Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศิลปะ หัตถกรรม สถาปัตยกรรม ประติมากรรม สันทนาการ

สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก

มาเก๊า มรดกโลก

(บทสรุป)

อ่านหน้า  1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | บทสรุป

        ถ้าจะบอกว่ามาเก๊าเป็นแหล่งคาสิโน เป็นแหล่งช๊อปปิ้งก็ไม่ผิดแต่อย่างใด แต่ต้องรวมถึงการเป็นแหล่งวัฒนธรรมเก่าแก่ลงไปด้วย เสน่ห์ของมาเก๊าอยู่ที่การผสมผสานสิ่งเหล่านี้เข้าด้วยกันอย่างเนียนสนิท และกลมกลืน แม้สิ่งที่ผมได้ไปพบไปเห็นไปสัมผัสมานั้นจะแค่เพียงส่วนน้อยนิด ในระยะเวลาสั้นๆ ก็ตาม

แหล่งมรดกโลกที่ได้รับการจดทะเบียนใหม่ในเขตเมืองเก่า ประกอบด้วยทัศนียภาพของถนนและจตุรัส

จตุรัสบาร์รา
อยู่หน้าวัดอามา (A-Ma Temple) ตรงข้ามท่าเรือใน (Inner Harbour) บริเวณด้านหน้าประดับด้วยเครื่องกระเบื้องโมเสกของโปรตุเกสที่มีชื่อเสียง ใช้สีเหลือหม่นและสีถ่านเป็นหลัก โดยจัดกระเบื้องเป็นลวดลายคลื่น สะท้อนการไหลที่อยู่ใกล้เคียง สร้างความรู้สึกคล้ายบรรยากาศแบบริมทะเล

จตุรัสลีเหล่า
ในภาษาโปรตุเกสลีเลา แปลว่า "น้ำพุบนภูเขา" แต่เดิมที่นี่ คือ แหล่งน้ำหลักของมาเก๊า เนื่องจากอยู่ใกล้ท่าเรือ ผู้ตั้งถิ่นฐานชาวโปรตุเกสรุ่นแรกที่มาอาศัยอยู่ได้ตั้งสุภาษิตเป็นภาษาโปรตุเกสเปรียบเปรยบริเวณนี้ไว้ว่า "ผู้ใดที่ดื่มน้ำจากลีเลาแล้วจะไม่มีวันลืมมาเก๊า หากไม่ตั้งบ้านเรือนอยู่ที่นี่ ก็จะต้องกลับมาอีกครั้ง" ซึ่งแสดงถึงคววามผูกพันธ์ของชาวท้องถิ่นที่มีต่อจตุรัสนี้

จตุรัสเซนต์ออกัสติน
มีพื้นที่ไม่ใหญ่นัก แต่ล้อมรอบไปด้วยสถานที่สำคัญๆ เช่น โบสถ์เซนต์ออกุสติน โรงละครโดมเปโดร ที่ห้า โรงเรียนนักธรรมและโบสถ์เซนต์โยเซฟ และห้องสมุด เซอร์โรเบิร์ต โฮ ทุง ถนนปูด้วยก้อนหินชวนให้นึกถึงถนนแบบเดียวกันในโปรตุเกส

จตุรัสเซนาโด้
ย่านการค้าเซนาโด้สแควร์ โดดเด่นด้วยพื้นถนนที่ปูลาดด้วยกระเบื้อง เป็นลอนคลื่น เปรียบเสมือนท้องทะเลอันอุดมสมบูรณ์ ล้อมรอบไปด้วยอาคารสไตล์ยุโรปหลากสีสัน ที่นี่จัดว่าเป็นแหล่งช้อปปิ้งที่รวมไว้ซึ่งร้านค้าต่างๆ มากมาย

