Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศิลปะ หัตถกรรม สถาปัตยกรรม ประติมากรรม สันทนาการ

สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก

จากจังหวัดที่เล็กที่สุด ถึงเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุด

  หน้า 3

หน้า | 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 |

ออกจากโบสถ์คริสต์ เดินย้อนกลับมาสัก 50 เมตร ข้ามสะพานสมเด็จพระอมรินทร์ เพื่อไปวัดบางกุ้ง

จังหวะดี สัก 10 นาที รถสองแถวสายราชบุรี-วัดโบสถ์ ก็มาพอดี ค่ารถคนละ 15 บาท

 

ระหว่างทาง


ถึงแล้วครับค่ายบางกุ้ง

      ค่ายบางกุ้ง เป็นค่ายทหารเรือไทยมีชื่อปรากฏอยู่ในพงศาวดารชาติไทยว่า เมื่อ พ.ศ.2307 ในแผ่นดินพระเจ้าเอกทัศน์แห่งกรุงศรีอยุธยา พม่ายกกองทัพมารุกรานบ้านเมืองไทย สมัยนั้นพระเจ้ามังระกษัตริย์พม่าให้เกณฑ์กองทัพพล25,000 คน ยกเข้าตีเมืองไทยสองทางให้มังมหานรธาเป็นแม่ทัพยกเข้ ามาตีทางใต้ให้เนเมียวสีหบดียกเข้ามาตีทางเหนือ ให้ตีไปบรรจบกันที่กรุงศรีอยุธยา เป็นศึกขนาบสองด้านกองทัพของเนเมียวสีหบดีเข้าตีเมืองเชียงใหม่ เมืองกำแพงเพชรจนแตกแล้วตั้งค่ายมั่น ต่อเรือ สะสมเสบียงอาหารอยู่


     ฝ่ายกองทัพมังมหานรธายกเข้ามาตีเมืองมะริด เมืองตะนาวศรี พม่าก็ยกทัพติดตามมาตีเมืองชุมพรแตกเผาเมืองชุมพรเสีย แล้วยกเข้ามาตีกองทัพของพระพิเรนทรเทพ ที่ตั้งค่ายอยู่เมืองกาญจนบุรีแตกอีก แล้วยกเข้าตีเมืองราชบุรี เพชรบุรี แตกทั้งสองเมือง แล้วยกกลับไปตั้งกองทัพต่อเรือและสะสมเสบียงอาหารอยู่ที่ดงรังหนองขาว เมืองกาญจนบุรี พระเจ้าเอกทัศน์ทรงทราบข่าวศึก จึงโปรดให้เกณฑ์กองทัพออกต่อสู้ ให้กองทัพบกยกไปตั้งค่ายรับข้าศึกอยู่ที่ตำบลบางตำหรุ เมืองราชบุรี แห่งหนึ่งให้กองทัพเรือยกมาตั้งค่ายอยู่ที่ตำบลบางกุ้ง เมืองสมุทรสงครามแห่งหนึ่งให้พระยารัตนาธิเบศร์ยกทัพเมืองนครราชสีมามาตั้ง ค่ายอยู่ที่เมืองธนบุรีแห่งหนึ่ง ให้พระยายมราชยกกองทัพมาตั้งค่ายอยู่เมืองนนทบุรีแห่งหนึ่ง

        ครั้น พ.ศ.2308ทัพมังมหานรธาก็ยกทัพเรือเข้าตีค่ายทหารบกที่บางตำหรุแตก ยกเข้ามาตีค่ายทหารเรือที่บางกุ้งแตก แล้วยกไปตีเมืองธนบุรี พระยารัตนาธิเบศร์ยกทัพหนี พม่าก็ยกทัพตามไปตีค่ายนนทบุรีแตกอีกแล้วยกเข้าล้อมกรุงศรีอยุธยาไว้ด้าน หนึ่งกองทัพของเนเมียวสีหบดีก็ยกทัพมาตีเมืองพิษณุโลก เมืองนครสวรรค์แตก แล้วยกทัพเรื่อยเข้ามาล้อมกรุงศรีอยุธยาไว้อีกด้านหนึ่ง จนกระทั่งกรุงศรีอยุธยาแตกเมื่อ พ.ศ. 2310 แล้วตั้งให้นายทองอินทร์คนไทยที่จงรักภักดีอยู่กับพม่า เป็นสุกี้นายกองคุมกองทัพรักษากรุงศรีอยุธยาไว้ ตั้งให้นายบุญส่งนั้นคุมค่ายเมืองธนบุรีไว้แล้วจึงยกทัพหลวงกลับไป
       ในปีพ.ศ. 2310 นั้นเองที่พระเจ้าตากสินได้ถูกเรียกเข้าช่วยราชการในกรุงศรีอยุธยาแต่เมื่อ เห็นว่าแม่ทัพไทยฝีมือยังไม่เข้มแข็ง และทหารไทยนั้นแตกความสามัคคีกัน เห็นจะสู้พม่าไม่ได้ จึงพาทหารประมาณ 500 คน ตีฝ่าออกไปจากกรุงศรีอยุธยาได้ พม่ายกติดตามไปก็ถูก พระเจ้าตากสินตีแตกกลับมาถึงสองครั้งสองครา พระเจ้าตากสินได้ไปตั้งตัวเป็นใหญ่อยู่ที่เมืองชลบุรี พระยาจันทรบุรี ไม่ยอมอ่อนน้อม จึงยกทัพเข้าตีเมืองจันทรบุรีแตก แล้วตั้งพลสะสมเสบียง อาหาร ต่อเรือรบ เห็นได้ว่ามากเพียงพอแล้ว ก็ยกทัพเรือมาตีค่ายเมืองธนบุรี และก๊กสุกี้นายกองที่รักษาอยู่ที่กรุงเก่าแตกพ่ายไป กู้กรุงศรีอยุธยาคืนมาได้ แล้วยกมาตั้งกรุงธนบุรีขึ้นใหม่ในปี พ.ศ. 2311

