Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ชุมนุมจอมยุทธ

แลกเปลี่ยนมุมมอง สร้างสรรค์สังคม เปิดโลกทัศน์ จัดระบบความคิด สื่อสารกับชาวโลก

แวดวงจอมยุทธ ตำนานจอมยุทธฯ

ชุมนุมจอมยุทธ (4)
ไปหน้า >> 1 - 2 - 3 - 4 - 5 - 6 - 7 - 8 - 9 - 10 - 11 - 12 - 13 - 14

หัวข้อ : ..........

รอยอดีต

.......... กาลเวลา ผ่านผัน วันปีใหม่ .............

.......... ใจหวนให้ รำลึกถึง ความหลัง ...........

.......... จวบวันนี้ ผ่านครบปี ที่รักพัง ............

.......... หมดความหวัง ใจสลาย พ่ายยับเยิน ........

//
.... เคยรักใคร่...ห่วงใย....ใฝ่ถนอม.........

.... รักสุกงอม...มอบได้แม้น...ชีวานั่น .......

.... มาบัดนี้ ...แค่เพียงคน... เคยรักกัน .......

.... กาลผ่านผัน... กลับกลายเป็น...คนอื่นไป .........

//

........ มาวันนี้...ไร้แม้เงา...ของเขาอยู่ ..........

........ โฉมพธู....เจ็บหนัก...รักสลาย ............

........ วันเดือนผ่าน...ครบปี...ใจมิวาย ............

........ รำลึกได้...วันรักจบ...พบความตรม ..............





















โดย : อิ่มอุ่น
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 21 ม.ค. ปี 2005 [ เวลา 16 : 10 ]




......มิอาจเทียบ..ความเจ็บใด..ได้เท่านี้ .............

......ดวงฤดี...มีเพียงหนึ่ง...สูญสลาย ................

......ถึงหลั่งเลือด..แทนน้ำตา..ยังมิคลาย ................

......แม้นหัวใจ..ใครมากมาย...ไม่อาจแทน ...............

//


............ เคยจารึก..ชื่อเธอ..บนทุกสิ่ง ...............

.............ใยกลับถูก..ลบทิ้ง..ไปจนได้ ................

.............ถึงวันนี้..สลักย้ำ..ซ้ำรอยใจ ...................

............ ลบเพียงใด..ยิ่งลึกล้ำ..ย้ำรอยเดิม ..................




....* ซึ่งมันจะอยู่ตรงนั้นต่อไปนิจนิรันดร์ *....










โดย : อิ่มอุ่น
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 21 ม.ค. ปี 2005 [ เวลา 16 : 18 ]

ดูท่านเอ่ย เฉลยความซ่อนในจิต
หมู่มวลมิตร ร่วมฟังนั่งอดสู
ความผิดหวังให้ท่านเปรียบเหมือนครู
ได้เรียนรู้ โลกมนุษย์สุดระกำ

อันความรักเปรียบเหมือนสิ่งมายา
ปิดดวงตา ให้หลงในดงใหญ่
ข้าน้อยหวังเพียงเพื่อนใครต่อใคร
อย่าได้หลงเข้าไปในวังวน

อันความรักความหลง ให้ปลงจิต
อย่าได้คิด ผูกพันธุ์ เพ้อฝันหา
มันแอบจ้องทำร้ายเราทุกเวลา
อย่าเทียวหาให้ป่วนจิต คิดปล่อยวาง

ขอคาราวะขอคาราวะ
มารสุราเยี่ยงข้าอดีตเพียงภาพลวงตา
ถวิลหาความสุขเพียงดื่มกิน

ขอคาราวะท่านผู้อาวุโสด้วยใจ
.....สุรา..สุรา..สุรา...



โดย : มารเหล้าขาว
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 21 ม.ค. ปี 2005 [ เวลา 16 : 35 ]




....น้อมคาระวะ...ท่านมารเหล้าขาว...เจ้าค่ะ..

//

..ไม่มีใคร อยากหลง พะวงจิต...

..ไม่มีใคร อยากคิด มีรักหลง...

..เพียงไฝ่หา รักแท้ และซื่อตรง...

..ใจมั่นคง รักหนึ่ง ซึ่งผูกพัน...


.........///

............อดีตนั้นหรือ คือภาพลวงตา...

............อดีตนั้นหนา พาใจหม่น....

............อดีตฝังย้ำ ซ้ำใจตน...

............อดีตวน เวียนว่าย วายชีวัน....



///....อ่านกลอนท่านแล้ว เตือนใจตนดีจังค่ะ

.........อดีต แม้เป็นเพียงภาพลวงตา
.........หากรบกวนจิตใจ เจ้าของมิหายนะเจ้าคะ
.........ร่ำสุรามากไปไม่ดีเจ้าค่ะ...
.........รินนิดหน่อย ค่อยค่อย ดื่มเป็นพอกระสาย...จะดีกว่า มังคะ


...// ยินดียิ่ง ที่เข้ามาทักทาย.
........ยินดียิ่งที่ได้รู้จัก..เจ้าค่ะ






โดย : อิ่มอุ่น
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 21 ม.ค. ปี 2005 [ เวลา 17 : 31 ]

ที่ผ่านไปให้คิดว่าผ่านแล้ว

ลืมเสียเถิด ดวงแก้ว สิ่งที่ผ่าน

เก็บไว้รังแต่ทรมาณ

เก็บวิญญาณแต่สิ่งดีที่น่าจำ


ขอให้มีความสุขเสมอไปค่ะ



โดย : ทิกิ
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 21 ม.ค. ปี 2005 [ เวลา 17 : 41 ]

อันความรักที่ท่านนั้นใฝ่หา
เหมือนมายาหลอนจิตคิดเพ้อฝัน
รักชายหญิงหลงในรูปโทษอนันต์
รักสรรพสิ่งนั้นรักแท้และแน่นอน

