ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

หอพระไตร

รวมธรรมบรรยายของ หลวงปู่ฝั้น อาจาโร

วัดจิตของตน

นิตยสารธรรมจักษุ ปีที่ 82 ฉบับที่ 2 พฤศจิกายน 2540

4


      ศีล นี่จะอธิบาย ตัวศีลห้าได้มาพร้อมตั้งแต่เราเกิดมา ขาทั้งสอง แขนทั้งสอง ศีรษะหนึ่ง นี่เป็นห้า อันนี้ตัวศีลห้า แล้วอย่าเอาห้าข้อนี้ไปทำโทษห้า โทษห้าคืออะไร ปาณาฯ นั่นก็โทษ อทินนาฯ นั่นก็โทษ กาเมฯ นั่นก็โทษ มุสาฯ นั่นก็โทษ สุราฯ นั่นก็โทษ แน่ะ เป็นโทษทั้งหมด ที่เรายุ่งยากทุกวันนี้ก็เพราะถ้าอย่างนี้ กลัวคนมาฆ่า กลัวขโมย กลัวคนประพฤติผิดในกาม กลัวคนมุสา ฉ้อโกงหลอกลวง กลัวคนมันเมา สุราสาโทกัญชายาฝิ่น นี่แหละเป็นโทษ ถ้าเราละเว้นเหล่านี้แล้ว ท่านว่า สีเลนะ สุคะติง ยันติ มีความสุข สีเลนะ โภคะสัมปะทา มีโภคสมบัตินี่นะให้พากันเข้าใจ ให้ละเว้นโทษทั้งหลายห้าอย่างนี้ เมื่อเรารับหรือไม่รับ อยู่ไหน ๆ ก็เป็นศีล อยู่ในรถเป็นศีล อยู่ในป่าในดง ในบ้านในเมือง ถนนหนทาง ถ้าเราไม่ได้ทำโทษห้าอย่างนี้แล้ว มันก็เป็นศีล อันนี้เรามาว่ากะพระ มารับกะพระ ว่าไม่ได้รับกับพระแล้วไม่ใช่ศีล อันนั้นใช้ไม่ได้ เราก็รู้แล้ว รับกับพระว่า ปาณาติปาตา เวรมณี ยุงมากัด ตบปั้บ อยู่นี่วันยังค่ำ จะเป็นศีลเรอะ มันเป็นศีลไม่ได้ซี่ ต่อไปให้รู้จักซี่ อทินาทานา เห็นของเขาก็ขโมยเสีย ว่าสันยังค่ำก็ไม่เป็นศีล เราพึงละเว้นห้าอย่างนี้หละ ให้พากันรู้จัก
      นี่อธิบายทั้งนอกทั้งใน เอ้า น้อมเข้าไป เวลานี้ สิ่งเหล่านี้มาจากไหน ให้พากันงดเว้น ให้รู้จัก เอ้า ต่อนี้ไปให้ตั้งจิตดู เพ่งดูเดี๋ยวนี้ โทษทั้งหลายอยู่ที่ไหน สุขอยู่ที่ไหน ทุกข์อยู่ที่ไหน ให้พากันพึงรู้พึงเข้าใจ ประเทศของเรามันยุ่งยากตรงไหน เหมือนกับเราทำถนนหนทางนะหละ มันขัดข้องตรงไหน เราก็แก้ไข อันนี้จิตใจของเรา มันข้องตรงไหน มันคาตรงไหน เราก็แก้ไข ไม่ใช่จะมานั่งหลับตา เจ็บบั้นเอวเสียเปล่า เรามานั่งดูของเรา เวลานี้เรามาอยู่ในชั้นใด ภูมิอันใด นี่ให้รู้จักจิตของเรา เป็นกุศลหรืออกุศลให้รู้จัก จิตของเราสงบหรือไม่สงบ จิตของเราดีหรือไม่ดี ให้รู้จักนี่หละ กามาวะจะรัง กุสะลัง จิตตัง ให้รู้จักจิตของเรา อุปปันนัง โหติ มันอุบัติขึ้นจากจนของตนนี้ เอ้า ต่อไปนี้ต่างคนต่าง โอปะนะยิโก น้อมเข้ามาดูนะ นี่หละ พิจารณาเพ่งดูหัวใจของเรา เราข้องอะไรอยู่ จิตของเราเป็นยังไง จิตของเราดี มันเป็นยังไง จิตของเราดี มันเป็นยังงี้ จิตมันสงบดี มีความสุข ความสบาย เย็นอกเย็นใจ ไม่ทุกข์ไม่ร้อน ไม่วุ่นไม่วาย พุทโธ ใจเบิกบาน สบาย นี่หละ จิตดี นำความสุขความเจริญให้ในปัจจุบันและเบื้องหน้า เรามานี้ก็ต้องการความสุขความสบาย ต้องการความสุขความเจริญ ถ้าจิตของเราเป็นยังงี้แล้วเราก็ สันทิฏฐิโก รู้เอง เห็นเอง ถ้าจิตไม่ดีแล้ว เป็นยังไง คือจิตไม่สงบ จิตไม่ดี ทะเยอทะยานดิ้นรนจิตไม่ดีแล้ว ทุกข์ยากเดือดร้อนวุ่นวายลำบากให้หนักให้หน่วง ให้ง่วงให้เหงา ให้มืดให้มัว จิตอย่างนี้นำสัตว์ทั้งหลายให้ตกทุกข์ได้ยากในปัจจุบันและเบื้องหน้า เมื่อจิตเป็นเช่นนี้แล้ว ประเทศชาติของเราก็วุ่นวาย ไม่ใช่อื่นเป็น ไม่ใช่อื่นวุ่นวาย ดวงใจของเรานี่วุ่นวาย เอ้า วัดดูซี่จะกว้างขวางอะไร สามีภรรยารักกัน บุตรบิดามารดาญาติพี่น้องรักกัน ถ้าจิตไม่ดีแล้วมันก็เกิดทะเลาะกัน ถ้าจิตดีแล้วมันไม่ทะเลาะกัน หรือว่าไง ลองเพ่งดูซี่ จริงหรือไม่จริงล่ะ ดูซี่ อยากร่ำอยากรวยอยากสวยอยากงาม ทำไมมันไม่เป็น บางคนอยากรวย ทำไมมันไม่รวย ทำไมเงินเดือนมันไม่ขึ้น ทำไมยศมันไม่เลื่อน เพราะเหตุใด ดูซี่มันไม่ขึ้นเพราะจิตเราไม่ดี เราไม่ได้สร้างคุณงามความดีไว้สำหรับปัจจุบันและเบื้องหน้า จิตไม่ดีก็ทุกข์ยากลำบากอดอยาก จิตดวงนี้นำให้เราได้ทุกข์ได้ยาก ทำอะไรมันไม่ขึ้น ทำอะไรมันไม่รวย มันรวยเป็นยังไง จิตดีมีความสุขความสบาย จิตดวงนี้นำความสุขความเจริญให้ในปัจจุบันและเบื้องหน้า เอ้า ต่อนี้ไปจะไม่อธิบายแล้ว
      เมื่ออธิบายอยู่ยังงี้ มันก็ไม่มีที่สิ้นสุด สรุปหัวข้อแล้วก็รวมลงที่กายและใจนี้ เอ้า เพ่งดูอธิบายดีชั่วทั้งภายนอกภายในให้รู้แล้ว ต่อไปนี้ โอปนยิโก จริง ๆ หรือไม่จริง ให้พากันเพ่งดูมันข้องตรงไหน คาตรงไหน ไม่สู้ตรงไหน ให้พากันเพ่งดูอยู่ตรงนั้น อย่าส่งไปหน้า มาหลัง ข้างซ้าย ข้างขวา ข้างบน ข้างล่าง ให้ตั้งจำเพาะท่ามกลางอันที่รู้อยู่นั้น นี่หละ มันเป็นยังไงเราคอยแก้ไขตรงนั้น เราคอยชำระตรงนั้น นี่จึงว่าเล็งดู ไม่ได้ดูอื่น ดูจิตของเรา ดูภพของเรา ดูที่พึ่งของเรา นี่หละ ให้ดูให้รู้จัก ที่นั่งดีหรือไม่ดีต้องรู้จักตรงนี้ สันทิฏฐิโก ผู้ปฏิบัติรู้เองเห็นเองถ้าเราไม่รู้ คนอื่นจะบอกมันก็ไม่รู้ นี่ข้อปฏิบัติเป็นยังงี้ ต่อไปได้ยินเสียงอะไรก็ตาม ให้สัญญาไว้ว่า สิ่งนั้นไม่มีอันตรายแล้ว เราไม่ต้องเดือดร้อน ทำจิตของเรา จะไม่อธิบายต่อไป จะสงบละ ต่างคนต่างสงบ วางให้สบาย เราอยากได้ความสุขความสบาย จะได้เป็นบุญวาสนาของเรา จะได้เป็นนิสัยของเรา มันพ้นทุกข์ เราทั้งหลายอยากพ้นทุกข์ ก็ดูซี่ มันพ้นทุกข์ ก็คือจิตของเราไม่ทุกข์ จิตเราไม่ทุกข์ มันก็พ้นทุกข์มันไม่ได้พ้นตรงฟ้าอากาศ ดูเอา มันยังทุกข์อยู่ มันก็ยังไม่พ้นทุกข์ นี่แหละเราทำบุญกุศล เรียกว่าปฏิบัติบูชา บูชาอย่างเลิศอย่างประเสริฐแท้เข้าถึงธรรม ถึงวินัย ถึงพระพุทธศาสนา ถึงชั้นศาสนา เมื่อทำยังงี้ ไม่ถึงยังไงเล่า ได้บอกแล้วในเบื้องต้น ท่านบัญญัติลงทีนี่ กายกับใจเท่านี้เอ้า เพ่งดู
