมตะวันตกและอนุรักษ์ความเป็นคนจีนดั้งเดิม