รักในเพื่อนร่วมโลกและผองมิตร
รักชีวิตน้อยใหญ่ให้สุขสม
รักบิดรมารดาเปรียบเหมือนพรหม
รักทั้งลม ทั้งฟ้า อากาศดิน

เป็นความรักยิ่งใหญ่หาในดวงจิต
พรหมลิขิตทางดีมีที่หมาย
สิ่งที่เศร้าทุกโศกจะผ่อนคลาย
สุขทั้งกายและใจให้เปรมปรี

ข้าน้อยมิบังอาจ ข้าน้อยอาจเกิดนายไปหน่อย มิรู้รสแห่งความรัก
เช่นหนุ่มสาวในปัจจุบัน

ข้าน้อยเพียงอยากให้แม่นางคลายทุกข์ มิอยากให้แม่นางหลงใหลกับสิ่งที่ไม่จีรัง

จิตใจคนเราเปลี่ยนได้ทุกเวลา อย่างเช่นแม่นางเองก็เช่นกัน วันนี้อาจอยากินอย่าง แต่พรุ่งนี้ อาจอยากกินอย่าง

ควรมอบความรักให้เพื่อนร่วมโลก รักหมู หมาแมวไก่กา รักแบบปราถนาดี รักแบบมีความรู้สึกดีๆให้ มองทุกอย่างให้เป็นธรรมชาติ
รักพ่อรักแม่ รักคนที่เราเกลียด รักคนที่เรารัก แล้วจิตใจแม่นางจะป็นสุขยิ่ง สิ่งดีๆจะเข้ามาหาแม่นางเอง รวมถึงคนที่รักแม่นางจริงๆ

หากข้าน้อยล่วงเกินสิ่งใดก็ขออภัยไว้ด้วย(ด้วยความห่วงใย)
หากมิรังเกียจจะร่วมวงดื่มสุราแกล้มกลอนกับข้าน้อย คงเป็นวาสนาของข้าน้อยยิ่งนัก

ขอคาราวะ พันจอก



โดย : มารเหล้าขาว
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 21 ม.ค. ปี 2005 [ เวลา 19 : 17 ]

ก่อนแรกขอคารวะท่านทั้งหลายสักหมื่นจอก
ที่กระผมหายปาย.......นานขอสวัดดีท่านอิ่มอุ่น
กระผมว่าสิ่งใด(มะดี)ที่ผ่านปายแว้วก็อย่าได้หวนลำลึกถึงมานอีกเลย เก็บไว้แต่สิ่งดีๆๆๆ
ส่วนข้าน้อยก็เคยหลงรักนางคนนึ่งนางเป็นคนดีมากๆๆๆ
ถึงจะเป็นเวลาน้อยมากเพราะนางต้องไปที่แสนไกล(ที่ไหนมะรู้)
แต่ข้าน้อยก็ยังจำรอยยิ้มที่งดงามของเธอได้

เฮ้อคิดแว้เศร้าเอาเปงว่าเรามาดื่มกานอีกสักจอก เอ้า กริ้ง...กริ้ง...
... ....

โดย : จอมยุทธน้อย
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 21 ม.ค. ปี 2005 [ เวลา 20 : 3 ]






....รักแท้..และชื่อตรง...ใจคงมั่น...

....ใยตัวท่าน...กลับว่าเพียง..มายาหลอน..

....รักข้าน้อย ..เพียงได้รัก.. พึงสังวร...

....โฉมบังอร...มิหวังใคร่..ได้ครอบครอง...


.........อันว่ารัก..มิใช่หลง..เพียงรูปลักษณ์

.........พึงตระหนัก...เถิดหนา...รักด้วยจิต

.........มั่นใจรัก...มอบให้ได้...แม้ชีวิต

.........มิเคยคิด...ครอบครอง..กรงครอบใจ


//

....อันรักเพื่อน ..ร่วมโลก..นั้นก็รัก

....มิตรพำนัก...รักยิ่งใหญ่..ไมตรีจิต

....รักมวลเพื่อน..พี่น้อง...ทั้งญาติมิตร

....ใคร่ครวญคิด..แยกแยะ..รักสิ่งใด


--//.

........และวันนี้นี้ ข้าน้อยหา เศร้าไม่

........เพียงแต่ใจ หวนรำลึก คืนวันเก่า

........ภาพอดีต จำติดตา ดั่งเป็นเงา

........ที่เคยเฝ้า ย้ำเตือน ให้ระวัง




***/// น้อมคาระวะ ท่านมารเหล้าขาวอีกครา

...........อ่านวาจาท่านแล้ว...ให้อึ้งจิต

............ข้าน้อยมิได้คิดไหลหลงสิ่งใดเจ้าค่ะ

.............เพียงแต่รำลึกอดีต ที่ผ่านมา

..............พร้อมรอยยิ้มเศร้าๆ ปนเหงาเพียงเล็กน้อย

................ตอนนี้ก็มีความสุขดี เจ้าค่ะ...ยิ้มระรื่นเชียวหล่ะค่ะ

............หามิได้ท่านมิได้ล่วงเกินข้าน้อยไม่

...........คำกล่าวของท่านเตือนใจได้อีกหลายคนเลย...

...........รวมถึงกระทั่งข้าน้อย....ร่วมวงสุรารึ..เจ้าคะ

...........ข้าน้อยมิถนัด..ยิ่งเหล้าขาว...บาดคอเสียยิ่งนัก

............ขอถนัดเพียง กับแกล้ม...นั้นก้อพอ...

............เอ...กับแกล้ม..นั้นคือกลอนหรือใฉน...

