Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

หอพระไตร

โอวาทสี่ของเหลี่ยวฝาน
โดย :: เจือจันทน์ อัชพรรณ (มิสโจ)

ข้อที่สอง วิธีแก้ไขความผิดพลาด

3

        ชีวิตที่ประกอบขึ้นด้วยเลือดเนื้อนั้น ย่อมมีวิญญาณ คือความรู้สึกนึกคิด เช่นเดียวกับเรา ถ้าเราไม่สามารถทำให้สัตว์เหล่านั้นมารักนับถือเรา ไว้วางใจเรา และอยากอยู่ใกล้เราแล้ว เราก็อย่าสร้างความเคียดแค้นชิงชัง จนถึงจองเวรจองกรรมกันขึ้นเลย ถ้าลูกคิดได้เช่นนี้แล้ว ลูกก็จะกลืนเนื้อสัตว์เหล่านั้น ไม่ลงคอ เมื่อสมัยโบราณกาลในยุคหินใหม่ เรามีผู้นำที่ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตากรุณา และทรงปรีชาสามารถยิ่งพระองค์หนึ่ง ซึ่งมีพระนามว่า ตี้ซุ่น ก่อนเสวยราชย์โดยราษฎรพร้อมใจกันเลือกท่าน ท่านเป็นชาวนา ระหว่างที่ทำนาอยู่นั้น จะมีช้างมาช่วยท่านไถนา มีนกมาช่วยท่านถอนหญ้า ซึ่งปัจจุบันนี้ ภาพเช่นนี้หาดูไม่ได้อีกแล้ว ก็เพราะมนุษย์ขาดความเมตตาการุณย์ อย่างจริงใจนั่นเอง
        เรื่องความโกรธก็เช่นกัน ถ้าเรารู้จักคิดสักนิดว่า คนนั้นแตกต่างกันทั้งนิสัย สติปัญญา กรรมในอดีตและปัจจุบันภูมิหน้าภูมิหลังของแต่ละคนจึงไม่เหมือนกัน บางอย่างเขาสู้เราไม่ได้ บางอย่างเราสู้เขาไม่ได้ เมื่อเขาพลาดพลั้งไป ก็ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เป็นความโง่เขลาเบาปัญญา น่าสงสารมากกว่า น่าให้อภัยมากกว่า ถึงแม้เขาจะให้ร้ายเรา ก็เป็นเรื่องที่เขาทำผิดเอง เราไม่เดือดร้อนนัก ก็จะไม่เกิดความโกรธขึ้นมาได้เลย
        ลูกจะต้องคิดให้ได้ว่า ในโลกนี้ ไม่มีใครเลยที่ไม่เคยทำความผิด คนที่อวดดีอวดวิเศษนั้น หาใช่ปราชญ์ที่แท้จริงไม่ คนที่มีความรู้สมเป็นนักปราชญ์นั้น ท่านมักถ่อมตน คอยจับผิดตนเอง ไม่กล้าโกรธเคืองผู้อื่น ไม่จับผิดผู้อื่น คอยสำรวจตนเอง ว่าได้ล่วงเกินใครอย่างไรบ้างหรือเปล่า ยามที่มีคนล่วงเกินตน ก็จะถามตนเองเสียก่อน ว่า ได้เคยล่วงเกินเขาไว้ก่อนหรือไม่ ยามที่มีคนไม่จริงใจต่อตน ก็จะถามตนเองเสียก่อนว่า ได้เคยแสดงความไม่จริงใจต่อเขาก่อนหรือไม่ เรามัวคิดเสียเช่นนี้ เราก็จะไม่ทันได้โกรธผู้อื่น ยิ่งถามตนเองแล้วปรากฏว่า ไม่เคยล่วงเกิน ไม่เคยไม่จริงใจต่อเขามาก่อน เราก็ยิ่งสบายใจ รับเอาความผิดพลาดของผู้อื่น มาเป็นบทเรียนฝึกฝนตนเองต่อไป เราก็จะกลายเป็นคนดียิ่งๆ ขึ้น เมื่อคิดได้เช่นนี้ ใครทำไม่ดีกับเรา เราก็รับบทเรียนไว้ด้วยความยินดี จิตใจไม่ขุ่นมัว จักมีความโกรธมาแต่ไหน
        ถ้ามีคนนินทาว่าร้ายลูก ลูกก็จะต้องคิดให้ได้ว่า เหมือนคนจุดกองไฟเผาฟ้า แม้กองไฟจะใหญ่มหึมาเพียงใด แต่ฟ้านั้นว่างเปล่า ไม่มีเชื้อที่จะติดไฟได้ กองไฟจะลุกโชติช่วงสักเพียงใด ก็จะไหม้และมอดไปข้างเดียวในที่สุด คนที่ว่าร้ายลูก เห็นลูกอยู่ในความสงบ ไม่โกรธ ไม่ตอบโต้ เขาก็จะหยุดไปเองเช่นกัน เพราะการนินทาว่าร้ายนั้น เหมือนนำสีมาป้ายที่ผ้าขาวนั้น ย่อมยากที่จะขาวได้ดังเดิม แม้ลูกจะมีเหตุผลดีอย่างไร ก็ไม่สามารถจะโต้แย้งให้ขาวกระจ่างได้ เปรียบประดุจตัวไหมในฤดูใบไม้ผลิ หลงกินใบหม่อนไปดิ้นไป ยิ่งกระดุกกระดิกมากเท่าไร ใยไหมก็ยิ่งผูกมัดตัวเองมากเท่านั้น ความโกรธก็เช่นกัน มีแต่โทษหามีคุณไม่ ถ้าลูกสามารถใช้เหตุผลใคร่ครวญดูแล้ว ทุกสิ่งก็จะไม่น่าโกรธ ความโกรธก็จะไม่เกิดขึ้นกับลูกอีกเลย


