Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

หอพระไตร

มิลินทปัญหา
ฉบับแปลในมหามกุฏราชวิทยาลัย


เมณฑกปัญหา

วรรคที่เจ็ด

8 นิพพานอัตถิภาวปัญหา

พระราชาตรัสถามว่า "พระผู้เป็นเจ้านาคเสน สัตว์ทั้งหลายเกิดแต่แกรรม ย่อมปรากฏในโลก, สัตว์ทั้งหลายเกิดแต่เหตุ ย่อมปรากฏ, สัตว์ทั้งหลายเกิดแต่อุตุ ย่อมปรากฏ, สิ่งใดที่ไม่เกิดแต่กรรม ไม่เกิดแต่เหตุ ไม่เกิดแต่อุตุ จงกล่าวสิ่งนั้นแก่ข้าพเจ้าเถิด"
            พระเถรเจ้าทูลว่า "ขอถวายพระพร ของทั้งหลายสองเหล่านี้ไม่เกิดแต่กรรม ไม่เกิดแต่เหตุ ไม่เกิดแต่อุตุในโลก, ของทั้งหลายสองเป็นไฉน: ของทั้งหลายสอง คือ อากาศไม่เกิดแต่กรรม ไม่เกิดแต่เหตุ ไม่เกิดแต่อุตุ, พระนิพพานไม่เกิดแต่กรรม ไม่เกิดแต่เหตุ ไม่เกิดแต่อุตุ
            ขอถวายพระพร ของสองประการเหล่านี้ ไม่เกิดแต่กรรม ไม่เกิดแต่เหตุ ไม่เกิดแต่อุตุแล"
            ร "พระผู้เป็นเจ้านาคเสน พระผู้เป็นเจ้าจงอย่าหลู่ซึ่งพระพุทธพจน์ของพระพุทธเจ้าผู้ชนะแล้ว, ไม่รู้แล้วจงอย่าพยากรณ์ปัญหาเลย"
            ถ "ขอถวายพระพร อาตมภาพกล่าวปัญหาอะไร, พระองค์จึงรับสั่งกะอาตมภาพอย่างนี้ว่า 'พระผู้เป็นเจ้าจงอย่าหลู่ซึ่งพระพุทธพจน์ของพระพุทธเจ้าผู้ชนะแล้ว ไม่รู้แล้วจงอย่าพยากรณ์ปัญหาเลย"
            ร "พระผู้เป็นเจ้านาคเสน การที่กล่าวว่า 'อากาศไม่เกิดแต่กรรม ไม่เกิดแต่เหตุ ไม่เกิดแต่ฤดู' ดังนี้ นี้ควรแล้วก่อน พระผู้เป็นเจ้านาคเสน ก็มรรคเพื่อทำให้แจ้งซึ่งพระนิพพาน พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสแล้วแก่สาวกทั้งหลาย ด้วยเหตุทั้งหลายมิใช่ร้อยเดียว, ครั้นเมื่อเป็นเช่นนั้น พระผู้เป็นเจ้า กล่าวอย่างนี้ว่า 'พระนิพพานไม่เกิดแต่เหตุ ดังนี้"
            ถ "ขอถวายพระพร มรรคเพื่อกระทำนิพพานให้แจ้ง พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสแล้วแก่สาวกทั้งหลาย ด้วยเหตุทั้งหลายมิใช่ร้อยเดียวจริง, ก็แต่เหตุเพื่อความถือมั่นนิพพานอันพระองค์ไม่ตรัสแล้ว"
            ร "พระผู้เป็นเจ้านาคเสน ในที่นี้ เราทั้งหลายจากที่มืดเข้าไปสู่ที่มืดกว่า, จากไพรเข้าไปสู่ไพรที่ทึบกว่า, จากชัฏเข้าไปสู่ชัฏที่รกกว่า, ชอบกล เหตุเพื่อทำนิพพานให้แจ้ง มีอยู่ แต่เหตุเพื่อความถือมั่นธรรม คือ นิพพานนั้นย่อมไม่มี พระผู้เป็นเจ้านาคเสน ถ้าว่า เหตุเพื่อกระทำนิพพานให้แจ้งมีอยู่ไซร้, ถ้าอย่างนั้น เหตุเพื่อถือมั่นพระนิพพานอันบัณฑิตพึงปรารถนา
            พระผู้เป็นเจ้านาคเสน เหมือนบิดาของบุตรมีอยู่, เพราะเหตุนั้น บิดาแม้ของบิดาอันบัณฑิตพึงปรารถนา ฉันใด; อนึ่ง อาจารย์ของอันเตวาสิกมีอยู่, เพราะเหตุนั้น อาจารย์แม้ของอาจารย์ อันบัณฑิตพึงปรารถนา ฉันใด; อนึ่ง พืชของหน่อมีอยู่, เพราะเหตุนั้น พืชแม้ของพืชอันบัณฑิตพึงปรารถนา ฉันใด;
