Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

หอพระไตร

มิลินทปัญหา

พระประวัติสังเขปของ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (จวน อุฏฐายีมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

อธิบายท้ายเรื่อง (8)

           สำหรับการแปลเป็นภาษาไทยนั้น บางทีอาจจะได้แปลมาตั้งแต่ครั้งกรุงสุโขทัย ด้วยอ้างถึงหนังสือมิลินทปัญหาในบานแพนกหนังสือไตรภูมิพระร่วง ซึ่งพระมหาธรรมราชาพญาลิไทย ทรงแต่งขึ้นเมื่อครั้งกรุงสุโขทัยยังเป็นราชธานี แต่ที่แน่นอนและมีต้นฉบับอยู่ในบัดนี้ 4 สำนวน คือ
            1 ฉบับแปลแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี หอพระสมุดฯ ได้ต้นฉบับไว้ แต่ไม่บริบูรณ์
            2 ฉบับแปลในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งกรมศิลปากร ได้จัดพิมพ์เผยแพร่ เป็นฉบับของหอสมุดแห่งชาติ สำนวนนี้สันนิษฐานว่า คงจะแปลในรัชกาลที่ 3 ด้วยปรากฏมาว่า ตั้งแต่รัชกาลที่ 1 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ได้โปรดฯ ให้แปลคัมภีร์ที่แต่งไว้เป็นภาษามคธ ออกเป็นภาษาไทยหลายเรื่อง ที่เป็นเรื่องใหญ่มีฉบับปรากฏอยู่ คือ เรื่องมหาวงศ์พงศาวดารลังกา ว่าด้วยพุทธศาสนประวัติในลังกาทวีป 1 ชินกาลมาลี ว่าด้วยพุทธศาสนาประวัติตั้งแต่พุทธกาลถึงนครเชียงใหม่ในสยามประเทศนี้ 1 ไตรโลกวินิจฉัย 1 เป็นอาทิ หนังสือที่แปลในรัชกาลที่ 1 มักมีบานแพนกและบอกชื่อผู้แปลไว้เป็นสำคัญ แต่มิลินทปัญหานี้ หามีไม่ จึงสันนิษฐานว่าจะแปลในรัชกาลที่ 3 ด้วยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสดับพระธรรมเทศนาทุกวันเป็นนิตย์ ตามพระราชประเพณีโปรดฯ ให้อาราธนาพระผู้ถวายเทศน์แปลพระไตรปิฎก ทั้งพระวินัย พระสูตร และพระอภิธรรม และปกรณ์ต่าง ๆ ถวาย เมื่อเทศน์แล้ว โปรดฯ ให้เขียนเก็บรักษาไว้ในหอหลวง มิลินปัญหาฉบับนี้ ก็เห็นจะแปลถวายเทศน์ในครั้งนั้น
            3 ฉบับแปลในมหามกุฏราชวิทยาลัย ในสมัยรัชกาลที่ 5 ด้วย สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ทรงตั้งมหามกุฏราชวิทยาลัยขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2436 และออกหนังสือธรรมจักษุเป็นรายเดือนสมนาคุณแก่ผู้บริจารบำรุงมหามกุฏราชวิทยาลัย ได้ทรงแปลมิลินทปัญหาลงพิมพ์ในหนังสือธรรมจักษุดังกล่าว เป็นตอน ๆ แต่มิได้ทรงแปลด้วยพระองค์เองตลอด ทรงให้พระกรรมการมหามกุฏราชวิทยาลัยบ้าง พระภิกษุสามเณรนักเรียนในมหามกุฏราชวิทยาลัยบ้าง ช่วยกันแปลเป็นตอน ๆ แล้วทะยอยลงพิมพ์ในหนังสือธรรมจักษุจนจบ สำนวนแปลในฉบับนี้เป็นแบบ “สำนวนสนาม” คือเหมือนอย่างที่แปลกันในการสอนพระปริยัติธรรมสนามหลวง เมื่อครั้งสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงเลือกมิลินทปัญหาสำหรับจัดพิมพ์เป็นฉบับของหอสมุดแห่งชาติ ทรงเห็นว่า ฉบับแปลในมหามกุฏราชวิทยาลัยนี้ สำนวนไม่สม่ำเสมอ เพราะแปลกันหลายคน จึงไม่ทรงเลือกเอาฉบับนี้ ทรงเลือกเอาฉบับแปลในสมัยรัชกาลที่ 3 ดังกล่าวแล้ว ข้างต้น
            4 ฉบับเรียบเรียงใหม่ เรียกว่า “ปัญหาพระยามิลินท์” โดยนายยิ้ม ปัณฑยางกูร เปรียญ เจ้าหน้าที่หอสมุดแห่งชาติ เมื่อ พ.ศ. 2483 เป็นการเรียบเรียงเอาเฉพาะใจความของแต่ละปัญหา โดยตัดข้อความและสำนวนที่ซ้ำ ๆ ซาก ๆ ออกเสีย เพื่อสะดวกในการอ่านและเข้าใจง่ายขึ้น และฉบับนี้ กรมศิลปากรได้จัดพิมพ์ออกเผยแพร่ เป็นฉบับของหอสมุดแห่งชาติ อีกฉบับหนึ่ง


