ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

สมถะวิปัสสนา

พิจารณาวรรณกสิณ

พิจารณาวรรณกสิณ เป็นวิโมกข์ เพราะ ภิกษุผู้มีรูป ย่อมเห็น รูปทั้งหลาย

๑. ภิกษุบางรูปในธรรมวินัยนี้ มนสิการถึงเฉพาะนิมิต สีเขียว ในภายใน ย่อมได้เฉพาะ นิลสัญญา เธอทำนิมิตนั้นให้ถือไว้ดีแล้ว ทรงจำไว้ดีแล้ว กำหนดดีแล้ว ครั้นแล้วย่อมน้อมจิตไปในนิมิตสีเขียว ภายนอก ย่อมได้เฉพาะนิลสัญญา เธอทำนิมิตนั้นให้ถือเป็นอันดีแล้ว ทรงจำไว้ดีแล้ว ครั้นแล้ว ย่อมเสพ ย่อมเจริญ ทำให้มาก ความคิดอย่างนี้ว่า นิมิตสีเขียวทั้งสองทั้งภายใน และภายนอกนี้ เป็นรูป เธอย่อมเป็นผู้มีความสำคัญว่าเป็นรูป

๒. ภิกษุบางรูปในธรรมวินัยนี้ มนสิการถึงเฉพาะนิมิต สีเหลือง ในภายใน ย่อมได้เฉพาะ ปิตะสัญญา เธอทำนิมิตนั้นให้ถือไว้ดีแล้ว ทรงจำไว้ดีแล้ว กำหนดดีแล้ว ครั้นแล้วย่อมน้อมจิตไปในนิมิตสีเหลือง ภายนอก ย่อมได้เฉพาะปิตะสัญญา เธอทำนิมิตนั้นให้ถือเป็นอันดีแล้ว ทรงจำไว้ดีแล้ว ครั้นแล้ว ย่อมเสพ ย่อมเจริญ ทำให้มาก ความคิดอย่างนี้ว่า นิมิตสีเหลืองทั้งสองทั้งภายใน และภายนอกนี้ เป็นรูป เธอย่อมเป็นผู้มีความสำคัญว่าเป็นรูป

๓. ภิกษุบางรูปในธรรมวินัยนี้ มนสิการถึงเฉพาะนิมิต สีแดง ในภายใน ย่อมได้เฉพาะ โลหิตะสัญญา เธอทำนิมิตนั้นให้ถือไว้ดีแล้ว ทรงจำไว้ดีแล้ว กำหนดดีแล้ว ครั้นแล้วย่อมน้อมจิตไปในนิมิตสีแดง ภายนอก ย่อมได้เฉพาะโลหิตะสัญญา เธอทำนิมิตนั้นให้ถือเป็นอันดีแล้ว ทรงจำไว้ดีแล้ว ครั้นแล้ว ย่อมเสพ ย่อมเจริญ ทำให้มาก ความคิดอย่างนี้ว่า นิมิตสีแดงทั้งสองทั้งภายใน และภายนอกนี้ เป็นรูป เธอย่อมเป็นผู้มีความสำคัญว่าเป็นรูป

๔. ภิกษุบางรูปในธรรมวินัยนี้ มนสิการถึงเฉพาะนิมิต สีขาว ในภายใน ย่อมได้เฉพาะ โอทาตะสัญญา เธอทำนิมิตนั้นให้ถือไว้ดีแล้ว ทรงจำไว้ดีแล้ว กำหนดดีแล้ว ครั้นแล้วย่อมน้อมจิตไปในนิมิตสีขาว ภายนอก ย่อมได้เฉพาะโอทาตะสัญญา เธอทำนิมิตนั้นให้ถือเป็นอันดีแล้ว ทรงจำไว้ดีแล้ว ครั้นแล้ว ย่อมเสพ ย่อมเจริญ ทำให้มาก ความคิดอย่างนี้ว่า นิมิตสีขาวทั้งสองทั้งภายใน และภายนอกนี้ เป็นรูป เธอย่อมเป็นผู้มีความสำคัญว่าเป็นรูป ชื่อว่า วิโมกข์เพราะอรรถว่า ภิกษุผู้มีรูป ย่อมเห็นรูปทั้งหลาย

พิจารณาวรรณกสิณ เป็นวิโมกข์เพราะ ภิกษุไม่มีความสำคัญว่า เป็นรูปในภายใน เห็นรูปทั้งหลายในภายนอก

๑. ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ไม่มสิการถึงเฉพาะนิมิต สีเขียว ในภายใน ไม่ได้ นิลสัญญา ย่อมน้อมจิตไปในนิมิต สีเขียวภายนอก ย่อมได้นิลสัญญา เธอทำนิมิตนั้นให้ถือไว้ดีแล้ว กำหนดไว้ดีแล้ว ครั้นเธอเสพเจริญ ทำให้มาก เธอมีความคิดอย่างนี้ว่า เราไม่มีความสำคัญว่าเป็นรูปในภายใน นิมิต สีเขียว ภายนอกนี้เป็นรูป เธอก็มีรูปสัญญา

๒. ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ไม่มสิการถึงเฉพาะนิมิต สีเหลือง ในภายใน ไม่ได้ ปิตะสัญญา ย่อมน้อมจิตไปในนิมิต สีเหลืองภายนอก ย่อมได้ปิตะสัญญา เธอทำนิมิตนั้นให้ถือไว้ดีแล้ว กำหนดไว้ดีแล้ว ครั้นเธอเสพเจริญ ทำให้มาก เธอมีความคิดอย่างนี้ว่า เราไม่มีความสำคัญว่าเป็นรูปในภายใน นิมิต สีเหลือง ภายนอกนี้เป็นรูป เธอก็มีรูปสัญญา

