ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม

หอพระไตร

พระวินัยปิฎก
พระสุตตันตปิฎก
พระอภิธรรมปิฎก
พระสูตร

พระไตรปิฎกฉบับประชาชน

พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๕

เล่มที่ ๑๓

๒๐.กีฎาคิริสูตร สูตรว่าด้วยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในนิคมชื่อกีฎาคิริ

๑. พระผู้มีพระภาคเสด็จจาริกไปในแคว้นกาสี พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่.

ตรัสสอนภิกษุทั้งหลายเรื่องการเว้นบริโภคอาหารในเวลากลางคืนว่า ทำให้มีอาพาธน้อย มีโรคน้อย เบาสบาย มีกำลัง อยู่เป็นผาสุก.

เมื่อเสด็จไปโดยลำดับก็เสด็จแวะพัก ณ นิคมชื่อกีฏาคิริ.

ภิกษุพวกพระอัสสชิและพระปุนัพพสุกะเป็นภิกษุเจ้าถิ่นอนู่ในกีฏาคิรินิคม กลับพูดในทางตรงกันข้าม คือกล่าวว่า พวกตนฉันอาหารในเวลาเย็นเวลาเช้า เวลาวิกาล กลางวัน ก็รู้สึกว่ามีอาพาธน้อย มีโรคน้อย เป็นต้น.

๒. พระผู้มีพระภาคทรงทราบ ตรัสสั่งให้เรียกภิกษุพวกนั้นมาเฝ้า ตรัสถามได้ความตามจริงแล้วจึงตรัสถามว่า พวกเธอรู้หรือไม่ถึงธรรมที่เราแสดงแล้วว่า อกุศลธรรมย่อมเสื่อม กุศลธรรมย่อมเจริญแก่บุคคลผู้เสวยสุข หรือทุกข์ หรือไม่ทุกข์ไม่สุข อย่างไรกัน. กราบทูลว่า ไม่รู้.

ตรัสถามต่อไปอีกว่า รู้หรือไม่ว่า อกุศลธรรมและกุศลธรรมเจริญหรือเสื่อมแก่บุคคลผู้เสวยเวทนาอะไรทีละข้อ ก็กราบทูลตอบว่า ไม่รู้.

จึงตรัสอธิบายโดยพิสดารทีละข้อ โดยใจความว่า ทรงทราบแล้วถึงเรื่องเหล่านี้ จึงทรงแนะนำให้เข้าถึงสุขเวทนาบ้าง ทุกข์เวทนาบ้าง อทุกขมสุขเวทนาบ้าง ตามความเหมาะสม.

๓. ทรงชี้แจงต่อไปว่า ไม่ตรัสสอนให้ภิกษุทุกรูปกระทำการด้วยความไม่ประมาท แต่ก็ไม่ตรัสสอนให้ภิกษุทุกรูปกระทำด้วยความประมาท . ภิกษุเหล่าใดเป็นพระอรหันต์ สิ้นอาสวะ ทำหน้าที่เสร็จแล้วเราย่อมสอนภิกษุเหล่านั้นให้ทำการด้วยความไม่ประมาทก็หาไม่ เพราะเธอทำการด้วยความไม่ประมาทอยู่แล้ว เธอเป็นผู้ไม่ควรที่จะประมาท ส่วนภิกษุเหล่าใดยังต้องศึกษา ยังไม่บรรลุอหัตตผล เราย่อมสอนภิกษุเหล่านั้นให้ทำการด้วยความไม่ประมาท เพราะคิดว่า เธอเหล่านี้เสพเสนาสนะอันสมควร คบกัลยาณมิตรแล้ว ก็อาจทำให้แจ้งที่สุดแห่งพรหมจรรย์ได้ในปัจจุบัน.

เราเห็นผลแห่งความไม่ประมาทของภิกษุเหล่านี้ จึงสอนให้ทำการด้วยความไม่ปราะมาท.