            พระผู้เป็นเจ้านาคเสน ถ้าว่าเหตุเพื่อทำนิพพานให้แจ้งมีอยู่ไซร้, ถ้าอย่างนั้น เหตุแม้เพื่อความถือมั่นพระนิพพานอันบัณฑิตพึงปรารถนาฉันนั้นนั่นแล เหมือนกับว่า ครั้นเมื่อยอดแห่งต้นไม้ หรือเครือเขามีอยู่ เพราะเหตุนั้น แม้ท่ามกลางก็มีอยู่ โคนก็มีอยู่ ฉันใด, ถ้าเหตุเพื่อความกระทำนิพพานให้แจ้งมีอยู่, ถ้าอย่างนั้น เหตุเพื่อความถือมั่นนิพพานอันบัณฑิตพึงปรารถนา ฉันนั้นนั่นเทียวแล"
            ถ "ขอถวายพระพร พระนิพพานอันใคร ๆ ไม่พึงถือมั่น, เพราะฉะนั้น เหตุเพื่อความถือมั่นพระนิพพาน อันพระผู้มีพระภาคเจ้าไม่ตรัสแล้ว"
            ร "พระผู้เป็นเจ้านาคเสน เชิญพระผู้เป็นเจ้าแสดงเหตุ ยังข้าพเจ้าให้ทราบด้วยเหตุ, ข้าพเจ้าพึงทราบอย่างไรว่า 'เหตุเพื่อกระทำนิพพานให้แจ้งมีอยู่ เหตุเพื่อความยึดมั่นพระนิพพานไม่มี"
            ถ "ขอถวายพระพร ถ้าอย่างนั้น บรมบพิตรจงตั้งพระกรรณทรงสดับโดยเคารพ จงสดับให้สำเร็จประโยชน์เถิด, อาตมภาพจักกล่าวเหตุในข้อนั้น
            ขอถวายพระพร บุรุษพึงอาจเพื่อจะเข้าไปใกล้ราชบรรพตชื่อหิมวันต์ แต่ที่นี้ ด้วยกำลังอันมีอยู่โดยปกติหรือ"
            ร "อาจซิ พระผู้เป็นเจ้า"
            ถ "ขอถวายพระพร ก็บุรุษนั้นอาจเพื่อจะนำราชบรรพตชื่อหิมวันต์ มาในที่นี้ ด้วยกำลังโดยปกติหรือ"
            ร "ไม่พึงอาจเลย พระผู้เป็นเจ้า"
            ถ ขอถวายพระพร มรรคเพื่อทำนิพพานให้แจ้ง อันพระผู้มีพระภาคเจ้าอาจเพื่อจะตรัส เหตุเพื่อความถือมั่นพระนิพพานนั้น อันพระผู้มีพระภาคเจ้าไม่อาจเพื่อจะทรงแสดง ฉันนั้นนั่นแล
            ขอถวายพระพร บุรุษพึงอาจเพื่อจะข้ามมหาสมุทรด้วยเรือถึงฝั่งโน้น ด้วยกำลังอันมีอยู่โดยปกติหรือ"
            ร "อาจซิ พระผู้เป็นเจ้า"
            ถ "ขอถวายพระพร บุรุษนั้นอาจเพื่อจะนำฝั่งโน้นของมหาสมุทรมาในที่นี้ ด้วยกำลังอันมีอยู่โดยปกติหรือ"
            ร "หาไม่ พระผู้เป็นเจ้า"
            ถ "ขอถวายพระพร มรรคเพื่อกระทำนิพพานให้แจ้ง อันพระผู้มีพระภาคเจ้าอาจเพื่อจะตรัส เหตุเพื่อความยึดมั่นพระนิพพาน อันพระผู้มีพระภาคเจ้าไม่อาจเพื่อจะทรงแสดง ฉันนั้นนั่นเทียวแล; ซึ่งเป็นอย่างนี้ มีอะไรเป็นเหตุ ซึ่งเป็นอย่างนี้ เพราะความที่ธรรมเป็นอสังขตะ"
            ร "พระผู้เป็นเจ้านาคเสน พระนิพพานเป็นอสังขตะหรือ"
            ถ "ขอถวายพระพร พระนิพพานเป็นอสังขตะ พระนิพพานอันปัจจัยเหล่าไร ๆ กระทำไม่ได้แล้ว พระนิพพานเป็นธรรมชาติ อันใคร ๆ ไม่พึงกล่าวว่า พระนิพพานเกิดขึ้นแล้ว หรือว่าพระนิพพานนั้นไม่เกิดขึ้นแล้ว หรือว่าพระนิพพานนั้นเป็นของควรให้เกิดขึ้น หรือว่าพระนิพพานนั้น เป็นอดีต หรือว่าพระนิพพานนั้น เป็นอนาคต หรือว่าพระนิพพานนั้น เป็นปัจจุบัน หรือว่าพระนิพพานนั้น อันบุคคลพึงรู้แจ้งด้วยจักษุ หรือว่านิพพานนั้น อันบุคคลพึงรู้แจ้งด้วยโสด หรือว่านิพพานนั้น อันบุคคลพึงรู้แจ้งด้วยฆานะ หรือว่านิพพานนั้น อันบุคคลพึงรู้แจ้งด้วยชิวหา หรือว่านิพพานนั้นอันบุคคลพึงรู้แจ้งด้วยกาย"
