ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

สมถะวิปัสสนา

ภาวนามยญาณ

คือ สมาธิอย่างหนึ่ง คือ เอกัคตาจิตสมาธิ ๒ คือ โลกิยสมาธิ โลกุตรสมาธิ

สมาธิ ๓ คือ
สมาธิ ๔ คือ
สมาธิ ๕ คือ
สมาธิ ๖ คือ
สมาธิ ๖ คือ
สมาธิ ๘ คือ
สมาธิ ๙ คือ

สมาธิ ๑๐ คือ

๑.สมาธิมีวิตกและวิจาร ๒.สมาธิไม่มีวิตกมีแต่วิจาร ๓.สมาธิไม่มีวิตกวิจาร

๑.สมาธิมีส่วนเสื่อม ๒.สมาธิไม่มีวิตกมีแต่วิจาร ๓.สมาธิเป็นส่วนวิเศษ ๔.สมาธิเป็นส่วนชำแรกกิเลส

๑.สมาธิมีปิติแผ่ไป ๒.สมาธิมีสุขแผ่ไป ๓.สมาธิมีจิตแผ่ไป ๔.สมาธิมีแสงสว่างแผ่ไป ๕.สมาธิมีการพิจาารณาเป็นนิมิต

๑.สมาธิคือเอกัคคตาจิตไม่ฟุ้งซ่านด้วยสามารถพุทธานุสสติ ๒.ธรรมานุสสติ ๓.สังฆานุสสติ ๔.สีลานุสสติ ๕.จาคานุสสติ ๖.เทวตานุสสติ

๑.ความเป็นผู้ฉลาดในสมาธิ ๒.ความเป็นผู้ฉบาดในการเข้าสมาธิ ๓.ความเป็นผู้ฉลาดในการตั้งสมาธิ ๔.ความเป็นผู้ฉลาดในการออกสมาธิ ๕.ความเป็นผู้ฉลาดในความงามแห่งสมาธิ
๖.ความเป็นผู้ฉลาดในโคจรแห่งสมาธิ ๗.ความเป็นผู้ฉลาดในการน้อมไปแห่งสมาธิ

๑.คือสมาธิ คือเอกัคตาจิตไม่ฟุ้งซ๋านด้วยสามารถแห่งปฐวีกสิณ ๒.อาโปกสิณ ๓.เตโชกสิณ ๔.วาโยกสิณ ๕.นีลกสิณ ๖.ปีตกสิณ ๗.โลหิตกสิณ ๘.โอทาตะกสิณ

๑.รูปาวจรสมาธิส่วนเลว ๒.ส่วนปานกลาง ๓. ส่วนประณีต ๔.อรุปวจรส่วนเลว ๕.ส่วนปานกลาง ๖.ส่วนประณีต ๗.สุญญตาสมาธิ ๘.อนิมิตตสมาธิ ๙.อัปปณิหิตสมาธิ

๑.สมาธิคือเอกัคคตาจิตอันไม่ฟุ้งซ่าน ด้วยสามารถอุธมามตกสัญญา ๒.วินิลกสัญญา ๓.วิปุพพกสัญญา ๔.วิฉิททกสัญญา ๕.วิขายิตกสัญญา ๖.วิกขิตตกสัญญา ๗.หตวิขายิตกสัญญา ๘.โลหิตกสัญญา ๙.ปุฬุวกสัญญา ๑๐.อัฏฐิกสัญญา สมาธิเหล่านี้รวมเป็น ๕๐

อีกประการหนึ่ง สภาพในความเป็นสมาธิแห่งสมาธิ ๒๕ ประการ

๑.สมาธิเพราะอรรถว่าสมาธินทรีย์เป็นต้นกำหนดถือเอา
๒.เพราะอรรถว่าอินทรีย์เป้นบริวารแห่งกันและกัน
๓.เพราะอรรถว่ามีสัทธินทรีย์เป็นต้นบริบูรณ์
๔.เพราะอรรถว่ามีอารมณ์เป็นอันเดียว
๕.เพราะอรรถว่าไม่ฟุ้งซ่าน
๖.เพราะอรรถว่าไม่แส่ไป
๗.เพราะอรรถว่าไม่ขุ่นมัว
๘.เพราะอรรถว่าไม่หวั่นไหว
๙.เพราะอรรถว่าหลุดพ้นจากกิเลส
๑๐.เพราะความที่จิตตั้งอยู่ด้วยสามารถในความมีจิตมีอารมณ์เดียว
๑๑.เพราะอรรถว่าแสวงหาความสงบ
๑๒.เพราะอรรถว่าไม่แสวงหาธรรมอันไม่เป็นข้าศึกกับความสงบ
๑๓.เพราะแสวงหาความสงบแล้ว
๑๔.เพราะไม่แสวงหาธรรมอันเป็นข้าศึกแก่ความสงบ
๑๕.เพราะอรรถว่ายึดมั่นความสงบ
๑๖.ไม่ยึดมั่นธรรมอันเป็นข้าศึกแก่ความสงบ
๑๗.เพราะยึดมั่นความสงบแล้ว
๑๘.เพราะไม่ยึดมั่นธรรมอันเป็นข้าศึกแก่ความสงบ
๑๙.เพราะอรรถว่าปฏิบัติสงบ
๒๐.เพราะอรรถว่าไม่ปฏิบัติสงบ
๒๑.เพราะปฏิบัติสงบแล้ว
๒๒.เพราะไม่ปฏิบัติสงบแล้ว
๒๓.เพราะอรรถว่าเพ่งความสงบ
๒๔.เผาธรรมอันเป็นข้าศึกแก่ความสงบ
๒๕.เพราะเพ่งความสงบแล้วเพราะเผาธรรมอันเป็นข้าศึกแก่ความสงบ