๔. ตรัสอธิบายถึงบุคคล ( ผู้ได้บรรลุคุณธรรม ) ๗ ประเภท พร้อมทั้งแจกรายละเอียด ดังจต่อไปนี้?-

(๑) อุภโตภาควิมุต ผู้พ้นโดยส่วนทั้งสอง ( อรรถกถาอธิบายว่า พ้นทั้งแจกรูปกายด้วยอรูปกายด้วยอรูปสมาบัติพ้นจากนามกายด้วยมรรค) ได้แก่ผู้ ถูกต้อง วิโมกข์อันสงบระงับด้วยกาย ( คือนามกาย ) สิ้นอาสวะเพราะเห็นด้วยปัญญา.

(๒) ปัญญาวิมุต ผู้พ้นด้วยปัญญา ได้แก่ผู้ ไม่ได้ถูกต้อง วิโมกข์อันสงบระงับด้วยนามกาย สิ้นอาสวะเพราะเห็นด้วยปัญญา.

ทั้งสองประเภทนี้ไม่ต้องทรงสอนให้ทำการด้วยความไม่ประมาท เพราะทำการด้วยความไม่ประมาทอยู่แล้ว ( คือเป็นพระอรหันต์อยู่แล้ว ไม่เป็นไปได้ที่จะประมาทอีก ).

(๓) กายสักขี ผู้ถูกต้องผัสสะแห่งฌานก่อนแล้ว จึงทำให้แจ้งนิพพานในภายหลัง. ได้แก่ผู้ถูกต้องวิโมกข์อันสงบระงับด้วยนามกาย แต่สิ่งสิ้นอาสวะเพียงบางส่วน .

(๔) ทิฏฐิปัตตะ ผู้บรรลุเพราะเห็นธรรมด้วยปัญญา ได้แก่ผู้มิได้ถูกต้องวิโมกข์อันสงบระงับ ด้วยนามกาย สิ้นอาสวะเพียงบางส่วน เห็นธรรมที่ตถาคตแสดงแล้วอย่างแจ่มแจ้งด้วยปัญญา.

(๕) สัทธาวิมุต ผู้พ้นเพราะศรัทธา ได้แก่ผู้มิได้ถูกต้องวิโมกข์อันสงบระงับด้วยนามกาย สิ้นอาสวะเพียงบางส่วน มีศรัทธาตั้งมั่นในตถาคต.

(๖) ธัมมานุสารี ผู้แล่นไปตามธรรมะ ได้แก่ผู้มิได้ถูกต้องวิโมกข์อันสงบระงับด้วยนามกาย สิ้นอาสวะเพียงบางส่วนเพ่งพอประมาณซึ่งธรรมะที่ตถาคตแสดงแล้วด้วยปัญญา.
(๗) สัทธานุสารี ผู้แล่นไปตามศรัทธา ได้แก่ผู้มิได้ถูกต้องวิโมกข์อันสงบระงับด้วยนามกาย มีศรัทธามีความรักในตถาคต.

ตั้งแต่กายสักขีถึงสัทธานุสารี รวม ๕ ประเภท เป็นพระอริยบุคคลที่ยังไม่ถึงขั้นพระอรหันต์ พระผู้มีพระภาคยังทรงสอนให้ทำการด้วยความไม่ประมาท เพราะทรงเห็นผลของความไม่ประมาท.

(หมายเหตุ? พระอริยบุคคล ๗ ประเภทนี้ กำหนดด้วยคุณสมบัติพิเศษทางจิตใจที่ต่างกันเพียงเล็ก ๆ น้อย ๆ มีอธิบายไว้พิสดารในคัมภีร์วิสุทธิมรรค และอรรถกถาทั่วไป ในที่นี้จึงแสดงไว้พอรู้จักชื่อและคุณสมบัติตามควร ).