............งั้น....ช้าน้อยขอ...นั่งข้างๆ หัดร่ายกลอนไปพลาง ดีกว่าเจ้าค่ะ



...///....ยกหนึ่งจอก..ชาอุ่นๆๆ....เจ้าค่ะ












โดย : อิ่มอุ่น
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 21 ม.ค. ปี 2005 [ เวลา 21 : 31 ]






...คาระวะท่านจอมยุทธน้อย เจ้าค่ะ

//
...เรื่องบางเรื่อง ผ่านเข้ามา ในชีวิต

...อย่าแค่คิดว่า เพียงทางผ่าน แล้วก็ลืม

...บางอย่างบางเรื่อง บางเหตูการณ์ ก็น่ารำลึกและจดจำค่ะ



...........คิดถึงคนเก่า อย่าเศร้ามากเป็นพอเจ้าค่ะ

...........เศร้านิดนิด พิชิต ความ เหงา ค่ะ

//..ผู้หญิงคนนั้นคงจะสวยงามนะเจ้าคะ

......ก้อคิดเสียว่า เป็นลมอุ่น ที่พัดผ่านใจ ในระยะเวลานึงน เจ้าคะ

......ยอกช่วย หนึ่งจอก ( น้ำชา ) เจ้าค่ะ








โดย : อิ่มอุ่น
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 21 ม.ค. ปี 2005 [ เวลา 22 : 58 ]





ฉันเห็นหัวใจใครเต็มท้องฟ้า
ไม่รู้ว่าลมจะพาไปหนไหน
ฉันเห็นความรักของใครต่อใคร
ลอยเคว้งคว้างไปเต็มท้องนภา

หัวใจที่เคยเคียงกันมา
ท่าทางอ่อนล้าจนท้อใจ
ใจ.........ที่เคยเคียงคู่
ไม่รู้ไปอยู่ที่แห่งไหน
ฤๅแอบไปเคียงใจใคร
แล้วทิ้งให้ใจดวงนี้เดียวดาย
ความรัก........ของเจ้าเอย
กระไรเลยน่าใจหาย
เสียเอยเสียดาย
ความรักหลุดลอยไปเสียแล้ว

โดย : อตีตา
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 22 ม.ค. ปี 2005 [ เวลา 0 : 35 ]




ลืมทักทายท่าน ทิกิ...น้อมอภัยเจ้าค่ะ

....ข้าน้อยคงเบลอหนัก...
....ขอบคุณค่ะ ขอให้มีความสุข เสมอมา และตลอดไปเช่นกันค




น้อมคาระวะเจ้าค่ะ











โดย : อิ่มอุ่น
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 22 ม.ค. ปี 2005 [ เวลา 0 : 47 ]




ดินสอแท่งเก่า
เขียนเรื่องราวเศร้า-เศร้า
บอกกับใจของเรา
จะเศร้าอีกสักกี่วัน
ก็แค่อตีดเก่า-เก่า
เศร้าไปก็เท่านั้น
ชีวิตยังต้องผ่านไปอีกวัน
ลืมเรื่องโศกศัลย์ทิ้งไป

ดินสอแท่งเก่า
เขียนเรื่องราวใหม่-ใหม่
อะไรก็ได้ที่คือกำลังใจ
เพราะนี่ยังไม่ใช่
บทสุดท้ายของชีวิต


โดย : อตีตา
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 22 ม.ค. ปี 2005 [ เวลา 0 : 53 ]

ตัวข้าน้อยขอพรชัยให้สมจิต
แม้จะคิดสิ่งใดให้สมหวัง
ให้แม่นางเจอรักแท้ที่จีรัง
อย่าพลาดพรั้ง ผิดหวังอีกครั้งครา

อันรักท่านนั้นช่างยิ่งใหญ่นัก
ที่มอบรักมอบใจให้สหาย
ที่มอบให้เพื่อนร่วมโลกทั้งหญิงชาย
ขอให้คลายความทุกข์สุขเกิดแทน

ข้าน้อยขอคาราวะ ขอคาราวะ


โดย : มารฯ
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 22 ม.ค. ปี 2005 [ เวลา 0 : 57 ]





....เอ๋..น้อมคาระวะ ท่านอตีตา เจ้าค่ะ ( ดูคุ้นจัง )

//
.....ท่านเห็น ใจใครหนอ เต็มท้องฟ้า

.....บนนภา..ยังเหลือใจ..ใครหรือนั่น

.....ใยข้าน้อย. ที่เฝ้ามอง ทุกคืนวัน...

.....แม้ในฝัน..ยังมิพบ..เจ้าดวงใจ



...........หัวใจใครเล่า...เคล้าคลอเคียง

...........ยินเสียงพร่ำ.. กระซิบว่ารักมั่น

...........เสียงหัวร่อต่อกระซิก ...เย้าหยอกกัน...

...........แปรเปลี่ยนพลัน...ฝันสลาย...ทลายลง..


......แสนเสียเอ่ยเสียดาย

......เจ้าความรักที่หลุดลอย

......แสนอาเอ๋ยอาลับ

......เจ้าความรักที่เลือนไกล

......แสนเศร้าเอ๋ย เศ้ราสุดแสน
.......
......เจ้าความรัก ที่พัดผ่าน
......
......แสนคะเอ๋ยแสนคะนึง
.......
.......เจ้าความรักที่ทอดทิ่ง

........หญิวต้องช้ำ ช้ำ มาสุดแสน




***// กลอนเพราะดีจังเจ้าค่ะ...ชอบมาก








โดย : อิ่มอุ่น
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 22 ม.ค. ปี 2005 [ เวลา 1 : 7 ]




.../// หวายพิมพ์ผิดเยอะเลยเจ้าค่ะ...น้อมขออภัยด้วย...


แก้เป็น

.แสนเอ๋ยแสนอาลัย
.หญิงต้องช้ำช้ำ มาสุดแสน..
.
...เจ้าค่ะ


อืมม ท่านอตีตา...ความหมายดีจังเจ้าค่ะ..

