Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ชุมนุมจอมยุทธ

แลกเปลี่ยนมุมมอง สร้างสรรค์สังคม เปิดโลกทัศน์ จัดระบบความคิด สื่อสารกับชาวโลก

แวดวงจอมยุทธ ตำนานจอมยุทธฯ

ชุมนุมจอมยุทธ (4)
ไปหน้า >> 1 - 2 - 3 - 4 - 5 - 6 - 7 - 8 - 9 - 10 - 11 - 12 - 13 - 14

หัวข้อ :

เก็บมาฝากเรื่อง

ซาไก

ซาไก (สินอย เงาะ ชาวป่า) Sakai (Senoi) ตระกูลภาษาออสโตรเอเชียติก (Austroasiatic Language Family) Synonyms : Senoi

ซาไก เป็นชนกลุ่มน้อยเผ่าพันธุ์หนึ่ง อาศัยอยู่รวมกันเป็นกลุ่มเล็ก ๆ กระจัดกระจายอยู่ตามพื้นที่ป่าเขา ในภาคใต้ของประเทศไทย ตลอดไปจนถึงประเทศมาเลเซีย ซาไก มีชื่อเรียกหลายชื่อ อาทิ ชาวพัทลุงเรียก เงาะ เงาะป่า เนื่องจากเส้นผมของซาไกหยิกหยองคล้าย เงาะ ที่เป็นผลไม้ ชาวสตูลเรียก ชาวป่า เพราะพวกเขาอาศัยอยู่ตามป่าเขา ไม่อยู่ในที่ราบโล่งเหมือนชาวบ้านทั่วไป ชาวไทยมุสลิมแถบ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส เรียก ซาแก ซึ่งแปลว่า แข็งแรง หรือป่าเถื่อน เพราะพวกนี้ชอบอยู่ตามป่า และมีความทรหดอดทนบึกบึน แต่ชาวไทย พุทธเรียกเพี้ยนไปเป็น ซาไก ชาวมาเลเซียเรียกว่า โอรัง อัสลี (Orang Asli) ซึ่งแปลว่า คนพื้นเมือง หรือคนดั้งเดิม ซึ่งชาวซาไกโดยทั่วไป มีความรู้สึกที่ดีและพอใจให้คนอื่นเรียกพวกเขาว่า เป็นพวกโอรัง อัสลี เพราะ มีความหมายไปในทำนองยกย่องให้เกียรติว่าพวกเขาเป็นคน ดั้งเดิม เป็นเจ้าของถิ่นเดิม ไม่ใช่พวกป่าเถื่อนอย่างคำว่า ซาไก แต่ซาไกเรียกตัวเองว่า มันนิ ซึ่งแปลว่า “มนุษย์”

ซาไก เป็นกลุ่มชาติพันธุ์นิกริโต (Nigrito) รูปพรรณสัณฐานของซาไก มีรูปร่างเตี้ย ผิวดำคล้ำ ผมหยิก ขมวดเป็นฝอย จมูกแบนกว้าง ริมฝีปากหนาดำ คิ้วดกหนา นัยน์ตาสีดำเป็นประกาย นิ้วมือนิ้วเท้าโต
ชนเผ่าซาไกนี้เป็นพวกที่อพยพเข้ามาอยู่ในแหลมมลายูภายหลังชนเผ่าเซมัง แต่ก็นับว่าซาไกเป็นกลุ่ม กลุ่มมนุษยชาติเก่าแก่ที่มีถิ่นฐานอยู่ในพื้นที่ตอนใต้ของประเทศไทย ตลอดไปจนในประเทศมาเลเซีย และบางส่วนในประเทศอินโดนีเซียมาก่อนคนเผ่าอื่นทั้งหมด โดยศึกษาจากประเพณีการฝังศพของ ชาวซาไกปัจจุบัน ยังมีร่องรอยตรงกับลักษณะการฝังศพของคนสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ประมาณยุค หินกลาง (Middle Stone Age ครอบคลุมระยะเวลาระหว่าง 10,000-6,000 ปีมาแล้ว)