๕. ครั้นแล้วตรัสว่า พระองค์มิได้ตรัสว่า จะต้องอยู่ในอรหัตตผลได้ในชั้นแรกทีเดียว แต่จะตั้งอยู่ในอรหัตตผลได้ด้วยการศึกษาโดยลำดับ, การกระทำโดยลำดับ , การปฎิบัติโดยลำดับ. แล้วตรัสอธิบายว่า บุคคลมีศรัทธาแล้ว ก็เข้าไปหา นั่งใกล้ เงี่ยโสตสดับธรรม แล้วทรงจำไว้ พิจารณาเนื้อความ ธรรมะย่อมทนต่อการเพ่ง ครั้นแล้วก็เกิดฉันทะอุตสาหะ ความชั่งใจ การตั้งความเพียร ครั้นแล้วย่อมทำให้แจ้งบรมสัจจะด้วยนามกาย ย่อมแทงทะลุ เห็นแจ้งบรมสัจจะนั้นด้วยปัญญา.

ถ้าไม่มาศรัทธาก็ไม่มีข้ออื่น ๆ มีการเข้าไปหาเป็นต้น.

ท่านทั้งหลาย ( หมายถึงภิกษุพวกพระอัสสชิและพระปุนัพพสุกะที่ประพฤติไม่ดีเหล่านั้น ) ปฏิบัติพลาด ปฏิบัติผิดแล้ว โมฆบุรุษเหล่านี้หลีกห่างไปจากพระธรรมวินัยนี้ ( ไม่รู้ว่า ) ไกลสักเพียงไร.

๖. ตรัสต่อไปว่า มีคำเวยยากรณ์ ( คำร้อยแก้วหรือคำชี้แจง ) อันมีบท ๔ ( อริยสัจจ์ ๔ ) วิญญูบุรุษพึงรู้ได้ไม่นานด้วยปัญญา ซึ่งเนื้อความแห่งธรรมใดที่เรายกขึ้นแสดงแล้ว เราจักแสดงธรรมนั้นแก่ท่าน ท่านทั้งหลายจักรู้ธรรมะนั้นได้. ภิกษุเหล่านั้นกราบทูลถามว่า พวกตนกับผู้รู้ธรรมเป็นอย่างไรกัน.

ตรัสตอบว่า ศาสดาใดหนักในอามิส อยู่อย่างคลุกคลีด้วยอามิส ศาสดานั้นย่อมไม่มีราคาที่จะพึงประเมินหรือต่อรอง ( สำนวนการค้า หมายความว่าไม่มีใครถามราคา ตั้งราคาหรือต่อรองราคา เพราะไม่มีราคาที่ควรสนใจ แล้วตรัสถึงพระตถาคตว่า ไม่ทรงคลุกคลีด้วยอามิสด้วยประการทั้งปวง สาวกผู้มีศรัทธา สอบสวน แล้วปฏิบัติตาม

๑. ย่อมรู้สึกว่า พระผู้มีพระภาคเป็นศาสดา ตนเป็นสาวก
๒. ย่อมรู้สึกว่า ศาสนาของพระศาสดางอกงามมีโอชะ ( น่าเลื่อมใส )
๓. ย่อมรู้สึกพากเพียรเพื่อบรรลุจุดที่มุ่งหมายโดยไม่หยุดความเพียร
๔. ย่อมหวังผลได้อย่างใดอย่างหนึ่งในสองอย่าง คืออรหัตตผลในปัจจุบัน ถ้ามีกิเลสยังเหลือก็จะใช้ได้เป็นพระอนาคามี .