            ร "พระผู้เป็นเจ้านาคเสน ถ้าว่าพระนิพพานนั้น ไม่เป็นธรรมเกิดขึ้นแล้ว ไม่เป็นธรรมยังไม่เกิดขึ้นแล้ว ไม่เป็นธรรมควรจะให้เกิดขึ้น ไม่เป็นอดีต ไม่เป็นอนาคต ไม่เป็นปัจจุบัน ไม่เป็นธรรม อันบุคคลพึงรู้แจ้งด้วยจักษุ ไม่เป็นธรรมอันบุคคลพึงรู้แจ้งด้วยโสตไม่เป็นธรรมอันบุคคลพึงรู้แจ้วด้วยฆานะ ไม่เป็นธรรมอันบุคคลพึงรู้แจ้งด้วยชิวหา ไม่เป็นธรรมอันบุคคลพึงรู้แจ้งด้วยกาย, พระผู้เป็นเจ้านาคเสน ถ้าอย่างนั้น พระผู้เป็นเจ้าอ้างพระนิพพานไม่มีเป็นธรรมดา, นิพพานย่อมไม่มี"
            ถ "ขอถวายพระพร พระนิพพานมีอยู่, พระนิพพานอันบัณฑิตพึงรู้แจ้งด้วยใจ, พระอริยสาวกปฏิบัติแล้วชอบ ย่อมเห็นพระนิพพานด้วยใจ อันหมดจดวิเศษแล้ว ประณีตตรง ไม่มีกิเลสเครื่องกั้น ไม่มีอามิส"
            ร "พระผู้เป็นเจ้านาคเสน ก็พระนิพพานนั้นเช่นไร พระนิพพานไรเล่า อันบัณฑิตทั้งหลายพึงแสดง ด้วยเหตุเครื่องอุปมาทั้งหลาย, พระนิพพานมีอยู่เป็นธรรมดา อันบัณฑิตพึงแสดงด้วยเหตุเครื่องอุปมาทั้งหลาย ด้วยประการใด ๆ ขอพระผู้เป็นเจ้ายังข้าพเจ้าให้ทราบ ด้วยเหตุทั้งหลาย ด้วยประการนั้น ๆ"
            ถ "ขอถวายพระพร ชื่อว่าลมมีหรือ"
            ร "มีซิ พระผู้เป็นเจ้า"
            ถ "ขอถวายพระพร เชิญบรมบพิตรทรงแสดงลมโดยวรรณหรือโดยสัณฐาน หรือละเอียดหรือหยาบ หรือยาวหรือสั้น"
            ร "พระผู้เป็นเจ้านาคเสน ลมใคร ๆ ไม่อาจแสดงได้, ลมนั้นย่อมไม่เข้าถึงซึ่งความถือเอาด้วยมือหรือ หรือความขยำ, เออก็ แต่ลมมีอยู่"
            ถ "ขอถวายพระพร ถ้าว่าลมอันใคร ๆ ไม่อาจเพื่อจะชี้ได้, ถ้าอย่างนั้นลมไม่มี"
            ร "พระผู้เป็นเจ้านาคเสน ข้าพเจ้าทราบอยู่ ซึมทราบ ณ หฤทัยของข้าพเจ้าว่า 'ลมมีอยู่,' ก็แต่ว่า ข้าพเจ้าย่อมไม่อาจเพื่อจะชี้ลมได้"
            ถ "ขอถวายพระพร นิพพานมีอยู่, ก็แต่ว่า ใคร ๆ ไม่อาจเพื่อชี้โดยวรรณ หรือโดยสัณฐาน ฉันนั้นนั่นเทียวแล"
            ร "ดีละ พระผู้เป็นเจ้านาคเสน ข้ออุปมา พระผู้เป็นเจ้าแสดงดีแล้ว, เหตุพระผู้เป็นเจ้าแสดงออกดีแล้ว, ข้อวิสัชนาปัญหาของพระผู้เป็นเจ้านั้น สมอย่างนั้น, ข้าพเจ้ายอมรับรองอย่างนั้น"

 


วรรคที่ 1
วรรคที่ 2
วรรคที่ 3
วรรคที่ 4
วรรคที่ 5
วรรคที่ 6
วรรคที่ 7
หีนายวัตตนปัญหา
อรหโตกายิกเจตสิกเวทนาปัญหา
อภิสมยันตรายกรปัญหา
สมณทุสสีลคีหิทุสสีลปัญหา
อุทกสัตตชีวปัญหา
โลกนัตถิภาวปัญหา
สติสัมโมสปัญหา
นิพพานอัตถิภาวปัญหา
กัมมชากัมมชปัญหา
วรรคที่ 8
วรรคที่ 9
 

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com