ปัจจุบันชาวซาไกใน ประเทศไทย เป็นชนกลุ่มน้อยที่ชอบอาศัยอยู่ตามป่าใกล้กับพรมแดนไทยกับมาเลเซีย พบอาศัยอยู่ใน แถบจังหวัดภาคใต้ของประเทศไทย ที่จังหวัดนราธิวาส ยะลา สตูล และพัทลุง
สำหรับชาวซาไกที่ จังหวัดยะลา ทางราชการได้จัดสรรพื้นที่อาศัยให้กับชาวซาไก ที่บ้านแหร อำเภอธารโต จังหวัดยะลา มีชื่อหมู่บ้านว่า หมู่บ้านซาไก ชาวซาไกทุกคนในหมู่บ้านนี้จะมีนามสกุลใช้เหมือนกันว่า “ศรีธารโต” อันเป็นนามสกุลที่สมเด็จพระราชชนนีศรีสังวาลย์ (สมเด็จย่า)พระราชทาน ในหมู่บ้านดังกล่าวมีชนเผ่าซาไกอาศัยอยู่ราว 30 คน

โดยทั่วไปแล้ว ซาไกจะอยู่รวมกันเป็นกลุ่มๆ ละ 20-50 คน ซาไกมีลักษณะสังคมล่าสัตว์และเก็บของ ป่า ซึ่งเป็นสังคมของมนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ใช้ชีวิตแบบเร่ร่อน ไม่อยู่เป็นหลักแหล่งที่แน่นอน จะอพยพโยกย้ายที่อยู่อาศัยอยู่เสมอ สาเหตุที่ซาไกอพยพเรื่อย ๆ เนื่องจากพวกนั้นอาศัยอาหารที่มีอยู่ ตามธรรมชาติ เมื่อแหล่งอาหาร คือ เผือก มัน ในบริเวณที่อยู่อาศัยหมดลง ก็ต้องย้ายไปหาที่อยู่แห่งใหม่ที่อุดมสมบูรณ์กว่า และถ้ามีคนตาย เมื่อฝังศพแล้วจะรีบอพยพหนีไปทันทีเพราะกลัวผี และกลัวเสือมากินศพ และทำอันตรายแก่คนที่เหลืออยู่ และเมื่อถ่ายอุจจาระมาถึงที่พักอาศัย ก็จะอพยพย้ายบ้านไป (ซาไกจะถ่ายอุจจาระจากบริเวณรอบนอกที่พักแล้วค่อยๆ วกเข้ามาใกล้ที่พักเรื่อยๆ) และหากมีคนนอกเผ่ามาเจอ และขอลูกไปเลี้ยง ซาไกก็จะรีบอพยพย้ายบ้านหนีเช่นกัน

ชาวซาไก มีภาษาของตัวเอง ภาษาซาไกอยู่ในตระกูลภาษาคำโดด เช่นเดียวกับภาษามอญ-เขมร ในเผ่าซาไกนี้ ยังแบ่งย่อยเป็นกลุ่มชน ตามภาษาอีก ได้แก่ กลุ่มภาษากันซิว ซึ่งเป็นภาษาที่ชาวซาไกที่อำเภอธารโต จังหวัดยะลาใช้พูด กลุ่มภาษาแต็นแอ๊น กลุ่มภาษาแตะเดะ กลุ่มภาษายะไฮ แต่สภาพการณ์ในปัจจุบัน พอคาดการณ์ได้ว่า ภาษาซาไกอาจสูญหายไปในอนาคตอันใกล้ ด้วยสาเหตุใหญ่ ๆ คือ วิถีชีวิต ของซาไกปัจจุบัน มีการติดต่อกับผู้อื่นมากขึ้น และใช้ภาษาของชนกลุ่มอื่นมากขึ้น มีการติดต่อรับวัฒนธรรมของชนกลุ่มใหญ่มากขึ้นทำให้วัฒนธรรมภาษาของซาไกเปลี่ยนไปจากเดิมมาก
เด็ก ๆ ชาวซาไกรุ่นใหม่จะพยายามใช้ภาษาใกล้ตัว ซึ่งเป็นภาษาของชนที่มีวัฒนธรรมสูงกว่า เช่น ภาษามลายูและภาษาไทยกันอย่างแพร่หลาย แม้ชาวซาไกในจังหวัดยะลาก็สามารถพูดภาษาไทยกับผู้ที่ไปเยี่ยมเยือนได้ดี ประกอบกับภาษาซาไกไม่มีตัวอักษรที่เป็นภาษาเขียน อักษรที่ใช้จึงเป็นอักษรภาษาไทยหรือภาษามลายูเป็นส่วนมาก

