ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

หอพระไตร

รวมธรรมบรรยายของ หลวงปู่ฝั้น อาจาโร

พิจารณากาย พิจารณาใจ

2

     เรื่องสมมุตินี่สัตว์ทั้งหลายจมอยู่ในมหาสมุทร จมอยู่ที่สมมุติเป็นนั่นเป็นนี่ หากเราจำแนกแจกออกแล้วมันก็ไม่มี จิตมันก็สงบน่ะซี พอจิตสงบแล้วมันก็หายหมดภัยหมดเวรทั้งหลาย เหลือแต่กรรม เหตุนั้นจึงพากันดูให้รู้ อายตนะเป็นบ่อเกิดของสิ่งทั้งหลาย คือ ตา หู จมูก ตาเขาเป็นอะไร หูเขาเป็นอะไร จมูกเขาเป็นอะไร ลิ้นเขาเป็นอะไร กายเขาเป็นอะไร เขาไม่ได้เป็นอะไรซักอย่าง ตาสำหรับดู หูสำหรับฟัง จมูกสำหรับดม เท่านั้นไม่ใช่เรอะ ลิ้นก็สำหรับรับรสอาหาร กายก็สำหรับสัมผัส ใจเป็นธรรมารมณ์ นี่แหละให้พิจารณา นี่เป็นบ่อเกิดแห่งสุขและทุกข์ เขาว่าเห็นอย่างโน้นเห็นอย่างนี้ เราต้องน้อมเข้าไป เราไม่ว่าแล้วมีอะไรไหมล่ะ นี่จึงพาให้กันพิจารณา
      จงเพ่งพิจารณาให้มันรู้มันเห็นซิ พอเราจำแนกแจกสิ่งเหล่านั้นแล้วจิตของเราก็เป็นหนึ่งอยู่ มันไม่มีคน ไม่มีตัว ไม่มีตน ไม่มีผู้ ไม่มีคน ไม่มีบ้าน ไม่มีเมือง ไม่มีอะไรซักอย่าง จิตมันก็วางหมดละ พอจิตมันว่างหมดแล้วก็ไม่มีอะไร ไม่มีภัย ไม่มีเวร
      นี่เราไปก่อกรรมก่อเวร สมมติเป็นอันโน้น สมมติเป็นอันนี้ มันก็หลงสมมตินี่ซิ สัตว์ทั้งหลายคาอยู่ที่นี่ จมในมหาสมุทรนี่ ข้ามไม่ได้ ต้องพ้นจากสมมติซิ ถามดูซิ เจ้าเป็นภูเขาไหมล่ะ เจ้าเป็นกก (ต้น) ขามไหมล่ะ เขาไม่ได้ว่าไม่ใช่เหรอ หรือว่าไงถามดู เป็นกกขามไหม มิด (เงียบ) แน่ะ เขาไม่ได้ว่าอะไร เราไปว่าเขา เขาก็อยู่เฉย ๆ เขาไม่ได้ว่าเขา
เป็นกกขาม ต้นขามเขาก็ไม่ได้ว่า ถามว่าเจ้าเป็นดินไหม แน่ะ มันก็ไม่ได้ว่าอะไรซักอย่าง เจ้าเป็นน้ำไหม เจ้าเป็นลมเป็นไฟไหม เขาไม่ได้ว่าอะไร เราไปหลงเอาเฉย ๆ นี่แหละ ต้องจำแนกแจกออกไปเพื่อไม่ให้หลง
      พุทโธให้มันรู้ซิ จิตของเราสงบ มีความเบิกบาน พุทโธเป็นผู้เบิกบาน พุทโธสว่างไสว พุทโธเป็นผู้รู้ สิ่งใดเกิดขึ้นรู้ได้หมด ให้เรารู้เท่าสังขาร รู้เท่าวิญญาณ สังขารไม่เที่ยง วิญญาณมันก็ไม่เที่ยงทั้งหมด เราไม่ควรไปยึดไปถือเอาเป็นตัวเป็นตน ถ้าไม่ยึด จิตของเรามันก็พ้นทุกข์น่ะซิ เราไม่ไปสมมติมันก็พ้นน่ะซิ จิตของเราพ้นจากทุกข์ ถ้าเราไม่ว่าทุกข์ละก้อทุกข์มีไหมล่ะ อย่าไปว่าซิ อย่าไปสมมติ แท้ที่จริงเขาไม่มีทุกข์มียากอะไร สังขารร่างกายนี้เห็นไหมล่ะ ตายแล้วนิมนต์พระไปชักบังสุกุล ว่าชักให้คนตาย แท้ที่จริงน่ะชักให้พวกเราดู แต่ก่อนเขาก็เป็นเหมือนอย่างเรานี่แหละ ห่วงนั่นห่วงนี่ คานั่นคานี่ มาเดี๋ยวนี้ตายแล้วเป็นอย่างไรล่ะ ไม่คาอะไรซักอย่าง เคยว่าเจ็บว่าปวด ยุงกัดก็ตี ปวดนั่นปวดนี่ ไปสุม (เผา) แล้วไม่ว่าอะไรเลย แข้งขาหูตาจมูกเขาก็มีครบหมด ดูซีพวกเราทั้งหลาย นี่แหละให้พิจารณากรรมฐาน ให้พิจารณาบังสุกุล ให้พิจารณาธรรมสังเวช ท่านให้พิจารณาตนเสียก่อน