เพราะอรรถว่าธรรมสงฆ์เป็นสภาพเกื้อกูลและนำความสงบมาให้สภาพในความเป็นสมาธิแห่งสมาธิ เหล่านี้รวมเป็น ๒๕

ธรรมคือตัววิปัสสนา

<< ย้อนกลับ | หน้าถัดไป >>

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

สมถะวิปัสสนา
คำอุปมาเปรียบเทียบสมถะวิปัสสนา
อธิศีลสิกขา อธิจิตตสิกขา อธิปัญญาสิกขา
วิเวก ๓
สิ่งเกียจคร้านที่ทำให้ไม่ปรารภความเพียรภาวนา ๘ ประการ
สิ่งที่ทำให้ทำการลงมือกระทำความเพียร
การแบ่งเวลานั่งเข้าที่ภาวนา
ภิกษุเจริญวิปัสสนา
ภิกษุย่อมเจริญสมถะ
จิตยังไม่สงบ เป็นสมาธิ ห้ามอยู่ป่า
ข้อแนะนำขั้นตอนในการนั่งสมาธิ
ประตูแรกของกรรมฐาน
อุปมานิวรณ์ธรรม ๑
อุปมานิวรณ์ธรรม ๒
ความกำเริบพอกพูนแห่งนิวรณ์ธรรม
เปรียบเทียบนิวรณ์ธรรม
อุปกิเลส ๕
อาหารของนิวรณ์ธรรม
นิวรณ์เป็น ๑๐
นิวรณ์ธรรม ๕
ธรรมเครื่องกั้นคือนิวรณ์ธรรม
รุกขเปรียบนิวรณ์ธรรม
นิวรณ์เปรียบเหมือนความมืด
กามคุณ ๕ ประการ
การหลีกออกจากนิวรณ์ธรรม
ธัมมานุปัสนาสติปัฏฐาน
สมาธิ
วัตร
การประคองจิตตามกาล
การอธิฐานสมาธินิมิต
คำขอขมาโทษแบบอุกาสะ
การบริภาษพระอริยะ
คำอาราธนาพระปิติ ๕
รูปายตนะ (รูป)
คำอาราธนาพระรัศมี พระปีติ ๕ ประการ
วิธีเข้าสะกดพระปีติ ๕ ประการ
ลักษณะปีติ ๕ ประการ
ขุททกาปีติ
พระปีติเจ้าทั้ง ๕
คำอาราธนาพระยุคลธรรม ๖ ประการ
การนั่งเจริญภาวนาพระยุคล ๖
ลักษณะพระยุคลธรรม ๖ ประการ
ธรรมที่เป็นกุศล
อารมณ์และข้าศึกของยุคลธรรม
พระยุคลธรรมทั้ง ๖ ประการ จัดเป็นธาตุ
คำอาราธนา สุขสมาธิธรรมเจ้า
ลักษณะสุขสมาธิ
กรรมฐานในอานาปาสติยกจิตขึ้นสู่อัปปนาสมาธิ
ห้องอานาปานสติกรรมฐาน
คำอาราธนาในห้องอานาปานสติกรรมฐาน
ลักษณะอานาปานสติ
มหาวรรคอานาปานกถา
ธรรมเครื่องนำออก
อุปกิเลส ๑๘ ประการ
ญาณในโวทาน ๑๓
เบื้องต้น ท่ามกลาง เป็นที่สุดแห่งปฐมฌาณ
ธรรม ๓ ประการ
ญาณความรู้ในการทำ สติ ๓๒ ประการ
พิจารณากาย
ภาวนามี ๔
เวทนา
สัญญา
วิตก
บุคคลย่อมยังอินทรีย์ทั้งหลายให้ประชุมลงอย่างไร
พละทั้งหลายประชุมลงอย่างไร
บุคคลย่อมยังโพชฌงค์ทั้งหลายให้ประชุมลงอย่างไร
บุคคลย่อมยังมรรคให้ประชุมลงอย่างไร
บุคคลย่อมยังธรรมทั้งหลายให้ประชุมลงอย่างไร
บุคคลเมื่อหายใจออกสั้นก็รู้ว่าหายใจออกสั้น เมื่อหายใจเข้าสั้นก็รู้ว่าหายใจเข้าสั้น อย่างไร
