ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

หอพระไตร

รวมธรรมบรรยายของ หลวงปู่ฝั้น อาจาโร

พระอภิธัมมาติกาบรรยาย

5

5. “ทุกฺขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตา ธมฺมา”

      เบื้องหน้าแต่นี้จักได้วิสัชชนาในบทที่ 5 ว่า “ทุกฺขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตา ธมฺมา” ต่อไป แปลใจความว่า ธรรมทั้งหลายอันสัมปยุตแล้วด้วยเวทนา ด้วยนามธรรมที่เสวยอารมณ์ โดยความเป็นทุกข์ โดยความอธิบายว่า ธรรมทั้งหลายอันสัมปยุตแล้วด้วยเวทนา ด้วยนามธรรมที่เสวยอารมณ์โดยความเป็นทุกข์ โดยความอธิบายว่า ธรรมทั้งหลายที่ทรงไว้ ซึ่งจิตของคนที่มีแต่ความลำบากนั้น ก็ได้แก่คนที่ยากจนเข็ญใจและคนที่มีโรคาพยาธิเบียดเบียนต่าง ๆ และคนที่ต้องราชภัย โจรภัย อัคคีภัย อุทกภัย เป็นต้น เหล่านี้แล จึงชื่อว่า ทุกฺขาย เวทนาย ยังมีทุกข์เวทนาอีกอย่างหนึ่งนั้นคือ ทุกข์ของสัตว์ในนรก ทุกข์ของเปรต อสุรกาย ทุกข์ของสัตว์ดิรัจฉานกำเนิด ทุกข์ของสัตว์ที่เวียนว่ายตายเกิดต่อไป ดังนี้แลชื่อว่า ทุกขเวทนา ท่านสักกวาทีจึงถามขึ้นว่า บุคคลที่ได้เสวยทุกขเวทนาอย่างที่แสดงมานี้คือใคร ผู้ใดเป็นตัวอย่างเจ้าข้า
      ท่านปรวาทยาจารย์จึงนำบุคคลมาแสดงให้เห็นเป็นนิสัยทัสนะอุทาหรณ์ว่า ยังมีสตรีผู้หนึ่งชื่อว่า นางสุปวาสา เป็นเหตุให้เห็นปรากฏว่าตนประกอบไปด้วยทุกข์ เหลือที่จะอดทน พ้นที่จะพรรณนา มารดาของพระสีวลีซึ่งทรงครรภ์อยู่ถึง 7 ปี 7 เดือน 7 วัน ครั้นภายหลัง นางสุปวาสาผู้เป็นมารดานั้นได้ชี้แจงแสดงเหตุให้เห็นปรากฏว่า ตนประกอบไปด้วยความทุกข์ที่จะเหลือทนทานได้เป็นต้น ดังที่พรรณนาว่า ครรภ์ของนางนั้นใหญ่เกินประมาณ จะนั่งก็เป็นทุกข์ จะนอนก็เป็นทุกข์ จะยืนจะเดินก็เป็นทุกข์ดังนี้ เพราะฉะนั้นจึงได้เรียกชื่อว่า ทุกขเวทนา ทุกข์นั้นแปลว่าลำบาก ลำบากนั้นแปลว่า ความชั่วซึ่งตนกระทำไว้ไม่ดี เพราะเหตุนั้น องค์สมเด็จพระบรมศาสดาจารย์เจ้าจึงทรงตรัสเทศนาว่า “สพฺพปาปสฺส อกรณํ” ดังนี้ ก็มีพระพุทธประสงค์เพื่อจะไม่ให้สัตว์กระทำบาป
      ทั้งปวง เพราะพระองค์ทรงมีพระกรุณาแก่หมู่สัตว์ จะไม่ให้หมู่สัตว์เสวยทุกข์เวทนา ด้วยหวังพระทัยว่าจะให้สัตว์ทั้งปวงได้เสวยสุขเวทนายิ่ง ๆ ขึ้นไปฉะนี้

