ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

สมถะวิปัสสนา

วิปัสสนา ๗๒

ญาณด้วยความสามารถแห่งวิปัสสนา ๗๒ เป็นอย่างไร

๑.วิปัสสนาด้วยอรรถว่าพิจารณา ลมหายใจออกยาว โดยความไม่เที่ยง
๒.วิปัสสนาด้วยอรรถว่าพิจารณา ลมหายใจออกยาว โดยความเป็นทุกข์
๓.วิปัสสนาด้วยอรรถว่าพิจารณา ลมหายใจออกยาว โดยความเป็นอนัตตา
๔.วิปัสสนาด้วยอรรถว่าพิจารณา ลมหายใจเข้ายาว โดยความไม่เที่ยง
๕.วิปัสสนาด้วยอรรถว่าพิจารณา ลมหายใจเข้ายาว โดยความเป็นทุกข์
๖.วิปัสสนาด้วยอรรถว่าพิจารณา ลมหายใจเข้ายาว โดยความเป็นอนัตตา
๗.วิปัสสนาด้วยอรรถว่าพิจารณา ลมหายใจออกสั้น โดยความไม่เที่ยง
๘.วิปัสสนาด้วยอรรถว่าพิจารณา ลมหายใจออกสั้น โดยความเป็นทุกข์
๙.วิปัสสนาด้วยอรรถว่าพิจารณา ลมหายใจออกสั้น โดยความเป็นอนัตตา
๑๐.วิปัสสนาด้วยอรรถว่าพิจารณา ลมหายใจเข้าสั้น โดยความไม่เที่ยง
๑๑.วิปัสสนาด้วยอรรถว่าพิจารณา ลมหายใจเข้าสั้น โดยความเป็นทุกข์
๑๒.วิปัสสนาด้วยอรรถว่าพิจารณา ลมหายใจเข้าสั้น โดยความเป็นอนัตตา
๑๓.วิปัสสนาด้วยอรรถว่าพิจารณาจักเป็นผู้รู้แจ้งกองลมทั้งปวงหายใจออก โดยความไม่เที่ยง
๑๔.วิปัสสนาด้วยอรรถว่าพิจารณาจักเป็นผู้รู้แจ้งกองลมทั้งปวงหายใจออก โดยความเป็นทุกข์
๑๕.วิปัสสนาด้วยอรรถว่าพิจารณาจักเป็นผู้รู้แจ้งกองลมทั้งปวงหายใจออก โดยความเป็นอนัตตา
๑๖.วิปัสสนาด้วยอรรถว่าพิจารณาจักเป็นผู้รู้แจ้งกองลมทั้งปวงหายใจเข้า โดยความไม่เที่ยง
๑๗.วิปัสสนาด้วยอรรถว่าพิจารณาจักเป็นผู้รู้แจ้งกองลมทั้งปวงหายใจเข้า โดยความเป็นทุกข์
๑๘.วิปัสสนาด้วยอรรถว่าพิจารณาจักเป็นผู้รู้แจ้งกองลมทั้งปวงหายใจเข้า โดยความเป็นอนัตตา
๑๙.วิปัสสนาด้วยอรรถว่าพิจารณาจักระงับกายสังขารหายใจออกโดยความไม่เที่ยง
๒๐.วิปัสสนาด้วยอรรถว่าพิจารณาจักระงับกายสังขารหายใจออกโดยความเป็นทุกข์
๒๑.วิปัสสนาด้วยอรรถว่าพิจารณาจักระงับกายสังขารหายใจออกโดยความเป็นอนัตตา
๒๒.วิปัสสนาด้วยอรรถว่าพิจารณาจักระงับกายสังขารหายใจเข้าโดยความไม่เที่ยง
๒๓.วิปัสสนาด้วยอรรถว่าพิจารณาจักระงับกายสังขารหายใจเข้าโดยความเป็นทุกข์
๒๔.วิปัสสนาด้วยอรรถว่าพิจารณาจักระงับกายสังขารหายใจเข้าโดยความเป็นอนัตตา
๒๕.วิปัสสนาด้วยอรรถว่าพิจารณาจักรู้แจ้งปีติหายใจออก โดยความไม่เที่ยง
๒๖.วิปัสสนาด้วยอรรถว่าพิจารณาจักรู้แจ้งปีติหายใจออก โดยความเป็นทุกข์
๒๗.วิปัสสนาด้วยอรรถว่าพิจารณาจักรู้แจ้งปีติหายใจออก โดยความเป็นอนัตตา
๒๘.วิปัสสนาด้วยอรรถว่าพิจารณาจักรู้แจ้งปีติหายใจเข้า โดยความไม่เที่ยง
๒๙.วิปัสสนาด้วยอรรถว่าพิจารณาจักรู้แจ้งปีติหายใจเข้า โดยความเป็นทุกข์
๓๐.วิปัสสนาด้วยอรรถว่าพิจารณาจักรู้แจ้งปีติหายใจเข้า โดยความเป็นอนัตตา
๓๑.วิปัสสนาด้วยอรรถว่าพิจารณาจักรู้แจ้งสุขหายใจออก โดยความไม่เที่ยง
๓๒.วิปัสสนาด้วยอรรถว่าพิจารณาจักรู้แจ้งสุขหายใจออก โดยความเป็นทุกข์
๓๓.วิปัสสนาด้วยอรรถว่าพิจารณาจักรู้แจ้งสุขหายใจออก โดยความเป็นอนัตตา
๓๔.วิปัสสนาด้วยอรรถว่าพิจารณาจักรู้แจ้งสุขหายใจเข้า โดยความไม่เที่ยง
๓๕.วิปัสสนาด้วยอรรถว่าพิจารณาจักรู้แจ้งสุขหายใจเข้า โดยความเป็นทุกข์
