Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

หอพระไตร

โอวาทสี่ของเหลี่ยวฝาน
โดย :: เจือจันทน์ อัชพรรณ (มิสโจ)

ข้อที่สาม วิธีสร้างความดี

9

        ข้อ ๗ ไม่ทำตนเป็นปู่โสมเฝ้าทรัพย์ หมั่นบริจาค อย่างไร
        คำสอนในพระพุทธศาสนานั้นมากมาย พระผู้มีพระภาค ทรงแนะนำให้รู้จักให้ทานเสียก่อน การให้คือการเสียสละ ท่านที่บรรลุธรรมแล้ว ท่านเสียสละได้หมด ทั้งอายตนะภายใน (ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ) และอายตนะภายนอก (รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ และธัมมารมณ์) ก็สิ่งที่ประกอบกันขึ้นมาเป็นชีวิตท่านยังเสียสละได้ เรื่องทรัพย์สินเงินทองของนอกกาย ไฉนจักเสียสละไม่ได้ ถ้าเราสามารถเสียสละได้ทุกอย่างเช่นนี้แล้ว เราก็จะรู้สึกว่า เรามิได้แบกภาระอันใดไว้ทำให้จิตใจปลอดโปร่ง ไม่ห่วงหน้ากังวลหลัง ใครทำของเราเสีย ใครขโมยของเราไปก็ไม่เดือดร้อนเลยแม้แต่นิด เพราะเราเสียสละได้หมดจริงๆ ผู้ที่ไม่สามารถเสียสละได้ทั้งหมด ก็ต้องเริ่มต้นด้วยการให้ทานบริจาคทรัพย์เสียก่อน คนในโลกนี้ เห็นว่าปัจจัยสี่นั้นเป็นสิ่งสำคัญของชีวิต และเงินเท่านั้น ที่จะบันดาลให้ได้มาซึ่งปัจจัยสี่ เพราะฉะนั้น คนส่วนมาก จึงให้ความสำคัญแก่เงินเท่าชีวิต หาได้คิดสักนิดไม่ว่า หากยังมีลมหายใจก็ดีอยู่หรอก ถ้าหมดลมเมื่อใด มีใครเคยเอาอะไรติดตัวไปได้บ้าง ผู้ที่รักเงินยิ่งชีวิต จึงควรฝึกตนให้รู้จักการบริจาคทรัพย์ให้ทานเสียบ้าง ใหม่ๆ จะเกิดความเสียดาย เพราะคนรักเงินยิ่งชีวิตมักเป็นคนตระหนี่ ใจคอคับแคบ แต่ถ้าหมั่นบริจาคก็จะเกิดเป็นนิสัยอันดีงามขึ้น สามารถบริจาคได้มากขึ้น และไม่นึกเสียดายดังแต่แรก
        ข้อ ๘ ธำรงไว้ซึ่งความเป็นธรรมได้อย่างไร
        ธรรมะคือประทีปที่ส่องวิถีทางแห่งชีวิต เมื่อหนทางข้างหน้าสว่างไสว ชีวิตย่อมดำเนินไปตามทิศทางอันถูกต้อง ดุจดั่งคนที่มีนัยน์ตาดี ย่อมสามารถเลือกทางเดินที่สะดวกที่สุด และดีที่สุดได้ โบราณท่านจึงว่า ธรรมะคือการธำรงไว้ซึ่งฟ้าดินและมนุษย์ ให้เกิดความสมดุล ผสมผสานกลมกลืนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน จะขาดไปแม้แต่สิ่งหนึ่งสิ่งใดก็หามิได้ ต้องเป็นปัจจัยอิงอาศัยซึ่งกันและกัน ทำให้เกิดสรรพสิ่งด้วยธรรมะ ธรรมะทำให้ชีวิตหลุดพ้นจากห้วงแห่งความทุกข์ มีอิสระเสรีที่จะอยู่ในโลกต่อไปก็ได้ จะไปให้พ้นโลกเสียก็ได้ ฉะนั้น เมื่อลูกเห็นศาลที่บูชานักปราชญ์ราชบัณฑิต หรือเห็นคัมภีร์โบราณ ที่เป็นธรรมะอันสูงส่ง ลูกจะต้องถนอมด้วยความเคารพ หากมีสิ่งขาดตกบกพร่อง ลูกจะต้องซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพดีดังเดิม เพื่อเป็นประโยชน์แก่อนุชนรุ่นหลังต่อไป ลูกจะต้องเผยแผ่ธรรมะ ธำรงไว้ซึ่งธรรมะ ปฏิบัติตนด้วยธรรมะ สอนให้ผู้อื่นรู้จักธรรมะ จึงจะเรียกว่าเป็นพุทธศาสนิก ที่รู้ซึ้งในพระกรุณาคุณ พระปัญญาคุณ และพระบริสุทธิคุณ ของพระผู้มีพระภาคเจ้า ถ้าลูกทำได้เช่นนี้ จึงจะได้ชื่อว่า เป็นผู้รู้พระคุณของพระผู้มีพระภาคอย่างแท้จริง และได้ถวายความกตัญญูกตเวทีแด่พระองค์อย่างถูกต้องแล้ว