จตุรัสคาธีดรัล
โบสถ์คาธอลิกแห่งนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1622 เพื่ออุทิศให้แด่พระแม่มาเรีย และเป็นหนึ่งในโสถ์ที่สำคัญที่สุดในมาเก๊า ส่วนหน้าของตึกออกแบบเรียบง่าย มีเพียงหน้าต่างกระจกสีเท่านั้น ภายใต้แท่นบูชาในโบสถ์มีกระดูกของบิชอปหลายคนจากศตวรรษที่ 16 และ 17 ฝังอยู่ ก่อนการคืนมาเก๊าให้ประเทศจีนปกครอง มีธรรมเนียมว่าผู้ว่าราชการของมาเก๊าคนใหม่ทุกคนจะต้องมาที่มหาวิหารเพื่อวางคฑาข้างๆรูปของพระแม่มาเรีย

จตุรัสเซนต์ดอมินิก
มีสถานที่สำคัญอย่าง "โบสถ์เซนต์ ดอมินิก" โบสถ์ที่ได้รับยกย่องว่ามีศิลปกรรมทางศาสนาที่งดงามที่สุด สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1587 โดย 3 บาทหลวงนิกายดอมินิกันชาวสเปนที่มาจากอะคาปุลโกในเม็กซิโก ด้านหลังอาคารได้มีการปรับเปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็กแสดงงานศิลปะที่เกี่ยวเนื่องกับศาสนามากถึง 300 ชิ้น

ตุรัสคอมพานีออฟจีซัส
เป็นที่ตั้งของตึก ลีอัล เซนาโด สร้างขึ้นในปีค.ศ.1784 ให้เป็นสำนักงานเทศบาลของมาเก๊า และผ่านการปรับปรุงมาหลายครั้ง ตึกที่ท่านเห็นในปัจจุบันสร้างและปรับปรุงในปีค.ศ.1874 เป็นที่รวบรวมหนังสือโบราณ รวมทั้งเอกสารสำคัญจากต่างประเทศตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 ถึงทศวรรษ 1950 โดยเฉพาะเอกสารที่บันทึกบทบาทของโปรตุเกสในทวีปแอฟริกาและกลุ่มประเทศในเอเชียตะวันออก ห้องสมุดยังมีสำเนาของ "อา อาเบล่า ดะ ชีนา" ( A Abelha da China ) ภาษาโปรตุเกส ฉบับแรกในประเทศจีนด้วย

 

จตุรัสคาโมส
มีสวนสาธารณะที่จัดแต่งตามฮวงจุ้ยอยู่หลายแห่ง ล้วนดูสวยแปลกตา น่าเข้าไปเยี่ยมชม อาทิ อุทยานไม้ดอกไม้ประดับที่สวยงาม สองข้างทางขนาบไปด้วยต้นไทรอายุหลายร้อยปี ยามเช้าของแต่ละวัน จะมีผู้สูงอายุเข้ามาเดินเล่นภายในสวน บ้างก็หิ้วกรงนกที่เลี้ยงไว้มาเดินเล่น หรือไม่ก็มาออกกำลังกายเบาๆ เพื่อสุขภาพ บริเวณยอดเขาจะมีคูหาเล็กๆ สไตล์อังกฤษภายในมีรูปสลักครึ่งตัว พร้อมบทกวีในภาษาจีน และโปรตุเกสที่จารึกไว้ เพื่อเป็นเกียรติแก่ Camoes กวีชาวโปรตุเกสชื่อดัง ที่เข้ามาใช้ชีวิตในมาเก๊าในช่วงปี ค.ศ. 1557

ค่ายทหารชาวมัวร์
เป็นค่ายทหารที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1874 เพื่อเป็นที่พักอาศัยของทหารจากอินเดียเพื่อส่งเข้ามาเสริมกำลังให้กองตำรวจมาเก๊า ปัจจุบันคือกองบังคับบัญชาของคณะบริหารฝ่ายการเดินเรือของมาเก๊า แต่อาคารยังคงโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบนีโอคลาสสิคที่ได้รับอิทธิพลของพวกโมกุลผสมผสานเข้าไปด้วย

แมนดารินเฮาส์
บ้านที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1880 ของนักประพันธ์จีนนามว่า เจิ้ง กวนยิ่ง เป็นตัวอย่างบ้านอยู่อาศัยของชาวจีน ประกอบด้วยเรือนหลายหลัง มีอาณาบริเวณ และลานหน้าบ้าน ผสมผสานด้วยรายละเอียดของความเป็นจีนและตะวันตก

