ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม

หอพระไตร

พระวินัยปิฎก
พระสุตตันตปิฎก
พระอภิธรรมปิฎก
พระสูตร

พระไตรปิฎกฉบับประชาชน

พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๕

เล่มที่ ๑๓

เล่มที่ ๑๓ ชื่อทีฆนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์

๒๕.มาคัณฑิยสูตร สูตรว่าด้วยมาคัณฑิยปริพพาชก

๑ . พระผู้มีพระภาคประทับ ณ เครื่องลาดทำด้วยหญ้า ในโรงบูชาไฟของพราหมณ์ภารทวาชโคตร ในนิคมแห่งแคว้นกุรุชื่อกัมมาสธัมมะ ตรัสโต้ตอบกับมาคัณฑิยปริพพาชก ผู้กล่าวหาพระผู้มีพระภาคว่า ทรงกำจัดความเจริญ เพราะตรัสสอนให้สำรวมตา หู จมูก กาย ใจ.

ครั้งแรกตรัสถามว่า คนบางคนเคยได้รับบำเรอด้วยรูป, เสียง, กลิ่น , รส, โผฏฐัพพะ ( สิ่งที่ถูกต้องได้ด้วยกาย ) อันน่าปรารถนารักใคร่ชอบใจแล้วภายหลังรู้ความจริงทั้งสองฝ่ายเกิดฝ่ายดับ รู้โทษ รู้ความพอใจ รู้การถอนตัวออก จึงบรรเทาความทะยานอยากในรูป ความเร่าร้อนเพราะรูป ปราศจากความระหาย มีจิตสงบระงับในภายในดังนี้ ท่านจะกล่าวถึงผู้นี้ว่าอย่างไร.

ทูลตอบว่า ไม่กล่าวว่าอย่างไร.

๒. ตรัสเล่าเรื่องพระองค์เองผู้พรั่งหร้อมด้วยกามคุณ ๕ ( รูป เสียง เป็นต้น ) มีปราสาท ๓ หลัง สำหรับฤดูฝน, ฤดูหนาว, ฤดูร้อน พระองค์ได้รับการบำเรอด้วยดนตรีไม่มีบุรุษเจือปน ไม่ต้องลงชั้นล่างของปราสาทตลอด ๔ เดือน ในปราสาทสำหรับฤดูฝน. สมัยอื่นทรงทราบความจริงเกี่ยวกับกามคุณดั่งกล่าวข้างต้น จึงทรงบรรเทาความทะยานอยาก เป็นต้น มีจิตสงบระงับภายใน. เมื่อทรงเห็นผู้อื่นยังไม่ปราศจากราคะถูกความทะยานอยากในกามบีบคั้น ถูกความเร่าร้อนเพราะกามเผาไหม้ เสพกามอยู่ ก็ไม่ทรงกระหยิ่มยินดีไปตาม เพราะทรงยินดีด้วยความยินดีอันอื่นจากกามอื่น จากอกุศลธรรม จึงไม่ทรงยินดีต่อสิ่งที่เลวกว่า.

๓. ตรัสเปรียบตามที่มาคัณฑิยปริพพาชกทูลขอรับรองว่าเป็นเช่นนั้น เป็นข้อ ๆ คือ

๑. คนที่เคยเพียบพร้อมด้วยกามคุณในโลกนี้ ภายหลังทำความดีได้ไปเกิดเป็นเทพชั้นดาวดึงส์ เพียบพร้อมด้วยกามคุณอันเป็นทิพย์ ย่อมไม่เห็นกามสุขของมนุษย์ดีกว่า ที่ตนควรกลับไปหาอีก

๒. คนเป็นโรคเรื้อน ถูกหนอนไชเกาปากแผลด้วยเล็บ ย่างตัวที่หลุมถ่านเพลิง เมื่อรักษาหายแล้ว ย่อมไม่กระหยิ่มยินดีต่อคนเป็นโรคเรื้อนคนอื่นเพื่ออย่างตัวที่หลุมถ่านเพลิงและกินยา

๓. คนเป็นโรคเรื้อน ที่รักษาหายแล้ว ถูกผู้มีกำลังกว่าจับแขนให้เข้าไปหาหลุมถ่านเพลิง จะพยายามเบี่ยงตัวไปทางโน้นทางนี้ เพราะกายย่างตัวมีสัมผัสเป็นทุกข์ มีความเร่าร้อนมาก แต่ที่เคยสำคัญว่าเป็นสุขในกายย่างตัวที่ไฟ ก็เพราะถูกโรคครอบงำ