6. “อทุกฺขมสุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตา ธมฺมา”
      เบื้องหน้าแต่นี้ จะได้แสดงในบทที่ 6 ว่า “อทุกฺขมสุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตา ธมฺมา” นี้ต่อไป ซึ่งแปลว่า ธรรมทั้งหลายอันสัมปยุตแล้วด้วยเวทนาดีไม่มีสุขไม่มีทุกข์ โดยความอธิบายว่า ทุกข์ก็อาศัยแก่ปัญจขันธ์ทั้ง 5 สุขก็อาศัยปัญจขันธ์ทั้ง 5 เมื่อเห็นว่าปัญจขันธ์ทั้ง 5 ไม่ใช่ตัวตน หรือว่าเห็นเป็นอื่น มิใช่เราแล้ว อุปาทานก็เข้าไปใกล้ เพราะฉะนั้นจึงว่า ทุกข์สุขไม่มี ดังนี้
      ส่วนอารมณ์นั้น เราก็เป็นอุเบกขา อุเบกขานั้นแปลว่า การเข้าไปเห็นปัญจขันธ์ทั้ง 5 ว่า ปัญจขันธ์ทั้ง 5 นี้ เกิดขึ้นแล้วก็ดับสิ้นสูญไป ความรู้ความเห็นนั้นก็ไม่เจือปนอยู่ด้วยปัญจขันธ์ทั้ง 5 เพราะเหตุนั้นจึงว่า ไม่มีสุข ไม่มีทุกข์ ฉะนี้ ท่านสักกวาทีจึงถามขึ้นว่า อารมณ์ที่ไม่มีสุขไม่มีทุกข์นั้นจะเป็นอย่างไร จะเป็นโลกีย์หรือจะเป็นโลกุตตระ เป็นประการใด
      ท่านปรวาทีจึงวินิจฉัยว่า ความที่ไม่สุขไม่ทุกข์นั้น ที่เป็นโลกีย์ก็มี ที่เป็นโลกุตตระก็มี เปรียบเหมือนหนึ่งอารมณ์ที่ร้อนแล้ว และมีความปรารถนาให้ตนที่ร้อนนั้นไปหาเย็น แต่ยังไปไม่ทันถึงความเย็นฉะนั้น
      ท่านปรวาทีจึงย้อนถามขึ้นอีกว่า ท่านสักกวาทีที่จะเห็นว่าอารมณ์ร้อนหรือเย็นเป็นประการใด ท่านสักกวาทีจึงตอบว่า อารมณ์นั้นร้อน ท่านปรวาทีจึงถามอีกว่า อารมณ์นั้นร้อนอย่างไร ท่านสักกวาทีจึงตอบว่า ถ้าอารมณ์ตนร้อนมาแล้ว อารมณ์นั้นเย็น ท่านปรวาทีจึงว่า จะเย็นอย่างไร ก็ยังไม่ถึงความเย็น ท่านสักกวาทีตอบว่า ถ้าเช่นนั้น อารมณ์นั้นก็ไม่เย็นไม่ร้อน พระปรวาทีจึงอนุโลมว่า นั้นแล ธรรมที่สัมปยุตแล้วด้วยเวทนาที่ไม่สุขไม่ทุกข์ ท่านสักกวาทีจึงมีความสงสัย จึงถามขึ้นอีกว่า ธรรมที่เป็นโลกีย์นั้นคือใคร ผู้ใดจะกระทำได้เล่า ขอพระผู้เป็นเจ้า จงนำบุคคลที่เป็นโลกีย์มาแสดงในที่นี้ เพื่อให้เห็นเป็นแบบเป็นฉบับสักเรื่องหนึ่ง เพื่อเป็นเครื่องเตือนสติให้สิ้นความสงสัย
      ท่านปรวาทีจึงนำบุคคลมาแสดงให้เห็นเป็นนิทัศนะอุทาหรณ์ว่า ยังมีพระมหาเถระองค์หนึ่ง ไปเจริญสมณธรรมอยู่ในอรัญราวป่า พิจารณาซึ่งสังขารธรรม เป็นอนิจจัง ทุก
ขัง อนัตตา จนอารมณ์นั้นไม่เป็นสุขเป็นทุกข์ เฉย ๆ อยู่ ในกาลครั้งนั้น ยังมีเสือโคร่งใหญ่ตัวหนึ่ง มาคาบเอาพระมหาเถระเจ้านั้นไปบริโภคเป็นภักษาหาร เมื่อเดิมทีนั้น ก็บริโภคตั้งแต่เท้าขึ้นไปถึงโคนขา พระผู้เป็นเจ้าก็ไม่เป็นทุกข์เป็นสุข จิตของพระผู้เป็นเจ้านั้นก็ยังเป็นโลกีย์ จริงอยู่ คือว่าท่านยังเป็นปุถุชนอยู่ ยังไม่ได้สำเร็จอะไร เมื่อเสือโคร่งนั้นบริโภคขึ้นไปถึงสะเอวและท้องน้อย ท่านก็ยังไม่ได้สำเร็จมรรคผลธรรมวิเศษอะไร อารมณ์ของท่านก็ยังเฉย ๆ อยู่ ไม่เดือดร้อนหวั่นไหว ครั้นบริโภคถึงดวงหฤทัยของท่านแล้ว ท่านก็ได้สำเร็จอรหัตต์ ตัดกิเลสเป็นสมุทเฉทปหาน ดับขันธ์เข้าสู่พระนิพพานในปากแห่งเสือโคร่งนั้น ดังนี้
       นักปราชญ์ผู้มีวิจารณญาณพึงสันนิษฐานเข้าใจตามนัยพระพุทธภาษิตอันวิจิตรพิสดาร อาตมารับประทานวิสัชชนามาในมาติกาบทที่ 6 ก็พอสมควรแก่เวลาด้วยประการฉะนี้

