ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

หอพระไตร

รวมธรรมบรรยายของ หลวงปู่ฝั้น อาจาโร

พระอภิธัมมาติกาบรรยาย

14

29. “อปจยคามิโน ธมฺมา”

      ในบทที่ 29 ว่า “อปจยคามิโน ธมฺมา” นั้นแปลความว่า ธรรมทั้งหลายอันเป็นเหตุจะยังสัตว์ให้ได้เสวยซึ่งความทุกข์ เพราะไม่ได้สั่งสมซึ่งการบุญการกุศล โดยความอธิบายว่า บุคคลจะถึงซึ่งความทุกข์ยากลำบากเข็ญใจ เพราะไม่มีเครื่องใช้สอยต่าง ๆ มีเงินทอง ผ้านุ่งผ้าห่ม เป็นต้น ก็เพราะไม่ได้สั่งสมการบุญการกุศล เปรียบเหมือนคนยากจนอนาถา เที่ยวขอทานท่านผู้อื่นเลี้ยงชีวิต บางวันก็ได้ บางวันก็ไม่ได้ วันที่ขอเขาไม่ได้นั้นแลมากกว่าวันที่ได้ เพราะของของตนไม่มี จึงต้องถึงซึ่งความลำบากดังนี้ ดังมีบุคคลเป็นนิทัศนะอุทาหรณ์ว่า ยังมีเศรษฐีผู้หนึ่งชื่อว่า อานนทเศรษฐี เศรษฐีคนนี้ไม่ได้ทำบุญให้ทานแก่ใคร ๆ ครั้นเมื่อตายไปก็ได้บังเกิดในครรภ์แห่งหญิงขอทาน นับแต่ทารกนั้นมาถือปฏิสนธิในครรภ์ขึ้นมา ก็กระทำให้บิดามารดาทั้งสองถึงแก่ความยากยิ่ง
      เที่ยวขอทานเขาได้โดยความลำบาก เมื่อคลอดออกมาและเดินไปมาได้แล้ว บิดามารดาพาไปเที่ยวขอทาน ก็เลยไม่ได้สิ่งอันใดมา ถ้าไม่พาทารกนั้นไป ไปแต่ผู้เดียวแล้ว ก็ขอเขาได้บ้างพอเป็นยาปนมัต เลี้ยงกันไป เพราะเหตุนั้น มารดาจึงพาไปปล่อยทิ้งเสียให้ไกลพ้นจากบ้านของตน แล้วก็ไปเที่ยวขอทานเขากินได้โดยความสะดวกดี
      ฝ่ายทารกนั้นก็เที่ยวขอทานเขาไป เมื่อทารกทั้งหลายเห็นแล้วก็พากันไล่ทุบตีให้ถึงแก่ความตาย แล้วจึงพากันเอาไปโยนทิ้งไว้เหนือกองหยากเยื่อในที่แห่งหนึ่ง เพลาเช้าในวันนั้น องค์สมเด็จพระบรมศาสดาจารย์ได้ไปโคจรบิณฑบาต ครั้นได้ทอดพระเนตรเห็นทารกนั้นนอนตายอยู่ที่กองหยากเยื่อแล้ว จึงตรัสแก่พระอานนท์ว่า ดูก่อน อานนท์ ทารกที่นอนตายอยู่บนกองหยากเยื่อนี้ คือ อานนทเศรษฐีนั้นเอง เพราะตนไม่ได้บำเพ็ญกุศลไว้ จึงต้องถึงซึ่งความทุกข์ยากลำบากเห็นสภาวะปานฉะนี้ เพราะฉะนั้นจึงสมกับพระบาลีว่า “อปจยคามิโน ธมฺมา” ฉะนี้

