Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

หอพระไตร

มิลินทปัญหา
ฉบับแปลในมหามกุฏราชวิทยาลัย


เมณฑกปัญหา

วรรคที่สาม

8 ภควโตธัมมเทสนายอัปโปสุกตภาวปัญหา

พระราชาตรัสถามว่า "พระผู้เป็นเจ้านาคเสน พระผู้เป็นเจ้ากล่าวว่า 'พระตถาคตทรงอบรมพระสัพพัญญุตญาณมาในระหว่างสี่อสงไขยแสนกัปป์ จึงกระทำพระสัพพัญญุตญาณให้แก่กล้าได้แล้ว เพื่อจะยกประชุมชนหมู่ใหญ่ขึ้น' และกล่าวอีกว่า 'ภายหลังพระองค์บรรลุความเป็นสัพพัญญูแล้ว จิตของพระองค์น้อมไปเพื่อความเป็นผู้มีความขวนขวายน้อย หาน้อมไปเพื่อจะทรงแสดงธรรมไม่' ดังนี้
            พระผู้เป็นเจ้านาคเสน นายขมังธนู หรืออันเตวาสิกของนายขมังธนู ศึกษาความลอบยิงเพื่อประโยชน์แก่สงครามสิ้นวันทั้งหลายมาก เมื่อการรบใหญ่ถึงพร้อมแล้วกลับท้อถอยเสีย ฉันใด; พระตถาคตทรงอบรมพระสัพพัญญุตญาณมา ในระหว่างสี่อสงไขยแสนกัปป์ให้แก่กล้าแล้ว เพื่อจะยกประชุมชนหมู่ใหญ่ขึ้น, ครั้นพระองค์บรรลุความเป็นสัพพัญญูแล้ว ทรงท้อถอยในการแสดงธรรมก็ฉันนั้น
            อีกนัยหนึ่ง คนปล้ำ หรืออันเตวาสิกของคนปล้ำ ตั้งใจศึกษาการปล้ำไว้แล้วสิ้นวันทั้งหลายมาก ครั้นเมื่อการต่อสู้ของคนปล้ำถึงพร้อมแล้วพึงท้อใจ ฉันใด, พระตถาคตทรงอบรมพระสัพพัญญุตญาณมาในระหว่างสื่อสงไขกับแสนกัปป์กระทำให้แก่กล้า เพื่อจะยกประชุมชนหมู่ใหญ่ขึ้น, ครั้นเมื่อพระองค์ถึงความเป็นพระสัพพัญญูแล้ว ทรงท้อถอยในการแสดงธรรมก็ฉันนั้น
            พระผู้เป็นเจ้านาคเสน พระตถาคตทรงท้อแล้ว เพราะความกลัวหรือหนอ, หรือว่าทรงท้อแล้ว เพราะความที่ธรรมไม่ปรากฏ,หรือว่าพระองค์ทรงท้อแล้ว เพราะความที่แห่งพระองค์เป็นผู้ทุพพล, หรือว่าพระองค์ทรงท้อแล้ว เพราะความที่พระองค์ไม่ใช่สัพพัญญู อะไรเป็นเหตุในความท้อนั้น เชิญพระผู้เป็นเจ้ากล่าวเหตุแก่ข้าพเจ้าเพื่อข้ามความสงสัยเสีย
            พระผู้เป็นเจ้านาคเสน ถ้าพระตถาคตทรงอบรมพระสัพพัญญุตญาณมาในระหว่างสื่อสงไขยกับแสนกัปป์ให้แก่กล้าแล้ว เพื่อจะยกประชุมชนหมู่ใหญ่ขึ้น, ถ้าอย่างนั้น คำที่ว่า 'พระตถาคตทรงบรรลุความเป็นสัพพัญญูแล้ว จิตของพระองค์น้อมไปเพื่อความเป็นผู้มีความขวนขวายน้อย หาน้อมไปเพื่อจะแสดงธรรมไม่' ดังนี้ คำนั้นผิด ถ้าว่าเมื่อพระองค์บรรลุความเป็นพระสัพพัญญูแล้ว จิตของพระองค์น้อมไปเพื่อความเป็นผู้มีความขวนขวายน้อย หาน้อมไปเพื่อจะทรงแสดงธรรมไม่, ถ้าอย่างนั้น คำที่ว่า 'พระตถาคตอบรมพระสัพพัญญุตญาณมาในระหว่างสี่อสงไขกับแสนกัปป์ให้แก่กล้าแล้ว เพื่อจะยกประชุมชนหมู่ใหญ่ขึ้น' ดังนี้ แม้นั้นก็ผิด ปัญหาแม้นี้สองเงื่อนลึกอันบุคคลเปลื้องยาก มาถึงพระผู้เป็นเจ้าแล้ว, พระผู้เป็นเจ้าพึงแก้ไขขยายออกให้แจ้งชัดเถิด"
