ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

สมถะวิปัสสนา

อาหาเรปฏิกูลสัญญา

อาหาเรปฏิกูลสัญญา คือความสำคัญหมายว่า ไม่สะอาดในอาหาร อาหาร แปลว่า สภาพผู้นำมา อาหารมี ๔ อย่าง

๑.กพฬิงการาหาร ย่อมนำมาซึ่งโอชาในรสอาหาร
๒.ผัสสาหาร ย่อมนำมาเวทนามา มีสุขเป็นต้น
๓.มโนสัญเจตนาหาร ย่อมนำปฏิสนธิ (เกิด) ในภพ ๓ มา
๔.วิญญาณาหาร ย่อมนำอายตนะภายนอก ๖ มา

อาหาร ๔ อย่าง ภัยย่อมนำมา มีเพราะกพฬิงหาหาร ภัย คือ ความเข้าไปหา ย่อมมีเพราะผัสสาหาร คือการเข้าถึง ย่อมมีในมโนสัญเจตนาหาร ภัย คือปฏิสนธิ ย่อมมีในวิญญาณาหาร ในอาหารทั้งหลายมีภัยจำเพาะ จึงควรสอนตนด้วยพุทโธวาท

กพฬิงกาหาร เปรียบด้วยเนื้อบุตร
ผัสสาหาร เปรียบด้วยโคถลกหนัง
มโนสัญเจตนาหาร เปรียบด้วยหลุมถ่านเพลิง
วิญญาณาหาร เปรียบด้วยหอกหลาว

ในอาหาร ๔ นี้ หมายเอากพฬิงกาหาร อาคารเป็นคำๆ ถือเอาประการที่ปฏิกูลในอาหาร เช่นพระโยคาวจรเจ้าเคยเห็นพระภิกษุ อันมีสมเด็จพระสังฆราช ไก่เถื่อน ท่านจะเอาอาหารหวานคาวมาผสมกันคลุกเคล้าให้เป็นของน่าเกลียดแล้วก็ฉัน ก็เป็นการพิจารณาอาหาเรปฏิกูลสัญญาเหมือนกัน ความปฏิกูลในกพฬิงกาหาร แยกเป็นของกิน ของดื่ม ของเคี้ยว ของลิ้ม โดยอาการ ๑๐ คือ โดยการเดินไป โดยการแสวงหา – โดยการบริโภค – โดยการผสมกลืนไป – โดยการพักในกระเพาะอาหาร – โดยยังไม่ย่อย – โดยย่อยแล้ว – โดยผล – โดยการไหลออก – โดยความเปรอะเปื้อน

๑.ปฏิกูลโดยการเดินไป (คมนโต) คือ โดยพระโยคาวจรพิจารณาเห็นปฏิกูลเมื่อถือบาตรและจีวรเดินไปในที่ชนไม่เบียดเสียด มุ่งสู่หมู่บ้านเพื่อต้องการอาหาร ดังสุนัขจิ้งจองมุ่งหน้าสู่ป่าช้า ต้องเจอกับปฏิกูลด้วยปัสสวะ อุจจาระ น้ำลาย น้ำมูก ของพวกคนเป็นไข้ บางทีก็เจอตอและหนามบ้าง เจอซากสุนัข ซากโค ซากงู ส่งกลิ่นเหม็นมากระทบจมูกเป็นต้น

๒.ปฏิกูลโดยการแสวงหา คือ ต้องถือบาตรด้วยมือข้างหนึ่ง ยกจีวรด้วยมือข้างหนึ่ง ถึงประตูเรือน ต้องย่ำหลุมโสโครก แอ่งน้ำครำ มูลสุนัข มูลสุกร เมื่อไปถึงบางพวกก็บอกว่า “เชิญไปโปรดสัตว์ข้างหน้าเถิดเจ้าข้า” พระโยคาวจรพึงพิจารณาเห็นดังนี้ว่า โอ! ปฏิกูลจริงหนอ

๓.ปฏิกูลโดยการบริโภค คือเธอหย่อนมือลงขยำอาหารอยู่ เหงื่อออกตามนิ้วทั้งห้า บิณฑบาตนั้นเสียความงาม โขลกด้วยสากคือฟัน พลิกไปมาด้วยลิ้น ราวกะข้าวสุนัขในรางข้าวสุนัข ของดีกลับกลายเป็นของน่าเกลียดอย่างยิ่ง

