ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

หอพระไตร

รวมธรรมบรรยายของ หลวงปู่ฝั้น อาจาโร

พระอภิธัมมาติกาบรรยาย

11

22. “ทสฺสเนน ปหาตพฺพา ธมฺมา”

      ลำดับนี้ จักได้แสดงใน ติกมาติกา บทที่ 22 สืบต่อไป โดยนัยพระบาลีว่า “ทสฺสเนน ปหาตพฺพา ธมฺมา” เป็นต้น แปลว่า ธรรมทั้งหลายอันบุคคลจะพึงละกิเลส เพราะเหตุที่ได้เห็น ดังนี้ มีความอธิบายว่า จิตที่ฟุ้งซ่านไปตามอารมณ์ต่าง ๆ นั้น ครั้นได้เห็นเข้าแล้ว ก็เกิดความสังเวชสลดใจ จึงละกิเลสได้ เหมือนดังบัณฑิตสามเณร เมื่อได้เห็นผมของตนเองแล้ว ก็บังเกิดปัญญา พิจารณาเป็นอสุภะ ว่าผมของเราไม่งาม ผมของผู้อื่นก็เหมือนกัน พระอรหัตต์ก็บังเกิดขึ้นปรากฏดังนี้ พระสักกวาทีจึงถามขึ้นว่า บุคคลที่ละกิเลสได้เพราะได้เห็นนั้น ก็เห็นอยู่ด้วยกันโดยมาก ก็เหตุใดเล่า พวกเราเห็นกันอยู่ทุกวันนี้จึงละกิเลสไม่ได้ หรือการที่เห็นนั้น จะมีนัยต่างกันอย่างไร พระปรวาทีจึงวิสัชชนาว่า การเห็นนั้นมีนัยที่ต่างกัน ที่เห็นแล้วให้เกิดกิเลสก็มี ที่เห็นแล้วละกิเลสได้ก็มี สุดแล้วแต่เหตุที่เห็น ถ้าเห็นของที่งาม ที่ชอบใจ ก็ทำให้บังเกิดกิเลสได้ เพระเหตุนั้น สมเด็จพระบรมศาสดา จึงได้ทรงตรัสสอนหมู่พุทธบริษัทว่า “อสุภานุปสฺสึ วหรนฺตํ” ดังนี้ ก็เพื่อ พระพุทธประสงค์จะให้อยู่ด้วยความเห็นซึ่งอารมณ์อันไม่งาม เพราะฉะนั้นจึงสมกับพระบาลีว่า “ทสฺสเนน ปหาตพฺพา ธมฺมา” ฉะนี้

23. “ภาวนาย ปหาตพฺพา ธมฺมา”
      ในบทที่ 23 ว่า “ภาวนาย ปหาตพฺพา ธมฺมา” แปลว่า ธรรมทั้งหลายอันบุคคลจะพึงละกิเลสได้เพราะการที่ภาวนา ภาวนานั้นมีอยู่ 3 ประการ คือ ปริกัมมภาวนา ละกิเลสอย่างหยาบได้ประการหนึ่ง อุปจารภาวนา ละกิเลสอย่างกลางได้ประการหนึ่ง อัปปนาภาวนา ละกิเลสอย่างละเอียดได้ประการหนึ่ง เมื่อจะชี้บุคคลที่ท่านละกิเลสให้เห็น และยังธรรมวิเศษให้บังเกิดขึ้นได้ด้วยอำนาจแห่งการภาวนาทั้ง 3 ประการนี้ มีอยู่โดยมากเป็นอเนกประการ เช่นกับพระภิกษุได้เห็นฟันของสตรี หรือพระนางรูปนันทาที่ได้เห็นนิมิตที่งามดีกว่ารูปของตน หรือพระปัจเจกโพธิทั้ง 500 องค์ที่ได้เห็นดอกบัวร่วงโรยลง นี่แลเรียกว่าภาวนา โดยความอธิบายว่า ปัญญาที่หยาบ ก็ละกิเลสอย่างหยาบได้ ปัญญาอย่างกลาง ก็ละกิเลสอย่างกลางได้ ปัญญาอย่างละเอียด ก็ละกิเลสอย่างละเอียดได้ ภาวนานั้น ประสงค์เอาความว่า ให้รู้จักชั่ว รู้จักดี กำจัดความชั่วให้หมดไป กระทำความดีให้บังเกิดขึ้นมีในตน ดังนี้เรียกว่าภาวนา เพราะฉะนั้นจึงสมกับพระบาลีว่า “ภาวนาย ปหาตพฺพา ธมฺมา” ฉะนี้