***///........ดินสอแท่ง เก่า เก่า.
.................
.................หากว่าเรานั้นเขียนได้
................
.................ทั้งเรื่องเก่าและเรื่องใหม่
.................
.................จารึกไว้เป็นบทกลอน


//
..........แม้นว่าเจอทั้งเรื่องเก่าและเรื่องใหม่

..........แต่หัวใจยังหนักแน่น มิใหวหวั่น

..........มีรักเดียว มอบให้ ยอดชีวัน

..........ใจรักมั่น บทสรุป ของใจนาง









โดย : อิ่มอุ่น
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 22 ม.ค. ปี 2005 [ เวลา 1 : 22 ]

ท่านช่างมีความรักที่มั่นคงยิ่งนัก
ข้าน้อยอดเลื่อมใสมิได้

บทกวีของท่านมั่นในรัก
สุดจะหักจิตใจให้ห่างหาย
คงจะรักมั่นคง จนวันตาย
มิได้คลายศรรักที่ปักทรวง

ข้าน้อยเลื่อมใส.ในใจ.ของท่านยิ่ง
มีเพียงสิ่งเดียวจากใจให้เสมอ
ขอยกซดสุรานี้ที่ให้เธอ
พร้อมคำเพ้อคาราวะจากใจจริง

เลื่อมใสเลื่อมใส


โดย : มารฯ
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 22 ม.ค. ปี 2005 [ เวลา 1 : 32 ]




....น้อมคาระวะ ท่านมารฯ...เจ้าค่ะ...


.........//
........
........อ่านบทกลอนท่านแล้ว ชื่นจิต
........ขอบคุณมิตร คนใหม่ ให้นับถือ
........อยากกล่าวขานนามท่านให้เลื่องลือ
........ว่าท่านคือ ดวงแสงส่อง กระทบใจ

.
.........น้อมขอบคุณท่านจริงๆ เจ้าค่ะ
.........โอ๋ย แต่งกลอนต่อมิได้เจ้าค่ะ เริ่มมึน
.........อันรักแท้นั้น เลิกคิดหาแล้วค่ะ
.........ขอวางเฉยกับชีวิตดีกว่าเจ้าค่ะ
.........ขอเพียงนานๆ ทีรำลึกอดีตบ้างก้อสุขใจ
.........ขอให้คำอวยพรย้อน คืนสู่ตัวท่าน นะเจ้าค่ะ


.....///....ยินดียิ่งที่ได้...รู้จักเจ้าค่ะ....










โดย : อิ่มอุ่น
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 22 ม.ค. ปี 2005 [ เวลา 1 : 38 ]





บทกวีของท่านมั่นในรัก
สุดจะหักจิตใจให้ห่างหาย
คงจะรักมั่นคง จนวันตาย
มิได้คลายศรรักที่ปักทรวง


//...อืมม กลอนนี้กระทบใจ กันอย่างจัง เจ้าค่ะ..

......นั่นสิ

.......สุดจะหัก จิตใจ ให้ห่างหาย

.......ใยหนอรัก จึงมั่นคง จนวันตาย

.......อยากจะคลายศรรัก ที่ปักทรวง

//
...........อ่านแล้วดั่งว่า ได้มานั่งอ่านใจกันเลยเจ้าค่ะ

...........น้อมขอบคุณสำหรับ คำพูดของท่าน มารฯ เจ้าค่ะ

...........ข้าน้อยมิกล้า เจ้าค่ะ


...........แต่ แหม ซดสุรากันอีกแล้วนะเจ้าคะ วันนี้ ข้าน้อยเมากลิ่นสุรา
...........ที่อวลกลิ่นไปทั้งบ้านแล้วเจ้าค่ะ
...........งั้นขอยก จอก ( น้ำชา ) มั่งเจ้าค่ะ








โดย : อิ่มอุ่น
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 22 ม.ค. ปี 2005 [ เวลา 1 : 54 ]

ถ้าเหนื่อนักขอท่านพักหลับนอนเสีย
เดี๋ยวอ่อนเพลียเหนื่อยล้าพาหน้าหมอง
นอนมากมากท่านจะได้ผิวดั่งทอง
หน้าผุดผ่องโฉมสะคราญ เบิกบานใจ

อย่าได้คิดอะไรมากในชีวิต
ตนลิขิต เหนือฟ้าอย่าสับสน
ตนทำดีได้ดีอย่าอายคน
ประสานผลบุญให้ใจสุขเอง

อย่าได้กลัวสิ่งใดในโลกหล้า
จงฟันฝ่าสู้ไปให้ถึงฝัน
อย่าคอยเฝ้าแต่มองนับคืนวัน
คอยสวรรค์มอบให้ ไกลความจริง

เพื่อนพ้องเอย จงทำสิ่งที่หวัง
สุดกำลังต่อสู้มิรู้ถอย
หากว่าเจ้าล้มลงเพื่อนยังคอย
ฉุดมือน้อยของเจ้าให้ก้าวเดิน

ข้าอภัยหากกลอนข้าน้อยใหลเกินไปโชคดีติดริสเบรคใหว้แต่คงลากล้อไปไกลบ้าง อาจไปชนใจใครเขาเข้าก็ขออภัย
ข้าน้อยขอคาราวะ


โดย : มารเหล้าขาว
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 22 ม.ค. ปี 2005 [ เวลา 2 : 7 ]




นาฬิกาทราย............ตั้งไว้
บอกเวลาที่ผ่าน
เพียงทรายเม็ดหนี่งร่วงหล่น
ก็เสียความรักไป

เราอาจกลับนาฬิกาทราย
ให้เม็ดทรายย้อนกลับได้
แต่มิอาจ..............กลับเรื่องราว
ย้อนคืนสู่จุดเริ่มต้นใหม่


ขอซด ..กาแคว....คารวะท่านอิ่มอุ่น 1 ถ้วย

คนหลังเขา

โดย : อตีตา
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 22 ม.ค. ปี 2005 [ เวลา 6 : 40 ]






..โอ้หนอท่าน...ข้าน้อย..ชื่นใจนัก

..มาเอ่ยทัก...แถมห่วงใย ..ให้พักผ่อน

..มัวละเมอ ..เผลอไผล..ในบทกลอน

..กว่าจะนอน..พักได้...วันใหม่เยือน


...........กลับมาอีก..ครั้งใหม่..ในวันนี้...