            สำหรับมิลินปัญหา ที่ทรงพระกรุณาโปรดฯ ให้จัดพิมพ์ขึ้น ในงานพระเมรุพระศพ สมเด็จพระสังฆราช (อุฏฐายีมหาเถร) คราวนี้ได้ฉบับพิมพ์ที่โรงพิมพ์ไท เมื่อ พ.ศ. 2470 ซึ่งสมเด็จพระสังฆราชพระองค์นั้น แต่ครั้งยังทรงเป็น พระมหาจวน เปรียญ 8 ประโยค ได้ทรงพระนิพนธ์คำนำสำหรับการพิมพ์ครั้งนั้น มาเป็นต้นฉบับในการจัดพิมพ์ เมื่อได้สอบเทียบดูกับสำนวนแปลที่สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส และพระกรรมการ พระภิกษุสามเณร นักเรียน ในมหามกุฏราชวิทยาลัย ช่วยกันแปลลงพิมพ์ในหนังสือธรรมจักษุแล้ว ก็ปรากฏว่าเป็นฉบับเดียวกัน ฉะนั้น มิลินทปัญหา ฉบับโรงพิมพ์ไท พ.ศ. 2470 นี้ จึงเป็นการรวมพิมพ์มิลินทปัญหาที่แปลลงพิมพ์ในหนังสือธรรมจักษุ เป็นครั้งแรก ซึ่งเรียกในที่นี้ว่า “มิลินทปัญหา ฉบับแปลในมหามกุฏราชวิทยาลัย” และฉบับที่แปลนี้ เมื่อสอบดูกับฉบับภาษาบาลีแล้ว ก็ปรากฏว่า แปลจากฉบับบาลีอักษรโรมันที่นาย วีเทรงค์เนอร์ ได้ถ่ายทอดออกเป็นอักษรโรมันและจัดพิมพ์ขึ้นครั้งแรก ณ กรุงโคเปนเฮเก้น ประเทศเดนมาร์ก เมื่อ คศ 1880 (พ.ศ. 2423) ขณะนั้น ฉบับบาลีอักษรไทยยังไม่ได้จัดพิมพ์ขึ้นมหามกุฏราชวิทยาลัย พึ่งจะมาชำระและจัดพิมพ์ขึ้นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2466 และปรากฏว่า ทั้งสองฉบับนี้มีข้อความแปลกกันอยู่หลายแห่ง พระเถระและพระภิกษุสามเณรนักเรียนในมหามกุฏราชวิทยาลัย ที่ช่วยกันแปลมิลินทปัญหาในครั้งนั้น มีรายพระนามและรายนามดังต่อไปนี้
            คำนมัสการ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส
มิลินทปัญหา
วรรคที่ 1   
สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส
วรรคที่ 2   
พระแต้ม เปรียญ วัดบวรนิเวศวิหาร
วรรคที่ 3  
พระคำ เปรียญ วัดบวรนิเวศวิหาร (คือ พระยาวิจิตรธรรมปริวัตร คำ พรหมกสิกร ป8)
วรรคที่ 4  
สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส
วรรคที่ 5  
สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส
วรรคที่ 6  
สามเณรพุฒ (พระมหาพุฒ ผู้เคยรั้งเจ้าอาวาสวัดบรมนิวาสระหว่าง พ.ศ. 2458–2459) 
วรรคที่ 7  
สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส
วิเสสปัญหา   
สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส
เมณฑกปัญหา
วรรคที่ 1  
(ปัญหาที่ 1-2)
วรรคที่ 2  
(ปัญหาที่ 3) พระราชกวี วัดบวรนิเวศวิหาร (คือ พระธรรมปาโมกข์ ถม วราสโย ป7 วัดมกุฏกษัตริยาราม ภายหลังลาสิกขา)
           
