ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

หอพระไตร

รวมธรรมบรรยายของ หลวงปู่ฝั้น อาจาโร

พระอภิธัมมาติกาบรรยาย

17

37. “ปริตฺตา รมฺมณา ธมฺมา”

      ในบทที่ 37 นั้น มีนัยพระบาลีว่า “ปริตฺตา รมฺมณา ธมฺมา” แปลว่า ธรรมทั้งหลายมีอารมณ์น้อย โดยความอธิบายว่า ธรรมทั้งหลายกระทำความยินดีให้น้อยลง หรือกระทำความยินดีให้หมดไป ไม่ให้มีอารมณ์ คืออารมณ์ไม่ฟุ้งซ่านดังนี้ พระสักกวาทีจึงถามขึ้นว่า ธรรมทั้งหลายอย่างไรที่ว่ากระทำอารมณ์ให้น้อยลง ไม่กระทำอารมณ์ให้ฟุ้งซ่านไป ขอท่านจงได้แสดงเพื่อให้เกิดความเลื่อมใสต่อไปในบัดนี้ พระปรวาทีจึงวิสัชชนาว่า มรณธรรมนี่แลเป็นธรรมที่ยังอารมณ์ให้น้อยลงและไม่กระทำให้อารมณ์ฟุ้งซ่านไป อารมณ์จะฟุ้งซ่านไปก็เพราะเหตุที่ได้เห็นรูป ฟังเสียง เป็นต้น เพราะฉะนั้น อารมณ์จึงได้ฟุ้งซ่านไป เมื่อบุคคลมีธรรมะเป็นอารมณ์อยู่ในสันดานแล้ว บุคคลผู้นั้นก็มีความยินดีน้อยและมีอารมณ์อันน้อยลง จัดได้ชื่อว่าเป็นผู้ไม่ประมาทมัวเมาไปในอารมณ์ต่าง ๆ ฉะนี้ ดังมีในอัปปมาทธรรมที่พระองค์ทรงตรัสถามภิกษุบริษัทว่า ท่านทั้งหลายคิดถึงมรณธรรมวันละเท่าไหร่ ภิกษุองค์หนึ่งจึงกราบทูลว่า ข้าพระองค์คิดถึงความตายเมื่อเวลาไปบิณฑบาตว่า เรายังไม่ทันจะกลับจากบิณฑบาตก็จักตายเสียในระหว่างที่เดินไปบิณฑบาตฉะนี้
      พระพุทธองค์ทรงตรัสติเตียนว่ายังมีความประมาทมากอยู่ พระภิกษุองค์หนึ่งจึงกราบทูลว่า ข้าพระองค์คิดถึงมรณธรรมเมื่อเวลาจะฉันจังหันว่า เรายังไม่ทันจะกลืนข้าวลงไปในลำคอ ก็ตายระหว่างที่กลืนคำข้างลงไป ดังนี้ พระพุทธองค์ก็ทรงตรัสติเตียนว่ายังมีความประมาทมากอยู่ ภิกษุองค์หนึ่งจึงกราบทูลว่า ข้าพระองค์คิดถึงมรณธรรมตามลมอัสสาสะ ปัสสาสะว่า เราหายใจออกไปแล้วไม่หายใจกลับเข้ามา ก็จะตายในระหว่างลมอัสสาสะ ปัสสาสะนั้น ดังนี้ พระพุทธองค์จึงทรงตรัสสรรเสริญว่า ดูก่อน ภิกษุผู้เห็นภัยในชาตินี้ ถ้าท่านปรารถนาจะยังความยินดีให้น้อยลง ก็จงมนสิการกำหนดถึงมรณธรรมตามลมอัสสาสะ ปัสสาสะนี้เถิด ก็จะบังเกิดความสังเวชสลดใจ ได้ศรัทธาความเชื่อมั่นในคุณพระรัตนตรัยทั้ง 3 ประการ อันเป็นเครื่องป้องกันสรรพภัยทั้งปวง อันจะบังเกิดมีมาถึงแก่ความทั้งหลาย ทั้งภายในและภายนอก
ดูก่อนภิกษุทั้งหลายผู้เห็นภัยในชาตินี้ เมื่อพระโยคาวจรเจ้าทั้งหลาย มาระลึกถึงมรณธรรมอยู่เป็นนิตย์อย่างนี้แล้ว พระโยคาวจรเจ้าทั้งหลายนั้น ก็ชื่อว่าเป็นผู้ไม่ประมาทและกระทำอารมณ์ให้น้อยลงดังนี้ เพราะฉะนั้นจึงสมกับพระบาลีว่า “ปริตฺตา รมฺมณา ธมฺมา” ฉะนี้

