Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

หอพระไตร

รวมธรรมบรรยายของ หลวงพ่อชา สุภัทโท

ฝึกจิตให้มีกำลัง

4

           พูดง่ายๆ บุญก็คือ การเอาวัสดุต่างๆ มาให้คนอื่น เพื่อลดละความอยากของตนให้ น้อยลง ไม่เบียดเบียน ไม่ลักของคนอื่น ไม่อิจฉา ไม่ริษยา พี่ป้าน้าอาทั้งหลาย การทำบุญก็เพื่อบรรเทาความชั่วออกจากใจ มิใช่ว่าของที่จะเอาออกก็เอาออก แต่ของที่ขนเข้าก็ยังขนเข้าไว้ในใจอยู่ มันเหมือนกับการเดินทาง เดินหน้าหนึ่งก้าว ถอยหลังหนึ่งก้าว มันจะไปถึงไหนกันเล่า มันจะถึงที่หมายกันได้อย่างไร อย่างนี้มันไม่ถึงหรอก เรื่องพระศาสนานี้ เป็นเรื่อของจิตใจ ไม่ใช่เรื่องอย่างอื่น ทุกสิ่งทุกอย่างมันเป็นเรื่องของจิตใจ แม้คนเราจะคิดผิดหรือคิดถูกก้ให้รู้เรื่องบุญนันจะได้มากหรือน้อยก็ให้ดูที่ใจของเรา ถ้าให้ทานของมากๆ แต่กิเลสเรายังละไม่ได้ ก็หมายความว่า ทุกข์มันยังไม่หมดทำบุญเพื่อลดละความโลภ ความโกรธ ความหลง ให้เบาบางลางนี่เป็นการสร้งบารมีของเรา เรียกว่า ทานมัย เรื่องการสร้างบุญกฐินนั้น เป็นเรื่องถวายผ้าและสิ่งของแก่ภิกษุสงฆ์ ที่มีจำพรรษาอยู่ในอาวาส 5 รูปขึ้นไป ใครมีมากทำมาก ใครมีน้อยทำน้อย พูดถึงผ้ากฐินนั้นไม่ยาก เขามาทอดผ้าบังสุกุล ภิกษุชวนกันทำเอาเองก็ได้ ถ้าไม่ต้องการอานิสงส์(ข้อผ่อนผันทางวินัย 5 ข้อ) ดังนั้น การกระทำบุญกฐินที่วัดป่าพงนี้ และสาขาของวัดป่าพงนั้น ไม่ต้องการสิ่งอื่นใด ต้องการจิตใจของญาติโยม ให้มีความรู้ความเห็นให้ถูก ตัวการก็คือจิตใจคน เพราะจิตใจของคนเรานั้น พระบรมศาสดาตรัสว่า ทุกข์ทั้งหลาย โทษทั้งหลาย นั่นมันเกิดที่ใจ ไม่มีอะไรที่จะร้ายแรงเท่าจิตใจมีความเห็นผิด ความเห็นผิดนี่มันร้ายแรงกว่าทุกสิ่งทุกอย่าง สิ่งที่เป็นประโยชน์นั้น ไม่มีอะไรที่จะยิ่งกว่าความเห็นถูกต้อง พระศาสดาต้องการจะน้อมนำใจสัตว์ทั้งหลาย ส่งเข้าไปที่ความเห็นถูกความเห็นชอบ เรียกว่ามรรค พวกเราพากันนับถือพระพุทธศาสนามาหลายพันปีแล้ว มันเสื่อมหรือมันเจริญ เคยพิจารณาไหม หรือสักแต่ว่าทำๆ ไปเท่านั้น เช่นเรากล่าวว่า พุทธํ สรณั คจฺฉามิ ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ สงฺฆํ สรณั คจฺฉามิ