๓๖.วิปัสสนาด้วยอรรถว่าพิจารณาจักรู้แจ้งสุขหายใจเข้า โดยความเป็นอนัตตา
๓๗.วิปัสสนาด้วยอรรถว่าพิจารณาจักรู้แจ้งจิตสังขารหายใจออก โดยความไม่เที่ยง
๓๘.วิปัสสนาด้วยอรรถว่าพิจารณาจักรู้แจ้งจิตสังขารหายใจออก โดยความเป็นทุกข์
๓๙.วิปัสสนาด้วยอรรถว่าพิจารณาจักรู้แจ้งจิตสังขารหายใจออก โดยความเป็นอนัตตา
๔๐.วิปัสสนาด้วยอรรถว่าพิจารณาจักรู้แจ้งจิตสังขารหายใจเข้า โดยความไม่เที่ยง
๔๑.วิปัสสนาด้วยอรรถว่าพิจารณาจักรู้แจ้งจิตสังขารหายใจเข้า โดยความเป็นทุกข์
๔๒.วิปัสสนาด้วยอรรถว่าพิจารณาจักรู้แจ้งจิตสังขารหายใจเข้า โดยความเป็นอนัตตา
๔๓.วิปัสสนาด้วยอรรถว่าพิจารณาระงับจิตสังขารหายใจออก โดยความไม่เที่ยง
๔๔.วิปัสสนาด้วยอรรถว่าพิจารณาระงับจิตสังขารหายใจออก โดยความเป็นทุกข์
๔๕.วิปัสสนาด้วยอรรถว่าพิจารณาระงับจิตสังขารหายใจออกโดยความเป็นอนัตตา
๔๖.วิปัสสนาด้วยอรรถว่าพิจารณาระงับจิตสังขารหายใจเข้า โดยความไม่เที่ยง
๔๗.วิปัสสนาด้วยอรรถว่าพิจารณาระงับจิตสังขารหายใจเข้า โดยความเป็นทุกข์
๔๘.วิปัสสนาด้วยอรรถว่าพิจารณาระงับจิตสังขารหายใจเข้า โดยความเป็นอนัตตา
๔๙.วิปัสสนาด้วยอรรถว่าพิจารณาจักรู้แจ้งจิตหายใจออก โดยความไม่เที่ยง
๕๐.วิปัสสนาด้วยอรรถว่าพิจารณาจักรู้แจ้งจิตหายใจออกโดยความเป็นทุกข์
๕๑.วิปัสสนาด้วยอรรถว่าพิจารณาจักรู้แจ้งจิตหายใจออกโดยความเป็นอนัตตา
๕๒.วิปัสสนาด้วยอรรถว่าพิจารณาจักรู้แจ้งจิตหายใจเข้าโดยความไม่เที่ยง
๕๓.วิปัสสนาด้วยอรรถว่าพิจารณาจักรู้แจ้งจิตหายใจเข้าโดยความเป็นทุกข์
๕๔.วิปัสสนาด้วยอรรถว่าพิจารณาจักรู้แจ้งจิตหายใจเข้าโดยความเป็นอนัตตา
๕๕.วิปัสสนาด้วยอรรถว่าพิจารณาจักทำจิตให้บันเทิงหายใจออก โดยความไม่เที่ยง
๕๖.วิปัสสนาด้วยอรรถว่าพิจารณาจักทำจิตให้บันเทิงหายใจออก โดยความเป็นทุกข์
๕๗.วิปัสสนาด้วยอรรถว่าพิจารณาจักทำจิตให้บันเทิงหายใจออก โดยความเป็นอนัตตา
๕๘.วิปัสสนาด้วยอรรถว่าพิจารณาจักทำจิตให้บันเทิงหายใจเข้า โดยความไม่เที่ยง
๕๙.วิปัสสนาด้วยอรรถว่าพิจารณาจักทำจิตให้บันเทิงหายใจเข้า โดยความเป็นทุกข์
๖๐.วิปัสสนาด้วยอรรถว่าพิจารณาจักทำจิตให้บันเทิงหายใจเข้า โดยความเป็นอนัตตา
๖๑.วิปัสสนาด้วยอรรถว่าพิจารณาจักตั้งจิตไว้หายใจออก โดยความไม่เที่ยง
๖๒.วิปัสสนาด้วยอรรถว่าพิจารณาจักตั้งจิตไว้หายใจออก โดยความเป็นทุกข์
๖๓.วิปัสสนาด้วยอรรถว่าพิจารณาจักตั้งจิตไว้หายใจออก โดยความเป็นอนัตตา
๖๔.วิปัสสนาด้วยอรรถว่าพิจารณาจักตั้งจิตไว้หายใจเข้า โดยความไม่เที่ยง
๖๕.วิปัสสนาด้วยอรรถว่าพิจารณาจักตั้งจิตไว้หายใจเข้า โดยความเป็นทุกข์
๖๖วิปัสสนาด้วยอรรถว่าพิจารณาจักตั้งจิตไว้หายใจเข้า โดยความเป็นอนัตตา
๖๗.วิปัสสนาด้วยอรรถว่าพิจารณาจักเปลื้องจิตหายใจออก โดยความไม่เที่ยง
๖๘.วิปัสสนาด้วยอรรถว่าพิจารณาจักเปลื้องจิตหายใจออก โดยความเป็นทุกข์
๖๙.วิปัสสนาด้วยอรรถว่าพิจารณาจักเปลื้องจิตหายใจออก โดยความเป็นอนัตตา
๗๐.วิปัสสนาด้วยอรรถว่าพิจารณาจักเปลื้องจิตหายใจเข้า โดยความไม่เที่ยง
๗๑.วิปัสสนาด้วยอรรถว่าพิจารณาจักเปลื้องจิตหายใจเข้า โดยความเป็นทุกข์
๗๒.วิปัสสนาด้วยอรรถว่าพิจารณาจักเปลื้องจิตหายใจเข้า โดยความเป็นอนัตตา