ผู้ชายชาวซาไก แต่งกายโดยใช้เปลือกไม้ ผู้หญิงใช้ย่านไม้พันกายสั้นๆ แต่ก่อนนี้ ผู้หญิงแต่งกายกันแบบเงาะอย่างสวยงาม หญิงที่ยัง ไม่มีสามีจะใช้ดอกไม้สีขาวทำตุ้มหู ใช้หวีไม้ไผ่เสียบผม หรือสวมกำไลข้อมือ ส่วนหญิงมีสามีแล้วจะสวมสร้อยคอลูกประคำ แต่ปัจจุบัน... ลักษณะดังกล่าวสูญหายไปหมดสิ้น
ปัจจุบัน... ซาไกรับวัฒนธรรมการแต่งกายอย่างสังคมชาวเมืองมามาก มีการสวมเสื้อผ้า ผู้หญิงก็นุ่งโสร่ง กระโปรง ผู้ชายก็นุ่งกางเกง สวมรองเท้าแบบชาวเมือง การยังชีพของซาไก พึ่งพาอาหารที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ อาหารหลัก คือ เผือก มัน ผลไม้ป่าและเนื้อสัตว์ตามแต่จะหาได้ ผู้หญิงและ เด็กจะขุดหาเผือกมัน ผักผลไม้ในบริเวณใกล้ ๆ ทับ พวกผู้ชายจะออก หาอาหารประเภทเนื้อสัตว์ในป่า พวกนี้ไม่ทำการเพาะปลูกหรือเลี้ยงสัตว์

เวลาล่าสัตว์จะใช้ลูกดอกเป่าไม้ซางข้างในกลวง ลูกดอกทำจากก้านไม้ที่มีความเหนียว เหลาปลายแหลม ทายางอิโป๊ะ เก็บไว้ใน กระบอกไม้ เหน็บเอวเวลาเดินทาง เวลาบรรจุลูกดอกจะมีปุยไม้คล้ายสำลีอัดให้แน่น เพื่อเวลาเป่าจะได้มีกำลังส่ง สัตว์ที่ล่าได้แก่ ลิง ค่าง นก ชะนี ส่วนสัตว์ใหญ่ใช้หอกหรือหลาวแทน (บุญช่วย 2506, น.17-18) เมื่อหาอาหารมาได้เท่าใดก็จะอยู่กินจนหมดเสียก่อนค่อยออกหาอาหารอีกครั้ง

การตั้งถิ่นฐานของซาไก พวกนี้จะเลือกทำเลที่อยู่อาศัยในภูมิประเทศที่เป็นเนินสูง มักอยู่ตามป่าลึก มีลำธารหรือน้ำตกอยู่ใกล้ ๆ มีสัตว์ป่า เผือก มันอุดมสมบูรณ์ และต้องเป็นบริเวณที่มีไม้ซางอยู่ไม่ไกลนัก เพราะซาไกใช้ไม้ซางเป็นอาวุธสำคัญสำหรับล่าสัตว์
ซาไกที่อยู่ป่าเรียกว่า ซาไกตันหยง ส่วนพวกที่ อยู่ตามเขาเรียกว่า ซาไกบูเกต

บ้านของซาไก เรียกว่า ทับ มีลักษณะเป็นเพิงหมาแหงน สำหรับอาศัย ชั่วคราว ใช้ท่อนไม้สองท่อน ทำเป็นเสา มีไม้พาดกลาง 1 เล่ม ใช้ลำไม้ไผ่พาดให้จดกับพื้นดิน มุงด้วย หลังคาด้วยใบหวาย ใบแฝกหรือใบคาอย่างเพิงหมาแหงน บางหลังคล้ายกระท่อมติดพื้นดินมีหน้าจั่ว ใช้ใบไม้ สานทำเป็นฝากั้น ที่นอนใช้ไม้ไผ่ทำเป็นฟาก ภายในบ้านมีเตาไฟสุมทำอาหารและให้ความ อบอุ่น มักแขวนรวงผึ้งหรือรวงหอยมะพร้าวไว้นอกค่าย เชื่อว่าภูติผีปีศาจจะหันเหความสนใจไปยังรู ูต่าง ๆ ของรวงผึ้งจะได้ไม่รบกวนเวลาหลับนอน รอบ ๆ ค่ายของซาไกจะมีรั้วหนามกั้นป้องกัน สัตว์ร้าย (บุญช่วย 2506, น.14-15)

