Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

หอพระไตร

รวมธรรมบรรยายของ หลวงพ่อชา สุภัทโท

ธรรมะเชิงอุปมาอุปมัย
รวบรวมคำอุปมาของ หลวงพ่อชา สุภัทโท (พระโพธิญาณเถร)

20

ต้นคือปลาย
เมื่อเราเกิดมาแล้วโยม ก็คือเราตายแล้วนั่นเอง
ความแก่กับความตายมันก็คืออันเดียวกันนั่นแหละ เหมือนกับต้นไม้
อันหนึ่งต้น อันหนึ่งปลาย เมื่อมีโคนมันก็มีปลาย
เมื่อมีปลายมันก็มีโคน ไม่โคน ปลายก็ไม่มี มีปลายก็ต้องมีโคน
มีแต่ปลาย โคนไม่มีก็ไม่ได้ มันเป็นอย่างนั้น
เพราะฉะนั้น ก็นึกขำเหมือนกันนะ
มนุษย์เราทั้งหลายเมื่อจะตายแล้วก็โศกเศร้า วุ่นวาย
นั่งร้องไห้เสียใจสารพัดอย่าง หลงไปสิโยม โยมมันหลงนะ
พอคนตายก็ร้องไห้พิไรรำพัน
แต่ไหนแต่ไรมาไม่ค่อยได้พิจารณาให้ชัดแจ้งนะ ความเป็นจริงแล้ว
อาตมาขอโทษด้วยนะ อาตมาเห็นว่า ถ้าจะร้องไห้กับคนตายน่ะ
ร้องไห้กับคนที่เกิดมาดีกว่า แต่มันกลับกันเสีย
ถ้าคนเกิดมาแล้วโยมทั้งหลายก็หัวเราะดีอกดีใจกันชื่นบาน
ความเป็นจริงเกิดนั่นล่ะคือตาย ตายนั่นล่ะก็คือเกิด ต้นก็คือปลาย
ปลายก็คือต้น


อนาถา
จิตของเรานี้เมื่อไม่มีใครตามรักษา
มันก็เหมือนคนที่ปราศจากพ่อแม่ที่จะดูแล
เป็นคนอนาถา เป็นคนที่ขาดที่พึ่ง
คนที่ขาดที่พึ่งก็เป็นทุกข์ จิตนี้ก็เหมือนกัน
ถ้าหากขาดการอบรมบ่มนิสัยทำความเห็นให้ถูกต้องแล้ว จิตนี้ก็ลำบากมาก


ยกแล้วหนัก
เมื่อทุกข์เกิดขึ้นมาก็รู้จักว่ามันทุกข์
ทุกข์นี่มันเกิดขึ้นมาเพราะอะไร มันจะเห็นอะไรไหม
ถ้าเราเห็นตามธรรมดา มันก็ไม่ทุกข์ เช่นว่าเราอยู่อย่างนี้ เราก็สบาย
อีกวาระหนึ่งเราอยากได้กระโถนใบนี้ เรายกมันขึ้นมา ต่างแล้ว
ต่างกว่าแต่ก่อนที่ยังไม่ได้ยกกระโถน ถ้าไปยกกระโถนขึ้นมา
มีความรู้สึกว่ามันหนักเพิ่มขึ้นมา มันมีเหตุ หนักมันจะเกิดเพราะอะไร
ถ้าไม่ใช่เพราะเราไปยกมัน ถ้าเราไม่ยกมัน มันก็ไม่มีอะไร
ถ้าไม่ยกมันก็เบา อะไรเป็นเหตุผล ดูเท่านี้ก็รู้แล้ว
ไม่ต้องไปเรียนที่ไหน ถ้าเราไป ยึด อะไร
อันนั้นแหละเป็นเหตุให้ทุกข์เกิด ถ้าเรา ปล่อย มันก็ไม่ทุกข์


ฉีดยา
นี้คือทุกข์ ทุกข์ธรรมดาก็อย่างหนึ่ง
ทุกข์ที่เหนือธรรมดาก็อีกอย่างหนึ่ง ทุกข์ประจำสังขารนี้
ยืนก็เป็นทุกข์ นั่งก็เป็นทุกข์ นอนก็เป็นทุกข์
อย่างนี้เป็นทุกข์ธรรมดา ทุกข์ประจำสังขาร
พระพุทธเจ้าท่านก็มีเวทนาอย่างนี้ มีสุขอย่างนี้ มีทุกข์อย่างนี้
แต่ท่านก็รู้จักว่าอันนี้เป็นธรรมดา สุข ทุกข์
ธรรมดาทั้งหลายเหล่านี้ ท่านระงับมันได้ เพราะท่านรู้จัก
เรื่องของมัน
รู้จักทุกข์ธรรมดา มันเป็นของมันอย่างนั้น ไม่รุนแรง
ท่านให้ระวังทุกข์ที่มันจรมา ทุกข์ที่เหนือธรรมดา
เปรียบประหนึ่งว่าเราเป็นไข้เอายาไปฉีด ฉีดเข้าไปในร่างกาย
เข็มฉีดยานั้นมันทะลุเข้าไปในเนื้อหนัง เรารู้สึกเจ็บนิดหน่อย
เป็นธรรมดา ไม่เป็นอะไร ทุกคนจะต้องเป็นอย่างนี้
ทุกข์ที่ไม่ธรรมดานั้น คือทุกข์ที่เรียกว่า อุปาทาน
เข้าไปยึดมั่นถือมั่นไว้ เปรียบประหนึ่งว่าเอาเข็มฉีดยาไปอาบยาพิษ
แล้วก็ฉีดเข้าไป นี่ไม่ใช่เจ็บธรรมดาแล้ว ไม่ใช่ทุกข์ธรรมดาแล้ว
เจ็บจนตาย