<< ย้อนกลับ | หน้าถัดไป >>

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

สมถะวิปัสสนา
คำอุปมาเปรียบเทียบสมถะวิปัสสนา
อธิศีลสิกขา อธิจิตตสิกขา อธิปัญญาสิกขา
วิเวก ๓
สิ่งเกียจคร้านที่ทำให้ไม่ปรารภความเพียรภาวนา ๘ ประการ
สิ่งที่ทำให้ทำการลงมือกระทำความเพียร
การแบ่งเวลานั่งเข้าที่ภาวนา
ภิกษุเจริญวิปัสสนา
ภิกษุย่อมเจริญสมถะ
จิตยังไม่สงบ เป็นสมาธิ ห้ามอยู่ป่า
ข้อแนะนำขั้นตอนในการนั่งสมาธิ
ประตูแรกของกรรมฐาน
อุปมานิวรณ์ธรรม ๑
อุปมานิวรณ์ธรรม ๒
ความกำเริบพอกพูนแห่งนิวรณ์ธรรม
เปรียบเทียบนิวรณ์ธรรม
อุปกิเลส ๕
อาหารของนิวรณ์ธรรม
นิวรณ์เป็น ๑๐
นิวรณ์ธรรม ๕
ธรรมเครื่องกั้นคือนิวรณ์ธรรม
รุกขเปรียบนิวรณ์ธรรม
นิวรณ์เปรียบเหมือนความมืด
กามคุณ ๕ ประการ
การหลีกออกจากนิวรณ์ธรรม
ธัมมานุปัสนาสติปัฏฐาน
สมาธิ
วัตร
การประคองจิตตามกาล
การอธิฐานสมาธินิมิต
คำขอขมาโทษแบบอุกาสะ
การบริภาษพระอริยะ
คำอาราธนาพระปิติ ๕
รูปายตนะ (รูป)
คำอาราธนาพระรัศมี พระปีติ ๕ ประการ
วิธีเข้าสะกดพระปีติ ๕ ประการ
ลักษณะปีติ ๕ ประการ
ขุททกาปีติ
พระปีติเจ้าทั้ง ๕
คำอาราธนาพระยุคลธรรม ๖ ประการ
การนั่งเจริญภาวนาพระยุคล ๖
ลักษณะพระยุคลธรรม ๖ ประการ
ธรรมที่เป็นกุศล
อารมณ์และข้าศึกของยุคลธรรม
พระยุคลธรรมทั้ง ๖ ประการ จัดเป็นธาตุ
คำอาราธนา สุขสมาธิธรรมเจ้า
ลักษณะสุขสมาธิ
กรรมฐานในอานาปาสติยกจิตขึ้นสู่อัปปนาสมาธิ
ห้องอานาปานสติกรรมฐาน
คำอาราธนาในห้องอานาปานสติกรรมฐาน
ลักษณะอานาปานสติ
มหาวรรคอานาปานกถา
ธรรมเครื่องนำออก
อุปกิเลส ๑๘ ประการ
ญาณในโวทาน ๑๓
เบื้องต้น ท่ามกลาง เป็นที่สุดแห่งปฐมฌาณ
ธรรม ๓ ประการ
ญาณความรู้ในการทำ สติ ๓๒ ประการ
พิจารณากาย
ภาวนามี ๔
เวทนา
สัญญา
วิตก
บุคคลย่อมยังอินทรีย์ทั้งหลายให้ประชุมลงอย่างไร
พละทั้งหลายประชุมลงอย่างไร
บุคคลย่อมยังโพชฌงค์ทั้งหลายให้ประชุมลงอย่างไร
บุคคลย่อมยังมรรคให้ประชุมลงอย่างไร
บุคคลย่อมยังธรรมทั้งหลายให้ประชุมลงอย่างไร
บุคคลเมื่อหายใจออกสั้นก็รู้ว่าหายใจออกสั้น เมื่อหายใจเข้าสั้นก็รู้ว่าหายใจเข้าสั้น อย่างไร
บุคคลย่อมพิจารณากายนั้นอย่างไร
กายสังขารเป็นไฉน
ปีติเป็นไฉน
จิตตสังขารเป็นไฉน