        วิธีแก้ไขความผิดพลาดที่พูดไปแล้วมี แก้ไขเมื่อเกิดความผิดขึ้นแล้ว และแก้ไขเมื่อยังมิได้ทำความผิด วิธีที่ดีที่สุดก็คือ การแก้ที่ใจนั่นเอง โบราณท่านว่าไว้ กิเลสพันห้าตัณหาร้อยแปด ก็ล้วนเกิดที่ใจทั้งสิ้น ถ้าเราห้ามใจมิให้เกิดกิเลสตัณหาได้ ความผิดใดๆ ก็เกิดขึ้นไม่ได้ ดุจดั่งดวงตะวันสาดแสงส่องมาคราใด ความมืดก็หมดไป ปีศาจก็ยังต้องหลบๆ ซ่อนๆ ไม่กล้าออกมาเพ่นพ่าน เปรียบได้กับการโค่นล้มต้นไม้ที่มีพิษ ลูกจะต้องขุดรากถอนโคนให้หมดสิ้น ไม่ใช่ค่อยๆ ลิดกิ่งปลิดใบ ซึ่งไม่ทันการ
        สรุปแล้ว การแก้ที่ใจ จึงจะเข้าถึงความบริสุทธิ์ผุดผ่องได้อย่างแท้จริง เพียงเกิดความรู้สึกว่าจะทำผิด ก็รู้สึกตัวเสียก่อนแล้วด้วยสติสัมปชัญญะ ความผิดจึงเกิดขึ้นไม่ได้ นี่คือการยับยั้งชั่งใจที่ต้องอบรมบ่มเพาะ ให้สติประคองใจเราไว้ตลอดเวลา ทั้งหมดนี้ ลูกจะต้องใช้วิจารณญาณให้ถูกต้อง ว่าคราใดที่ควรจะใช้วิธีใด จึงจะเหมาะจะควร ถ้าลูกนำวิธีมาใช้ไม่เหมาะไม่ควร ก็จะไม่ทันการ แล้วลูกก็จะต้องตกอยู่ในความโง่ต่อไป ไม่มีทางได้ดี
        การตั้งปณิธานอันแน่วแน่ที่จะแก้ไขความผิดพลาดของตนเองก็ดี การอธิษฐานจิตอยู่บ่อยๆ ตลอดวันตลอดคืนก็ดี ล้วนแต่จะช่วยกระชับ ความหนักแน่นให้แก่ลูก นอกจากนี้ ยังต้องมีกัลยาณมิตรคอยช่วยเหลือตักเตือน มีผีสางเทวดาคอยช่วยดลใจจิตใจของลูกต้องเด็ดเดี่ยว แน่วแน่ ทั้งกลางวัน กลางคืน ทุกขณะจิต ทุกลมหายใจเข้าออก เพียงสักหนึ่งหรือสองสัปดาห์ อย่างช้าก็ไม่เกินสามเดือน ย่อมปรากฏผลอย่างแน่นอน
        ลูกจงคอยสังเกตถึงจิตใจที่จะสงบขึ้น สติปัญญาแจ่มใสสมองโปร่งไม่ปวดศีรษะ ทำอะไรก็ดูจะง่ายขึ้น เร็วขึ้น ไม่ผิดพลาด ไม่เครียดจนหงุดหงิด ถ้าลูกพบคน ที่ไม่ถูกโรคกันมาก่อนกลับรู้สึกเฉยๆ แทนที่จะเกิดความอิดหนาระอาใจ อย่างที่เคยเป็นมา กลางคืนอาจจะฝันว่า ตนเองได้อาเจียนของดำๆ ออกมา บางทีก็จะฝันเห็นนักปราชญ์โบราณมาสั่งสอนแนะนำ บางทีก็จะฝันว่า ได้บินไปเที่ยวบนท้องฟ้า บางก็จะเห็นเครื่องบูชาพระพุทธเจ้า ล้วนเป็นนิมิตดี เพื่อให้ลูกรู้ว่า บาปกรรมนั้นได้ลดน้อยถอยลงแล้ว แต่ลูกอย่าได้ลำพองใจเป็นอันขาด มิฉะนั้นความเพียรของลูกจะหยุดก้าวหน้าได้ทันที