...........แสนเปรมปรีด์..ยามอ่าน..กลอนท่านเอ่ย

...........ทั้งตักเตือน..ให้กำลังใจ..เหมือนคุ้ยเคย

...........โอ้อกเอ๋ย....อกนวลนาง .กระจ่างใจ




///...น้อมคาระวะท่านมารเหล้าขาวเจ้าค่ะ

........อยากแต่งกลอนได้เก่งๆ แบบท่านบ้างจัง..เจ้าค่ะ

........ข้าน้อยมือใหม่..ยังอ่อนหัดนัก...โปรดชี้แนะด้วยค่ะ
..
........น้อมขอบคุณนะคะ...ที่มาแต่งกลอนเป็นเพื่อน...ยามเหงาๆ น่ะค่ะ



.......ขอมอบยิ้มจริงใจ...ให้นะเจ้าคะ









โดย : อิ่มอุ่น
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 22 ม.ค. ปี 2005 [ เวลา 20 : 32 ]




....เอ๋...เมื่อคืน..นึกอยู่แล้วเชียวว่า..ชื่อ...อตีตา...เนี่ยคุ้นๆๆ..อ่ะค่ะ

....ก้อสังหรณ์ใจอยู่ว่าใช่...แต่มีกล้าฟังธง..

....แค่เอ่ย..ถึงกาแฟ...ก้อรู้แน่แล้วเจ้าค่ะ ว่าเป็นใคร


//.....แหม แหม...กาแฟ...น่ะ ข้าน้อยแพ้...นะเจ้าคะ...
.........ใย..มาซด..ให้เห็นกันตำตา...ล่ะหนา
...........กลิ่นที่หอมเย้ายวน น่าจิ๊บ จิบ
............หากเมื่อจิบ เข้าไปเพียงนิด
.............กลับมีพิษสง..ต่อข้าน้อย นั้นหนักหนา
...............ขอโบกมือลา...ยกถ้วยน้ำชามา....ดื่มแทน...เจ้าคะ

................น้อมคาระวะงามๆ ..แด่ท่านอตีตา...หนึ่งจอกเจ้าค่ะ...

.//...อืมมม.....ชีวิตเรานั้นเช่นดั่ง...นาฬิกาทราย...คงใช่นะเจ้าคะ
.......เม็ดทรายที่ไหลลงไป ไหลลงไป คงเช่นกาลเวลาที่ผ่าน...มิอาจหวนคืนได้
........แม้นกลับด้านใหม่...ก็ยังคงเป็นการไหลใหม่...เรื่องใหม่..ให้พานพบ
........คนเราต้องเดินหน้า เผชิญโลกกันต่อไป
........เจออะไรข้างหน้า..ช่างชะตา
.......








โดย : อิ่มอุ่น
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 22 ม.ค. ปี 2005 [ เวลา 20 : 48 ]

ฟังวาทะของท่านนั้นที่กล่าว
ถึงเรื่องราวน่าคิดพิษมัย
นาฬิกาน้อยเม็ดทรายใหลลงไป
ถึงจะกลับข้างใหม่เรื่องใหม่มา

อดีตเพียงมายาหลอนใจ
ผ่านพ้นไปในจิตอย่าคิดฝัน
อย่าได้เอาจิตใจไปพัวพัน
เดี๋ยวจะฝันลืมตื่นมิฟื้นมา

ข้าน้อยขอคาราวะท่าน ด้วยความนับถือยิ่ง
กวีน้อยคนนักที่คิดได้ดีเยี่ยงท่าน
ส่วนมากลุ่มหลงกับสิ่งที่ผ่านมาแล้ว
ใยมักไม่คิดสิ่งที่จะเกิดขึ้นข้างหน้าบ้าง
หรือมิทำปัจจุบันของเราให้ที่สุดเล่า
ขอคาราวะ






โดย : มารเหล้าขาว
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 23 ม.ค. ปี 2005 [ เวลา 15 : 20 ]




คืนวันช่างเหงา
เหมือนบทเพลงเก่าเศร้าและสั้น
มีชีวิตอยูไปวันวัน
อยู่กับฝันกับอตีดที่เดียวดาย




โดย : กาแคว
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 24 ม.ค. ปี 2005 [ เวลา 6 : 3 ]

.....................
ฟังเพลง....เปิ่นกะมี เพลงสาวไหม ขะเจ้านั่งปื้นขั้นได ตี๋งิ้วพึ๊บๆ
ก่อยเหลียวไป กอยตังนอกมึดตึ๊บ ป่อนั่งกึ๊บเหล้า เฝ้ากอย
เป๋นสาวบ้านอื่น เปิ่นตึงบ่าหง๋อย มีบ่าวเฝ้ากอย ม่วนล้ำ
ป่อขะเจ้า หน้าตึงเง่าง้ำ บ่าใจ่แป๋งไว้ ข๋างเงินคำ
จะมีบ่าวไหน สะหลดสะหลำ อู้จ๋าเล่ากำ เข้าหูป่อเจ้า
บ่าใจ่ลูกงาม ดำหยั่งเข้าเส่า ยามจ๊กเอา จากเต๋าถ่านดำ
มีคนไทผ่อ เปิ่นยังว่าขำ ว่าเฮาดำ หยั่งกะหมิ่นก้นหม้อ
กะว่าไปเต๊อะ เฮาตึงบ่าง้อ ดำก้นหม้อแกงลำ
ดีก่าย๊ะก๋าน หมั่นงานปะล้ำ ตึงบ่าเหลือกำ สักน้อย
ป่อแม่สั่งสอน ตั้งใจ๋ฟังถ้อย จำเอากำจ้อย กำซอ
สาวบ่าสลิด จะได้เป๋นหมอ สาวบ่าเหลือขอ จะได้เป๋นครู
แม่อุ้ยกะเอา ตุ้มมาใส่หู กะงามแต้ดู หูจะได้บ่าเบา
หลงเจื่อฟังกำ ของคนอื่นเขา จุ๊เอาเฮาแล้ว ล๊ะคว่างไว้
ผ่อไปผ่อไป เจ่นน้ำยมใส ไหลลงไต้ไป บ่าหวนกับคืน
บ่าตุ๊กเรื่องผัว อายุจะยืน เป๋นร้อยพันหมื่นปี๋ ไปว่าอั้น
ขะเจ้าสาวน้อย ใค่ฮู้ใค่หัน กะย้อนว่ามัน จำกำแม่เฒ่า
ปอจ๋นบ่าเดี่ยว....ซาวป๋ายแต้เล้า บ่ามีไผเอา เป๋นกู่นอนเคียง
นั่งไปใค่เอิ้น ออกมาสุดเสียง "ใค่ได้กู่นอนเคียง!..ได้กู่นอนเคียง! ...ใค่ได้ผัวแล้วเจ้า"

หึๆๆๆ....