จิตนั้นเป็นไฉน
ความเบิกบานแห่งจิตเป็นไฉน
บุคคลย่อมศึกษาว่าจักเปลื้องจิตหายใจเข้าออกอย่างไร
ความไม่เที่ยง
พิจารณาความคลายกำหนัด
พิจารณาความดับในรูปหายใจเข้าออก
โทษในอวิชชา
พิจารณาความสละคืนหายใจเข้าออก
ญาณด้วยสามารถแห่งสมาธิ ๒๔
วิปัสสนา ๗๒
นิพพิทาญาณ ๘
นิพพิทานุโลมญาณ ๘
นิพพิทาปฏิปัสสัทธิญาณ ๘
ญาณในวิมุตติสุข ๒๑
การเจริญอานาปานสติ
ห้องกายคตาสติ
ทิฐิความไม่ยึดมั่นถือมั่นใน
การพิจารณากายคตาสติเป็นปฏิกูล
คำอาราธนาพระกายคตาสติ
คำอาราธนากสิณ
การพิจารณาธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ
กสิณายตนะ ๑๐
บ่อเกิดแห่งกสิณ ๑๐ ประการ
พิจารณาวรรณกสิณ
การพิจารณาภูตกสิณ
การพิจารณาธาตุ ๖
อากาสธาตุ
คำอาราธนาอสุภกรรมฐาน
อสุภกรรมฐาน ๑๐ ประการ
พิจารณาอสุภกรรมฐานเป็นปฏิกูล
ความแตกต่างแห่งคน
อสุภะฌาน ๑๐ ดวง
เหตุที่ขึ้นองค์ฌานในห้องอสุภกรรมฐาน
คำอาราธนาปฐมฌาน
คำอาราธนาทุติยฌาน
คำอาราธนาตติยฌาน
คำอาราธนาจตุถฌาน
คำอาราธนาปัญจมฌาน
บุคคลผู้เพ่งฌาน ๔ จำพวก
การพิจารณาฌานเป็นวิปัสสนา เป็นอนาคามี ไปสุธาวาส
แผ่เมตตา ๑๐ ทิศ
พิจารณาธรรมในเมตตาฌานไปสุทธาวาส
ฌาน ๔ เป็นอาพาธ
เปรียบฌาน ๔
การพิจารณาธรรมในองค์ฌานเพื่อความสิ้นไปแห่งอาสวะ
ธรรมระงับในฌานต่าง ๆ
ความตั้งอยู่ในสมถะวิปัสสนาธรรมในรูปฌาน ๔
ความตั้งอยู่ในสมถะวิปัสสนาธรรมในฌานพรมหวิหาร ๔
พระสารีบุตรบำเบ็ญฌาน
อุปมารูปฌาน ๔
พระโมคคัลลานบำเพ็ญฌาน
โยคาวจรผู้เจริญฌาน ๔ จำพวก
วิโมกข์ ๘ ประการ
อนุปุพพวิหารสมาบัติ ๙
กุศลฌานปัญจกนัย ฌาน ๕
อธิบายคำในองค์ฌาน
โลกุตตรกุศลฌาน จตุกกนัย
โลกกุตตรกุศลฌาน ปัญจกนัย
วิปากฌาน ปัญจกนัย
โลกุตตรวิปากฌาน จตุกกนัย ฌาน ๔
โลกุตตรวิปากฌาน ปัญจกนัย
กิริยาฌาน ปัญจกนัย
อัปปมัญญา ๔
เมตตาอัปปมัญญานิเทศ
กรุณาอัปปมัญญานิเทศ
มุทิตาอัปปมัญญานิเทศ
อุเบกขาอัปปมัญญานิเทศ
เมตตากุศลฌาน จตุกกนัย
กรุณากุศลฌาน จตุกกนัย
มุทิตากุศลฌาน จตุกกนัย
อุเบกขากุศลฌาน
เมตตาวิปากฌาน จตุกกนัย
เมตตาวิปากฌาน ปัญจกนัย
กรุณาวิปากฌาน จตุกกนัย
กรุณาวิปากฌาน ปัญจกนัย
มุทิตาวิปากฌาน จตุกกนัย
มุทิตาวิปากฌาน ปัญจกนัย
อุเบกขาวิปากฌาน
เมตตากิริยาฌาน จตุกกนัย