๔. คนเป็นโรคเรื้อน ยิ่งเกายิ่งย่างตัวปากแผลก็ไม่สอาดยิ่งขึ้น มีกลิ่นเหม็นยิ่งขึ้น เน่ายิ่งขึ้น ความเอร็ดอร่อยพอใจ ย่อมมีเพราะเหตุคือการเกาปากแผล. ความเอร็ดอร่อยพอใจ เพราะอาศัยกามคุณ ๕ ก็ฉันนั้น.

๕. ตรัสถามว่า เคยเห็นพระราชาหรือมหาอำมาตย์ของพระราชาผู้เพรียบพร้อมด้วยกามคุณ ไม่ละกามตัญหา แต่มีจิตสงบระงับภายใน ในอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคตหรือไม่.

ทูลตอบว่า ไม่เคยเห็น. ตรัสว่า แม้พระองค์ก็ไม่ทรงเคยเห็นหรือเคยฟังว่ามีเช่นนั้น. จึงตรัสสรูปว่า ต้องรู้ความจริงและกามตัญหาจึงมีจิตสงบ ระงับภายในอยู่ แล้วทรงเปล่งอุทานว่า

ลาภมีความไม่มีโรคเป็นอย่างยิ่ง
พระนิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง
บรรดาหนทางไปสู่พระนิพพาน
หนทางมีองค์ ๘ เป็นทางอันเกษม.

มาคัณฑิยปริพพาชกกล่าวว่า ตนเคยได้ยินครูบาอาจารย์ปริพพาชกรุ่นก่อน ๆ กล่าวอย่างนี้เหมือนกัน จึงตรัสถามความหมายว่า ความไม่มีโรคกับนิพพานเป็นอย่างไร.

มาคัณฑยปริพพาชกเอามือลูบตัวแล้วทูลว่า นี่แหละความไม่มีโรค นี่แหละนิพพาน ข้าพระเจ้าไม่มีโรค มีความสุข อะไร ๆ ก็ไม่เบียดเบียนในบัดนี้.

๕. ตรัสตอบว่า คนตาบอดแต่กำเนิด ไม่เคยเห็นสีต่าง ๆ ไม่เคยเห็นสิ่งราบเรียบและไม่สม่ำเสมอไม่เคยเห็นดวงดาว พระจันทร์ พระอาทิตย์ ได้ยินคนตาดีเขาพูดว่า ผ้าสีขาวดี ก็แสวงหาผ้าขาว แต่ถูกคนบางคนหลอกเอาผ้าสกปรกเปื้อนน้ำมันมาให้ว่า นี่แหละผ้าขาว ก็หลงห่มและชื่นชมว่าผ้าสะอาด มิใช่เพราะรู้เห็น แต่เพราะเชื่อคนตาดีเขาว่า.

พวกปริพพาชก ลัทธิอื่นก็ฉันนั้น ไม่รู้จักความไม่มีโรค ไม่เห็นพระนิพพานแต่กล่าวคาถานี้ ที่ว่าลาภมีความไม่มีโรคเป็นอย่างยิ่ง พระนิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง. คาถานี้พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าในกาลก่อนตรัสไว้ แต่ปัจจุบันนี้ กลายเป็นคาถาของบุถุชนไปโดยลำดับ.

ท่านกล่าวถึงกายนี้อันเป็นโรค เป็นฝี แล้วชี้ความไม่มีโรคและนิพพานไปที่กายนี้ ก็เพราะท่านไม่มีอริยจักษุ ที่จะรู้จักความไม่มีโรคที่จะเห็นพระนิพพานได้.

