ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม

หอพระไตร

พระวินัยปิฎก
พระสุตตันตปิฎก
พระอภิธรรมปิฎก
พระสูตร

พระไตรปิฎกฉบับประชาชน

พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๕

เล่มที่ ๑๓

๖ .อุปาวาทสูตร สูตรว่าด้วยอุบาลีคฤหหบดี

พระผู้มีพระภาคประทับ ณ ป่ามะม่วงของเศรษฐีขายผ้า ใกล้เมืองนาฬันทา.

สมัยนั้นนิครนถนาฏบุตรอาศัยอยู่ในเมืองนาฬันทา พร้อมด้วยบริษัทใหญ่ ทีฆตปัสสีนิครนถ์เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคยังที่ประทับ เมื่อตรัสเชิญให้นั่ง จึงถือเอาอาสนะต่ำกว่า นั่ง ณ ที่สมควรส่วนหนึ่ง.

๑. พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า นิครนถนาฏบุตรบัญญัติกรรมกี่อย่าง ในการทำกรรมอันเป็นบาป. ทีฆตปัสสีนิครนถ์ทูลว่า นิครนถนาฏบุตรไม่เคยบัญญัติว่ากรรม เคยแต่บัญญัติว่า “ ทัณฑ์ ”.

ตรัสถามว่า นิครนถนาฏบุตรบัญญัติทัณฑ์กี่อย่าง ในการทำกรรมอันเป็นบาป . ทูลตอบว่า ๓ อย่าง คือทัณฑ์ทางกาย , ทางวาจา , ทางใจ. ตรัสถามว่า ทัณฑ์ทั้งสามทางเป็นของอื่น ( จากกันแลกัน มิใช่อันเดียวกัน ) ใช่หรือไม่ . ทูลตอบว่า ใช่ . ตรัสถามว่า เมื่อแจกออกไปแล้ว นิครนถนาฏบุตรบัญญัติทัณฑ์อย่างไรว่ามีโทษมาก. ทูลตอบว่า ทัณฑ์ทางกาย เมื่อตรัสถามย่ำถึง ๓ ครั้ง ก็ทูลตอบย้ำถึง ๓ ครั้งว่า ทัณฑ์ทางกาย ( ไม่โทษมาก).

๒. เมื่อทีฆตปัสสีนิครนถ์ย้อนทูลถามบ้างว่า พระสมณโคดมบัญญัติทัณฑ์กี่อย่าง ในการทำกรรมอันเป็นบาป ก็ตรัสตอบว่า ไม่เคยทรงบัญญัติว่าทัณฑ์ เคยแต่บัญญัติว่ากรรม เมื่อเขาถามก็ทรงแจกออกเป็น ๓ อย่างเช่นเดียวกัน แต่ทรงแสดงว่า กรรมทางใจมีโทษมากกว่า และทรงย้ำตอบเช่นนั้นถึง ๓ ครั้ง เมื่อทีฆตปัสสีนิครนถ์ย้ำถามถึง ๓ ครั้ง. แล้วทีฆตปัสสีนิครนถ์ก็ลุกจากอาสนะหลีกไป เล่าความให้นิครนถนาฏบุตรผู้นั้งอยู่กับบริษัทที่เป็นคฤหัสถ์ชาวพาลุกคาม มีอุบาลีคฤหบดีเป็นประมุขฟังทุกประการ. นิครนถนาฏบุตรก็ชมเชยทีฆตปัสสีนิครนถ์ว่า ตอบถูก และย้ำว่า ทัณฑ์ทางกายมีโทษมากกว่า.

๓. อุบาลีคฤหบดีได้ฟัง ก็แสดงความประสงค์จะไปยกวาทะในเรื่องนี้ จะฟัดฟาดเสียเหมือนคนมีกำลังดึงขนแกะไปมา เป็นต้น.

แต่ทีฆตปัสสีนิครนถ์คัดค้าน อ้างว่าพระสมณโคดมรู้มายากลับใจคน ย่อมกลับใจสาวกเดียรถีย์ได้ . นิครนถนาฏบุตรกล่าวว่า เป็นไปไม่ได้ที่อาบาลีคฤหบดีจะไปเป็นสาวกพระสมณโคดม มีแต่พระสมณโคดมจะมาเป็นสาวกของอุบาลีคฤหบดี ต่างค้าน ต่องยืนยันกันอยู่อย่างนั้นถึง ๓ ครั้ง ในที่สุดนิครนถนาฏบุตรก็ยุให้อุบาลีคฤหบดีไปยกวาทะจนได้.