วัดอาม่า
วัดอาม่า คือวัดที่เก่าแก่ที่สุดและเก็บรักษาศิลปะวัตถุเก่าแก่ซึ่งมีมูลค่ามหาศาลไว้มากมาย เป็นอาคารสถาปัตยกรรมที่คงอยู่มาได้ยาวนานที่สุดของมาเก๊า ในบริเวณวัดมีศาลาซุ้มประตู หอเมตตาธรรม ศาลเจ้าแม่กวนอิม และศาลพระพุทธ

โบสถ์เซนต์ลอเรนซ์
สร้างขึ้นในกลางศตวรรษที่ 16 และเป็นหนึ่งในสามโบสถ์ที่เก่าแก่ที่สุดของมาเก๊า ปัจจุบันได้ถูกบูรณะใหม่ในปี 1846 ตั้งอยู่ริมทะเลทางชายฝั่งตอนใต้ของมาเก๊า เป็นสถานที่ที่เหล่าครอบครัวกลาสีมักมารวมตัวกันที่บันไดหน้าโบสถ์ เพื่อสวดมนต์และรอคอยการกลับมาของคนรัก จึงมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "หอแห่งสายลมปลอบประโลม

โรงเรียนนักธรรมและโบสถ์เซนต์โจเซฟ
สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1728 เคยเป็นฐานที่ตั้งสำคัญของพวกมิชชันนารีที่ทำงานสอนศาสนาในประเทศจีน ญี่ปุ่น และบริเวณใกล้เคียง โรงเรียนนี้เปิดสอนหลักสูตรวิชาการเทียบเท่ามหาวิทยาลัย ในปีค.ศ.1800 พระราชินีโดนา มาเรียที่1 แห่งโปรตุเกส ได้เสด็จมาประทานพระราชกระแสในหัวข้อ "House of The Mission Congregation" ขณะที่อาคารติดกัน คือ โบสถ์เซนต์โจเซฟ ซึ่งสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1758 ได้รับการยืนยันจากยูเนสโกในปี ค.ศ.2001 ว่าเป็นโบสถ์ตัวอย่างของสถาปัตยกรรมแบบบารอคในจีน

โรงละครโดรมเปโดร ที่ห้า
สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1860 ตั้งอยู่ในย่านโบสถ์เซนต์ออกัสติน โรงละครแห่งนี้ นับเป็นโรงละครร้อง สไตล์ยุโรปคลาสสิคแห่งแรก ในชายฝั่งทะเลจีน ปัจจุบันยังคงใช้จัดการแสดงต่างๆ อาทิ เทศกาลดนตรีนานาชาติ

ห้องสมุด เซอร์ โรเบิร์ต โฮ ทุง
ในปี ค.ศ.1918 เซอร์ โรเบิร์ต โฮ ทุง พ่อค้าผู้ร่ำรวยชาวฮ่องกงได้ซื้อต่อมาและใช้เป็นบ้านพักตากอากาศฤดูร้อน เมื่อเซอร์ โรเบิร์ต โฮ ทุง เสียชีวิตในปี ค.ศ.1955 ได้ทำพินัยกรรมยกให้แก่รัฐบาลมาเก๊า เพื่อใช้เป็นห้องสมุดสาธารณะ เริ่มเปิดใช้บริการแก่สาธารณะชนในปี ค.ศ.1958

วัดซำ ไก วุย คุน หรือ วัดกวนไท
วัดนี้ตั้งอยู่ในบริเวณซึ่งเคยเป็นตลาดมาเก๊าโบราณ ซึ่งยังมีป้ายตลาดให้เห็นอยู่ในปัจจุบัน แต่เดิมเคยเป็นที่ชุมนุมของพวกพ่อค้า และมีความสำคัญยิ่งต่อชุมชนชาวจีน ก่อนการตั้งหอการค้าจีน ในปีค.ศ.1912 บริเวณรอบๆวัดเคยเป็นศูนย์กลางการค้าของชาวจีนในมาเก๊า เมื่อความสำคุญของตลาดลดลง วัดจึงกลายเป็นสถานที่สำคัญที่สุดในบริเวณนี้