         เมื่อตั้งกรุงธนบุรีขึ้นแล้ว ก็โปรดให้พวกจีนในแถบลุ่มแม่น้ำแม่กลอง ราชบุรี กาญจนบุรี รวบรวมกำลังกันตั้งเป็นกองทหารรักษาค่ายบางกุ้งไว้ จึงเรียกว่า " ค่ายจีนบางกุ้ง " ในปี พ.ศ. 2311 ปีเดียวกันนี้ พระเจ้ามังระกษัตริย์พม่าให้แมงกี้มารหย่าเจ้าเมืองทวายยกกองทัพมาสืบข่าว ศึกในเมืองไทยว่าสงบราบคาบดีหรือกำเริบขึ้นประการใดแมงกี้มารหย่าคุมพล 20,000 คน ยกเข้ามาทางด่านเจดีย์สามองค์เมืองกาญจนบุรี แล้วเข้ามาตั้งพักพลสะสม เสบียงอาหารอยู่ที่ไทรโยคเมืองกาญจนบุรี แล้วส่งโปมังเป็นกองหน้าคุมพล 2,000 คนเศษยกล่วงหน้ามาล้อมค่ายจีนบางกุ้งไว้ ทหารจีนค่ายบางกุ้งพยายามต่อสู้ แต่สู้ไม่ได้เพราะมีกำลังน้อยกว่า นอกจากนั้น ยังถูกกองทัพพม่าล้อมไว ้ทำให้ขาดแคลนเสบียงอาหาร ค่ายจีนบางกุ้งจวนจะแตกอยู่แล้ว คณะกรรมการเมืองสมุทรสงคราม สมัยนั้น จึงมีใบบอกไปยังกรุงธนบุรี ครั้นพระเจ้าตากสินได้ทรงทราบ ก็มีพระทัยยินดีประดุจได้ลาภอันวิเศษกว่าลาภทั้งปวงด้วยมีพระราชหฤทัยหนักหน่วงในอันที่จะปลุกใจคนไทยมิให้คร้ามเกรงพม่าอีกต่อไป จึงโปรดให้จัดกองทัพเรือ 20 ละเศษ ให้มหามนตรี ( บุญมา ) เป็นกองหน้า โดยพระเจ้าตากสินเสด็จคุมทัพเรือมาด้วยพระองค์เอง ขับไล่กองทัพพม่าทำให้ข้าศึกแตกพ่าย หลังจากนั้นค่ายบางกุ้งแห่งนี้ก็ถูกปล่อยให้รกร้างเกือบ 200 ปี จนมาถึง พ.ศ.2510 กระทรวงศึกษาธิการ จึงได้ตั้งเป็นค่ายลูกเสือขึ้น (ปัจจุบันได้ยกเลิกไปแล้ว) และได้สร้างศาลพระเจ้าตากสินไว้เป็นอนุสรณ์

รูปปั้นทหาร ประจำอยู่ทั้งสี่ด้านศาลวีรชน


ไอศครีมกระทิสดในถ้วยดินเผา 20 บาท
อากาศร้อนมาก....

ถัดจากศาลวีรชน ก็พบสิ่งเหล่านี้แหละครับ ตื่นตาตื่นใจยิ่งนัก


อันนี้น่าจะเป็น ศิลปะการต่อสู้ออกแนวพวกกระบี่กระบอง แต่อาวุธไม่ค่อยจะครบมือสักเท่าไร


ดาบหายไปไหน

อ่านต่อหน้า  4

แชร์ไปที่ไหนดี แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com