๔. อุบาลีคฤหบดีกราบลานิครนถนาฏบุตรไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค เมื่อได้ถวายบังคมและทูลถามถึงถ้อยคำสนทนาระหว่างพระองค์กับทีฆตปัสสีนิครนถ์ ซึ่งพระผู้มีพระภาคก็ตรัสเล่าความให้ฟัง .

อุบาลีคฤหบดีกล่าวชมทีฆตปัสสีว่าพูดโต้ตอบตรงตามหลัก ( ของศาสนานิครนถ์ ) และได้กล่าวย้ำว่า ทัณฑ์ทางกายมีโทษมากว่า .

พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ถ้าอุบาลีคฤบดีจะยอมตั้งอยู่ในสัจจะพูดจากัน ก็จะมีการสนทนากันในเรื่องนี้. อุบาลีคฤหบดียอมรับ. จึงตรัสถามว่า นิครนถ์เจ็บหนัก ห้ามน้ำเย็น รับแต่น้ำร้อน เมื่อไม่ได้น้ำเย็นก็ตายดังนี้ นิครนถนาฏบุตรบัญญัติผู้นี้ว่า จะไปเกิดที่ไหน. ทูลตอบว่า เกิดในเทพที่ชื่อว่า นโมสัตตะ ( ผู้ข้องอยู่ในจิตใจ) เพราะเกี่ยวเกาะอยู่ในเรื่องจิตใจตายไป.

ตรัสเตือนให้คิดให้ดีเสียก่อนแล้วจึงตอบ คำต้นกับคำท้ายไม่ต่อกัน ( คือเดิมชี้ว่า โทษหรือทัณฑ์ทางกายมีโทษมากกว่า แต่ตอบว่า มีใจเป็นเหตุ ) แต่อุบาลีคฤหบดีก็ยังยืนยันว่าทัณฑ์ทางกายมีโทษมากกว่า.

๕. ตรัสถามว่า นิครนถ์สำรวมระวังแล้ว. แต่เดินไปเดินมายังทำสัตว์เล็ก ๆ ให้ตาย ดังนี้ นิครนถนาฏบุตรจะบัญญัติผลของผู้นั้นอย่างไร.

ทูลตอบว่า ไม่บัญญัติการกระทำทีไม่มีเจตนาว่ามีโทษมาก ตรัสถามว่า มีเจตนาเล่า. ทูลตอบว่า ก็มีโทษมาก. ตรัสถามว่า นิครนถนาฏบุตรบัญญัติเจตนาเข้าในอะไร. ทูลตอบว่า ในมโนทัณฑ์ ( โทษทางใจ ).

ตรัสเตือนอีกว่า ให้คิดให้ดีก่อนแล้วจึงตอบ เพราะคำต้นกับคำท้ายไม่ต่อกัน ( คือเดิมชี้ว่า ทัณฑ์ทางกายมีโทษมากกว่า แต่กลับชี้ไปที่เจตนาว่าสำคัญ ) แต่อุบาลีคฤหบดีก็ยังยืนยันว่า ทัณฑ์ทางกายมีโทษมากกว่า.

๖. ตรัสถามว่า เมืองนาฬันทานี้มั่นคง เฟื่องฟู มีชนมาก มีมนุษย์เกลื่อนกล่นใช่หรือไม่.

ทูลตอบว่า ใช่ .