วรรคที่ 1 
(ตั้งแต่ปัญหา 4 ไป) พระธรรมปาโมกข์ วัดมกุฏกษัติริยาราม (คือ พระพรหมมุนี แฟง กิตติ  สาโร ป7)
วรรคที่ 2  
พระธรรมปาโมกข์ วัดมกุฏกษัติริยาราม (คือ พระพรหมมุนี แฟง กิตติ  สาโร ป7)
วรรคที่ 3   
พระธรรมปาโมกข์ วัดมกุฏกษัติริยาราม (คือ พระพรหมมุนี แฟง กิตติ  สาโร ป7)
วรรคที่ 4  
พระธรรมปาโมกข์ วัดมกุฏกษัติริยาราม (คือ พระพรหมมุนี แฟง กิตติ  สาโร ป7)
วรรคที่ 5  
พระธรรมปาโมกข์ วัดมกุฏกษัติริยาราม (คือ พระพรหมมุนี แฟง กิตติ  สาโร ป7)
วรรคที่ 6   
พระธรรมปาโมกข์ วัดมกุฏกษัติริยาราม (คือ พระพรหมมุนี แฟง กิตติ  สาโร ป7)
วรรคที่ 7   
พระพรหมมุนี (แฟง กิตตสาโร) วัดมกุฏกษัตริยาราม
วรรคที่ 8   
พระพรหมมุนี  (ถึงปัญหาที่ 4)
วรรคที่ 8   
(ตั้งแต่ปัญหาที่ 5 - จบ) สมเด็จพระสังฆราชเจ้ากรมหลวงชินวรฯ วัดราชบพิธ ครั้งทรงดำรงพระอิสริยาเป็นกรมหมื่นชินวรสิริวัฒน์
วรรคที่ 9  
สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์