๓. ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ไม่มสิการถึงเฉพาะนิมิต สีแดง ในภายใน ไม่ได้ โลหิตะสัญญา ย่อมน้อมจิตไปในนิมิต สีแดงภายนอก ย่อมได้โลหิตะสัญญา เธอทำนิมิตนั้นให้ถือไว้ดีแล้ว กำหนดไว้ดีแล้ว ครั้นเธอเสพเจริญ ทำให้มาก เธอมีความคิดอย่างนี้ว่า เราไม่มีความสำคัญว่าเป็นรูปในภายใน นิมิต สีแดง ภายนอกนี้เป็นรูป เธอก็มีรูปสัญญา

๔. ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ไม่มสิการถึงเฉพาะนิมิต สีขาว ในภายใน ไม่ได้ โอทาตะสัญญา ย่อมน้อมจิตไปในนิมิต สีขาวภายนอก ย่อมได้โอทาตะสัญญา เธอทำนิมิตนั้นให้ถือไว้ดีแล้วกำหนดไว้ดีแล้ว ครั้นเธอเสพเจริญ ทำให้มาก เธอมีความคิดอย่างนี้ว่า เราไม่มีความสำคัญว่าเป็นรูปในภายใน นิมิต สีขาว ภายนอกนี้เป็นรูป เธอก็มีรูปสัญญาชื่อว่า วิโมกข์เพราะอรรถว่า ภิกษุผู้ไม่มีความสำคัญว่า เป็นรูปในภายใน เห็นรูปทั้งหลายในภายนอก

ความแช่มชื่น ความเป็นโทษ การสลัดออก แห่ง ดิน น้ำ ไฟ ลม

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก่อน ตรัสรู้ เมื่อเราเป็นพระโพธิสัตว์ ยังไม่ได้ตรัสรู้ ได้มีความคิดอย่างนี้ว่า อะไรเป็นความแช่มชื่น อะไรเป็นโทษ อะไรเป็นเครื่องสลัดออก แห่ง ปฐวีธาตุ( อาโป เตโช วาโย )

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เรามีความดำริดังนี้ว่า สุขโสมนัสเกิดขึ้นเพราะอาศัย ปฐวีธาตุ(อาโป เตโช วาโย) นี้เป็นความแช่มชื่นแห่ง ปฐวีธาตุ(อาโป เตโช วาโย) ปฐวีธาตุ( น้ำ ไฟ ลม )ไม่เที่ยง เป็นทุกข์มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา นี้เป็นโทษแห่ง ปฐวีธาตุ (น้ำ ไฟ ลม ) การกำจัดฉันทราคะ การละฉันทราคะในปฐวีธาตุ(น้ำ ไฟ ลม) นี้เป็นเครื่องสลัดออกแห่งปฐวีธาตุ (น้ำ ไฟ ลม )

การพิจารณากสิณ ๑๐ว่านั้นของเรา นั้นเป็นเรา นั้นเป็นตัวตนของเรา

ทิฐิ คือความลูบคลำด้วยความถือผิดซึ่ง ดิน น้ำ ไฟ ลม สีเขียว เหลือง แดง ขาว อากาส วิญญาณ ว่านั้นของเรา นั้นเป็นเรา นั้นเป็นตัวตนของเรา

<< ย้อนกลับ | สารบัญ | หน้าถัดไป >>

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

» นิยาย-เรื่องสั้น
» ข้อเขียน-บทความ
» บทกวี
» สารคดี-ท่องเที่ยว

» การแพทย์แผนโบราณ
ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแห่งกรุงศรีอยุธยา ได้ค้นพบบันทึกว่า มีระบบการจัดหายาที่ชัดเจนสำหรับราษฏร มีแหล่งจำหน่ายยาและสมุนไพรหลายแห่งทั้งในและ นอกกำแพงเมือง

» หลักธรรมในการอยู่ร่วมกันในสังคม
พระพุทธศาสนาได้สอนไว้ว่านักปกครองที่ดีนั้นควรมีคุณธรรม 10 ประการ เรียกว่า ทศพิธราชธรรม

» สมถะวิปัสสนา
ตามแนวพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับ (เถรวาท) ของสมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรมหาเถรเจ้า (สุก ไก่เถื่อน)

» พุทธธรรมขั้นพื้นฐาน
ไม่มีมนุษย์คนใดที่จะสามารถมีชีวิตอยู่ได้ลำพังตนเองโดยไม่ติดต่อสัมพันธ์กับคนอื่น เพราะการดำรงชีวิตอยู่ของคนเราจำเป็นจะต้องพึ่งพาอาศัยกันและกัน

» พระสูตรของท่านเว่ยหลาง
สูตรของท่านเว่ยหล่างล้วนแต่เป็นเรื่องของการใช้ปัญญาเพื่อค้นหาหนทางแห่งความเป็นพุทธะ และเพื่อความหลุดพ้นไปจากเครื่องร้อยรัดทั้งปวงในโลกนี้

» พุทธศาสนสุภาษิต
สุภาษิตที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงดำรัสไว้ ซึ่งมีคุณค่าสูงส่ง สามารถใช้ได้ทั้งเป็นแนวทางดำเนินชีวิต เตือนใจ หาคำตอบที่ดีสำหรับปัญหาที่สงสัย

» โอวาทสี่ของเหลี่ยวฝาน
แบบฉบับในการประพฤติดี ปฏิบัติชอบ เพื่อหยุดยั้งกระแสแห่งวัฒนธรรมตะวันตกและอนุรักษ์ความเป็นคนจีนดั้งเดิม