ข้าพเจ้าขอถึง พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่พึ่งที่ท่านพระศาสดาให้ถึงนั้น ท่านสอนให้เราสนใจในตัวเอง อย่าสนใจในของนอกตัวอันความสุขหรือทุกข์ที่เกิดในอดีต ในอนาคตหรือปัจุบันนั้น มันเป็นกฎธรรมชาติธรรมดา มันเป็นกฎของกรรมที่เราได้ทำไว้ ได้บำเพ็ญไว้ มันจะดีหรือจะชั่ว ก็อยู่ที่การกระทำคือกรรม เมื่อเรายังไม่เข้าใจมันจึงเกิดความยุ่งยากลำบาก การเรียนรู้พุทธศาสนานี้ บางคนเรียนแต่ด้านนอกเรียนเวทย์มนตร์กลคาถาต่างๆนานา เพื่อให้อยู่ยงคงกระพันไปตามเรื่อง ส่วนการนับถือนั้น ก็นับถือต้นไม้ ภูเขา จอมปลวก ก้อนหินต่างๆ ว่าเป็นที่พึ่ง ไปพึ่งของภายนอก ซึ่งมันไม่เป็นสาระประโยชน์อะไรเลย มันเป็นเพียงการอ้อนวอนตามความคิดผิดๆ เจ็บไข้ได้ป่วยมาก็ไปอ้อนวอนเพื่อให้หายจากป่วยไข้ ไปหาหมอดู ไม่ได้ไปปรึกษาหมอยา ปรึกษาแพทย์นั้นมันมีเหตุผล แพทย์จะได้ค้นหาสมุฏฐานของโรคที่เป็น แล้วก็จัดการรักษาให้ยาส่วนหมอดูนั้นก็จะบอกไปตามประสาว่าวันไม่ดีเดือนไม่ดีปีไม่ดี ให้สะเดาะเคราะห์ผูกดวง รดน้ำมันต์ ไปอย่างนั้นแหละ ยิ่งทำก็ยิ่งฉลาดน้อยลง ถ้าวันเดือนปีไม่ดี ก็พากันเอาทิ้งเสียสิ อย่าไปใช้มันเลย ความจริงแล้ว วันเดือนปีมันก็อยู่แค่นั้นแหละ มันไม่ดีไม่ร้ายอะไร แต่จะดีจะร้ายเพียงใด ก็อยู่ที่คนเอาเวลานั้นไปสร้างกรรม แล้วผลของกรรมก็ตามมาสนองเขาผู้ทำไว้นั้นๆ การบวชนาค ถึงคราวเราพากันบวชนาค บาชเป็นพระแล้วก็ยังมาทำบายศรีสู่ขวัญอีก ให้โยมมาบายศรีให้พระ อย่างนี้พระพุทธเจ้าไม่ได้สอนให้ทำ แต่เราก็ชอบทำกันนัก ถ้าได้ทำแล้วก็สบายใจ ของเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ แหละ มันเป็นเหตุให้เห็นผิดเป็นถูก เมื่อเราทำอย่างนั้น ชื่อว่าไม่ได้เข้าถึงพระรัตนตรัย พระพุทธเจ้าไม่ให้นับถือสิ่งเหล่านั้น มัวไปถือว่า สิ่งนั้นดี สิ่งนั้นไม่ดี วันนั้นดี วันนั้นไม่ดี ไปดูแต่ของภายนอก ไม่ได้ตรวจดูตัวเอง ไม่ได้ดูในใจของตัวเอง เวลาปลูกบ้าน ก็หาฤกษ์หายาม ไปถามอาตมาว่า วันไหนดี อาตมาบอกว่า มันดีทุกวัน ถ้าอุปกรณ์มีช่างก็มีอยู่ ก็ให้ทำได้ มันดีแล้ว แต่ถ้าอุปกรณ์ไม่มี ช่างก็ไม่มีทำงานให้ วันนั้นไม่ดีเลย บางคนจะเดินทางไกลก็เลือกหาวันดี วันไม่ดี มาถามอาตมา อาตมาก็บอกว่า ถ้าวันไหนเรามีเงิน คู่ครองก็อนุญาต วันนั้นเดินทางดี ถ้าเงินไม่มี แม่บ้านก็ไม่อนุญาต วันนั้นไม่ดี ไม่เป็นมงคลเลย อาตมาบอกอย่างนี้ บางคนก็ไม่ชอบใจ

 

           คนสมัยนี้ ชอบพูดว่า คนนั้นไม่ทันสมัย คนนี้ไม่ทันสมัย ไม่ทราบว่าเป็นสมัยอะไรของเขา สมัยสบายหรือสมัยวุ่นวาย บางคนชอบพูดว่า พระป่าชอบใช้สีแก่นไม้ขนุน เพราะสมัยก่อนไม่มีสีย้อม เวลาฉันก็ฉันในบาตรเพราะไม่ถ้วยมีชามใช้ แต่เดี๋ยวนี้ ทันสมัยแล้ว ของใช้มีเยอะแยะ ไม่ต้องฉันในบาตรก็ได้ ฟังเขาพูดเถอะ พูดไปตามความคิด ไม่ได้พินิจพิจารณาให้ถ่องแท้ เพราะเป็นเช่นนี้เอง ระเบียบ กฎเกณฑ์ วินัย ที่พระพุทธองค์บัญญัติไว้ จึงเลอะเลือน ถูกกลบเกลื่อนบิดเบียอนไปจาก เดิม เพราะเราตีความหมายเอาตามใจชอบ เมื่อเราเข้าวัดตั้งแต่ยังเป็นหนุ่มเป็นสาว ก็ยังมีบุคคลบางคนล้อเลียนว่า “เป็นคนแก่ เจ้าธัมมะธัมโม” ก็เลยละอายไม่อยากไปอีก จะไปอายมันทำไม เข้าวัดมาปฏิบัติธรรมมันผิดอะไร มันผิดตรงไหน พระพุทธองค์ทรงสอนเรื่องความละอายความกลัวไว้ แต่ท่านมิได้สอนให้อายอย่างนี้ ท่านสอนให้ละอายต่อความชั่วความผิดอันจะนำชีวิตไปสู่ความเดือดร้อนเสียหาย ให้กลัวผลของความชั่วความผิดที่จะตามมาให้โทษ ทุกข์ เวรภัย แก่ตนเอง ท่านให้ละอาย ให้กลัวอย่างนี้ การกระทำความดีมีประโยชน์ การเข้าวัด การปฏิบัติธรรม มันเป็นความดีไม่ใช่เรื่องที่น่าละอาย เป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจ ดีใจสบายใจ จึงจะถูก เพราะเป็นสิ่งที่เราทุกคนควรจะสนใจ