 
อุปมาปัญหา
            มิลินทปัญหาที่แปลลงพิมพ์ในหนังสือธรรมจักษุครั้งนั้น ไม่ได้จัดเป็นหมวดตามหมวดและวรรคของปัญหา และไม่ได้ใส่ชื่อปัญหากำกับไว้ที่หัวเรื่องของแต่ละปัญหาด้วย สำนวนการแปลก็เป็นไปต่าง ๆ กันตามความถนัดของผู้แปลแต่ละท่าน และปรากฏว่า ท่านตัดข้อความบางตอนออกเสียบ้าง เช่น อุปมาบ้างข้อ ข้อความบางตอนที่ซ้ำกันและความบางตอนก็สลับที่กัน เช่น ยกเอาอุปมาข้อ 3 ไปไว้ลำดับ 2 และเอาข้อ 2 ไปไว้เป็นลำดับ 3 เป็นต้น ฉะนั้น จึงเข้าใจว่า เมื่อโรงพิมพ์ไทประสงค์จะพิมพ์มิลินทปัญหาสำนวนนี้ออกเผยแพร่ คงจะได้ถวายเรื่องนี้แด่สมเด็จพระสังฆราช ครั้งยังทรงเป็นพระมหาจวน ช่วยตรวจชำระเพื่อการพิมพ์ และขอประทานพระนิพนธ์คำนำสำหรับการพิมพ์ครั้งนั้นด้วย สมเด็จพระสังฆราชพระองค์นั้น คงจะได้ทรงจัดระเบียบเกี่ยวกับหัวข้อปัญหาต่าง ๆ เสียใหม่และใส่ชื่อปัญหานั้น ๆ กำกับไว้ทุก ๆ ปัญหาให้ถูกต้องตามฉบับภาษาบาลีด้วย เพื่อความเป็นระเบียบและสะดวกในการค้นหา ฉะนั้น ฉบับโรงพิมพ์ไท เมื่อนำมาเทียบกับคำแปลที่ลงพิมพ์ในธรรมจักษุแล้ว จึงปรากฏว่ามีข้อแตกต่างกันบ้างเล็กน้อย คือ
            1 ในธรรมจักษุ  ไม่มีชื่อของปัญหาต่าง ๆ กำกับไว้ที่หัวเรื่องของปัญหานั้น ๆ แต่ในฉบับโรงพิมพ์ไท ใส่ชื่อปัญหาของแต่ละปัญหากำกับไว้ด้วย ตามที่มีปรากฏอยู่ในฉบับภาษาบาลี
            2 ในธรรมจักษุ บางปัญหาไม่ได้แปลไว้ แต่ในฉบับโรงพิมพ์ไท แปลเพิ่มเข้ามาใหม่ให้ครบตามฉบับภาษาบาลี และที่เพิ่มเข้ามาใหม่นี้เข้าใจว่าสมเด็จพระสังฆราชพระองค์นั้น คงจักได้ทรงแปล
            3 การใช้สัพพนาม และสร้อยคำบางคำ แปลกกันออกไปบ้าง ทั้งนี้เข้าใจว่า คงจะเป็นการเปลี่ยนคำที่เห็นว่าไม่เหมาะสม และตัดคำที่เห็นว่ารุงรังออกไปเสียบ้าง แต่ข้อความอื่น ๆ ตรงกัน
            โดยการตรวจชำระของสมเด็จพระสังฆราชพระองค์นั้น จึงทำให้มิลินทปัญหาสำนวนนี้ เรียบร้อยขึ้น เหมาะแก่การที่จะพิมพ์ออกเผยแพร่ได้ อีกประการหนึ่ง มิลินทปัญหาสำนวนนี้ กล่าวได้ว่าเป็นฉบับแปลเป็นภาษาไทย สำนวนใหม่ที่สุดเท่าที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้ ดังนั้น จึงได้ทรงเลือกและทรงพระกรุณาโปรดฯ ให้พิมพ์ในคราวนี้
            อนึ่ง มิลินทปัญหา ฉบับแปลในมหามกุฏราชวิทยาลัยนี้ แปลจากต้นฉบับภาษาบาลีอักษรโรมัน ดังที่ได้อธิบายไว้ข้างต้นแล้ว จึงปรากฏว่า ข้อความบางตอน ไม่มีในฉบับภาษาบาลีอักษรไทย ฉบับที่มหามกุฏราชวิทยาลัย ตรวจชำระพิมพ์ดังกล่าวแล้วเช่นกัน และอสาธารณนามหลายแห่งไม่ตรงกัน เช่น ชื่อพระสูตรต่าง ๆ แม่น้ำสำคัญต่าง ๆ เป็นต้น เพราะฉบับภาษาบาลีอักษรโรมันกับอักษรไทยนั้น มีข้อความคลาดเคลื่อนกันหลายแห่ง บางแห่งที่สงสัยและตรวจพบว่าต่างกันก็ทำเชิงอรรถไว้ แต่ไม่ได้ทำไว้ตลอด เพราะไม่มีเวลาตรวจสอบเพียงพอ

<<< ย้อนกลับ ||

คำปรารภ
มิลินทปัญหา
อารัมภคาถา
พาหิรกถา
ปรารภเมณฑกปัญหา
เมณฑกปัญหา
อนุมานปัญหา
อปรภาคกถา
อธิบายท้ายเรื่อง
 

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com