30. “เนวาจยคามิโน นาปจยคามิโน ธมฺมา”
      ในบทที่ 30 นี้ มีพระบาลีว่า “เนวาจยคามิโน นาปจยคามิโน ธมฺมา” นี้แปลว่า ธรรมทั้งหลายอันเป็นเหตุยังสัตว์ให้ถึงซึ่งความสุขด้วยการสั่งสมก็ไม่ใช่ ด้วยการไม่สั่งสมก็ไม่ใช่ โดยความอธิบายว่า สั่งสมแต่การบุญ ไม่สั่งสมการบาป แต่ธรรมบทนี้แปลว่า ไม่ใช่บุญไม่ใช่บาป เปรียบเหมือนคนที่นอนหลับ ไม่สุขไม่ทุกข์ฉะนั้น ถ้ามิฉะนั้นก็เปรียบเหมือนบุคคลที่ร้อนไปหาเย็น หนีออกไปพ้นจากร้อนแล้วแต่ยังไม่ทันถึงความเย็น อยู่แต่ในระหว่างกลาง ๆ นั้น เมื่อจะชี้บุคคลเป็นตัวอย่าง ก็ได้แก่ พระมหาเถระที่บอกแก่นายช่างแก้วมณีว่า โทษยังมีแก่บุคคลในโลกฉะนี้ เพราะตัวของท่านนั้น ไม่สุข ไม่ทุกข์ ท่านอยู่ในระหว่างกลาง ไม่ร้อน ไม่เย็น โดยเหตุดังกล่าวนี้ ความพิสดารมีแจ้งอยู่ในคัมภีร์พระธรรมบทนั้นแล้ว นำมาแสดงในที่นี้แต่โดยสังเขปให้สมกับพระบาลีที่ว่า “เนวาจยคามิโน นาปจยคามิโน ธมฺมา” ดังนี้