โดย : ซาอากิก
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 24 ม.ค. ปี 2005 [ เวลา 17 : 0 ]







.//...น้อมคาระวะ..ท่านมารเหล้าขาว..เจ้าค่ะ...

.... ท่านก้อกล่าว..เกินจริงไปซักหน่อยมังคะ....มิกล้ารับค่ะ

....ข้าน้อยน่ะ หาความน่านับถือในตนเอง..มะค่อยเจอเท่าไรหรอก..ค่ะ

....ชอบรำลึกถึงความหลัง...จดจำฝังใจกับอดีต../.ตรงนี้แย่
....ชอบทำตัวเป็นเด็ก..อยู่เรื่อยๆ..แก้ไม่หายเจ้าค่ะ.../.นี้ก็ไม่ดีเท่าไร
.....หลายสิ่งหลายอย่างคงให้ท่านช่วย..ชี้แนะ..จะดียิ่งเลยค่ะ

........บทกลอนต่างๆที่ข้าน้อยเขียน...ก็คงเพียงการกลั่นความรู้สึกออกมาจากจิตวิญาณ..ของข้าน้อย
.........ด้วยภาษากลอนของมือใหม่..เยี่ยงนี้....
.........อาจจะไม่ถูกหลักฉันทลักษณ์...ภาษาไม่สละสลวย...
.........ก้อขอน้อมอภัยเจ้าค่ะ......เพียงแค่สุขใจที่ได้หัดแต่งกลอนนะเจ้าคะ



....การได้พบเจออะไร..หลายๆ อย่างในชีวิต..
.....บางครั้งก็ทำให้เรามองชีวิต..ได้อย่างถ่องแท้
......ซึมซับเอาสัจธรรมของชีวิต..มาบ่มในจิตใจ...
.......ทำให้มีพลัง ยิ่งใหญ่ ที่จะเดินไปข้างหน้า...
........ท้าทายโชคชะตา...
.........และทำวันนี้...ให้ดีสุดชีวิน..

......................ข้าน้อยชอบนาฬิกาทราย........................
......................ชอบมองเวลาทรายร่วงหล่น.......................
......................มองแล้วทำให้คิดถึงเวลาที่ไม่หยุดนิ่ง............
......................ชีวิตขอ งคนเราผูกติดไว้กับวันเวลา.............
......................กาลเวลาไม่มีวันหวนคืน.........................
......................เฉกเช่นชีวิตคนที่ไม่มีวันหวนกลับ.........
......................แต่ก็มีบ้างที่เหลียวหลัง..หันกลับไปมอง..........
......................วันเวลาที่ผ่านมา..บทเรียนที่ล้ำค่าของชีวิต



//....คาระวะท่านด้วย....ชาจัสมิน....หอมๆ หนึ่งถ้วยเจ้าค่ะ







โดย : อิ่มอุ่น
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 24 ม.ค. ปี 2005 [ เวลา 20 : 16 ]





..//..น้อมคาระวะงามๆ..เจ้าค่ะ ท่านกาแคว....


....บทกลอนของท่าน..สั้น..แต่ความหมายลึกซึ้งยิ่งนัก
....

..........แม้นวันคืนจะแสนเหงา.......
..........แม้นบทเพลงจะเก่า..เศร้า..และสั้น.....
..........แต่มิได้มีชีวิตอยู่ไปวันวัน
..........อยู่กับฝัน..อดีตเพียง..สิ่งเตือนใจ

......ความฝัน..มิใช่หันหลังสู่อดีต...
......อดีตมิใช่..ทางสู่ความฝัน...
......ใช่ว่าใจ..ลุ่มหลงอดีตทุกวี่วัน...
......เพียงบางวัน...หวนรำลึก...ใช่เดียวดาย...


.//..........ข้าน้อยบ่ได้...เดียวดาย..ซักกะหน่อย....เจ้าค่ะ
...............และอดีต..ก้อมิใช่จะทำให้..เดียวดาย..ด้วยค่ะ....
................บางครั้งอดีต..ก้อทำให้เรายิ้มได้..แถมยิ้มกว้างๆ..ด้วยนะเจ้าคะ
..................และตอนนี้..ข้าน้อยก้อกำลังยิ้มกว้างๆ...เลยล่ะค่ะ....
...................

..........//...ขอมอบยิ้ม...นี้ให้ท่านนะเจ้าค่ะ...//







โดย : อิ่มอุ่น
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 24 ม.ค. ปี 2005 [ เวลา 20 : 34 ]

ข้าน้อยขออภัยในความด้อยปัญญา



ขอคาราวะด้วยใจ


โดย : มารฯ
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 24 ม.ค. ปี 2005 [ เวลา 20 : 39 ]




..//...น้อมคาระวะท่าน..ซาอากิก...

.....ตะกี้ข้าน้อย..เพิ่งไปอ่านภาษาใต้มา...แปลไม่ออกค่ะ
.....แล้วมาเจอภาษาเหนือ..ที่นี่อีก......
.....เอ๋...อ่านยากจัง..เจ้าค่ะ...แปลยากด้วย
.....คงต้องใช้เวลา..ค่อยๆ แกะ..แกะ..ทีละคำ...
.....รู้น่ะค่ะ..ว่าอ่านแล้วดู..น่ารักสวยงาม....
......แต่ความหมายน่ะ...ทำให้มึนเลยยยย...