        ข้อ ๙ เคารพผู้มีอาวุโสกว่าอย่างไร
        ในครอบครัว ย่อมมีบิดามารดา พี่ชายพี่สาว ที่มีอาวุโสกว่าเรา เราต้องเคารพรักรู้จักปรนนิบัติเอาใจใส่ดูแลทุกข์สุข ให้ความสุขความสำราญแก่ท่าน ให้ความสนิทสนมกลมเกลียว ยิ้มแย้มแจ่มใสเข้าหากัน พูดจากันด้วยวาจาอันไพเราะ นานไปก็จะเป็นผู้มีนิสัยอันดีงาม
        ในประเทศ ย่อมมีฮ่องเต้เป็นประมุข ที่เราจะต้องแสดงความจงรักภักดี รับราชการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต รักษากฎหมายยิ่งกว่าชีวิตของลูกเอง อย่าอวดดีทำผิดโดยคิดว่าพระองค์จะไม่ทรงทราบ การลงโทษคน โดยอาศัยอํานาจของกฎหมาย อย่าเมาอำนาจจนตัดสินโทษด้วยอารมณ์ อย่านึกว่าพระองค์ไม่ทรงทราบ แล้วทำไปด้วยความลำพองใจ โบราณท่านว่า การรับใช้ฮ่องเต้ ก็คือการรับใช้สวรรค์ สวรรค์ย่อมประทานความเจริญ ความสุขสมบูรณ์ให้ ถ้าลูกทำดีพอ
        ข้อ ๑๐ รักชีวิตผู้อื่นดุจรักชีวิตตนเองอย่างไร
        มนุษย์จักทรงความเป็นมนุษย์อยู่ได้ ด้วยจิตที่มีเมตตากรุณา การเอาชนะสิ่งที่ยากที่สุดคือใจของตนเอง ต้องเริ่มปลูกฝังจิต ให้มีเมตตากรุณาก่อน การสั่งสมคุณธรรมใดๆ ก็ต้องเริ่มที่จิตอันกอปรด้วยเมตตากรุณาเช่นกัน ในสมัยราชวงศ์โจวนั้น (ก่อน ค.ศ. ๑๑๐๐-ก่อน ค.ศ. ๗๗๑) ท่านโจวกง ซึ่งเป็นไจเสี่ยง ของพระเจ้าเฉิงอ๋อง ได้แต่งหนังสือขึ้นเล่มหนึ่งให้ชื่อว่า โจวหลี่ อันเป็นต้นตำรับที่ราชวงศ์ต่อๆ มา ถือเป็นแบบฉบับว่าด้วยการบริหารประเทศ หน้าที่ความรับผิดชอบของข้าราชการ กฎหมายและจารีตประเพณี รวมทั้งพิธีกรรมต่างๆ มีอยู่ข้อหนึ่งท่านกำหนดไว้ว่า เดือนแรกของปี เป็นเวลาที่พืชพันธุ์ธัญญาหารมีโอกาสเจริญเติบโต ง่ายแก่การตั้งครรภ์ของสรรพสัตว์ ฉะนั้น การเซ่นสรวงบูชาในเดือนนี้ จึงห้ามฆ่าสัตว์ตัวเมีย เพราะเกรงว่า อาจจะกำลังตั้งครรภ์อยู่ นี่ก็เป็นความเมตตากรุณาของท่านโจวกง ท่านนักปราชญ์เมิ่งจื๊อได้กล่าวไว้ว่า ผู้ดี ย่อมอยู่ห่างไกลจากโรงครัว ที่มีการฆ่าสัตว์ เพราะเพียงแต่ได้ยินเสียงผู้อื่นฆ่าสัตว์ ก็ทำให้จิตใจหดหู่เศร้าหมองได้ ท่านผู้ใหญ่แต่กาลก่อน จึงไม่ยอมบริโภคเนื้อสัตว์สี่ประเภท คือ
        ๑. สัตว์ที่ได้ยินเสียงเขาฆ่า
        ๒. สัตว์ที่เห็นเขากำลังฆ่า
        ๓. สัดว์ที่เลี้ยงอยู่เอง
        ๔. สัตว์ที่เขาจงใจฆ่าเพื่อให้เราบริโภค
        ลูกเห็นใครที่ไม่อยากบริโภคเนื้อสัตว์ แต่ยังทำไม่ได้ทันที ก็จงแนะนำเขา ให้เริ่มไม่แตะต้องเนื้อสัตว์สี่ประเภทนี้ ให้ได้เสียก่อน
        เริ่มฝึกเสียแต่เดี๋ยวนี้ ความก้าวหน้าในการปฏิบัติธรรมย่อมติดตามมา เมื่อกระแสจิต ได้ถูกฝึกฝนให้เจริญด้วยเมตตาธรรม และกรุณาธรรมแล้วไซร้ ก็จะไม่นึกอยากฆ่าสัตว์ สัตว์ทั้งมวลล้วนมีชีวิตจิตใจเช่นเราเหมือนกัน การนำตัวไหมลงไปต้มในน้ำร้อนๆ เพื่อทำเครื่องนุ่งห่มที่นิยมกันว่า สวยงามมีค่ามาก ที่แท้เป็นบาปกรรมโดยไม่รู้ตัว ความจริงผ้าไหม มิใช่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิตมนุษย์ เราน่าจะใช้ผ้าฝ้าย ที่ไม่ต้องเบียดเบียนสัตว์จะมิดีกว่าหรือ แม้กระทั่งการถางดินฆ่าหนอน ก็ล้วนแต่เป็นบาปกรรมทั้งสิ้น ดูดูมนุษย์เกือบทั้งหมด ล้วนแต่เบียดเบียนชีวิตผู้อื่น เพื่อความมีชีวิตของตนเอง ต้องทำปาณาติบาตอยู่ตลอดเวลาที่มีชีวิตอยู่ แม้กระทั่งมือที่ตบยุงบี้มด เท้าที่เหยียบลงไปบนตัวสัตว์โดยไม่เจตนา ก็ไม่รู้ตัวว่าวันหนึ่งๆ ได้ทำไปกี่ครั้ง ลูกจงระวังให้ดี ป้องกันให้ได้ นอกจากจะสุดวิสัยจริงๆ มีโคลงโบราณอยู่บทหนึ่ง ซึ่งเป็นที่ประทับใจพ่อจนบัดนี้ ท่านว่าไว้ว่า เพราะรักหนูจึงเก็บข้าวไว้ให้กิน เพราะสงสารแมลง จึงไม่จุดตะเกียงในยามค่ำคืน ดูเถิดว่า คนโบราณนั้น ท่านมีเมตตากรุณาเพียงไร
        การทำความดีนั้นไม่มีที่สิ้นสุด อธิบายเท่าไรก็คงไม่หมด จงถือหลักสิบประการนี้แล้ว ลูกก็จะแผ่ขยายการทำดีให้กว้างขวางออกไปเอง การสั่งสมคุณธรรม ให้ครบหนึ่งหมื่นครั้ง ก็จะอยู่เพียงแค่เอื้อม

<< ย้อนกลับ

ประวัติท่านเหลี่ยวฝาน
ข้อที่หนึ่ง การสร้างอนาคต
ข้อที่สอง วิธีแก้ไขความผิดพลาด
ข้อที่สาม วิธีสร้างความดี
ข้อที่สี่ ความถ่อมตน

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com