      อยัง อัตตะภะโว ภวะ ความเกิดมาแล้ว ทุกขัง อนิจจัง อนัตตา ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตน อสุจิ อสุภัง มีแต่น้ำเน่าน้ำหนองเหมือนกันม๊ด อิมัง กัมมัฏฐานัง ภเวติ ให้พิจารณากรรมฐานให้เห็นอย่างนั้น
      ท่านให้พิจารณาตนให้เห็นเป็นอย่างนั้น อันนี้ อนิจจา วตะ สังขารา สังขารทั้งหลายเป็นอย่างนี้ มันไม่เที่ยงทั้งหมด เราไม่ควรจะหลง ให้พิจารณาให้มันรู้มันเห็น เราไม่ข้องอะไร ไม่คาอะไร ข้องลูก ข้องหลาน ข้องบ้านข้องเมือง ไม่มีข้องล่ะผู้นี้ ยศมันก็ไม่คา อะไรมันก็ไม่คาซักอย่าง อะไรมันก็ไม่ข้องซักอย่าง เห็นไหมล่ะ เราก็เพ่งดูให้มันรู้มันเห็นซิ นี่คนจะมีสุขเพราะเหตุใด ผู้ระงับสังขารน่ะหล่ะ วูปสโม สุโข มีความสุขเพราะระงับสังขาร สัพเพ สัตตา มรัญติจะ มริงสุจะ มริสสเร ตเถวาหัง มริสสามิ นัตถิ เม เอถะ สังสโย ไม่ต้องสงสัย เราทั้งหลายก็ต้องเป็นอย่างนี้ สัตว์ทั้งหลายย่อมตายมาแล้ว ที่อยู่ในปัจจุบันนี้ก็จะต้องเป็นเหมือนกัน เราไม่ต้องสงสัย จะสงสัยอะไรอีกเล่า มันจะได้อะไรที่ไหนแม้สักอย่าง แต่ก่อนเขาก็ห่วงนั่นห่วงนี่ ไปไหนก็ไม่ได้ มีแต่ข้องแต่คา กลัวอด กลัวหิว กลัวทุกข์ กลัวยาก มาบัดนี้เขาไม่กลัวอะไรสักอย่าง… เอาไฟสุมก็ไม่เห็น “อุ๊ย” สักคำเดียว เราก็พิจารณาให้มันรู้มันเห็นอย่างนั้นซี่ มันจะได้ไม่หลง นี่พระเทศนา คนเป็นก็ไม่ฟัง ชักบังสุกุลก็ว่าชักให้คนตาย ได้ไปสวรรค์นิพพาน เฮ่ย มันจะรู้จักที่ไหน
      คนเรานั้นเมื่อมันจะตายมันก็เย็นแต่เท้าขึ้นมา ทางแขนทางมือก็เย็นขึ้นมา ศรีษะก็เย็นลงไป มาประชุมกันที่หัวใจ ถ้าผู้นั้นมีกุศล สร้างกุศลมา กุศลมันก็ไปเกิดแล้ว จะมาอยู่อะไรนั่น จะมาอยู่อะไรในหีบนั้น ถ้ามันอยู่มันก็ติง (กระดุกกระดิก) เป็นซี่ มันก็พูดได้ซี่ จะมานิ่ง จะต่อภพอยู่ทำไม ถ้าบาปมีมันก็เสวยทุกข์แล้ว พอจะดับขันธ์มันก็เริ่มมีแล้ว ภวา ภเว สัมภวันติ มันยังกระสับกระส่าย เพราะมันยังไม่มีที่เกาะ ยังไม่มีที่ไป พอมันเห็นแล้วก็แพล๊บเดียวเท่านั้นไปแล้ว เหมือนกะถ่ายรูปติดน่ะแหละ จะมาอยู่ยังไง ไม่ใช่ว่าชักบังสุกุลให้ผู้นั้นไปสวรรค์นิพพาน ชักให้คนที่ยังอยู่นี่ดูตังหาก ท่านให้ดู ให้พิจารณาว่าข้องนั่นข้องนี่แล้ว มันได้อะไร มันมีอะไร

<< ย้อนกลับ || หน้าถัดไป >>

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย