ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม

หอพระไตร

พระวินัยปิฎก
พระสุตตันตปิฎก
พระอภิธรรมปิฎก
พระสูตร

พระไตรปิฎกฉบับประชาชน

พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๓

ขุททกนิกาย มหานิทเทส

คำอธิบายศัพท์ในวรรคที่ ๑

๑. ญาณะ ( ความรู้ ) ข้อนี้มีบทตั้งแสดงถึงญาณ ( ความรู้ ) อันได้ แก่ปัญญา ๗๓ ประการ พร้อมทั้งกล่าวว่า ในญาณ ๗๓ ประการเหล่านี้ ๖๗ ข้อเป็นของทั่วไปแก่พระสาวก ส่วนอีก ๖ ข้อ ไม่ทั่วไปแก่พระสาวก. ในการอธิบายญาณต่าง ๆ นั้น บทตั้ง ( ซึ่งเป็นภาษิตของพระสาริบุตร มิใช่พระพุทธภาษิต ) อธิบายว่า ปัญญาอย่างนั้น ๆ ชื่อว่าญาณ ขอยกตัวอย่างตั้งแต่ข้อที่ ๑ ไป รวม ๑๐ ดังนี้ :-

๑. ปัญญาในการเงี่ยโสต ( สดับ ) ชื่อว่าญาณอันสำเร็จด้วยการฟัง
๒. ครั้นฟังแล้ว ( เกิด ) ปัญญาในการสำรวม ชื่อว่าญาณอันสำเร็จด้วยศีล
๓. ครั้นสำรวมแล้ว ( เกิด ) ปัญญาในการตั้งจิตมั่น ชื่อว่าญาณอันสำเร็จด้วย การเจริญสมาธิ
๔. ปัญญาในการกำหนดรู้ปัจจัย ชื่อว่าญาณในความตั้งอยู่แห่งธรรม ( ธัมมัฏฐิติญาณ )
๕. ปัญญาในการรวบ รวมธรรมที่เป็นอดีต, อนาคต, ปัจจุบัน แล้วกำหนดรู้ ชื่อว่าญาณในการพิจารณา ( สัมมสเน ญาณ )
๖. ปัญญาในการพิจารณา เห็นความปรวนแปรแห่งธรรมอันเป็นปัจจุบัน ชื่อว่าญาณในการพิจารณาความเกิด ความเสื่อม ( อุทยัพพยานุปัสสเน ญาณ )
๗. ปัญญาในการพิจารณาอารมณ์แล้วพิจารณาเห็นความแตกดับ ชื่อว่าญาณในการเห็นแจ้ง ( วิปัสสเน ญาณ )
๘. ปัญญาในความ ปรากฏเป็นของน่ากลัว ( แห่งสังขาร ) ชื่อว่าญาณ คือความรู้ในโทษ ( อาทีนเว ญาณ )
๙. ปัญญาที่ทำให้เกิดการพิจารณาด้วย ใคร่จะพ้นไปเสีย ชื่อว่าญาณในความวางเฉยในสังขาร ( สังขารุเปกขาสุ ญาณ )
๑๐. ปัญญาในการออกในการหมุนกลับจาก เครื่องหมายแห่งสังขารภายนอก ชื่อว่าโคตรภูญาณ

( ต่อจากนี้เป็นการแสดงมัคคญาณ, ผลญาณ, วิมุตติญาณ, ปัจจเวกขณญาณ เป็นต้น มีญาณในอริยสัจจ์ ๔ และในปฏิสัมภิทา ๔ เป็นที่สุดรวม ๖๗ ญาณ เป็นญาณที่ทั่วไปแก่พระสาวก ).

ส่วนญาณอีก ๖ ประการที่มีเฉพาะแก่พระพุทธเจ้า ไม่ทั่วไปแก่พระสาวก คือ

๑. อินทริยปโรปริยัตตญาณ (ญาณหยั่งรู้อินทรีย์อันยิ่งหย่อนของสัตว์)
๒.อาสยานุสยญาณ ( ญาณหยั่งรู้อาสัยคือความน้อมใจไปทั้งทางดีทางชั่ว และอนุสัยคือกิเลสที่นอนเนื่องในสันดานมีกามราคะ เป็นต้น มีอวิชชาเป็น ที่สุด )
๓. ยมกปาฏิหิรญาณ ( ญาณอันทำให้สามารถแสดงปาฏิหาริย์ได้ คือปาฏิหาริย์เนื่องด้วยธาตุน้ำและธาตุไฟ แสดงออก พร้อมกัน )
๔. มหากรุณาสมาบัตติญาณ ( ญาณในการเข้าสมาบัติ มีมหากรุณาเป็นอารมณ์ )
๕. สัพพัญญุตญาณ ( ญาณคือความ เป็นผู้รู้สิ่งทั้งปวง ) ๖. อนาวรณญาณ ( ญาณอันไม่มีความข้องขัดไม่มีเครื่องกั้น ).

๒. ทิฏฐิ ( ความเห็น ) ในข้อนี้มีบทตั้งเป็นของพระสาริบุตรเอง โดย แสดงถึงที่ตั้งแห่งทิฏฐิ ๘ ประการ มีขันธ์, อวิชชา, ผัสสะ เป็นต้น, เครื่องรึงรัดคือทิฏฐิ ๑๘ ประการ แจกตามชื่อกิเลสพวก ทิฏฐิ ตัวทิฏฐิเอง ๑๖ ประการ มีอัสสาททิฏฐิ ( ความเห็นด้วยความพอใจ ) เป็นต้น, ความยึดถือทิฏฐิต่าง ๆ ด้วยอาการมากน้อย ต่างกันตามประเภทของทิฏฐิ, โสดาปัตติมรรค เป็นการถอนขึ้นซึ่งที่ตั้งแห่งทิฏฐิ, การลูบคลำด้วยความยึดถือว่า ขันธ์ ๕ อายตนะภายในภายนอก เป็นต้น ว่าเป็นของเรา, เราเป็นนั่น, นั่นเป็นตัวตนของเรา จัดเป็นทิฏฐิ ในการอธิบายรายละเอียดนั้น ได้ลงสุดท้ายด้วยนำพระพุทธภาษิตแสดงถึงบุคคลผู้สมบูรณ์ด้วยทิฏฐิ ๑๐ ประการ ( ดูหน้าพระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๖ หน้า ๒) หมายเลขหัวข้อที่ ๑ - ๒

๓. อานาปานะ ( ลมหายใจเข้าออก ) ในข้อนี้มีบทตั้งเป็นของพระ สาริบุตรเองเช่นกัน แสดงญาณความรู้ ๒๐๐ ประการ อันเกิดจากสมาธิว่า จะเกิดแก่ผู้เจริญสมาธิ คือสติกำหนดลมหายใจเข้า ออก เช่น ญาณหยั่งรู้อันตรายของสมาธิ ๘ ประการ อุปการะของสมาธิ ๘ ประการ อันเป็นคู่ปรับกัน ( รวมเป็น ๑๖ ) คือความ พอใจในกาม กับการออกจากกาม, ความพยาบาท กับความไม่พยาบาท, ความหดหู่ง่วงงุน กับความกำหนดหมายแสงสว่าง, ความฟุ้งสร้าน กับความไม่ฟุ้งสร้าน, ความลังเลสงสัย กับการกำหนดธรรมะ, ความไม่รู้ ( อวิชชา ) กับความรู้ ( ญาณะ ), ความไม่ยินดี กับความปราโมทย์, อกุศลธรรมทั้งปวง กับกุศลธรรมทั้งปวง เป็นต้น.

๔. อินทรีย์ ( ธรรมอันเป็นใหญ่ในหน้าที่ของตน ) ในข้อนี้มีบทตั้ง ที่เป็นของพระพุทธภาษิต แสดงถึงธรรมอันเป็นใหญ่ในหน้าที่ของตน ( อินทีรย์ ) ๕ ประการ คือ ศรัทธา ( ความเชื่อ ), วิริยะ ( ความเพียร ), สติ ( ความระลึกได้ ), สมาธิ ( ความตั้งใจมั่น ), และปัญญา ( ความรู้ทั่วถึงสิ่งที่ควรรู้ ).

ครั้นแล้วแจกราย ละเอียดออกไปอีก.

๕. วิโมกข์ ( ความหลุดพ้น ) บทตั้งในพระพุทธภาษิต แสดงถึง วิโมกข์ ๓ ประการ คือ วิโมกข์ที่ว่างเปล่า ( สุญญตวิโมกข์ ), วิโมกข์ที่ไม่มีนิมิต ( อนิมิตตวิโมกข์ ), วิโมกข์ที่ไม่มีที่ตั้ง ( อัปปณิหิตวิโมกข์ ) ในรายละเอียด ได้แจกวิโมกข์ออกไป ๘๐ ประการ.

๖. คติ ( ที่ไปหรือทางไป ) บทตั้งเป็นของพระสาริบุตร แสดงว่าการ ที่จะถึงพร้อมด้วยคติ คือเกิดในที่ดี ๆ ตั้งแต่มนุษย์ขึ้นไปถึงเทพว่า แต่ละประการนั้นมีเหตุกี่อย่าง.

๗. กัมมะ ( การกระทำ ) บทตั้งเป็นของพระสาริบุตร แจกกรรมและ ผลของกรรมออกไปมากมาย เช่น กรรมได้มีได้เป็นแล้ว ผลของกรรมได้มีได้เป็นแล้ว, กรรมได้มีได้เป็นแล้ว แต่ผลของกรรม ยังมิได้มีได้เป็น, กรรมได้มีได้เป็นแล้ว แต่ผลของกรรมกำลังมีกำลังเป็น เป็นต้น

๘. วิปัลลาสะ ( ความคลาดเคลื่อนวิปริต ) บทตั้งเป็นพระพุทธ ภาษิต แสดงวิปัลลาส ๔ ประการ คือความวิปัลลาสคลาดเคลื่อนแห่งสัญญา แห่งจิต แห่งความเห็น

๑. ในสิ่งไม่เที่ยง ว่า เที่ยง
๒. ในสิ่งเป็นทุกข์ ว่าเป็นสุข
๓. ในสิ่งมิใช่ตน ว่าเป็นตน
๔. ในสิ่งที่ไม่งาม ว่างาม และพระพุทธภาษิต แสดงความ ไม่วิปัลลาส คือที่ตรงกันข้าม.

๙. มัคคะ ( หนทาง ) บทตั้งเป็นของพระสาริบุตร แสดงเนื้อความของ คำว่า มรรค และแจกรายละเอียดว่า ในขณะแห่งโสดาบัตติมรรค จนถึงอรหัตตมรรค สัมมาทิฎฐิ ( ความเห็นชอบ ) ทำหน้าที่ อย่างไร เป็นมรรคเป็นเหตุอย่างไร.

๑๐. มัณฑเปยยะ ( ของใสที่ควรดื่ม เทียบด้วยคุณธรรม ) นำเอาพระพุทธภาษิตในสังยุตตนิกายมาเป็นบทตั้ง แสดงของใสที่ควรดื่ม ๓ ประการ คือ

๑. เทศนา ( การแสดงธรรม )
๒. ผู้รับ ทาน ( คือภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา เทพ มนุษย์ และใคร ๆ ก็ตามที่เป็นผู้รู้แจ้ง )
๓. พรหมจรรย์ ( การประพฤติดังพรหม คือเว้นการเสพกาม ซึ่งอธิบายว่า ได้แก่อริยมรรคมีองค์ ๘ ).

ในภาคอธิบายแสดงธรรมะ ฝ่ายดีฝ่ายเลวคู่กัน ให้เห็นว่าฝ่ายหนึ่ง เป็นเสมือนของใสที่ควรดื่ม อีกฝ่ายหนึ่งเป็นเสมือนกากที่ควรทิ้ง เช่น ความเชื่อ ( สิ่งที่ควรเชื่อ ) เป็นฝ่ายดี ความไม่เชื่อเป็นฝ่าย ที่ควรทิ้ง ความเพียรเป็นฝ่ายดี ความเกียจคร้านเป็นฝ่ายที่ควรทิ้ง เป็นต้น.

<< ย้อนกลับ || หน้าถัดไป >>

- คำอธิบายศัพท์ในวรรคที่ ๑
- คำอธิบายศัพท์ในวรรคที่ ๒
- คำอธิบายศัพท์ในวรรคที่ ๓


พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๓
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๔
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๕
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๖
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๗
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๘
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๙
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๐
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๑
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๒
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๓
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๔
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๕
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๖
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๗
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๐
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๑
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๒
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๓
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๕

แชร์ไปที่ไหนดี แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

» ชาร์ลส์ ดาร์วิน
ชาร์ลส์ ดาร์วิน เป็นผู้มีบทบาทนำให้เกิดการศึกษาค้นพบทฤษฎีวิวัฒนาการมากที่สุด ดาร์วินเสนอควาามคิดเกี่ยวกับการคัดเลือกโดยธรรมชาติ

» สงครามครูเสด (THE CRUSADES)
ดินแดนปาเลสไตน์ อันเป็นถิ่นกำเนิดของ พระเยซูไครสท์นั้นถือกันว่าเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งคริสต์ศาสนิกชน พากันไปจาริกแสวงบุญ ตั้งแต่ต้นคริสตกาล

» อาริสโตเติ้ล
อาริสโตเติ้ลเป็นชาวเมืองสตากีรา (Stagira) บิดารับราชการอยู่ในราชสำนักของพระเจ้าอามินตัส (Amyntas) กษัตริย์แห่งมาเคด็อน (Macedon)

» ยอดมนุษย์
เรื่องราวและชีวิตของพวกเขา บางเรื่องเป็นตำนาน เป็นเรื่องเล่า เป็นความจริง บางคนไร้ตัวตนบางคนล้มเหลว บางคนเป็นต้นแบบ เป็นอาชญากร

» รพินทรนาถฐากูร
หยุดเสียเถิดการสาธยาย การขับขานและการนั่งนับลูกประคำอะไรเหล่านี้ ท่านบูชาผู้ใดกันในมุมสลัวลาง...และเปล่าเปลี่ยวของเทวลัยที่หับบานประตูหน้าต่างมิดชิดรอบด้าน

» ประเทศไทย 77 จังหวัด
ประวัตศาสตร์,ความเป็นมา,ศิลปะ,วัตนธรรม,ประเพณีสถานที่สำคัญ,แหล่งท่องเที่ยว

» สงครามเวียดนาม
เอกราชของขบวนการชาตินิยมเวียดมินห์ ต่อต้านอำนาจของจักรวรรดินิยมเดิมคือ ฝรั่งเศส ต่อมาเมื่อฝรั่งเศสถอนตัวสหรัฐอเมริกาเข้ามาแทนที่และสนับสนุนเวียดนามใต้

» คาลิล ยิบราน
คาลิล ยิบราน ศิลปินผู้ใฝ่ฝ่ายจิตนิยม เขามักจะเทศนาหลักธรรมะ ด้วยการแสดงออกทางศิลปกรรม