.............ง่า...ใครก้อได้...ช่วยแปลให้ทีเจ้าค่ะ....
.............หรือท่านซาอากิก...จะกลับมาแปลให้อีกที...
.............ก้อคงจะดียิ่ง...มิใช่น้อย...
.............รู้สึกว่าเนือ้เรือ่งจะน่ารักหน่อยๆ ..ด้วย..นะคะเนี่ย

......นะ นะ..เจ้าคะ...แปลให้ด้วยเจ้าค่ะ.....
.......น้อมขอบคุณล่วงหน้าค่ะ.......................

......//..มอบดอกไม้ให้เต็มสวนด้วยเจ้าค่ะ..//..




.........







โดย : อิ่มอุ่น
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 24 ม.ค. ปี 2005 [ เวลา 20 : 51 ]



ผ่านแล้วผ่านไป
จมอยู่ในความรู้สึก
ที่ร้าวลึกและอ่อนไหว
มองทุกสิ่งที่เป็นไป
ไม่มีอะไรให้ผูกพัน


ขอรับรอยยิ้มจากแม่นางด้วยยินดี

โดย : กาแคว
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 24 ม.ค. ปี 2005 [ เวลา 20 : 54 ]




....//...น้อมคาระ..ท่านมารฯ..อีกคราเจ้าค่ะ..

......ใยท่านถึงกล่าว...เยี่ยงนี้....
......ข้าน้อยมอง..ไม่เห็นว่าท่าน..ด้อยปัญญาตรงใหนเจ้าค่ะ....
......ดูจากภาษากลอน..จากวาจาที่ท่านเอ่ย...บ่งบอกถึงสติปัญญาที่ล้ำลึก....นะเจ้าคะ
.......ดูว่า..ท่านคงผ่านประสบการณ์..แห่งชีวิต..มามาก...จนสามารถ..สอนใจใครต่อใครได้...

.....ข้าน้อยต่างหากที่ต้องกล่าว...คำนั้น....


///...ขอน้อมคาระวะท่านด้วยใจ..เช่นกันเจ้าค่ะ...//






โดย : อิ่มอุ่น
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 24 ม.ค. ปี 2005 [ เวลา 21 : 31 ]





....อืมม...

//..น้อมคาระวะ..ท่านกาแคว..งามๆ..เจ้าค่ะ

......ท่านเขียน.มา..ทำให้ข้าน้อยอดมิได้..ที่จะต้องตอบกลับ..
......เพราะกลอนของท่าน...ดั่งมานั่ง..อ่านใจข้าน้อย...เลยย..เข้าค่ะ



...........ผ่านไปแล้วผ่านมา......
..........เพียงรู้ว่ายังรำลึก......
.........ฝังย้ำความรู้สึก.....
.......ที่ลุ่มลึกคล้ายผูกพัน.....


///....อือม..อืมมม...
.........หัวใจที่ร้าวลึกและอ่อนใหว.....
.........หากกลับยืนหยัด..กล้าท้าโชคชะตา......










โดย : อิ่มอุ่น
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 24 ม.ค. ปี 2005 [ เวลา 21 : 48 ]




แด่น้องสาว...............หมายเลข 2


ทุกถ้อยคำ
ทุกความรู้สึก
ทุกลมหายใจ
คือน้องสาว

ทุกความสุข
ทุกความสมหวัง
ทุกความฉ่ำหวาน
พี่ชายคนนี้ให้น้องสาว

ทุกความเจ็บปวด
ทุกความผิดหวัง
ทุกความเงียบเหงา
พี่ชายคนนี้จะเก็บมันไว้เอง

โดย : กาแคว
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 24 ม.ค. ปี 2005 [ เวลา 22 : 4 ]


กลอนทั้งหมดเป็นการตัดพ้อของสาว รำพึงรำพันเป็น ค่าว(กลอนชนิดหนึ่งของภูมปัญญาล้านนา)...ที่ว่าน่ารักดี ถูกต้องครับ แปลแบบคร่าวๆ พอจับใจความดังนี้นะครับ....ตั้งใจอ่านให้ดีนะครับ

ฟังเพลง....เปิ่นกะมี เพลงสาวไหม ขะเจ้านั่งปื้นขั้นได ตี๋งิ้วพึ๊บๆ

"ท่อนนี้หมายถึงการประชดประชัน สาวมีตระกูลที่ เป็นกุลสตรีทางเหนือ ยามค่ำลงจะทำการสาวใยไหมเพื่อทำด้ายไหม"

ก่อยเหลียวไป กอยตังนอกมึดตึ๊บ ป่อนั่งกึ๊บเหล้า เฝ้ากอย

"ความหมายถึงตัวเองเดียวดายมองไปนอกบ้านมืดค่ำเห็นเพียงพ่อตัวเองนั่งดื่มเหล้านอกเรือนชาน"

เป๋นสาวบ้านอื่น เปิ่นตึงบ่าหง๋อย มีบ่าวเฝ้ากอย ม่วนล้ำ

"สมัยก่อนสาวงามจะมีบ่าว(หนุ่ม)มาเที่ยวหา หมายถึงจีบนะแหละ แต่สาวเจ้าคนนี้ท่าทางจะหงอยเหงา"


ป่อขะเจ้า หน้าตึงเง่าง้ำ บ่าใจ่แป๋งไว้ ข๋างเงินคำ

"ตัดพ้อต่อว่าบิดามารดาไม่ได้ร่ำรวย(กระทะไม่ได้ทำด้วย เงิน-ทอง) หน้าก็ ไม่รับแขก"


จะมีบ่าวไหน สะหลดสะหลำ อู้จ๋าเล่ากำ เข้าหูป่อเจ้า

"คงไม่มีหนุ่มหน้าไหนเข้าถึงพ่อของสาวเจ้าได้...เพระพ่อสาวเจ้าหน้าเง้า หน้าง้ำ"