            พระเถรเจ้าทูลว่า "ขอถวายพระพร พระตถาคตทรงอบรมพระสัพพัญญุตญาณมาในระวางสี่อสงไขยกับแสนกัปป์ให้แก่กล้าแล้วเพื่อจะยกชนหมู่ใหญ่ขึ้น; และครั้นพระองค์บรรลุพระสัพพัญญุตญาณแล้วจิตของพระองค์น้อมไปแล้ว เพื่อความเป็นผู้มีความขวนขวายน้อยหาน้อมไปเพื่อจะทรงแสดงธรรมไม่, ก็ความน้อมไปนั้น เหตุเห็นความที่ธรรมเป็นของลึก และละเอียด และอันบุคคลเห็นยาก และอันบุคคลตรัสรู้ตามด้วยยาก และสุขุม และแทงตลอดด้วยยาก และความที่สัตว์ทั้งหลายมีอาลัยเป็นที่มายินดี และสักกายทิฏฐิอันสัตว์ทั้งหลายยกขึ้นแล้วมั่น; ทรงดำริว่า "อะไรหนอแล อย่างไรหนอแล" ดังนี้ จิตของพระองค์น้อมไปแล้ว เพื่อความเป็นผู้มีความขวนขวายน้อย หาน้อมไปเพื่อจะทรงแสดงธรรมไม่; จิตนั้นมีความคิดถึงความแทงตลอดของสัตว์ทั้งหลายในพระหฤทัยอย่างเดียว
            ขอถวายพระพร อุปมาเหมือนหมอผู้ตัดผ่า เข้าไปใกล้นวชนผู้อันพยาธิมิใช่อย่างเดียวเบียดเบียนแล้ว จึงคิดอย่างนี้ว่า "พยาธิของชนนี้ จะพึงระงับได้ด้วยความเพียรอะไรหนอ หรือด้วยเภสัชขนานไหน" ดังนี้ ฉันใด; จิตของพระตถาคตเห็นชนอันพยาธิ คือ กิเลสทั้งปวงเบียดเบียนแล้ว และเห็นความที่ธรรมเป็นของลึก และละเอียด และอันบุคคลเห็นโดยยาก และอันบุคคลตรัสรู้ตามโดยยาก สุขุม มีความแทงตลอดโดยยากว่า "อะไรหนอแล อย่างไรหนอแล" ดังนี้ จิตของพระองค์น้อมไปแล้ว เพื่อความเป็นผู้มีความขวนขวายน้อย หาน้อมไปเพื่อจะทรงแสดงธรรมไม่; ความน้อมไปนั้น มีความคิดถึงความแทงตลอดของสัตว์ทั้งหลายในพระหฤทัยอย่างเดียว ฉันนั้นเทียว
            อุปมาเหมือนพระราชผู้กษัตริย์มุรธาภิเษกแล้ว ทอดพระเนตรเห็นนายประตู และหมู่ทหาร และหมู่สัตว์ และชาวนิคม และราชภัฏ และอมาตย์ และราชกัญญา ผู้อาศัยพระองค์เป็นอยู่ทั้งหลาย มีความดำริในพระหฤทัยเกิดขึ้นอย่างนี้ว่า "เราจักสงเคราะห์ชนทั้งหลายเหล่านี้อย่างไรหนอแล" ฉันใด;พระตถาคตทอดพระเนตรเห็นความที่ธรรมเป็นของลึก และละเอียด และบุคคลเห็นโดยยาก และอันบุคคลตรัสรู้ตามโดยยาก สุขุม มีความแทงตลอดโดยยาก