Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

หอพระไตร

โอวาทสี่ของเหลี่ยวฝาน
โดย :: เจือจันทน์ อัชพรรณ (มิสโจ)

ข้อที่สาม วิธีสร้างความดี

2

        สมัยพระเจ้าเองจงเป็นฮ่องเต้ พ.ศ. ๑๙๗๙-๑๙๙๒ มีขุนโจรก่อกวนจลาจลขึ้น ที่เมืองฮกเกี้ยน มีราษฎรและนักศึกษาสนับสนุนขุนโจรกันมากมาย ฮ่องเต้จึงโปรดเกล้าฯ ให้นายทหารคุมทัพออกปราบปราม ท่านนายทหารผู้นี้ หาทางจับเป็นขุนโจรได้ โดยไม่สูญเสียชีวิตไพร่พลและราษฎรเลย ต่อมา ทางด้านตะวันออกของเมืองฮกเกี้ยน ยังมีสมุนขุนโจรหลงเหลืออยู่มากมาย นายทหารท่านนี้ จึงบัญชาให้ขุนนางในกรมมหาดไทยของเมืองนั้น แซ่เจี่ย ให้ออกกวาดล้างแทนท่าน ถ้าจับได้ให้ฆ่าให้หมดสิ้น แต่ท่านเจี่ยไม่ยอมปฏิบัติตาม ท่านกลับให้คนลอบไปแจ้งแก่ราษฎรว่า ถ้าใครไม่เข้าข้างโจร ก็ให้เอาผ้าขาวแขวนไว้ที่หน้าประตูบ้าน ในวันที่กองทหารจะเข้าไปตรวจค้นโจร ในแต่ละบ้าน แล้วสั่งห้ามมิให้ทหารข่มเหงราษฎร ถ้าบ้านใครมีผ้าขาวแขวนอยู่ ก็จะไม่ถูกลงโทษใดๆ ทั้งสิ้น เป็นอันว่าครั้งกระนั้น ราษฎรและนักศึกษา รอดตายประมาณหนึ่งหมื่นคน ท่านเจี่ยมีคุณธรรมล้ำเลิศ ต่อมาบุตรชายสอบได้ที่ ๑ ได้เป็นจอหงวน รับราชการจนได้เป็นไจเสี่ยง ซึ่งเป็นตำแหน่งสูงสุด ในราชการฝ่ายบุ๋น (ฝ่ายบริหารประเทศ) และหลานชายของท่านเจี่ย ต่อมาก็สอบได้เป็นที่สาม ได้รับราชการเช่นกัน
        ที่เมืองฮกเกี้ยน มีตระกูลหนึ่งแซ่หลิน บรรพสตรีท่านหนึ่งเป็นผู้ใจบุญมาก ชอบทำขนมเลี้ยงคนจน ใครมาขอขนมก็รีบกุลีกุจอตักให้ ไม่เคยแสดงสีหน้ารังเกียจเดียดฉันท์ ต่อมามีเทวดาแปลงร่างเป็นเต้าหยิน มาขอขนมคุณยายท่านนี้ทุกเช้าและขอมากๆ เสียด้วย ท่านก็ไม่เคยบ่นว่า ตักให้มากๆ ทุกวันเป็นเวลาสามปี ตลอดระยะสามปีนี้ ไม่เคยขาดเลยแม้แต่วันเดียว ไม่เคยให้น้อย ไม่เคยเบื่อหน่ายต่อการให้ สามปีประดุจหนึ่งวัน เต้าหยินแอบชมเชยนางอยู่ในใจว่า จะหาใครให้ทานได้สม่ำเสมอ โดยไม่อิดหนาระอาใจเช่นนี้ไม่ได้อีกแล้ว ท่านจึงพูดกับนางว่า อาตมาฉันขนมของท่านมาสามปีแล้ว จึงใคร่จะขอตอบแทนพระคุณท่านเสียที ที่หลังบ้านของท่าน มีที่ว่างอยู่ ถ้าท่านทำฮวงซุ้ยในบริเวณนี้ได้ ต่อไปลูกหลานเหลนโหลนของท่าน จะได้เป็นขุนนาง ถ้าจะเปรียบก็พูดได้ว่า จะเป็นขุนนางมากมาย เท่ากับเมล็ดงาหนึ่งถังใหญ่ทีเดียว ท่านลองคิดดูก็แล้วกันเมล็ดงานั้นเล็กเพียงไร อยู่ในถังใหญ่ๆ จะมีปริมาณมากเพียงไร ต่อมา นางได้ถึงแก่กรรมลง บุตรชายจึงนำไปฝังไว้ในที่นี้ อีกไม่นาน ตระกูลนี้เข้าสอบครั้งแรก ก็สอบได้ถึงเก้าคน และได้เป็นขุนนางทั้งหมดเช่นกัน ได้เป็นขุนนางทุกชั่วคน จนมีคำร่ำลือกันไปทั่วว่า ไม่เคยมีครั้งใด ที่การสอบไล่ จะไม่มีคนในตระกูลหลินติดอันดับ