โบสถ์เซนต์ปอล
นับเป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองมาเก๊าที่ทุกคนจะต้องขอไปเยือน โบสถ์แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1602 เพื่อใช้เป็นโรงเรียนสอนศาสนาแห่งแรกของชาวตะวันตกในดินแดนตะวันออกไกล ต่อมาในปี ค.ศ. 1835 ได้เกิดเพลิงไหม้อย่างรุนแรง ทำให้เกิดความเสียหายทั้งหลัง คงเหลือเพียงประตูหน้าและบันไดทางเข้าเท่านั้น และได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ในปี ค.ศ. 1991 ปัจจุบันได้รับการเสนอชื่อแก่องค์การยูเนสโก้ ให้เป็นมรดกโลกอีกด้วย ด้านหลังของประตูโบสถ์ได้จัดเป็นพิพิธภัณฑ์ทางศาสนา เพื่อรวบรวมภาพเขียนและจัดแสดงอุปกรณ์ที่ใช้ในการพิธีทางศาสนา มีหลุมฝังศพของบาทหลวง วาลิคนาโน ผู้ก่อตั้ง และโครงกระดูกของชาวคริสต์ญี่ปุ่น และเวียดนามที่เสียชีวิตเมื่อคราวที่เกิดไฟไหม้ครั้งนั้น

วัดนาช่า
โบสถ์อันอุทิศแก่การสักการะนาช่า สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1888 ตั้งอยู่ใกล้อาคารทำการที่ยังคงอยู่ของหัวหน้าคณะเซยูอิตประจำภูมิภาค แสดงถึงตรรกะแห่งอุดมคติของชาติตะวันตกและจีน เป็นหนึ่งในตัวอย่างชั้นเยี่ยมของการมีวัฒนธรรมหลากหลายและอิสรภาพทางศาสนาของมาเก๊า

ป้อมมองเต
สร้างขึ้นในระหว่างปี ค.ศ. 1617-1626 ในอดีตใช้เป็นกำแพงเมือง เพื่อป้องกันการรุกรานของชาวดัทช์ ปัจจุบันที่นี่ได้รับการดัดแปลงให้เป็นพิพิธภัณฑ์แห่งชาติของมาเก๊า ภายในจัดแสดงประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตวัฒนธรรมมาเก๊า ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน บริเวณรอบนอกของอาคาร จัดแสดงปืนใหญ่โบราณ ซึ่งบางกระบอกก็ยังสามารถใช้การได้

ปราการเกีย
เป็นที่ตั้งของประภาคารที่เก่าแก่ที่สุดในฝั่งทะเลจีน สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 17 และยังคงใช้อยู่มาจนถึงปัจจุบัน ประภาคารแห่งนี้ตั้งอยู่บนยอดเขาเกีย ซึ่งสูงที่สุดของมาเก๊า นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของป้อมปราการ และโบสถ์เล็กสไตล์บารอคที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1637

"มาเก๊า ยังมีความทรงแห่งอดีตตรงโน้นนิดตรงนี้หน่อยตกหล่นเกลือนกราดไปทั่ว และยังมีโบราณสถานเก่าแก่อีกมากมาย มีความทันสมัยให้เสพสุข มีโชคให้เผชิญ..."

ท่านสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ การท่องเที่ยวมาเก๊า ประจำประเทศไทย
ชั้น 8 อาคารมณียา เซ็นเตอร์, 518/5 ถนนเพลินจิต เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 (สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ชิดลม)
  
โดยการท่องเที่ยวมาเก๊า ได้จัดทำหนังสือคู่มือท่องเที่ยวมาเก๊า ฉบับภาษาไทย ไว้บริการสำหรับท่านที่สนใจจะเดินทางท่องเที่ยวในมาเก๊า โดยผู้ที่สนใจสามารถติดต่อรับได้ด้วยตนเอง สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกมารับด้วยตนเอง การท่องเที่ยวมาเก๊ามีบริการจัดส่งให้ท่านทางไปรษณีย์ (ไม่มีค่าใช้จ่าย)

แชร์ไปที่ไหนดี แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com