๔.ปฏิกูลโดยอาสยะ คือพิจารณาว่า อาหารที่ได้บริโภคเข้าไปแล้วนี้ มีอาโปในลำไส้ออกมาผสมที่กลืนลงไปในลำไส้ เมื่อกำลังเข้าไปในลำไส้ ย่อมเปรอะเปื้อนด้วยน้ำดี เสมหะ หนอง โลหิต เหมือนยางมะซางข้นๆ น่าเกลียดยิ่งนัก

๕.ปฏิกูลโดยพักอยู่ในกระเพาะอาหาร คืออาหารที่กลืนเข้าไปเปื้อนด้วยน้ำดี เสมหะ หนอง เลือด เข้าไปพักอยู่ในกระเพาะเช่น หลุมคูถ อุจจาระ อันไม่ได้ล้างมา ๑๐ ปีบ้าง ๕๐ ปีบ้าง ๑๐๐ ปีบ้าง

๖.ปฏิกูลโดยยังไม่ย่อย คืออาหารที่กลืนลงไป วันนั้นบ้าง วันนี้บ้าง วันก่อนบ้าง อันฝ้าด้วยเสมหะปิดคลุมไว้ เป็นฟอง เป็นต่อม ระอุซึ่งสันดาปในร่างกายอบเอา มืดมิดตลบด้วยกลิ่นซากสัตว์ ดังป่าช้า ส่งกลิ่นน่าเกลียดปฏิกูล

๗.ปฏิกูลโดยย่อยแล้ว คืออาหารนั้นเป็นสิ่งที่ย่อยแล้วด้วยร่างกายด้วยไฟธาตุ กลายเป็นอุจจาระ เหมือนดินสีเหลืองที่เขาบดบรรจุเข้าไว้ในกระบอก กลายเป็นมูตรไป

๘.ปฏิกูลโดยผล คืออาหารนี้ย่อยดีแล้วจึงผลิตซากต่างๆ มีผมขน เล็บ ฟันเป็นต้น ถ้าย่อยไม่ดี ก่อโรคตั้ง ๑๐๐ ชนิด เช่นเรื้อน กลาก หืด ไอ ลงแดงเป็นต้น นี่ผลของมัน

๙.ปฏิกูลโดยการไหลออก (ลม) คืออาหารนั้นเมื่อกลืนลงไปช่องเดียว ไหลออกหลายช่อง เช่นขี้หู ขี้ตา อุจจาระ ปัสสาวะ เมื่อออกมานั้นมีกลิ่นเหม็นน่าเกลียด

๑๐.ปฏิกูลโดยความเปื้อน คืออาหารเมื่อกินไปก็เปื้อนไป ปาก ลิ้น เพดานปาก เป็นปฏิกูลเพราะถูกอาหาร เมื่อออกก็เปื้อนทวาร มีช่องหู ช่องตา ช่องจมูก ช่องทวารหนัก ช่องทวารเบา ทวารเหล่านี้เปื้อนแล้วก็ล้างทุกวัน จึงหายความปฏิกูล

อาหาเรปฏิกูลสัญญาฌาน เมื่อเจริญกพฬิงกาหารย่อมปรากฎเป็นปฏิกูล เมื่อเจริญมาก ทำให้มากซิ่งนิมิต นิวรณธรรมทั้งหลายจะระงับจิตตั้งมั่นเป็นอุปจารสมาธิ ไม่ถึงอัปปนาสมาธิ เพราะ กพฬิงกาหารเป็นสภาพลึก

อานิสงส์แห่งอาหาเรปฏิกูลสัญญา ภิกษุประกอบเนืองๆ ซึ่งอาหาเรฏิกูลสัญญานี้ จิตย่อมถอย ย่อมหดจากรสตัณหา ปราศจากความมัวเมาการกินอาหาร เธอจะกำหนดรูปขันธ์ได้โดยความกำหนดรู้เบญจกามคุณ