เมตตากิริยาฌานปัญจกนัย
กรุณากิริยาฌาน จตุกกนัย
กรุณากิริยาฌาน ปัญจกนัย
มุทิตากิริยาฌาน จตุกกนัย
มุทิตากิริยาฌาน ปัญจกนัย
อุเบกขากิริยาฌาน
สมาธิ สูตรที่ ๑
สมาธิสังยุต
คำอาราธนาอนุสสติ
การเจริญอนุสสติต่างๆ
คำภาวนาในห้องอนุสสติ
ทานสูตร
อุปาทกัมมอายุปมาณวาร
อายุของเหล่าเทวดาชั้นจาตุมหาราช
มรณัสสติ สูตรที่ ๒
ปฏิปทาสูตรที่ ๓
ปฏิปทาสูตรที่ ๔
อัปปมัญญา พรหมวิหาร ๔
คำอารธนาในบทเมตตาพรหมวิหาร
แผ่ออกทิศเมตตาพรหมวิหาร ทิสาผรณา ๑๐ ทิศ
วิกุพพนา
บทแผ่เมตตาพรหมวิหาร รอบนอก
กรุณาพรหมวิหาร
อาราธนาพิจารณาดู ๔ ทิศใหญ่
บทแผ่กรุณารอบนอก ๔ บท
มุทิตาพรหมวิหาร
แผ่ออกทิศมุทิตาพรหมวิหาร ทิสาผรณา ๑๐ ทิศ
อุเบกขาพรหมวิหาร
ยุคนัทธวรรค เมตตากถา
ผู้เจริญเมตตาที่อบรมด้วยอินทรีย์ ๕
ผู้เจริญเมตตาที่อบรมด้วยพละ ๕
ผู้เจริญเมตตาที่อบรมด้วยโพชณฌงค์ ๗
เมตตาเจโตวิมุตติอันอบรมแล้วด้วยมรรค ๘
เมตตาเจโตวิมุตติแผ่ไปด้วยอาการ ๘
กรรมสูตรที่ ๓
เมตตาภาวนา วิปัสสนานัย
เมตตาเจโตวิมุตติ
อาหาเรปฏิกูลสัญญา
ปุตตมังสสูตร
อัตถิราคะสูตร
จตุธาตุววัฏฐาน
มหาหัตถิปโทปมสูตร
อรูปฌานสมาบัติ
เจริญอรูปฌาน
อรูปาวจรกุศล
อากาศไม่มีที่สุด
ธาตุสังยุตต์
อรูปสัญญา
อรูปสูตร
อิทธิวิธญาณ
โสตธาตุวิสุทธิญาณ
เจโตปริญาณ
ปุพเพนิวาสานุสติญาณ
ทิพย์จักษุญาณ
อาสวักขยญาณ
บุคคล ๗ จำพวก
วิโมกข์ ๘
เสขิยวัตรพระกรรมฐาน
วิสุทธิ ๗ ประการ
วิปัสสนากถา
สัญญาสูตรที่ ๒
ห้องวิปัสสนา แบบเจโตวิมุตติ
จิตตวิสุทธิ
ภาวนามยญาณ
ทิฏฐิวิสุทธิ
กังขาวิตรณวิสุทธิ
ความสงสัย ๑๖ ประการ
มัคคาคัคคญาณทัสสนวิสุทธิ
ปฏิปทาญาณทัสสนวิสุทธิ
ญาณทัสสนวิสุทธิ
มนสิการโดยความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา
อนิจจานุปัสสนาญาณ
สุญญติวิโมกข์
อนิตตวิโกข์
อัปปณิหิตวิโมกข์
จุฬสุญญตสูตร
มหาสูญตา
ยุคนัทธวรรค สุญกถา
สติปัฏฐานสูตร
สัมมัปปะธาน ๔
ฉันทะ
อิทธิบาท ๔
อินทรีย์ ๕
พละ ๕
โพชฌงค์ ๗
อริยมรรคมีองค์ ๘
โอรัมภาคิยะสัญโญชน์ ๕
สักกายทิฏฐิ
วิจิกิจฉา
สีลัพพตปรามาส
กามราคะ
ปฏิฆสัญโญชน์
อุทธัจจะสัญโญชน์
อวิชชา สัญโญชน์
สักกายทิฏฐิ
โสดาปัตติมรรค
คำอาราธนาเจริญวิปัสนา
ญาณวิปัสนาและคำภาวนาในห้องพระวิปัสนา