ตรัสถามว่า ชายคนหนึ่งเงื้อดาบมา พูดว่าจะทำสัตว์มีชีวิตทั้งปวงในเมืองนาฬันทาให้เป็นเนื้องก้อนเดียวโดยขณะเดียว ครู่เดียว ( จะสับรวมให้เป็นเนื้อชิ้นเดียวในขณะเดียวกัน ) ดังนี้ ท่านเห็นว่าจะทำได้หรือไม่. ทูลตอบว่า แม้ชาย ๑๐ คน ๒๐ คน ๓๐ คน ๕๐ คน ก็ไม่พอที่จะทำเช่นนั้นได้ ( ทำไม่ทันในขณะเดียวกัน ). ตรัสตอบว่า สมณพราหมณ์ผู้มีฤทธิ์ มีความเชี่ยวชาญทางจิต อาจจะทำเมืองนาฬันทานี้ให้เป็นเถ้าถ่านด้วยใจคิดประทุษร้ายครั้งเดียวได้หรือไม่. ทูลตอบว่า ได้ .

ตรัสเตือนอีกว่า ให้คิดให้ดีเสียก่อนแล้วจึงตอบ เพราะคำต้นกับคำท้ายไม่ตรงกัน ( คือเดิมชี้ว่า ทัณฑ์ทางกายมีโทษมากกว่า แต่กลับยอมรับว่า ผู้มีอำนาจจิต ทำลายเมืองได้ทันที แต่ผู้ใช้กำลังกายทำไม่ได้เช่นนั้น ) แต่อุบาลีคฤหบดีก็ยังยืนยันตามเดิม.

๗. ตรัสถามต่อไปว่า เคยได้ยินไหมว่า ป่าทัณฑกี , ป่ากาลิงคะ , ป่าเมชฌะ , ป่ามาตังคะ ที่กลายเป็น ป่าไปจริง ๆ .

ทูลตอบว่า เคยได้ยิน .

ตรัสถามว่า เคยได้ยินว่าเป็นป่าไปเพราะอะไร ทูลตอบว่าเพราะใจคิดประทุษร้ายของฤษี. จึงตรัสเตือนให้คิดให้ดีเสียก่อนล้วจึงตอบเช่นเดิมอีก.

๘. อุบาลีคฤหบดีทูลสรรเสริญพระธรรมเทศนา แสดงตนเป็นอุบาสกถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต แต่พระผู้มีพระภาคตรัสเตือนให้พิจารณาเสียก่อน เพราะการพิจารณาแล้วจึงทำ เป็นการดีสำหรับอุบาลีคฤหบดีทีมีคนรู้จักมาก อุบาลีคฤหบดีก็กลับเลื่อมใสยิ่งขึ้น แสดงจนเป็นอถบาสกถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิตเป็นครั้งที่ ๒.

ตรัสเตือนให้ให้บิณฑบาตแก่พวกนิครนถ์ที่มาสู่เรือน เพราะตระกูลของท่านเคยเป็นที่เสมือนท่าน้ำสำหรับ ลงดื่มของนิครนถ์ทั้งหลายมานานแล้ว .

อุบาลีคฤหบดีกราบทูลแสดงความเลื่อมใสยิ่นขึ้น เพราะตนเคยได้ยินแต่ว่าพระสมณโคดมตรัสให้ถวายทานแก่พระองค์และพระสาวกของพระองค์เท่านั้น ไม่ควรให้แก่ผู้อื่นและสาวกของผู้อื่น .

ทานที่ให้แก่พระองค์และสาวกของพระองค์เท่านั้นจึงมีผลมาก.

ที่ให้แก่ผู้อื่นและสาวกของผู้อื่นไม่มีผลมาก. แต่นี่พระผู้มีพระภาคกลับทรงชักชวนให้ให้ทานในพวกนิครนถ์ ซึ่งตนจะรู้กาลในข้อนี้เอง แล้วแสดงตนเป็นอุบาสกถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิตเป็นครั้งที่ ๓.

๙. พระผู้มีพระภาคจึงตรัสแสดงอนุบุพพิกถาอริยสัจจ์ ๔ อุบาลีคฤหบดีได้ดวงตาเห็นธรรม ( เป็นพระโสดาบันบุคคล ) แล้วกราบทูลลากลับไป.

เมื่อถึงบ้านก็สั่งนายประตูให้ห้ามนิครนถ์ชายหญิงมิให้เข้าบ้าน ไม่ห้ามภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา และให้แจ้งว่า อุบาลีคฤหบดีเป็นสาวกของพระสมณโคดมแล้ว.