๖. มาคัณฑิยปริพพาชกทูลขอให้ทรงแสดงธรรมที่จะเป็นเหตุให้ตนรู้จักความไม่มีโรค เห็นพระนิพพานได้ ก็ทรงแสดงเรื่องความเกิดควาวมดับแห่งกองทุกข์ อันอาจรู้เห็นได้ด้วยตนเองโดยการฟังและปฏิบัติธรรม ซึ่งทำให้มาคัณฑิยปริพพาชากเลื่อมใสสรรเสริญพระธรรมเทศนา ขอถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะ และขอบรรพชาอุปสมบท เมื่อทราบว่าจะต้องอบรมก่อน ๔ เดือน ก็แสดงควาวมจำนงจะรับการอบรมถึง ๔ ปี และเมื่อได้บรรพชาอุปสมบทแล้วไม่นาน บำเพ็ญเพียรก็ได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์.

<< ย้อนกลับ || หน้าถัดไป >>

- กันทรกสูตร สูตรว่าด้วยกันทรกปริพพาชก
- อัฏฐกนาครสูตร สูตรว่าด้วยคฤหบดีชาวเมืองอัฏฐกะ
- เสขปฏิปทาสูตร สูตรว่าด้วยข้อปฏิบัติของพระเสขะ
- โปตลิยสูตร สูตรว่าด้วยโปตลิยคฤหบดี
- ชีวกสูตร สูตรว่าด้วยหมอชีวก
- อุปาวาทสูตร สูตรว่าด้วยอุบาลีคฤหหบดี
- กุกกุโรวาทสูตร สูตรว่าด้วยโอวาทแก่ผู้ทำตัวดั่งสุนัข
- อภัยราชกุมารสูตร สูตรว่าด้วยอภัยราชกุมาร
- พหุเวทนิยสูตร สูตรว่าด้วยเวทนามากอย่าง
- อปัณณกสูตร สูตรว่าด้วยธรรมะที่ไม่ผิด
- สูตรว่าด้วยการประทานโอวาทแก่พระราหุล สูตรเล็ก
- สูตรว่าด้วยการประทานโอวาทแก่พระราหุล สูตรใหญ่
- สูตรว่าด้วยการประทานโอวาทแก่พระมาลุงกยะ สูตรเล็ก
- สูตรว่าด้วยการประทานโอวาทแก่พระมาลุงกยะ สูตรใหญ่
- ภัททาลิสูตร สูตรว่าด้วยพระภัททาลิ
- ลฑุกิโกปมสูตร สูตรแสดงข้อเปรียบเทียบด้วยนางนกใส้
- จาตุมสูตร สูตรว่าด้วยเหตุการณ์ในตำบลบ้านชื่อจาตุมา
- นฬกปานสูตร สูตรว่าด้วยเหตุการณ์ในหมู่บ้านชื่อนฬกปานะ
- โคลิสสานิสูตร สูตรว่าด้วยภิกษุชื่อโคลิสสานิ
- กีฎาคิริสูตร สูตรว่าด้วยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในนิคมชื่อกีฎาคิริ
- จูฬวัจฉโคตตสูตร สูตรว่าด้วยวัจฉโคตตปริพพาชก สูตรเล็ก
- สูตรว่าด้วยวัจฉโคตตปริพพาชกผู้ฟังข้อเปรียบเทียบเรื่องไฟ
- มหาวัจฉโคตตสูตร สูตรว่าด้วยวัจฉโคตตปริพพาชก สูตรใหญ่
- ทีฆนขสูตร สูตรว่าด้วยปริพพาชกชื่อทีฑนขะ
- มาคัณฑิยสูตร สูตรว่าด้วยมาคัณฑิยปริพพาชก
- สันทกสูตร สูตรว่าด้วยสันทกปริพพาชก
- สูตรว่าด้วยสกุลุทายิปริพพาชก สูตรใหญ่
- สูตรว่าด้วยปริพพาชกผู้เป็นบุตรแห่งนางสมณะผู้โกนผม
- จูฬสกุลุทายิสูตร สูตรว่าด้วยสกุลุทายิปริพพาชก สูตรเล็ก
- เวขณสสูตร สูตรว่าด้วยปริพพาชกชื่อเวณสะ
- ฆฏิการสูตร สูตรว่าด้วยช่างหม้อชื่อฆฏิการะ
- รัฏฐปาลสูตร สูตรว่าด้วยกุลบุตรชื่อรัฏฐปาละ
- มฆเทวสูตร สูตรว่าด้วยพระเจ้ามฆเทพ
- มธุรสูตร สูตรว่าด้วยพระเจ้ามธุรราชอวันตีบุตร
- โพธิราชกุมารสูตร สูตรว่าด้วยโพธิราชกุมาร
- อังคุลีมาลสูตร สูตรว่าด้วยพระองคุลิมาล
- ปิยชาติกสูตร สูตรว่าด้วยสิ่งที่เกิดจากสิ่งที่เป็นที่รัก
- พาหิติยสูตร สูตรว่าด้วยผ้าที่ทอมาจากแคว้นพาหิติ
- ธัมมเจติยสูตร สูตรว่าด้วยเจดีย์คือพระธรรม
- สูตรว่าด้วยเหตุการณ์ในป่าเนื้อชื่อกัณณกัตถล
- พรหมายุสูตร สูตรว่าด้วยพราหมณ์ชื่อพรหมายุ
- เสลสูตร สูตรว่าด้วยเสลพราหมณ์
- อัสสลายนสูตร สูตรว่าด้วยมาณพชื่ออัสสลายนะ
- โฆฏมุขสูตร สูตรว่าด้วยพราหมณ์ชื่อโฆฏมุขะ
- จังกีสูตร สูตรว่าด้วยจังกีพราหมณ์
- เอสุการีสูตร สูตรว่าด้วยเอสุการีพราหมณ์
- ธนัญชานิสูตร สูตรว่าด้วยธนัญชานิพราหมณ์
- วาเสฏฐสูตร สูตรว่าด้วยวาเสฏฐมาณพ
- สุภสูตร สูตรว่าด้วยสุภมาณพบุตรโตเทยยพราหมณ์
- สคารวสูตร สูตรว่าด้วยสคารวมาณพ


พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๓
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๔
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๕
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๖
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๗
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๘
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๙
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๐
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๑
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๒
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๓
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๔
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๕
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๖
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๗
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๐
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๑
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๒
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๓
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๕

แชร์ไปที่ไหนดี แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

» ชาร์ลส์ ดาร์วิน
ชาร์ลส์ ดาร์วิน เป็นผู้มีบทบาทนำให้เกิดการศึกษาค้นพบทฤษฎีวิวัฒนาการมากที่สุด ดาร์วินเสนอควาามคิดเกี่ยวกับการคัดเลือกโดยธรรมชาติ

» สงครามครูเสด (THE CRUSADES)
ดินแดนปาเลสไตน์ อันเป็นถิ่นกำเนิดของ พระเยซูไครสท์นั้นถือกันว่าเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งคริสต์ศาสนิกชน พากันไปจาริกแสวงบุญ ตั้งแต่ต้นคริสตกาล

» อาริสโตเติ้ล
อาริสโตเติ้ลเป็นชาวเมืองสตากีรา (Stagira) บิดารับราชการอยู่ในราชสำนักของพระเจ้าอามินตัส (Amyntas) กษัตริย์แห่งมาเคด็อน (Macedon)

» ยอดมนุษย์
เรื่องราวและชีวิตของพวกเขา บางเรื่องเป็นตำนาน เป็นเรื่องเล่า เป็นความจริง บางคนไร้ตัวตนบางคนล้มเหลว บางคนเป็นต้นแบบ เป็นอาชญากร

» รพินทรนาถฐากูร
หยุดเสียเถิดการสาธยาย การขับขานและการนั่งนับลูกประคำอะไรเหล่านี้ ท่านบูชาผู้ใดกันในมุมสลัวลาง...และเปล่าเปลี่ยวของเทวลัยที่หับบานประตูหน้าต่างมิดชิดรอบด้าน

» ประเทศไทย 77 จังหวัด
ประวัตศาสตร์,ความเป็นมา,ศิลปะ,วัตนธรรม,ประเพณีสถานที่สำคัญ,แหล่งท่องเที่ยว

» สงครามเวียดนาม
เอกราชของขบวนการชาตินิยมเวียดมินห์ ต่อต้านอำนาจของจักรวรรดินิยมเดิมคือ ฝรั่งเศส ต่อมาเมื่อฝรั่งเศสถอนตัวสหรัฐอเมริกาเข้ามาแทนที่และสนับสนุนเวียดนามใต้

» คาลิล ยิบราน
คาลิล ยิบราน ศิลปินผู้ใฝ่ฝ่ายจิตนิยม เขามักจะเทศนาหลักธรรมะ ด้วยการแสดงออกทางศิลปกรรม