31. “เสกฺขา ธมฺมา”
      เบื้องหน้าแต่นี้ไป จักได้แสดงในติกมาติกา บทที่ 31 สืบต่อไป โดยนัยพระบาลีว่า “เสกฺขา ธมฺมา” แปลว่า ธรรมทั้งหลายที่จำจะต้องศึกษาดังนี้ ธรรมที่จะต้องศึกษานั้นมีอยู่ 3 ประการ คือ อธิสีลสิกขา 1 อธิจิตตสิกขา 1 อธิปัญญาสิกขา 1 เป็นธรรม 3 ประการฉะนี้ พระสักกวาทีจึงถามขึ้นว่า ธรรมทั้ง 3 ประการนี้ จะต้องศึกษาอย่างไร จึงจะ
เรียกชื่อว่า อธิศีล อธิจิต อธิปัญญาได้ พระปรวาทีจึงวิสัชชนาว่า ในสิกขาทั้ง 3 นั้นก็คือศึกษาให้สีลยิ่ง 1 ศึกษาให้จิตยิ่ง 1 ศึกษาให้ปัญญายิ่ง 1 โดยความอธิบายว่า ศีลนั้นก็มีอยู่ 3 สถานคือ ศีลอย่างต่ำ 1 ศีลอย่างกลาง 1 ศีลอย่างละเอียด 1 บุคคลผู้รักษาศีลนั้น บางคนก็เปล่งอุทานวาจาว่า จะรักษาศีล ไม่กระทำบาปด้วย กาย วาจา ดังนี้ ครั้นบาปมาถึงแก่ตนเข้าแล้ว ก็ไม่มีเจตนาที่จะรักษาศีลนั้นไว้ได้ ขืนกระทำบาปนั้นลงไปด้วย กาย วาจา ดังนี้ เรียกว่า ศีลอย่างต่ำ บุคคลผู้รักษาศีลนั้น บางคนก็ตั้งเจตนาไว้ว่า ไม่กระทำบาปด้วยการ วาจา ครั้นบาปมาถึงแก่ตนเข้าแล้ว ก็คิดได้ว่า เรารักษาศีล ไม่ควรกระทำบาปด้วยกาย วาจา ดังนี้ เรียกชื่อว่า ศีลอย่างกลาง บุคคลผู้รักษาศีลนั้น บางคนก็รักษาพร้อมด้วยกาย วาจา ไม่กระทำบาปจริง ๆ จนเห็นพระอริยสัจจธรรมทั้ง 4 ดังนี้ เรียกชื่อว่าศีลอย่างยิ่ง อีกประการหนึ่ง บุคคลที่เป็นสัปบุรุษ มารักษาศีล 5 ได้บริสุทธิ์ดีแล้ว ยังไม่พอแก่ศรัทธา จึงรักษาศีล 8 ให้ยิ่งขึ้นไป ครั้นรักษาศีล 8 ได้บริสุทธิ์ดีแล้ว ก็ยังไม่พอแก่ศรัทธา จึงละเพศฆราวาส ออกบรรพชาเป็นสามเณรรักษาศีล 10 ให้ยิ่งขึ้นไป จนได้อุปสมบทเป็นภิกษุ รักษาศีล 227 ดังนี้เรียกชื่อว่าศึกษาในศีล ได้ชื่อว่า อธิสีลสิกขา พระสักกวาทีจึงขออุปมากับพระปรวาทีต่อไป พระปรวาทีจึงได้อุปมาให้ฟังว่า ธรรมดาว่าบุคคลที่ปลูกต้นไม้ หวังผลแล้วก็ย่อมระวังรักษา หมั่นรดน้ำพรวนดิน ไม่ให้ต้นไม้นั้นเหี่ยวแห้งตายไป คอยระวังรักษาอยู่ทุกวันมิได้ขาด จนต้นไม้นั้นงอกงามเจริญขึ้น มีดอกออกผลสมความประสงค์ของตน ฉันใดก็ดี บุคคลผู้มีวิรัติเจตนามารักษาศีล หวังต่อความสุขแล้วนั้น ก็ย่อมตั้งเจตนาระวังรักษาไม่ให้อุปกิเลสเข้ามาท่วมทับศีลของตนได้ และยังศีลของตนให้บริบูรณ์ยิ่ง ๆ ขึ้นไป เหมือนบุคคลที่ปลูกต้นไม้ฉะนั้น เบื้องหน้าแต่นี้จะได้แก้ไขอธิจิตต่อไป
      บุคคลที่จะกระทำจิตให้ยิ่งนั้น พึงคิดว่า เราจะให้ทานตามได้ตามมี ครั้นเห็นทานของตนมีผลแล้ว ก็พึงคิดว่าเราจะรักษาศีลต่อไป ครั้นเห็นว่าศีลมีผลมากกว่าทานแล้ว ก็พึงคิดว่า เราจะเจริญภาวนาต่อไป ครั้นเห็นว่าการเจริญภาวนามีผลมากกว่าทาน ศีลแล้ว ก็พึงคิดว่าจะฟังพระสัทธรรมเทศนาต่อไป ครั้นเห็นอานิสงส์ในการฟังพระธรรมเทศนานั้นว่ามีผลมากกว่า ทาน ศีล ภาวนานั้นแล้ว ก็อุตสาห์ฟังธรรมเทศนาโดยสัจจเคารพ ด้วยตั้งจิตไว้ว่า จะรับเอาข้อปฏิบัติอันเป็นแก่นสาร ดังนี้เรียกว่า ศึกษาในอธิจิต (จิตยิ่ง) ชื่อว่า อธิจิตตสิกขา เบื้องหน้าแต่นี้จะได้แก้ไขในอธิปัญญาสิกขาต่อไป
      บุคคลที่จะกระทำปัญญาให้ยิ่งนั้น ก็ให้พึงรู้จักบำเพ็ญทาน รักษาศีล เจริญภาวนา และสดับฟังพระสัทธรรมเทศนาเหมือนอย่างอธิศีล อธิจิต ฉะนั้น โดยความอธิบายว่า ปัญญาที่เป็นสามัญลักษณะ คือรู้ว่า สังขารธรรมเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา สามัญปัญญานี้แล เรียกว่า พระปริยัติ เมื่อรู้จักพระปริยัติโดยลักษณะสามัญฉะนี้แล้ว ก็บังเกิ นิพพิทาญาณ หยั่งรู้ หยั่งเห็นในทางปฏิบัติ ปฏิบัตินั้นยิ่งกว่าปริยัติ คือความเบื่อหน่ายในสังขารธรรมทั้งปวง เมื่อรู้ว่าจิตของตนมีความเบื่อหน่ายแล้ว ก็ได้ว่าการ (ความ) ปฏิบัติอย่างนี้เป็นการปฏิบัติยิ่งกว่าปริยัติ ปัญญาอันเป็นนิพพิทาญาณนี้แลเรียกว่าปฏิบัติ เมื่อมากำหนดรู้จักปฏิบัติโดยนิพพิทาญาณฉะนี้แล้ว ก็บังเกิดมุญจิตุกัมยตาญาณ หยั่งรู้หยั่งเหตุในการปฏิเวธ ปฏิเวธนั้นก็คือความหลุดพ้นถอนตนออกจากกิเลส เป็นความพิเศษยิ่งกว่าปริยัติและปฏิบัติ ดังนี้เรียกปฏิเวธ ชื่อว่าอธิปัญญาสิกขา เพราะฉะนั้นจึงสมกับพระบาลีว่า “เสกขา ธมฺมา” ฉะนี้