            พระพุทธองค์สอนให้มีความเชื่อ ก็ให้เชื่อพระธรรมคำสอนของท่าน เชื่อความจริง เชื่อเหตุ เชื่อผล ต้องพิจารณาไตร่ตรองให้ดี อย่าไปเชื่อมงคลตื่นข่าวเชื่อลมๆ แล้งๆ ไม่มีเหตุผลเพียงพอ เชื่อตามคำ ทำตามเขา ไปตามเขาก็เลยกลายเป็นเหมือนควาย ที่ถูกเขาจูงจมูกถ้าเขาร้อยจมูกได้แล้ว เสร็จเลย แล้วแต่เขาจะจูงไปทางไหนจูงไปกินเหล้า จูงไปเล่นการพนัน จูงไปเที่ยวกลางคืนและจูงไปทำชั่วทำผิดอีกหลายอย่างแล้วผลของการกระทำก็ตามมา ได้รับความทุกข์ความเดือนร้อน ไม่เฉพาะแต่ตัวผู้ทำเท่านั้น แม้แต่พ่อแม่และญาติพี่น้อง ก็ต้องพลอยเดือดร้อนวุ่นวายไปด้วย เสียเงินเสียทรัพย์สิน เสียเกียรติและศักดิ์ศรี เป็นอันกล่าวได้ว่า เราทำผิดทำชั่วคนเดียวเพราะถูกจูงจมูก แต่ผลลัพธ์ออกมา ขยายเป็นวงกว้างออกไป ถึงวงศาคณาญาติอีกด้วย ฉะนั้น เราควรหันเข้าหาการประพฤติปฏิบัติธรรมเดินจงกรม นั่งสมาธิ อบรมจิตใจของตน อย่าประมาทอย่าปล่อยให้คนอื่นหรือกิเลสตัณหาราคะจูงเราได้ เมื่อใจถูกอบรม มีกำลังดีแล้ว ใจก็จะมีภูมิต้านทานเพียงพอกิเลสตัณหาจะพ่ายแพ้ ไม่สามารถมาจูงเราได้ ถ้ากำลังใจเราน้อย กำลังใจอ่อนกิเลสก็จะเข้าแทรกซ้อน เข้าทับถม ชักจูงไปตามเส้นทางสู่ความเลวร้ายทั้งหลายจึงสมควรอย่างยิ่ง ที่เราจะต้องรีบสร้างวัดใหม่ขึ้นในใจสร้างคุณธรรมไว้ในใจ เอาข้อวัตรปฏิบัติของพระพุทธองค์และพระอริยสงฆ์สาวกมาเป็นหลัก ทำตามท่านอบรม จิตใจ กาย และวาจาของตน ให้เจริญก้าวหน้า จึงจะได้ชื่อว่าได้ทำบุญที่แท้ ทำกุศลที่จริง ทั้งชายและหญิง เชื่อว่าเราทั้งหลายได้ร่วมกันสร้างวัดใหม่ขึ้นภายในของตน ย่อมเกิดผลเป็นสุข ความเจริญรุ่งเรืองสืบไป และเป็นตัวอย่างที่ดีของลูกหลานในภายหลัง เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้ << ย้อนกลับ

การปล่อยวาง
จิตที่ตื่นรู้
ตามดูจิต
สมถวิปัสสนา
บัว 4 เหล่า
ธาตุ 4
มรรค 8
ทางพ้นทุกข์
บ้านที่แท้จริง
ฝึกจิตให้มีกำลัง
ตุจโฉโปฏฐิละ
การทำจิตให้สงบ
อ่านใจธรรมชาติ
สองหน้าของสัจธรรม
ทางสายกลาง
ธรรมะกับธรรมชาติ
นอกเหตุเหนือผล
อยู่กับงูเห่า
ภาวนาพุทโธ
อยู่เพื่ออะไร
อยากเกิดแต่ไม่อยากตาย
ไม่มีอะไรได้ไม่มีอะไรเสีย
ปลาไม่เห็นน้ำ
สงบจิตได้ปัญญา
สมาธิภาวนา
ธรรมะเชิงอุปมาอุปมัย
  

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com