บุคคลย่อมพิจารณากายนั้นอย่างไร
กายสังขารเป็นไฉน
ปีติเป็นไฉน
จิตตสังขารเป็นไฉน
จิตนั้นเป็นไฉน
ความเบิกบานแห่งจิตเป็นไฉน
บุคคลย่อมศึกษาว่าจักเปลื้องจิตหายใจเข้าออกอย่างไร
ความไม่เที่ยง
พิจารณาความคลายกำหนัด
พิจารณาความดับในรูปหายใจเข้าออก
โทษในอวิชชา
พิจารณาความสละคืนหายใจเข้าออก
ญาณด้วยสามารถแห่งสมาธิ ๒๔
วิปัสสนา ๗๒
นิพพิทาญาณ ๘
นิพพิทานุโลมญาณ ๘
นิพพิทาปฏิปัสสัทธิญาณ ๘
ญาณในวิมุตติสุข ๒๑
การเจริญอานาปานสติ
ห้องกายคตาสติ
ทิฐิความไม่ยึดมั่นถือมั่นใน
การพิจารณากายคตาสติเป็นปฏิกูล
คำอาราธนาพระกายคตาสติ
คำอาราธนากสิณ
การพิจารณาธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ
กสิณายตนะ ๑๐
บ่อเกิดแห่งกสิณ ๑๐ ประการ
พิจารณาวรรณกสิณ
การพิจารณาภูตกสิณ
การพิจารณาธาตุ ๖
อากาสธาตุ
คำอาราธนาอสุภกรรมฐาน
อสุภกรรมฐาน ๑๐ ประการ
พิจารณาอสุภกรรมฐานเป็นปฏิกูล
ความแตกต่างแห่งคน
อสุภะฌาน ๑๐ ดวง
เหตุที่ขึ้นองค์ฌานในห้องอสุภกรรมฐาน
คำอาราธนาปฐมฌาน
คำอาราธนาทุติยฌาน
คำอาราธนาตติยฌาน
คำอาราธนาจตุถฌาน
คำอาราธนาปัญจมฌาน
บุคคลผู้เพ่งฌาน ๔ จำพวก
การพิจารณาฌานเป็นวิปัสสนา เป็นอนาคามี ไปสุธาวาส
แผ่เมตตา ๑๐ ทิศ
พิจารณาธรรมในเมตตาฌานไปสุทธาวาส
ฌาน ๔ เป็นอาพาธ
เปรียบฌาน ๔
การพิจารณาธรรมในองค์ฌานเพื่อความสิ้นไปแห่งอาสวะ
ธรรมระงับในฌานต่าง ๆ
ความตั้งอยู่ในสมถะวิปัสสนาธรรมในรูปฌาน ๔
ความตั้งอยู่ในสมถะวิปัสสนาธรรมในฌานพรมหวิหาร ๔
พระสารีบุตรบำเบ็ญฌาน
อุปมารูปฌาน ๔
พระโมคคัลลานบำเพ็ญฌาน
โยคาวจรผู้เจริญฌาน ๔ จำพวก
วิโมกข์ ๘ ประการ
อนุปุพพวิหารสมาบัติ ๙
กุศลฌานปัญจกนัย ฌาน ๕
อธิบายคำในองค์ฌาน
โลกุตตรกุศลฌาน จตุกกนัย
โลกกุตตรกุศลฌาน ปัญจกนัย
วิปากฌาน ปัญจกนัย
โลกุตตรวิปากฌาน จตุกกนัย ฌาน ๔
โลกุตตรวิปากฌาน ปัญจกนัย
กิริยาฌาน ปัญจกนัย
อัปปมัญญา ๔
เมตตาอัปปมัญญานิเทศ
กรุณาอัปปมัญญานิเทศ
มุทิตาอัปปมัญญานิเทศ
อุเบกขาอัปปมัญญานิเทศ
เมตตากุศลฌาน จตุกกนัย
กรุณากุศลฌาน จตุกกนัย
มุทิตากุศลฌาน จตุกกนัย
อุเบกขากุศลฌาน
เมตตาวิปากฌาน จตุกกนัย
เมตตาวิปากฌาน ปัญจกนัย
กรุณาวิปากฌาน จตุกกนัย
กรุณาวิปากฌาน ปัญจกนัย
มุทิตาวิปากฌาน จตุกกนัย
มุทิตาวิปากฌาน ปัญจกนัย