<< ย้อนกลับ || หน้าถัดไป >>

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

» ชาร์ลส์ ดาร์วิน
ชาร์ลส์ ดาร์วิน เป็นผู้มีบทบาทนำให้เกิดการศึกษาค้นพบทฤษฎีวิวัฒนาการมากที่สุด ดาร์วินเสนอควาามคิดเกี่ยวกับการคัดเลือกโดยธรรมชาติ

» สงครามครูเสด (THE CRUSADES)
ดินแดนปาเลสไตน์ อันเป็นถิ่นกำเนิดของ พระเยซูไครสท์นั้นถือกันว่าเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งคริสต์ศาสนิกชน พากันไปจาริกแสวงบุญ ตั้งแต่ต้นคริสตกาล

» อาริสโตเติ้ล
อาริสโตเติ้ลเป็นชาวเมืองสตากีรา (Stagira) บิดารับราชการอยู่ในราชสำนักของพระเจ้าอามินตัส (Amyntas) กษัตริย์แห่งมาเคด็อน (Macedon)

» ยอดมนุษย์
เรื่องราวและชีวิตของพวกเขา บางเรื่องเป็นตำนาน เป็นเรื่องเล่า เป็นความจริง บางคนไร้ตัวตนบางคนล้มเหลว บางคนเป็นต้นแบบ เป็นอาชญากร

» รพินทรนาถฐากูร
หยุดเสียเถิดการสาธยาย การขับขานและการนั่งนับลูกประคำอะไรเหล่านี้ ท่านบูชาผู้ใดกันในมุมสลัวลาง...และเปล่าเปลี่ยวของเทวลัยที่หับบานประตูหน้าต่างมิดชิดรอบด้าน

» ประเทศไทย 77 จังหวัด
ประวัตศาสตร์,ความเป็นมา,ศิลปะ,วัตนธรรม,ประเพณีสถานที่สำคัญ,แหล่งท่องเที่ยว

» สงครามเวียดนาม
เอกราชของขบวนการชาตินิยมเวียดมินห์ ต่อต้านอำนาจของจักรวรรดินิยมเดิมคือ ฝรั่งเศส ต่อมาเมื่อฝรั่งเศสถอนตัวสหรัฐอเมริกาเข้ามาแทนที่และสนับสนุนเวียดนามใต้

» คาลิล ยิบราน
คาลิล ยิบราน ศิลปินผู้ใฝ่ฝ่ายจิตนิยม เขามักจะเทศนาหลักธรรมะ ด้วยการแสดงออกทางศิลปกรรม

สติ๊กเกอร์ไลน์
-สนับสนุนผลงาน
รายได้สมทบทุนยังชีพหลังเกษียณ-