จบวรรคที่ ๒ ขึ้นวรรคที่ ๓ ชื่อปริพพาชกวรรค มี ๑๐ สูตร

<< ย้อนกลับ || หน้าถัดไป >>

- กันทรกสูตร สูตรว่าด้วยกันทรกปริพพาชก
- อัฏฐกนาครสูตร สูตรว่าด้วยคฤหบดีชาวเมืองอัฏฐกะ
- เสขปฏิปทาสูตร สูตรว่าด้วยข้อปฏิบัติของพระเสขะ
- โปตลิยสูตร สูตรว่าด้วยโปตลิยคฤหบดี
- ชีวกสูตร สูตรว่าด้วยหมอชีวก
- อุปาวาทสูตร สูตรว่าด้วยอุบาลีคฤหหบดี
- กุกกุโรวาทสูตร สูตรว่าด้วยโอวาทแก่ผู้ทำตัวดั่งสุนัข
- อภัยราชกุมารสูตร สูตรว่าด้วยอภัยราชกุมาร
- พหุเวทนิยสูตร สูตรว่าด้วยเวทนามากอย่าง
- อปัณณกสูตร สูตรว่าด้วยธรรมะที่ไม่ผิด
- สูตรว่าด้วยการประทานโอวาทแก่พระราหุล สูตรเล็ก
- สูตรว่าด้วยการประทานโอวาทแก่พระราหุล สูตรใหญ่
- สูตรว่าด้วยการประทานโอวาทแก่พระมาลุงกยะ สูตรเล็ก
- สูตรว่าด้วยการประทานโอวาทแก่พระมาลุงกยะ สูตรใหญ่
- ภัททาลิสูตร สูตรว่าด้วยพระภัททาลิ
- ลฑุกิโกปมสูตร สูตรแสดงข้อเปรียบเทียบด้วยนางนกใส้
- จาตุมสูตร สูตรว่าด้วยเหตุการณ์ในตำบลบ้านชื่อจาตุมา
- นฬกปานสูตร สูตรว่าด้วยเหตุการณ์ในหมู่บ้านชื่อนฬกปานะ
- โคลิสสานิสูตร สูตรว่าด้วยภิกษุชื่อโคลิสสานิ
- กีฎาคิริสูตร สูตรว่าด้วยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในนิคมชื่อกีฎาคิริ
- จูฬวัจฉโคตตสูตร สูตรว่าด้วยวัจฉโคตตปริพพาชก สูตรเล็ก
- สูตรว่าด้วยวัจฉโคตตปริพพาชกผู้ฟังข้อเปรียบเทียบเรื่องไฟ
- มหาวัจฉโคตตสูตร สูตรว่าด้วยวัจฉโคตตปริพพาชก สูตรใหญ่
- ทีฆนขสูตร สูตรว่าด้วยปริพพาชกชื่อทีฑนขะ
- มาคัณฑิยสูตร สูตรว่าด้วยมาคัณฑิยปริพพาชก
- สันทกสูตร สูตรว่าด้วยสันทกปริพพาชก
- สูตรว่าด้วยสกุลุทายิปริพพาชก สูตรใหญ่
- สูตรว่าด้วยปริพพาชกผู้เป็นบุตรแห่งนางสมณะผู้โกนผม
- จูฬสกุลุทายิสูตร สูตรว่าด้วยสกุลุทายิปริพพาชก สูตรเล็ก
- เวขณสสูตร สูตรว่าด้วยปริพพาชกชื่อเวณสะ
- ฆฏิการสูตร สูตรว่าด้วยช่างหม้อชื่อฆฏิการะ
- รัฏฐปาลสูตร สูตรว่าด้วยกุลบุตรชื่อรัฏฐปาละ
- มฆเทวสูตร สูตรว่าด้วยพระเจ้ามฆเทพ
- มธุรสูตร สูตรว่าด้วยพระเจ้ามธุรราชอวันตีบุตร
- โพธิราชกุมารสูตร สูตรว่าด้วยโพธิราชกุมาร
- อังคุลีมาลสูตร สูตรว่าด้วยพระองคุลิมาล
- ปิยชาติกสูตร สูตรว่าด้วยสิ่งที่เกิดจากสิ่งที่เป็นที่รัก
- พาหิติยสูตร สูตรว่าด้วยผ้าที่ทอมาจากแคว้นพาหิติ
- ธัมมเจติยสูตร สูตรว่าด้วยเจดีย์คือพระธรรม
- สูตรว่าด้วยเหตุการณ์ในป่าเนื้อชื่อกัณณกัตถล
- พรหมายุสูตร สูตรว่าด้วยพราหมณ์ชื่อพรหมายุ
- เสลสูตร สูตรว่าด้วยเสลพราหมณ์
- อัสสลายนสูตร สูตรว่าด้วยมาณพชื่ออัสสลายนะ
- โฆฏมุขสูตร สูตรว่าด้วยพราหมณ์ชื่อโฆฏมุขะ
- จังกีสูตร สูตรว่าด้วยจังกีพราหมณ์
- เอสุการีสูตร สูตรว่าด้วยเอสุการีพราหมณ์
- ธนัญชานิสูตร สูตรว่าด้วยธนัญชานิพราหมณ์
- วาเสฏฐสูตร สูตรว่าด้วยวาเสฏฐมาณพ
- สุภสูตร สูตรว่าด้วยสุภมาณพบุตรโตเทยยพราหมณ์
- สคารวสูตร สูตรว่าด้วยสคารวมาณพ


พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๓
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๔
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๕
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๖
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๗
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๘
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๙
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๐
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๑
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๒
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๓
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๔
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๕
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๖
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๗
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๐
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๑
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๒
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๓
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๕

แชร์ไปที่ไหนดี แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

» ชาร์ลส์ ดาร์วิน
ชาร์ลส์ ดาร์วิน เป็นผู้มีบทบาทนำให้เกิดการศึกษาค้นพบทฤษฎีวิวัฒนาการมากที่สุด ดาร์วินเสนอควาามคิดเกี่ยวกับการคัดเลือกโดยธรรมชาติ

» สงครามครูเสด (THE CRUSADES)
ดินแดนปาเลสไตน์ อันเป็นถิ่นกำเนิดของ พระเยซูไครสท์นั้นถือกันว่าเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งคริสต์ศาสนิกชน พากันไปจาริกแสวงบุญ ตั้งแต่ต้นคริสตกาล

» อาริสโตเติ้ล
อาริสโตเติ้ลเป็นชาวเมืองสตากีรา (Stagira) บิดารับราชการอยู่ในราชสำนักของพระเจ้าอามินตัส (Amyntas) กษัตริย์แห่งมาเคด็อน (Macedon)

» ยอดมนุษย์
เรื่องราวและชีวิตของพวกเขา บางเรื่องเป็นตำนาน เป็นเรื่องเล่า เป็นความจริง บางคนไร้ตัวตนบางคนล้มเหลว บางคนเป็นต้นแบบ เป็นอาชญากร

» รพินทรนาถฐากูร
หยุดเสียเถิดการสาธยาย การขับขานและการนั่งนับลูกประคำอะไรเหล่านี้ ท่านบูชาผู้ใดกันในมุมสลัวลาง...และเปล่าเปลี่ยวของเทวลัยที่หับบานประตูหน้าต่างมิดชิดรอบด้าน

» ประเทศไทย 77 จังหวัด
ประวัตศาสตร์,ความเป็นมา,ศิลปะ,วัตนธรรม,ประเพณีสถานที่สำคัญ,แหล่งท่องเที่ยว

» สงครามเวียดนาม
เอกราชของขบวนการชาตินิยมเวียดมินห์ ต่อต้านอำนาจของจักรวรรดินิยมเดิมคือ ฝรั่งเศส ต่อมาเมื่อฝรั่งเศสถอนตัวสหรัฐอเมริกาเข้ามาแทนที่และสนับสนุนเวียดนามใต้

» คาลิล ยิบราน
คาลิล ยิบราน ศิลปินผู้ใฝ่ฝ่ายจิตนิยม เขามักจะเทศนาหลักธรรมะ ด้วยการแสดงออกทางศิลปกรรม