ประเพณีการแต่งงานของซาไก เมื่อหนุ่มพอใจสาวคนไหนก็จะมีการฝากรักกันโดยการให้ดอกไม้ อาจเป็นดอกไม้สีแดงหรือสีอื่นๆ ก็ได้ จากนั้นก็ให้พ่อแม่ไปสู่ขอ เมื่อตกลงฝ่ายชายก็ไปอยู่บ้านของ ฝ่ายหญิงได้เลย ซาไกนับถือสายตระกูลทั้งพ่อและแม่ เวลาแต่งงาน ผู้ชายต้องทำให้พ่อแม่ผู้หญิงพอใจ โดยการล่าสัตว์ หาผลไม้มามอบให้พ่อแม่ผู้หญิงและตัวผู้หญิงด้วย ซาไกจะใช้ชีวิตครอบครัวผัวเดียว เมียเดียว (Monogamy) ชายหญิงในเครือญาติใกล้ชิดกันจะสมรสกันไม่ได้และไม่มีการสำส่อนในเรื่อง เพศ ไม่มีการเป็นชู้กัน

ซาไกมีความเชื่อในสิ่งเหนือธรรมชาติ และเกรงกลัวปรากฏการณ์ธรรมชาติ ความเชื่อประเภทต่าง ๆ เหล่านี้ อาทิ ความเชื่อในเรื่อง โชคลาง เช่น เมื่อเข้าป่าล่าสัตว์ ให้พูดถึงสัตว์ที่ต้องการ เชื่อว่าจะได้ตามที่พูดไว้ ความเชื่อในเรื่องความฝัน เช่น ถ้าหญิงฝันว่ามีคนเอาเล็บเสือ เขี้ยวเสือมาให้ เชื่อว่าจะมีสามี ชายฝันว่าล่าหมูจะได้ภรรยา ความเชื่อเรื่องวิญญาณและภูตผี เช่น เชื่อว่า ตามต้นไม้ใหญ่ ๆ มีผีอาศัยอยู่ เนื่องจากประเพณีปฏิบัติในพิธีฝังศพ เมื่อฝังศพเสร็จ หมอผีจะนำวิญญาณไปให้อาศัยที่ต้นไม้ใหญ่ เชื่อว่าต้นไม้ใหญ่จะเป็นบ้านที่อยู่อัน แข็งแรงตลอดไป ความเชื่อเรื่องของเวทมนตร์คาถา เช่น เวทมนตร์คาถาที่ใช้รักษาโรคภัยไข้เจ็บ หมอจะเสกหมากพลู แล้วเคี้ยวพ่นลงตรง อวัยวะส่วนที่เจ็บปวด เรียกว่า "ซาโฮซ"

เมื่อมีคนตายในกลุ่ม ซาไกจะช่วยกันทำศพ โดยเอาไม้ฟากห่อศพไปยังป่าช้า ขุดหลุมแล้วนำเสื้อผ้า อาวุธประจำตัวของผู้ตายฝังลงไป พร้อมศพ บนหลุมศพจะมีเผือกมัน อาหาร เพื่อเป็นเสบียงให้ผู้ตายเดินทางไปสวรรค์ (บุญช่วย 2506, น.23) และเมื่อมีคนตาย ซาไกจะย้ายที่อยู่ เพราะเกรงกลัวดวงวิญญาณของผู้ตายจะมารบกวน (Lebar and others 1964, p.181 และบุญช่วย 2506, น.24)



โดย : เณรชวาน
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 19 ม.ค. ปี 2005 [ เวลา 14 : 23 ]

เป็นเรื่องดีน่าสนใจมากค่ะ
ขอบคุณที่แวะมาลงนะคะ
อ่านแล้วนึกถึง รัชกาลที่ ๕ ท่านเสด็จประพาส
แล้วเสด็จกลับมาทรงพระราชนิพนธ์เรื่องเงาะป่า
ที่น่าชื่นชอบมากค่ะ

โดย : ทิกิ
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 19 ม.ค. ปี 2005 [ เวลา 17 : 39 ]

..ขอบคณยิ่งนัก

โดย : พู่กันหยก
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 19 ม.ค. ปี 2005 [ เวลา 22 : 57 ]



โดย : มารฯ
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 21 ม.ค. ปี 2005 [ เวลา 0 : 55 ]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com