24. “เนวทสฺสเนน นภาวนาย ปหาตพฺพา ธมฺมา”
      ในบทที่ 24 ว่า “เนวทสฺสเนน นภาวนาย ปหาตพฺพา ธมฺมา” นี้ แปลว่า ธรรมทั้งหลายอันบุคคลจะพึงละได้ด้วยเหตุที่ไม่ได้เห็น และไม่ใช่หนทางภาวนานั้น โดยความอธิบายว่า ธรรมทั้งหลายที่ละกิเลสไม่ได้ด้วยนิสัย เปรียบเหมือนกับทุกุลบัณฑิต เห็นก็ไม่ได้เห็น ภาวนาก็ไม่ได้ภาวนา เป็นแต่กระทำความในใจไม่ให้ยินดีในกามคุณ ดุจบุคคลผู้มีอารมณ์ดี ไม่โลภ ไม่โกรธ ไม่หลง เป็นแต่เฉย ๆ อยู่ เพราะฉะนั้นจึงว่าเป็นไปตามนิสัย บุคคลที่จะละกิเลสได้ด้วยเหตุที่ไม่ภาวนา เป็นแต่กระทำความไม่ยินดีในกามคุณ เช่นกับทุกุลบัณฑิตนั้น ก็หาได้โดยยากยิ่งนัก เพราะเหตุนั้นจึงสมกับพระบาลีว่า “เนวทสฺสเนน นภาวนาย ปหาตพฺพา ธมฺมา” ดังนี้ ได้แก้ไขในติกมาติกา บทที่ 24 ก็ยุติไว้แต่เพียงเท่านี้

25. “ทสฺสเนน ปหาตพฺพเหตุกา ธมฺมา”
      ลำดับต่อไปนี้ จักได้แก้ไขในบทที่ 25 สืบต่อไป โดยนัยพระบาลีว่า “ทสฺสเนน ปหาตพฺพเหตุกา ธมฺมา” เป็นต้น แปลว่า ธรรมทั้งหลายมีเหตุแล้วจึงละกิเลสได้เพราะความเห็น ดังนี้ อธิบายว่า ธรรมทั้งหลายมีปัจจัยเกื้อกูลอุดหนุนก่อน แล้วจึงละกิเลสได้ด้วยความเห็น ความเห็นนั้นมีอยู่ 2 ประการ คือ เห็นด้วยตาแล้วละกิเลสได้ก็มี เห็นด้วยปัญญาแล้วละกิเลสได้ก็มี
      ความที่เห็นด้วยตาแล้วละกิเลสได้นั้น ได้แก่บุคคลที่เห็นผู้อื่น อันเสวยทุกขเวทนาต่าง ๆ แล้ว ก็เกิดความสังเวชสลดใจ กลัวแต่ภัยอันนั้นจะมาถึงแก่ตน ดังมีอุทาหรณ์ว่า ยังมีสตรี 2 คนพี่น้องกัน ผู้พี่สาวนั้นมีสามีก่อน ครั้นมีครรภ์ครบกำหนดทสมาสแล้วก็คลอดบุตร ได้ความลำบากทุกขเวทนาแสนสาหัส ถึงแก่ความตายไป น้องสาวได้เห็นพี่สาวถึงแก่ความตายดังนั้น ก็เกิดความสังเวชสลดใจ จึงไม่ยอมมีสามีต่อไป กลัวภัยเช่นนั้นจะบังเกิดมีแก่ตนฉะนี้ จัดได้ชื่อว่า ละกิเลสเพราะความเห็นด้วยตา ดังวิสัชนาฉะนี้
ความที่เห็นด้วยปัญญาแล้วละกิเลสได้นั้น โดยเนื้อความว่า บุคคลที่เห็นนามและรูป โดยพระไตรลักษณญาณว่า รูปและนามทั้ง 2 ประการนี้เป็น อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา แล้วเบื่อหน่ายจากขันธ์ทั้ง 5 ดังนี้ ชื่อว่าละกิเลสได้ด้วยปัญญา เพราะฉะนั้นจึงสมกับพระบาลีว่า “ทสฺสเนน ปหาตพฺพเหตุกา ธมฺมา” ฉะนี้