38. “มหคฺคตา รมฺมณา ธมฺมา”
      ในบทที่ 38 นั้น โดยพระบาลีว่า “มหคฺคตา รมฺมณา ธมฺมา” แปลว่า ธรรมทั้งหลายมีอารมณ์มาก ยังฟุ้งซ่านมาก มีความอธิบายว่า ความยินดีในรูป รูปก็มีมาก ความยินดีใน
รส รสก็มีมาก ความยินดีในสัมผัส สัมผัสก็มีมาก ความยินดีในธรรม ธรรมก็มีมาก เมื่อบุคคลผู้ใด มีความยินดีในรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ธรรมารมณ์เหล่านี้แล้ว บุคคลผู้นั้นก็ชื่อว่า ผู้มีอารมณ์มากฉะนี้ พระสักกวาทีจึงถามขึ้นว่า บุคคลผู้มากไปในกามคุณทั้ง 5 นั้น จะมีโทษอย่างไร และจะได้แก่บุคคลผู้ใด พระปรวาทีจึงวิสัชชนาว่า บุคคลผู้มากไปด้วยกามคุณทั้ง 5 นั้นย่อมมีโทษเมื่อภายหลัง ดังมีบุคคลเป็นอุทาหรณ์ว่า พระบรมโพธิสัตว์ของเรา ได้เสวยพระชาติเป็นพระเจ้าสักกมันธาตุราช ในกาลครั้งนั้น มีความปรารถนาที่จะเรียนวิชาให้สำเร็จ ด้วยมีความหวังในพระทัยว่า จะหานางแก้ว ครั้นได้นางแก้วสมตามปรารถนาแล้ว ก็ปรารถนาเป็นบรมจักรพรรดิ์สืบต่อไป ครั้นต่อมาได้เป็นพระบรมจักรพรรดิ์สมความปรารถนาแล้ว ก็ปรารถนาอยากได้เป็นใหญ่กว่ามนุษย์ในทวีปทั้ง 4 สืบไป ครั้นได้เป็นใหญ่กว่ามนุษย์ในทวีปทั้ง 4 สมความปรารถนาแล้ว ก็ปรารถนาจะเป็นใหญ่กว่าเทวดาต่อไป ครั้นได้เป็นใหญ่กว่าเทวดาสำเร็จตามความปรารถนาแล้ว ก็ปรารถนาให้ได้เป็นใหญ่กว่าพระอินทร์ต่อไป แต่ไม่สมความประสงค์เลยกลับตกลงมาจากสวรรค์ ดังนี้ เพราะฉะนั้น จึงสมกับพระบาลีว่า “มหคฺคตา รมฺณา ธมฺมา” ดังนี้