และความที่สัตว์ทั้งหลายมีอาลัยเป็นที่มายินดี และความที่สักกายทิฏฐิเป็นของสัตว์ทั้งหลายเหล่านั้นถือมั่น, จึงทรงดำริว่า "จะกระทำอะไรหนอแล เราจักกระทำอย่างไรหนอแล" ดังนี้ จิตของพระองค์น้อมไปแล้ว เพื่อความเป็นผู้มีความขวนขวายน้อย หาน้อมไปเพื่อจะทรงแสดงธรรมไม่ ฉันนั้น; ความน้อมพระหฤทัยไปนั้น มีความคิดถึงความแทงตลอดของสัตว์ทั้งหลาย ในพระหฤทัยอย่างเดียว เออก็ พระตถาคตทั้งหลายอันพรหมวิงวอนแล้วย่อมทรงแสดงธรรมอันใด ความที่พระตถาคตทั้งหลายอันพรหมวิงวอนแล้วทรงแสดงธรรมนั้น เป็นธรรมของพระตถาคตทั้งหลายทั้งปวง ก็อะไรเป็นเหตุในข้อนั้น โดยสมัยนั้น มนุษย์ทั้งหลายดาบสและปริพาชกทั้งหลาย สมณะและพราหมณ์ทั้งหลายเหล่าใดชนทั้งหลายเหล่านั้นทั้งปวง เป็นผู้มีพรหมเป็นเทพดาผู้หนักในพรหมเป็นผู้มีพรหมเป็นที่ถึงในเบื้องหน้า;โลกกับทั้งเทพดาจักนอบน้อม จักเชื่อถือ จักน้อมใจตามพระตถาคตเจ้า เพราะความนอบน้อมของพรหมนั้น ผู้มีกำลัง มียศ มีชื่อเสียงโด่งดัง ผู้เยี่ยม ผู้เลิศลอย เพราะเหตุนั้น พระตถาคตทั้งหลาย ต่อพรหมวิงวอนแล้วจึงทรงแสดงธรรม
            เปรียบเหมือนพระมหากษัตริย์ หรือราชมหาอมาตย์ผู้หนึ่ง ย่อมนอบน้อมทำความเคารพแก่บุคคลใด, ประชุมชนนอกนั้น ย่อมนอบน้อมกระทำความเคารพแก่บุคคลนั้น เพราะความนอบน้อมของพระมหากษัตริย์หรือราชมหาอมาตย์นั้น ผู้มีกำลังกว่า ฉันใด;โลกกับทั้งเทวดาจักนอบน้อมแด่พระตถาคตทั้งหลายผู้อันพรหมนอบน้อมแล้ว ฉันนั้นแล พรหมอันชาวโลกบูชาแล้ว ๆ, เพราะฉะนั้น มหาพรหมนั้นจึงทูลวิงวอนพระตถาคตเจ้าทั้งปวงเพื่อแสดงธรรม, และพระตถาคตทั้งหลายอันพรหมทูลวิงวอนแล้ว จึงทรงแสดงธรรมเพราะเหตุนั้น ขอถวายพระพร"
            ร "ดีละ พระผู้เป็นเจ้านาคเสน ปัญหาพระผู้เป็นเจ้าคลี่คลายขยายดีแล้ว เวยยากรณ์มีความเจริญนัก ข้อวิสัชนาปัญหานั้นสมอย่างนั้น, ข้าพเจ้ายอมรับรองอย่างนั้น"

 


วรรคที่ 1
วรรคที่ 2
วรรคที่ 3
วัตถคุยหทัสสนปัญหา
ตถาคตผรุสวาจนัตถีติปัญหา
รุกขเจตนาเจตนปัญหา
เทวปิณฑปาตมหัปผลภาวปัญหา
พุทธปูชานุญญาตปัญหา
ภควโตปาทปัปปฏิกปติตปัญหา
คาถาภีคีตโภชนทานกถากถนปัญหา
ภควโตธัมมเทสนายอัปโปสุกตภาวปัญหา
พุทธอาจริยานาจริยปัญหา
อัคคานัคคสมณปัญหา
วรรคที่ 4
วรรคที่ 5
วรรคที่ 6
วรรคที่ 7
วรรคที่ 8
วรรคที่ 9
 

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com