<< ย้อนกลับ || หน้าถัดไป >>

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

» ชาร์ลส์ ดาร์วิน
ชาร์ลส์ ดาร์วิน เป็นผู้มีบทบาทนำให้เกิดการศึกษาค้นพบทฤษฎีวิวัฒนาการมากที่สุด ดาร์วินเสนอควาามคิดเกี่ยวกับการคัดเลือกโดยธรรมชาติ

» สงครามครูเสด (THE CRUSADES)
ดินแดนปาเลสไตน์ อันเป็นถิ่นกำเนิดของ พระเยซูไครสท์นั้นถือกันว่าเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งคริสต์ศาสนิกชน พากันไปจาริกแสวงบุญ ตั้งแต่ต้นคริสตกาล

» อาริสโตเติ้ล
อาริสโตเติ้ลเป็นชาวเมืองสตากีรา (Stagira) บิดารับราชการอยู่ในราชสำนักของพระเจ้าอามินตัส (Amyntas) กษัตริย์แห่งมาเคด็อน (Macedon)

» ยอดมนุษย์
เรื่องราวและชีวิตของพวกเขา บางเรื่องเป็นตำนาน เป็นเรื่องเล่า เป็นความจริง บางคนไร้ตัวตนบางคนล้มเหลว บางคนเป็นต้นแบบ เป็นอาชญากร

» รพินทรนาถฐากูร
หยุดเสียเถิดการสาธยาย การขับขานและการนั่งนับลูกประคำอะไรเหล่านี้ ท่านบูชาผู้ใดกันในมุมสลัวลาง...และเปล่าเปลี่ยวของเทวลัยที่หับบานประตูหน้าต่างมิดชิดรอบด้าน

» ประเทศไทย 77 จังหวัด
ประวัตศาสตร์,ความเป็นมา,ศิลปะ,วัตนธรรม,ประเพณีสถานที่สำคัญ,แหล่งท่องเที่ยว

» สงครามเวียดนาม
เอกราชของขบวนการชาตินิยมเวียดมินห์ ต่อต้านอำนาจของจักรวรรดินิยมเดิมคือ ฝรั่งเศส ต่อมาเมื่อฝรั่งเศสถอนตัวสหรัฐอเมริกาเข้ามาแทนที่และสนับสนุนเวียดนามใต้

» คาลิล ยิบราน
คาลิล ยิบราน ศิลปินผู้ใฝ่ฝ่ายจิตนิยม เขามักจะเทศนาหลักธรรมะ ด้วยการแสดงออกทางศิลปกรรม

นี่คือขยะกองใหญ่ เชิญท่านทั้งหลายขุดคุ้ยค้นหา แยกเอาแต่สิ่งดีๆ หยิบฉวยติดมือออกไปต่อยอด เทียบเคียง ประยุกต์ใช้ และขอบคุณเหล่าท่านจอมยุทธทั้งหลาย ที่เคยแวะเวียนมาหยิบยื่นแลกเปลี่ยนประสบการณ์ แนวคิดและมุมมองอันหลากหลายไว้ให้เป็นวิทยาทาน และด้วยความทรงจำที่ดีต่อกัน แม้จะไม่มีวันนั้นอีกแล้วก็ตาม...
ห้องร้อยบุปผา ชุมนุมจอมยุทธ

สติ๊กเกอร์ไลน์