ทีฆตปัสสีนิครถ์ทราบเรื่อง จึงไปเล่าความให้นิครนถนาฏบุตรฟัง นิครนถนาฏบุตรไม่เชื่อ แม้จะเล่าย้ำถึง ๓ ครั้ง เป็นแต่ใช้ให้ทีฆตปัสสีไปดูให้รู้ด้วยตนเอง.

เมื่อทีฆตปัสสีนิครนถ์ไปด้วยตนเอง นายประตูก็ห้ามเข้าจึงกลับมาเล่าให้นิครนถนาฏบุตรฟัง แต่นิครนถนาฏบุตรก็ยืนยันไม่เชื่อถึง ๓ ตครั้ง แต่ในที่สุดก็กล่าวว่าตนจะไปดูเอง.

๑๐. นิครนถนาฏบุตร พร้อมด้วยบริษัทนิครนถ์ไปยังที่อยู่ของอุบาลีคฤหบดี นายประตูก็ห้ามเข้าอ้างว่าอุบาลีคฤหบดีเป็นสาวกของพระสมณโคดมแล้ว.

นิครนถนาฏบุตรจึงใช้ให้นายประตูไปบอกว่า ตนมายืนอยู่ที่ภายนอกซุ้มประตู .

เมื่อนายประตูไปบอก อุบาลีคฤหบดีก็สั่งให้ไปปูอาสนะที่ศาลาใกล้ประตูด้านกลาง แล้วอุบาลีคฤหบดีก็มา ณ ที่นั้น เลือกนั่งอาสนะที่ดีที่เลิศ พร้อมทั้งสั่งนายประตูให้ไปบอกนิครนถนาฏบุตรว่า ถ้าปรารถนาก็ให้เข้ามาได้.

นิครนถนาฏบุตร พร้อมด้วยบริษัทก็เข้าไป.

ในสมัยก่อนพอเห็นนิครนถนาฏบุตรมาแต่ไกล อุบาลีคฤหบดีก็จะลุกขึ้นต้อนรับ เอาผ้าห่มเช็ดอาสนนะที่ดีที่เลิศ เชิญให้นั่ง แต่บัดนี้กลับนั่งบนอาสนะที่ดีเลิศเสียเอง แล้วกล่าวว่า ท่านผู้เจริญ อาสนะมีอยู่ ถ้าท่านปรารถนาก็จงนั่ง.

นิครนถนาฏบุตรจึงกล่าวว่าท่านเป็นบ้า เป็นคนเขลาไปแล้วหรือ และได้พูดเปรียบเปรยหยาบ ๆ อีก พร้อมกับกล่าวว่า ท่านถูกพระสมณโคดมกลับใจด้วยมายาสำหรับกลับใจเสียแล้วหรือ อุบาลีคฤหบดีกลับตอบว่า มายากลับใจนี้เป็นของดีแม้ใคร ๆ จะกลับใจด้วยมายานี้ ก็จะเป็นไปเพื่อประโยชน์และความสุขสิ้นกาลนาน.

๑๑. แล้วอุบาลีคฤหบดีได้เปรียบเทียบให้ฟังว่า คำสอนของนิครนถ์ อดทนต่อความยินดีของคนโง่ ไม่อดทนต่อความดีของบัณฑิต ไม่อดทนต่อการซักไซ้ขัดสี เปรียบเหมือนลูกลิงทนการย้อมสีได้ แต่จะเอามาทุบตี เอามาขัดสีเหมือนผ้าใหม่ที่จะย้อมสี ย่อมทนไม่ได้.

นิครนถนาฏบุตรเตือนว่า บริษัท ( ประชุมชน ) พร้อมทั้งพระราชาก็ทราบกันอยู่ว่า อุบาลีคฤหบดีเป็นสาวกของนิครนถนาฏบุตร แล้วพวกเราจะทรงจำว่าท่านเป็นสาวกของใครกัน อุบาลีคฤหบดีจึงทำผ้าห่มเฉวียงบ่า ประคองอัญชลีไปในทิศทางที่พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ประกาศตนเป็นสาวกของพระผู้มีพระภาค พร้อมด้ยคำสรรเสริญพระคุณอย่างยืดยาว เมื่อถูกถามว่ารวบรวมคำสรรเสริญพระคุณได้เมื่อไร ก็ตอบว่า ตนเปรียบเหมือนช่างดอกไม้ที่ร้อยพวงมาลัยอันวิจิตรจากดอกไม้ใหญ่ อันมีดอกไม้ต่าง ๆ ฉะนั้น .