<< ย้อนกลับ || หน้าถัดไป >>

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

» ชาร์ลส์ ดาร์วิน
ชาร์ลส์ ดาร์วิน เป็นผู้มีบทบาทนำให้เกิดการศึกษาค้นพบทฤษฎีวิวัฒนาการมากที่สุด ดาร์วินเสนอควาามคิดเกี่ยวกับการคัดเลือกโดยธรรมชาติ

» สงครามครูเสด (THE CRUSADES)
ดินแดนปาเลสไตน์ อันเป็นถิ่นกำเนิดของ พระเยซูไครสท์นั้นถือกันว่าเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งคริสต์ศาสนิกชน พากันไปจาริกแสวงบุญ ตั้งแต่ต้นคริสตกาล

» อาริสโตเติ้ล
อาริสโตเติ้ลเป็นชาวเมืองสตากีรา (Stagira) บิดารับราชการอยู่ในราชสำนักของพระเจ้าอามินตัส (Amyntas) กษัตริย์แห่งมาเคด็อน (Macedon)

» ยอดมนุษย์
เรื่องราวและชีวิตของพวกเขา บางเรื่องเป็นตำนาน เป็นเรื่องเล่า เป็นความจริง บางคนไร้ตัวตนบางคนล้มเหลว บางคนเป็นต้นแบบ เป็นอาชญากร

» รพินทรนาถฐากูร
หยุดเสียเถิดการสาธยาย การขับขานและการนั่งนับลูกประคำอะไรเหล่านี้ ท่านบูชาผู้ใดกันในมุมสลัวลาง...และเปล่าเปลี่ยวของเทวลัยที่หับบานประตูหน้าต่างมิดชิดรอบด้าน

» ประเทศไทย 77 จังหวัด
ประวัตศาสตร์,ความเป็นมา,ศิลปะ,วัตนธรรม,ประเพณีสถานที่สำคัญ,แหล่งท่องเที่ยว

» สงครามเวียดนาม
เอกราชของขบวนการชาตินิยมเวียดมินห์ ต่อต้านอำนาจของจักรวรรดินิยมเดิมคือ ฝรั่งเศส ต่อมาเมื่อฝรั่งเศสถอนตัวสหรัฐอเมริกาเข้ามาแทนที่และสนับสนุนเวียดนามใต้

» คาลิล ยิบราน
คาลิล ยิบราน ศิลปินผู้ใฝ่ฝ่ายจิตนิยม เขามักจะเทศนาหลักธรรมะ ด้วยการแสดงออกทางศิลปกรรม

นี่คือขยะกองใหญ่ เชิญท่านทั้งหลายขุดคุ้ยค้นหา แยกเอาแต่สิ่งดีๆ หยิบฉวยติดมือออกไปต่อยอด เทียบเคียง ประยุกต์ใช้ และขอบคุณเหล่าท่านจอมยุทธทั้งหลาย ที่เคยแวะเวียนมาหยิบยื่นแลกเปลี่ยนประสบการณ์ แนวคิดและมุมมองอันหลากหลายไว้ให้เป็นวิทยาทาน และด้วยความทรงจำที่ดีต่อกัน แม้จะไม่มีวันนั้นอีกแล้วก็ตาม...
ห้องร้อยบุปผา ชุมนุมจอมยุทธ

สติ๊กเกอร์ไลน์