      ท่านมาทำบุญทำกุศลได้สองสามวันมานี้แล้ว เป็นยังไงจิตของเราทำมาระยะนี้ ต่อไปให้พากันรู้จักความสงบของประเทศชาติ และความสุขความเจริญของพวกเราในปัจจุบันและเบื้องหน้า และที่อยู่ของเราในปัจจุบันและเบื้องหน้า นี่หละ พากันนั่งดู ดูแล้วเป็นอย่างไรล่ะ ที่พึ่งของเรา ที่อยู่ของเรา ให้มันรู้จักไว้พุทโธเป็นที่พึ่งของเรา พุทโธเป็นผู้เบิกบานสว่างไสวแล้ว มนุษย์ทั้งหลายเป็นเพื่อนเกิดแก่เจ็บตายด้วยกันทั้งนั้น ต่างต้องการความสุขความเจริญและความพ้นทุกข์ ที่เราท่านทั้งหลายมานี้ก็ต้องการความสุขนและความสบายนั่งดูแล้วมันสุขไหม มันสบายไหม นี่แหละให้พึงรู้ถึงเข้าใจ เมื่อจิตของเรามีความสุขแล้ว การงานของเราทั้งหลายมันก็สบายไปหมด ตลอดประเทศชาติ เทวบุตรเทวธิดา พระอินทร์ พระพรหม ดินฟ้าอากาศก็ต้องรักษามนุษย์ทั้งหลายท่านได้บอกไว้แล้ว
      ธัมโม หะเว รักขะติ ธัมมะจาริง สัตว์อาศัยซึ่งธรรม ธรรมอาศัยซึ่งสัตว์ ถ้าสัตว์ปฏิบัติธรรมดี ธรรมก็นำความดีให้แก่พวกเราถ้าเราปฏิบัติดี ประพฤติดี ธรรมก็นำคุณงามความดีให้ นำความสุขความเจริญให้ ถ้าเราปฏิบัติไม่ดีทำไม่ดี ธรรมก็นำไม่ดีให้ในปัจจุบันและเบื้องหน้านี่หละ บุญกุศลที่เราได้ทำอย่างนี้ เรียก ปฏิปัตติบูชา บูชาอย่างเลิศ อย่างประเสริฐแท้ ต่อไปให้พากันนั่งทุกวัน เข้าวัดทุกวัน ประพฤติทุกวัน อธิบายให้ฟังแล้ว มันขัดข้องตรงไหนไม่ดีตรงไหน ต้องแก้ไขตรงนั้นบางคนว่าใจไม่อยู่ มันไปไหนจึงว่าไม่อยู่แท้ที่จริงใจเราอยู่ตั้งแต่เกิดมา ที่ว่าใจไม่อยู่นั้น ต้องหลงจากอวิชชา มันหลง เราต้องนั่งดูความไม่อยู่นี่แหละมันไปก่อภพไหนล่ะ ภะเว ภะวา สัมภะวันติ มันเที่ยวก่อภพน้อย ๆ ใหญ่ ๆ อยู่นั่น เราต้องนั่งดู ภพนั้นเป็นกุศลหรืออกุศลกุศลคือความสุขความสบายอกสบายใจ ภพที่ไม่ดี ใจเราไม่ดี ทุกข์ยากวุ่นวายเดือดร้อนนำไปสู่ทุคติในปัจจุบันและเบื้องหน้า
      เมื่อพวกท่านทั้งหลายได้สดับแล้ว ในโอวาทานุศาสนีอันเป็นธรรมะ คำสั่งสอนนี้ที่นำมาเตือนใจโดยย่นย่อพอเป็นข้อปฏิบัติประดับสติปัญญาบารมีของท่านทั้งหลาย เมื่อท่านได้ยินได้ฟังแล้ว โยนิโสมนสิการ พากันกำหนดจดจำไว้ แล้วนำไปประพฤติปฏิบัติฝึกหัดตนของตนให้เป็นไปในธรรมคำสั่งสอน สรุปหัวข้อใจความแล้วคือกายกับใจนี้เป็นที่ตั้งแห่งพระพุทธศาสนา เป็นที่ตั้งแห่งมรรคผล เมื่อเข้าใจอย่างนี้แล้ว พากันอุตสาหะพยายามกระทำให้เกิดให้มีให้เป็นขึ้นในตัวของเราซึ่งกุศลนี่หละ ในผลที่สุดคือ อัปปมาทธรรม คือความไม่ประมาท เมื่อเราท่านทั้งหลายไม่มีความประมาทแล้ว แต่นี้ต่อไปพวกท่านทั้งหลายจะประสบพบเห็นแต่ความสุขความเจริญ ดังไดแสดงมา เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้
      อะภิวาทะนะสีลิสสะ นิจจัง วุฑฒาปะจายิโน จัตตาโร ธัมมา วัฑฒันติ อายุ วัณโณ สุขัง พะลัง

<< ย้อนกลับ ||

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

» ชาร์ลส์ ดาร์วิน
ชาร์ลส์ ดาร์วิน เป็นผู้มีบทบาทนำให้เกิดการศึกษาค้นพบทฤษฎีวิวัฒนาการมากที่สุด ดาร์วินเสนอควาามคิดเกี่ยวกับการคัดเลือกโดยธรรมชาติ

» สงครามครูเสด (THE CRUSADES)
ดินแดนปาเลสไตน์ อันเป็นถิ่นกำเนิดของ พระเยซูไครสท์นั้นถือกันว่าเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งคริสต์ศาสนิกชน พากันไปจาริกแสวงบุญ ตั้งแต่ต้นคริสตกาล

» อาริสโตเติ้ล
อาริสโตเติ้ลเป็นชาวเมืองสตากีรา (Stagira) บิดารับราชการอยู่ในราชสำนักของพระเจ้าอามินตัส (Amyntas) กษัตริย์แห่งมาเคด็อน (Macedon)

» ยอดมนุษย์
เรื่องราวและชีวิตของพวกเขา บางเรื่องเป็นตำนาน เป็นเรื่องเล่า เป็นความจริง บางคนไร้ตัวตนบางคนล้มเหลว บางคนเป็นต้นแบบ เป็นอาชญากร

» รพินทรนาถฐากูร
หยุดเสียเถิดการสาธยาย การขับขานและการนั่งนับลูกประคำอะไรเหล่านี้ ท่านบูชาผู้ใดกันในมุมสลัวลาง...และเปล่าเปลี่ยวของเทวลัยที่หับบานประตูหน้าต่างมิดชิดรอบด้าน

» ประเทศไทย 77 จังหวัด
ประวัตศาสตร์,ความเป็นมา,ศิลปะ,วัตนธรรม,ประเพณีสถานที่สำคัญ,แหล่งท่องเที่ยว

» สงครามเวียดนาม
เอกราชของขบวนการชาตินิยมเวียดมินห์ ต่อต้านอำนาจของจักรวรรดินิยมเดิมคือ ฝรั่งเศส ต่อมาเมื่อฝรั่งเศสถอนตัวสหรัฐอเมริกาเข้ามาแทนที่และสนับสนุนเวียดนามใต้

» คาลิล ยิบราน
คาลิล ยิบราน ศิลปินผู้ใฝ่ฝ่ายจิตนิยม เขามักจะเทศนาหลักธรรมะ ด้วยการแสดงออกทางศิลปกรรม

สติ๊กเกอร์ไลน์