        แต่ก่อนนี้สมัยชุนชิว มีขุนนางในแคว้นเว่ยท่านหนึ่ง เมื่ออายุได้ยี่สิบปี ท่านก็รู้สึกตัวว่าตนเองได้ทำผิดอะไรมาบ้าง และสามารถแก้ไขได้หมดสิ้น ครั้นเมื่อท่านอายุได้ ๒๑ ปี ท่านก็รู้อีกว่าที่คิดว่าแก้ไขหมดแล้วนั้น ที่แท้ยังไม่หมดจดดี ครั้นเมื่อท่านอายุได้ ๒๒ ปี ท่านก็ยังเห็นอีกว่ายังเหลือความผิดอะไรอยู่บ้าง เช่นนี้ทุกปีมา จนเมื่อท่านอายุ ๕๐ ปี ก็ยังรู้ว่าเมื่อท่านอายุ ๔๙ ปีนั้น มีความผิดที่ยังไม่ได้แก้ไขอะไรบ้าง ลูกจงดูไว้เป็นตัวอย่างว่าคนโบราณนั้น ท่านมีความจริงใจต่อการแก้ไขเพื่อพัฒนาตนเองเพียงไร
        พวกเราสมัยนี้ล้วนแต่เป็นคนหยาบ มีความผิดติดตัวกันมากมาย ราวกับตัวเหลือบที่เกาะเต็มไปหมด แต่เราก็ไม่เห็นไม่รู้สึกว่าอดีตนั้น เราได้ทำอะไรผิดพลาดมาบ้าง นี่ก็เพราะความหยาบของจิตมีดวงตา ก็หามีแววไม่นั่นเอง
        ลูกจงสังเกตคนที่บาปหนา มักจะปรากฏบุคลิกภาพที่อาภัพให้เห็นได้ง่ายๆ เช่นเป็นคนขี้หลงขี้ลืม ปวดหัว มึนงง ง่วงเหงาหาวนอน แม้จะไม่มีเรื่องร้ายแรงอะไรเกิดขึ้น ก็มีจิตใจที่หงุดหงิด เศร้าซึมเลื่อนลอย ขี้หวาดกลัว หาความสุขความร่าเริงไม่ได้ เห็นคนก็ไม่กล้าสบตาด้วย ไม่ชอบฟังเทศน์ฟังธรรม บางทีทำดีกับใครก็กลับได้ผลในทางตรงกันข้าม กลางคืนนอนก็ฝันร้าย พูดจาเลอะเลือน จิตใจท้อแท้ เหล่านี้ล้วนเป็นนิมิต ของคนบาปหนาทั้งสิ้น ถ้าลูกรู้สึกตัวว่าเป็นเช่นนี้ ก็จงรีบหาทางแก้ไขโดยด่วน อย่าได้รั้งรออยู่เลย

<< ย้อนกลับ

ประวัติท่านเหลี่ยวฝาน
ข้อที่หนึ่ง การสร้างอนาคต
ข้อที่สอง วิธีแก้ไขความผิดพลาด
ข้อที่สาม วิธีสร้างความดี
ข้อที่สี่ ความถ่อมตน

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com