เศษเนื้อติดฟัน
เรื่องกามทั้งหลายนี้นะ มันออกไปยาก
ไม่แปลกอะไรกับเราฉันเนื้อ เนื้อมันยัดเข้าไปในฟันของเรา แหม! มันปวด
มันเจ็บ(รำคาญ) ฉันข้าวยังไม่เสร็จก็ต้องเอาไม้จิ้มมันออก
เนื้อมันหลุดไปจากฟัน เราก็สบายไปพักหนึ่ง แล้วไม่อยากฉันเนื้ออีก
แต่พอเห็นเนื้อมาก็ฉันอีก ก็อุดอีก ก็เอาไม้จิ้มออกอีก
ก็สบายนิดหนึ่งอีก เท่านั้นแหละเรื่องของกามไม่ใช่อื่น
ไม่มากกว่าเนื้อมันอุดซี่ฟัน ทุรนทุรายอึดอัด อึดอัด
เอามันออกสักนิดหนึ่งโดยเท่านั้นแหละ ไม่รู้ว่ามันเรื่องอะไร บ้า ๆ
บอ ๆ


หิวกามจนตาย
เหมือนบุรุษหนึ่งหิวน้ำจัด เพราะเดินทางไกลมาขอน้ำกิน
เจ้าของน้ำก็บอกว่าน้ำนี้จะกินก็ได้ สีมันก็ดี กลิ่นมันก็ดี
รสมันก็ดี แต่ว่ากินเข้าไปแล้วมันเมานะบอกให้รู้เสียก่อน
เมาจนตายหรือเจ็บเจียนตายนั่นแหละ แต่บุรุษผู้หิวน้ำก็ไม่ฟัง
เพราะหิวมาก
เหมือนคนไข้หลังผ่าตัดที่ถูกหมอบังคับให้อดน้ำ
ก็ร้องขอน้ำกิน
คนหิวในกามก็เหมือนกัน หิวในรูป ในเสียง ในกลิ่น ในรส ล้วนเป็นพิษ
พระพุทธเจ้าทรงบอกไว้ว่า รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ
ธรรมารมณ์นั้น มันเป็นพิษ เป็นบ่วง ก็ไม่ฟังกัน
เหมือนกับบุรุษผู้หิวน้ำผู้นั้น
ที่ไม่ยอมพังคำเตือนเพราะความหิวกระหายมันมีมาก
ถึงจะต้องทุกข์ยากลำบากเพียงใดก็ขอให้ได้กินน้ำเถอะ
เมื่อได้กินได้ดื่มแล้วมันจะเมาจนตายหรือเจียนตายก็ช่างมัน
จับจอกน้ำได้ก็ดื่มเอา ๆ เหมือนกับคนหิวในกามก็กินรูป
กินเสียง กินกลิ่น กินรส กินโผฏฐัพพะ กินธรรมารมณ์ รู้สึกอร่อยมาก
ก็กินเอา ๆ หยุดไม่ได้ กินจนตาย ตายคากาม แหย่รังมดแดง
เรื่องกามนี้ คล้าย ๆ กับรังมดแดงใหญ่ เอาไม้ไปแหย่
ยิ่งแหย่ ยิ่งหล่นใส่ มดมันหล่นใส่หน้าใส่ตา แสบหูแสบตา
ยังไม่เห็นโทษมัน เราไม่เห็นโทษมัน มันก็ดีทั้งนั้น ให้เข้าใจ
ว่าถ้ายังไม่เห็นโทษในสิ่งทั้งหลายเหล่านั้น
ก็ออกจากสิ่งทั้งหลายเหล่านั้นไม่ได้

<< ย้อนกลับ |

การปล่อยวาง
จิตที่ตื่นรู้
ตามดูจิต
สมถวิปัสสนา
บัว 4 เหล่า
ธาตุ 4
มรรค 8
ทางพ้นทุกข์
บ้านที่แท้จริง
ฝึกจิตให้มีกำลัง
ตุจโฉโปฏฐิละ
การทำจิตให้สงบ
อ่านใจธรรมชาติ
สองหน้าของสัจธรรม
ทางสายกลาง
ธรรมะกับธรรมชาติ
นอกเหตุเหนือผล
อยู่กับงูเห่า
ภาวนาพุทโธ
อยู่เพื่ออะไร
อยากเกิดแต่ไม่อยากตาย
ไม่มีอะไรได้ไม่มีอะไรเสีย
ปลาไม่เห็นน้ำ
สงบจิตได้ปัญญา
สมาธิภาวนา
ธรรมะเชิงอุปมาอุปมัย
  

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com