39. “อปฺปมาณา รมฺมณา ธมฺมา”
      ในลำดับนี้ จะได้แสดงบทที่ 39 สืบต่อไป โดยนัยพระบาลีว่า “อปฺปมาณา รมฺมณา ธมฺมา” แปลว่า ธรรมทั้งหลายมีอารมณ์ไม่มีประมาณ กระทำความยินดีมาก ไม่มีที่สุด โดยความอธิบายว่า จิตของมนุษย์ปุถุชนนั้น มีอารมณ์ไม่มีประมาณ ยินดีในลาภก็ไม่มีประมาณ ยินดีในยศก็ไม่มีประมาณ ยินดีในความสรรเสริญไม่มีประมาณ ยินดีในความสุขก็ไม่มีประมาณ เพราะเหตุฉะนั้น พระพุทธองค์จึงได้ทรงตรัสไว้ว่า อปฺปมาณา รมฺมณา ธมฺมา ฉะนี้ เมื่อจะชี้ตัวให้เห็นเป็นพยานก็ได้แก่ นิทานสุนัขจิ้งจอกที่ลักมนต์ของพรหมไป แล้วก็ปรารถนาจะเป็นใหญ่กว่าสัตว์ในป่าหิมพานต์ ครั้นได้สำเร็จความประสงค์ของตนแล้ว ก็ปรารถนาอยากเป็นใหญ่กว่ามนุษย์ แต่ก็หาได้สำเร็จตามความปรารถนานั้นไม่ เพราะตนเป็นสัตว์ดิรัจฉาน ไม่รู้จักประมาณตน จนแก้วหูแตกตายไปฉะนั้น เพราะเหตุนั้น จึงว่า จิตของปุถุชนไม่มีประมาณ สมกับพระบาลีว่า “อปฺปมาณา รมฺมณา ธมฺมา” ฉะนี้ แก้ไขในติกมาติกา บทที่ 39 ก็ยุติไว้แต่เพียงเท่านี้

<< ย้อนกลับ || หน้าถัดไป >>

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

» ชาร์ลส์ ดาร์วิน
ชาร์ลส์ ดาร์วิน เป็นผู้มีบทบาทนำให้เกิดการศึกษาค้นพบทฤษฎีวิวัฒนาการมากที่สุด ดาร์วินเสนอควาามคิดเกี่ยวกับการคัดเลือกโดยธรรมชาติ

» สงครามครูเสด (THE CRUSADES)
ดินแดนปาเลสไตน์ อันเป็นถิ่นกำเนิดของ พระเยซูไครสท์นั้นถือกันว่าเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งคริสต์ศาสนิกชน พากันไปจาริกแสวงบุญ ตั้งแต่ต้นคริสตกาล

» อาริสโตเติ้ล
อาริสโตเติ้ลเป็นชาวเมืองสตากีรา (Stagira) บิดารับราชการอยู่ในราชสำนักของพระเจ้าอามินตัส (Amyntas) กษัตริย์แห่งมาเคด็อน (Macedon)

» ยอดมนุษย์
เรื่องราวและชีวิตของพวกเขา บางเรื่องเป็นตำนาน เป็นเรื่องเล่า เป็นความจริง บางคนไร้ตัวตนบางคนล้มเหลว บางคนเป็นต้นแบบ เป็นอาชญากร

» รพินทรนาถฐากูร
หยุดเสียเถิดการสาธยาย การขับขานและการนั่งนับลูกประคำอะไรเหล่านี้ ท่านบูชาผู้ใดกันในมุมสลัวลาง...และเปล่าเปลี่ยวของเทวลัยที่หับบานประตูหน้าต่างมิดชิดรอบด้าน

» ประเทศไทย 77 จังหวัด
ประวัตศาสตร์,ความเป็นมา,ศิลปะ,วัตนธรรม,ประเพณีสถานที่สำคัญ,แหล่งท่องเที่ยว

» สงครามเวียดนาม
เอกราชของขบวนการชาตินิยมเวียดมินห์ ต่อต้านอำนาจของจักรวรรดินิยมเดิมคือ ฝรั่งเศส ต่อมาเมื่อฝรั่งเศสถอนตัวสหรัฐอเมริกาเข้ามาแทนที่และสนับสนุนเวียดนามใต้

» คาลิล ยิบราน
คาลิล ยิบราน ศิลปินผู้ใฝ่ฝ่ายจิตนิยม เขามักจะเทศนาหลักธรรมะ ด้วยการแสดงออกทางศิลปกรรม

สติ๊กเกอร์ไลน์
-สนับสนุนผลงาน
รายได้สมทบทุนยังชีพหลังเกษียณ-