» นิยาย-เรื่องสั้น
» ข้อเขียน-บทความ
» บทกวี
» สารคดี-ท่องเที่ยว

» การแพทย์แผนโบราณ
ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแห่งกรุงศรีอยุธยา ได้ค้นพบบันทึกว่า มีระบบการจัดหายาที่ชัดเจนสำหรับราษฏร มีแหล่งจำหน่ายยาและสมุนไพรหลายแห่งทั้งในและ นอกกำแพงเมือง

» หลักธรรมในการอยู่ร่วมกันในสังคม
พระพุทธศาสนาได้สอนไว้ว่านักปกครองที่ดีนั้นควรมีคุณธรรม 10 ประการ เรียกว่า ทศพิธราชธรรม

» สมถะวิปัสสนา
ตามแนวพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับ (เถรวาท) ของสมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรมหาเถรเจ้า (สุก ไก่เถื่อน)

» พุทธธรรมขั้นพื้นฐาน
ไม่มีมนุษย์คนใดที่จะสามารถมีชีวิตอยู่ได้ลำพังตนเองโดยไม่ติดต่อสัมพันธ์กับคนอื่น เพราะการดำรงชีวิตอยู่ของคนเราจำเป็นจะต้องพึ่งพาอาศัยกันและกัน

» พระสูตรของท่านเว่ยหลาง
สูตรของท่านเว่ยหล่างล้วนแต่เป็นเรื่องของการใช้ปัญญาเพื่อค้นหาหนทางแห่งความเป็นพุทธะ และเพื่อความหลุดพ้นไปจากเครื่องร้อยรัดทั้งปวงในโลกนี้

» พุทธศาสนสุภาษิต
สุภาษิตที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงดำรัสไว้ ซึ่งมีคุณค่าสูงส่ง สามารถใช้ได้ทั้งเป็นแนวทางดำเนินชีวิต เตือนใจ หาคำตอบที่ดีสำหรับปัญหาที่สงสัย

» โอวาทสี่ของเหลี่ยวฝาน
แบบฉบับในการประพฤติดี ปฏิบัติชอบ เพื่อหยุดยั้งกระแสแห่งวัฒนธรรมตะวันตกและอนุรักษ์ความเป็นคนจีนดั้งเดิม