คำอาราธนาอาหาเรปฏิกูล

ข้าฯขอภาวนาอาเรปฏิกูลสัญญา เพื่อจะขอเอายังอุปจารสมาธิในห้องอาหาเรปฏิกูลสัญญา ในบทอันชื่อว่า คมนโต นี้ จงได้ ขอพระพุทธเจ้าจงมาเป็นที่พึ่งแก่ข้าฯนี้เถิด ขอพระธรรมเจ้าทั้งมวลจงมาเป็นที่พึ่งแก่ข้าฯนี้เถิด ขอพระอริยสงฆ์เจ้าตั้งแรกแต่พระมหาอัญญาโกณฑัญญเถรเจ้าโพ้นมา ตราบเท่าถึงพระสงฆ์สมมติในกาลบัดนี้จงมาเป็นที่พึ่งแก่ข้าฯนี้เถิด พระอริยสงฆ์องค์ต้นอันสอนพระกรรมฐานเจ้าทั้งมวลจงมาเป็นที่พึ่งแก้ข้าฯนี้เถิด ขอพระกรรมฐานเจ้าทั้งมวลจงมาเป็นที่พึ่งแก่ข้านี้เถิด

อุกาสะ ในที่นี้เล่า ข้าฯจะขอเชิญปฏิบัติบูชาตามคำสั่งสอนของพระสัพพัญญูโคดมเจ้า เพื่อจะขอเอายังอุปจารสมาธิในห้องอาหาเรปฏิกูลสัญญา ในบทอันชื่อว่า คมนโต นี้จงได้ ขอจงเจ้ากูมาบังเกิดปรากฎอยู่ในจักขุทวาร มโนทวาร กายทวาร แห่งข้าฯในขณะเมื่อข้านั่งภาวนาอยู่นี้เถิด

อิติปิ โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ วิชชาจระณะสัมปันโน สุคะโต โลกะวิทู อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ สัตถาเทวมะนุสสานัง พุทโธ ภะคะวาติ ฯ
สัมมาอรหัง สัมมาอรหัง สัมมาอรหัง
อรหัง อรหัง อรหัง
คำภาวนาอาหาเรปฏิกูล
๑.คมนโต ปฎิกูลัง
๒.ปริเยสนโต ปฎิกูลัง
๓.ปริโภคโต ปฎิกูลัง
๔.อาสยโต ปฎิกูลัง
๕.นิธานโต ปฎิกูลัง
๖.อปริปักโต ปฎิกูลัง
๗.ปริปักโต ปฎิกูลัง
๘. ผลโต ปฎิกูลัง
๙.นิสสันทโต ปฎิกูลัง
๑๐.สัมมักขันโต ปฎิกูลัง

<< ย้อนกลับ | สารบัญ | หน้าถัดไป >>

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

» นิยาย-เรื่องสั้น
» ข้อเขียน-บทความ
» บทกวี
» สารคดี-ท่องเที่ยว

» การแพทย์แผนโบราณ
ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแห่งกรุงศรีอยุธยา ได้ค้นพบบันทึกว่า มีระบบการจัดหายาที่ชัดเจนสำหรับราษฏร มีแหล่งจำหน่ายยาและสมุนไพรหลายแห่งทั้งในและ นอกกำแพงเมือง

» หลักธรรมในการอยู่ร่วมกันในสังคม
พระพุทธศาสนาได้สอนไว้ว่านักปกครองที่ดีนั้นควรมีคุณธรรม 10 ประการ เรียกว่า ทศพิธราชธรรม

» สมถะวิปัสสนา
ตามแนวพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับ (เถรวาท) ของสมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรมหาเถรเจ้า (สุก ไก่เถื่อน)

» พุทธธรรมขั้นพื้นฐาน
ไม่มีมนุษย์คนใดที่จะสามารถมีชีวิตอยู่ได้ลำพังตนเองโดยไม่ติดต่อสัมพันธ์กับคนอื่น เพราะการดำรงชีวิตอยู่ของคนเราจำเป็นจะต้องพึ่งพาอาศัยกันและกัน

» พระสูตรของท่านเว่ยหลาง
สูตรของท่านเว่ยหล่างล้วนแต่เป็นเรื่องของการใช้ปัญญาเพื่อค้นหาหนทางแห่งความเป็นพุทธะ และเพื่อความหลุดพ้นไปจากเครื่องร้อยรัดทั้งปวงในโลกนี้

» พุทธศาสนสุภาษิต
สุภาษิตที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงดำรัสไว้ ซึ่งมีคุณค่าสูงส่ง สามารถใช้ได้ทั้งเป็นแนวทางดำเนินชีวิต เตือนใจ หาคำตอบที่ดีสำหรับปัญหาที่สงสัย

» โอวาทสี่ของเหลี่ยวฝาน
แบบฉบับในการประพฤติดี ปฏิบัติชอบ เพื่อหยุดยั้งกระแสแห่งวัฒนธรรมตะวันตกและอนุรักษ์ความเป็นคนจีนดั้งเดิม