นิครนถนาฏบุตรถึงแก่อาเจียนเป็นโลหิตในที่นั้น.

<< ย้อนกลับ || หน้าถัดไป >>

- กันทรกสูตร สูตรว่าด้วยกันทรกปริพพาชก
- อัฏฐกนาครสูตร สูตรว่าด้วยคฤหบดีชาวเมืองอัฏฐกะ
- เสขปฏิปทาสูตร สูตรว่าด้วยข้อปฏิบัติของพระเสขะ
- โปตลิยสูตร สูตรว่าด้วยโปตลิยคฤหบดี
- ชีวกสูตร สูตรว่าด้วยหมอชีวก
- อุปาวาทสูตร สูตรว่าด้วยอุบาลีคฤหหบดี
- กุกกุโรวาทสูตร สูตรว่าด้วยโอวาทแก่ผู้ทำตัวดั่งสุนัข
- อภัยราชกุมารสูตร สูตรว่าด้วยอภัยราชกุมาร
- พหุเวทนิยสูตร สูตรว่าด้วยเวทนามากอย่าง
- อปัณณกสูตร สูตรว่าด้วยธรรมะที่ไม่ผิด
- สูตรว่าด้วยการประทานโอวาทแก่พระราหุล สูตรเล็ก
- สูตรว่าด้วยการประทานโอวาทแก่พระราหุล สูตรใหญ่
- สูตรว่าด้วยการประทานโอวาทแก่พระมาลุงกยะ สูตรเล็ก
- สูตรว่าด้วยการประทานโอวาทแก่พระมาลุงกยะ สูตรใหญ่
- ภัททาลิสูตร สูตรว่าด้วยพระภัททาลิ
- ลฑุกิโกปมสูตร สูตรแสดงข้อเปรียบเทียบด้วยนางนกใส้
- จาตุมสูตร สูตรว่าด้วยเหตุการณ์ในตำบลบ้านชื่อจาตุมา
- นฬกปานสูตร สูตรว่าด้วยเหตุการณ์ในหมู่บ้านชื่อนฬกปานะ
- โคลิสสานิสูตร สูตรว่าด้วยภิกษุชื่อโคลิสสานิ
- กีฎาคิริสูตร สูตรว่าด้วยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในนิคมชื่อกีฎาคิริ
- จูฬวัจฉโคตตสูตร สูตรว่าด้วยวัจฉโคตตปริพพาชก สูตรเล็ก
- สูตรว่าด้วยวัจฉโคตตปริพพาชกผู้ฟังข้อเปรียบเทียบเรื่องไฟ
- มหาวัจฉโคตตสูตร สูตรว่าด้วยวัจฉโคตตปริพพาชก สูตรใหญ่
- ทีฆนขสูตร สูตรว่าด้วยปริพพาชกชื่อทีฑนขะ
- มาคัณฑิยสูตร สูตรว่าด้วยมาคัณฑิยปริพพาชก
- สันทกสูตร สูตรว่าด้วยสันทกปริพพาชก
- สูตรว่าด้วยสกุลุทายิปริพพาชก สูตรใหญ่
- สูตรว่าด้วยปริพพาชกผู้เป็นบุตรแห่งนางสมณะผู้โกนผม
- จูฬสกุลุทายิสูตร สูตรว่าด้วยสกุลุทายิปริพพาชก สูตรเล็ก
- เวขณสสูตร สูตรว่าด้วยปริพพาชกชื่อเวณสะ
- ฆฏิการสูตร สูตรว่าด้วยช่างหม้อชื่อฆฏิการะ
- รัฏฐปาลสูตร สูตรว่าด้วยกุลบุตรชื่อรัฏฐปาละ
- มฆเทวสูตร สูตรว่าด้วยพระเจ้ามฆเทพ
- มธุรสูตร สูตรว่าด้วยพระเจ้ามธุรราชอวันตีบุตร
- โพธิราชกุมารสูตร สูตรว่าด้วยโพธิราชกุมาร
- อังคุลีมาลสูตร สูตรว่าด้วยพระองคุลิมาล
- ปิยชาติกสูตร สูตรว่าด้วยสิ่งที่เกิดจากสิ่งที่เป็นที่รัก
- พาหิติยสูตร สูตรว่าด้วยผ้าที่ทอมาจากแคว้นพาหิติ
- ธัมมเจติยสูตร สูตรว่าด้วยเจดีย์คือพระธรรม
- สูตรว่าด้วยเหตุการณ์ในป่าเนื้อชื่อกัณณกัตถล
- พรหมายุสูตร สูตรว่าด้วยพราหมณ์ชื่อพรหมายุ
- เสลสูตร สูตรว่าด้วยเสลพราหมณ์
- อัสสลายนสูตร สูตรว่าด้วยมาณพชื่ออัสสลายนะ
- โฆฏมุขสูตร สูตรว่าด้วยพราหมณ์ชื่อโฆฏมุขะ
- จังกีสูตร สูตรว่าด้วยจังกีพราหมณ์
- เอสุการีสูตร สูตรว่าด้วยเอสุการีพราหมณ์
- ธนัญชานิสูตร สูตรว่าด้วยธนัญชานิพราหมณ์
- วาเสฏฐสูตร สูตรว่าด้วยวาเสฏฐมาณพ
- สุภสูตร สูตรว่าด้วยสุภมาณพบุตรโตเทยยพราหมณ์
- สคารวสูตร สูตรว่าด้วยสคารวมาณพ


พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๓
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๔
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๕
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๖
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๗
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๘
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๙
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๐
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๑
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๒
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๓
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๔
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๕
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๖
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๗
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๐
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๑
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๒
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๓
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๕

แชร์ไปที่ไหนดี แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

» ชาร์ลส์ ดาร์วิน
ชาร์ลส์ ดาร์วิน เป็นผู้มีบทบาทนำให้เกิดการศึกษาค้นพบทฤษฎีวิวัฒนาการมากที่สุด ดาร์วินเสนอควาามคิดเกี่ยวกับการคัดเลือกโดยธรรมชาติ

» สงครามครูเสด (THE CRUSADES)
ดินแดนปาเลสไตน์ อันเป็นถิ่นกำเนิดของ พระเยซูไครสท์นั้นถือกันว่าเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งคริสต์ศาสนิกชน พากันไปจาริกแสวงบุญ ตั้งแต่ต้นคริสตกาล

» อาริสโตเติ้ล
อาริสโตเติ้ลเป็นชาวเมืองสตากีรา (Stagira) บิดารับราชการอยู่ในราชสำนักของพระเจ้าอามินตัส (Amyntas) กษัตริย์แห่งมาเคด็อน (Macedon)

» ยอดมนุษย์
เรื่องราวและชีวิตของพวกเขา บางเรื่องเป็นตำนาน เป็นเรื่องเล่า เป็นความจริง บางคนไร้ตัวตนบางคนล้มเหลว บางคนเป็นต้นแบบ เป็นอาชญากร

» รพินทรนาถฐากูร
หยุดเสียเถิดการสาธยาย การขับขานและการนั่งนับลูกประคำอะไรเหล่านี้ ท่านบูชาผู้ใดกันในมุมสลัวลาง...และเปล่าเปลี่ยวของเทวลัยที่หับบานประตูหน้าต่างมิดชิดรอบด้าน

» ประเทศไทย 77 จังหวัด
ประวัตศาสตร์,ความเป็นมา,ศิลปะ,วัตนธรรม,ประเพณีสถานที่สำคัญ,แหล่งท่องเที่ยว

» สงครามเวียดนาม
เอกราชของขบวนการชาตินิยมเวียดมินห์ ต่อต้านอำนาจของจักรวรรดินิยมเดิมคือ ฝรั่งเศส ต่อมาเมื่อฝรั่งเศสถอนตัวสหรัฐอเมริกาเข้ามาแทนที่และสนับสนุนเวียดนามใต้

» คาลิล ยิบราน
คาลิล ยิบราน ศิลปินผู้ใฝ่ฝ่ายจิตนิยม เขามักจะเทศนาหลักธรรมะ ด้วยการแสดงออกทางศิลปกรรม