อุเบกขาวิปากฌาน
เมตตากิริยาฌาน จตุกกนัย
เมตตากิริยาฌานปัญจกนัย
กรุณากิริยาฌาน จตุกกนัย
กรุณากิริยาฌาน ปัญจกนัย
มุทิตากิริยาฌาน จตุกกนัย
มุทิตากิริยาฌาน ปัญจกนัย
อุเบกขากิริยาฌาน
สมาธิ สูตรที่ ๑
สมาธิสังยุต
คำอาราธนาอนุสสติ
การเจริญอนุสสติต่างๆ
คำภาวนาในห้องอนุสสติ
ทานสูตร
อุปาทกัมมอายุปมาณวาร
อายุของเหล่าเทวดาชั้นจาตุมหาราช
มรณัสสติ สูตรที่ ๒
ปฏิปทาสูตรที่ ๓
ปฏิปทาสูตรที่ ๔
อัปปมัญญา พรหมวิหาร ๔
คำอารธนาในบทเมตตาพรหมวิหาร
แผ่ออกทิศเมตตาพรหมวิหาร ทิสาผรณา ๑๐ ทิศ
วิกุพพนา
บทแผ่เมตตาพรหมวิหาร รอบนอก
กรุณาพรหมวิหาร
อาราธนาพิจารณาดู ๔ ทิศใหญ่
บทแผ่กรุณารอบนอก ๔ บท
มุทิตาพรหมวิหาร
แผ่ออกทิศมุทิตาพรหมวิหาร ทิสาผรณา ๑๐ ทิศ
อุเบกขาพรหมวิหาร
ยุคนัทธวรรค เมตตากถา
ผู้เจริญเมตตาที่อบรมด้วยอินทรีย์ ๕
ผู้เจริญเมตตาที่อบรมด้วยพละ ๕
ผู้เจริญเมตตาที่อบรมด้วยโพชณฌงค์ ๗
เมตตาเจโตวิมุตติอันอบรมแล้วด้วยมรรค ๘
เมตตาเจโตวิมุตติแผ่ไปด้วยอาการ ๘
กรรมสูตรที่ ๓
เมตตาภาวนา วิปัสสนานัย
เมตตาเจโตวิมุตติ
อาหาเรปฏิกูลสัญญา
ปุตตมังสสูตร
อัตถิราคะสูตร
จตุธาตุววัฏฐาน
มหาหัตถิปโทปมสูตร
อรูปฌานสมาบัติ
เจริญอรูปฌาน
อรูปาวจรกุศล
อากาศไม่มีที่สุด
ธาตุสังยุตต์
อรูปสัญญา
อรูปสูตร
อิทธิวิธญาณ
โสตธาตุวิสุทธิญาณ
เจโตปริญาณ
ปุพเพนิวาสานุสติญาณ
ทิพย์จักษุญาณ
อาสวักขยญาณ
บุคคล ๗ จำพวก
วิโมกข์ ๘
เสขิยวัตรพระกรรมฐาน
วิสุทธิ ๗ ประการ
วิปัสสนากถา
สัญญาสูตรที่ ๒
ห้องวิปัสสนา แบบเจโตวิมุตติ
จิตตวิสุทธิ
ภาวนามยญาณ
ทิฏฐิวิสุทธิ
กังขาวิตรณวิสุทธิ
ความสงสัย ๑๖ ประการ
มัคคาคัคคญาณทัสสนวิสุทธิ
ปฏิปทาญาณทัสสนวิสุทธิ
ญาณทัสสนวิสุทธิ
มนสิการโดยความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา
อนิจจานุปัสสนาญาณ
สุญญติวิโมกข์
อนิตตวิโกข์
อัปปณิหิตวิโมกข์
จุฬสุญญตสูตร
มหาสูญตา
ยุคนัทธวรรค สุญกถา
สติปัฏฐานสูตร
สัมมัปปะธาน ๔
ฉันทะ
อิทธิบาท ๔
อินทรีย์ ๕
พละ ๕
โพชฌงค์ ๗
อริยมรรคมีองค์ ๘
โอรัมภาคิยะสัญโญชน์ ๕
สักกายทิฏฐิ
วิจิกิจฉา
สีลัพพตปรามาส
กามราคะ
ปฏิฆสัญโญชน์
อุทธัจจะสัญโญชน์
อวิชชา สัญโญชน์
สักกายทิฏฐิ
โสดาปัตติมรรค
คำอาราธนาเจริญวิปัสนา
ญาณวิปัสนาและคำภาวนาในห้องพระวิปัสนา