        อีกตระกูลหนึ่งคือตระกูลเฝิง บุตรชายรับราชการในกองประวัติศาสตร์แห่งชาติ ก่อนหน้านั้น บิดาสอบได้เป็นที่ซิวจ๋ายทุกเช้าจะต้องไปเรียนต่อที่อำเภอ อยู่มาวันหนึ่ง อากาศหนาวจัดมาก ท่านเดินไปตามทาง พบคนนอนหนาวจมหิมะอยู่ คลำดูปรากฏว่าแข็งไปครึ่งตัวแล้ว ท่านรีบถอดเสื้อหนาวออกใส่ ให้พยุงให้ลุกขึ้นพากลับมาบ้านของท่าน ช่วยประคบประหงมจนฟื้นดีดังเดิม คืนนั้น ท่านฝันไปว่า มีเทวดาองค์หนึ่งมาพูดกับท่านว่า เป็นการยากยิ่งนัก ที่เจ้าสามารถช่วยเหลือคน ให้ฟื้นรอดตายได้อย่างหวุดหวิด เราจะให้หานฉี มาเกิดในตระกูลของเจ้า ต่อมา บุตรชายที่เดี๋ยวนี้ทำงานกองประวัติศาสตร์ก็เกิดมา จึงขนานนามว่า ฉี ตามที่ฝันไป หานฉีท่านนี้เกิดในสมัยราชวงศ์ซ้อง พ.ศ. ๑๕๐๓-๑๖๗๐ เป็นขุนนางในตำแหน่งไจเสี่ยงถึงสองรัชกาล คือ พระเจ้าอิงจงฮ่องเต้ พ.ศ. ๑๖๐๗-๑๖๑๐ และพระเจ้าเสินจงฮ่องเต้ พ.ศ. ๑๖๑๑-๑๖๒๘ เป็นที่รักของคนทั่วไป และเป็นที่เกรงขามของชาวต่างประเทศยิ่งนัก เกียรดิคุณของท่านแผ่ไพศาล เมื่อถึงแก่อนิจกรรมแล้ว พระเจ้าเสินจงฮ่องเต้ ได้โปรดเกล้าฯ สถาปนาเป็นที่จงเซี่ยงกง เป็นเกียรติยศอันสูงสุด ที่ได้รับการขนานนามว่า เป็นผู้ที่อุทิศตนเองเพื่อความจงรักภักดี และรักชาติยิ่ง
        มีขุนนางท่านหนึ่งแซ่อิ้ง เมื่อตอนที่ท่านอยู่ในวัยกลางคน ได้เป็นซิวจ๋ายแล้ว แต่ยังไม่ได้เป็นขุนนาง จึงไปนั่งท่องตำราที่เขาแห่งหนึ่ง ซึ่งปลอดจากผู้คนมารบกวน แต่เสียงปีศาจร้องกันมากมาย ชุมนุมกันอยู่ในบริเวณนั้น ท่านแซ่อิ้งก็ไม่กลัว อยู่มาคืนหนึ่ง ท่านได้ยินเสียงปีศาจคุยกันว่า มีผู้หญิงคนหนึ่ง สามีเดินทางไปหากินแดนไกล นานแล้วไม่กลับมา พ่อผัวแม่ผัว ก็เลยบังคับให้ผู้หญิงคนนี้แต่งงานเสียใหม่ ผู้หญิงไม่ยอม จะมาแขวนคอตายแถวนี้ในคืนพรุ่งนี้ ปีศาจตนหนึ่งซึ่งผูกคอตายมาเหมือนกัน ก็จะมีคนมาแทน และจักได้ไปเกิดใหม่เสียที ท่านแซ่อิ้งได้ยินเข้า ก็บังเกิดความสงสารผู้หญิงคนนี้ขึ้นมาจับใจ จึงนำที่นาของตนไปขายอย่างเงียบๆ ได้เงินมาสี่ตำลึง จึงเขียนจดหมายขึ้นฉบับหนึ่ง แล้วส่งไปยังบ้าน ของแม่ผัวพ่อผัวของผู้หญิงคนนั้น พ่อแม่เห็นจดหมาย ก็รู้ว่าไม่ใช่ลายมือของบุตรตน พากันสงสัย แต่แล้วก็ลงความเห็นกันว่า จดหมายนั้นอาจจะปลอมกันได้ แต่เงินนั้น ถ้าไม่ใช่ลูกแล้วจะเป็นใครส่งมาให้เล่า ก็เชื่อกันว่าลูกของตนคงสุขสบายดี จึงส่งเงินมาให้พ่อแม่ใช้ เลยกลับใจไม่บังคับให้ลูกสะใภ้ไปแต่งงานใหม่ ในกาลต่อมาเมื่อบุตรชายของตนกลับบ้าน สามีภรรยาก็ได้อยู่กันเป็นปกติสุขตลอดมา
        ครั้นอีกคืนหนึ่ง ท่านแซ่อิ้งก็ได้ยินปีศาจพูดอีกว่า ฉันน่ะจะมีคนมาตายแทนแล้วเทียวนา แต่ซิวจ๋ายนี่ทำเสียเรื่องหมด ปีศาจอีกตนหนึ่งก็พูดขึ้นว่า งั้นเราก็ช่วยกันฆ่าเสียเถอะ ปีศาจตนแรกบอกว่าไม่ได้หรอก เพราะเทพเจ้าเบื้องบนเห็นเขาเป็นคนใจดี จึงได้แต่งตั้งให้เขาเป็นขุนนางในยมโลก จึงทำร้ายเขาไม่ได้เสียแล้ว ท่านแซ่อิ้งได้ฟังเช่นนั้น ก็ยิ่งมีกำลังใจที่จะทำดีให้ยิ่งๆ ขึ้น ยามเกิดทุพภิกขภัย ก็นำข้าวไปแจกจ่ายแก่ผู้อดอยากยามเมื่อญาติมิตรเดือดร้อน ก็ช่วยเหลืออย่างเต็มความสามารถ ยามประสบภัยพิบัติ ก็ไม่เคยโทษฟ้าโทษดิน กลับโทษตนเองว่าได้ก่ออกุศลกรรมมา จึงยอมรับสถานการณ์อันเลวร้ายได้อย่างสงบ เมื่อได้เป็นขุนนางแล้ว ลูกหลานก็ยังได้เป็นขุนนางอีกมากมาย

<< ย้อนกลับ | หน้าถัดไป >>

ประวัติท่านเหลี่ยวฝาน
ข้อที่หนึ่ง การสร้างอนาคต
ข้อที่สอง วิธีแก้ไขความผิดพลาด
ข้อที่สาม วิธีสร้างความดี
ข้อที่สี่ ความถ่อมตน

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com