บ่าใจ่ลูกงาม ดำหยั่งเข้าเส่า ยามจ๊กเอา จากเต๋าถ่านดำ

"ตัวเองก็ไม่ใช่งดงาม...ยามเกิดมาเหมือนเอาออกมาจากเตาเผาถ่าน"

มีคนไทผ่อ เปิ่นยังว่าขำ ว่าเฮาดำ หยั่งกะหมิ่นก้นหม้อ

"มีคนมาดูตัวยังบอกว่าสาวเจ้าดำยังกะหม้อก้นดำ"


กะว่าไปเต๊อะ เฮาตึงบ่าง้อ ดำก้นหม้อแกงลำ

"จะว่าก็ไม่เป็นไรที่มันดำก็เพราะหม้อใช้ต้มหุง แกง เป็นประจำ แสดงว่ารสมือการทำครัวของสาวเจ้าอร่อยนัก"

ดีก่าย๊ะก๋าน หมั่นงานปะล้ำ ตึงบ่าเหลือกำ สักน้อย

"หมั่นทำแต่งาน ว่านอนสอนง่าย"

ป่อแม่สั่งสอน ตั้งใจ๋ฟังถ้อย จำเอากำจ้อย กำซอ

"พ่อแม่สั่งสอนก็ฟังคำ"


สาวบ่าสลิด จะได้เป๋นหมอ สาวบ่าเหลือขอ จะได้เป๋นครู

"เปรียบเทียบ สาวไม่มีจริตจก้านจะได้เป็นหมอ สาวที่เชื่อฟังจะได้เป็นครู

แม่อุ้ยกะเอา ตุ้มมาใส่หู กะงามแต้ดู หูจะได้บ่าเบา

"ย่า-ยาย เอาตุ้มหูใส่ให้เพื่อจะได้หูไม่เบาเชื่อฟังคำผู้อื่นไครง่ายๆ"

หลงเจื่อฟังกำ ของคนอื่นเขา จุ๊เอาเฮาแล้ว ล๊ะคว่างไว้

"ถ้าหลงเชื่อคำพูดคนอื่น เขาจะหลอกแล้วจะถูกทิ้ง"

ผ่อไปผ่อไป เจ่นน้ำยมใส ไหลลงไต้ไป บ่าหวนกับคืน

"ดูไป เหมือนแม่นน้ำยม ไหลไม่หวลคืน"

บ่าตุ๊กเรื่องผัว อายุจะยืน เป๋นร้อยพันหมื่นปี๋ ไปว่าอั้น

"ไม่มีทุกข์เรื่องสามีอายุจะยืน"

ขะเจ้าสาวน้อย ใค่ฮู้ใค่หัน กะย้อนว่ามัน จำกำแม่เฒ่า

"ยามเมื่อเป็นสาวน้อยก็เชื่อฟังคำสอนผู้เฒ่าผู้แก่"

ปอจ๋นบ่าเดี่ยว....ซาวป๋ายแต้เล้า บ่ามีไผเอา เป๋นกู่นอนเคียง

"จนตอนนี้อายุ 20 กว่า ยังไม่มีคู่"

"ท่อนต่อไปเป็นการหักมุม คงไม่ต้องแปลนะ....หุๆๆๆๆ"

นั่งไปใค่เอิ้น ออกมาสุดเสียง "ใค่ได้กู่นอนเคียง!..ได้กู่นอนเคียง! ...ใค่ได้ผัวแล้วเจ้า"


โดย : ซาอากิก
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 24 ม.ค. ปี 2005 [ เวลา 22 : 21 ]





//.....ง่า....เอางั้นเลยรึเจ้าคะ...ท่านพี่..กาแคว...

.....


......อ่านแล้วตอบ...ไม่...ถูกเลย....อ่ะค่ะ...
......นู๋พูดไร..มะออกแย้ว......


.//.....เอ๋..สงสัยและข้องใจอยู่อย่างเจ้าค่ะ......

.......น้องสาวหมายเลข 2...คือสิ่งไรคะ.....งง...ค่ะ
.......และทำไมถึงมี..เลข...2...???
.......แสดงว่าต้องมี...เลข...1...คิก.คิก..
.......และก็มี...เลขอื่นๆ..ต่อไป...อีกสิเจ้าคะ...

....//..ยิ้มกว้างๆ...มอบให้อีกครา..เจ้าค่ะ..//









โดย : อิ่มอุ่น
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 24 ม.ค. ปี 2005 [ เวลา 22 : 57 ]






..//..น้อมคาระวะท่าน..ซาอากิก...เจ้าค่ะ.

........นั่งอ่านอย่างละเอียด..และตั้งใจเลยล่ะค่ะ....

........อ่านไปพร้อมยิ้มไปด้วย....ลองอ่านออกเสียงเบาๆ...น่าฟังดีนะคะ..ภาษาเหนือแท้ๆ..เลย..

........เรื่องราวน่ารัก..อย่างทีคิดไว้จริงๆ...ดูซื่อบริสุทธิ์...ดีค่ะ

.........น้อมขอบคุณนะเจ้าคะ..ที่กลับมาแปลให้..อ่านอีกที

..........ไม่งั้นข้าน้อย..คง..มะงุมมะงาหรา....แปลสะเปะสะปะ..อยู่เพียงลำพัง

..........แต่...แหม...ที่หักมุมท่อนสุดท้าย...น่ะข้าน้อยก้อแกะตั้งนาน...เจ้าค่ะ...คิก คิก..


...........งั้นขอเรียบเรียง..ที่ท่าน.แปลแยกออกมาต่างหากนะเจ้าคะ...


.".ท่อนนี้หมายถึงการประชดประชัน สาวมีตระกูลที่ เป็นกุลสตรีทางเหนือ ยามค่ำลงจะทำการสาวใยไหมเพื่อทำด้ายไหม"

"ความหมายถึงตัวเองเดียวดายมองไปนอกบ้านมืดค่ำเห็นเพียงพ่อตัวเองนั่งดื่มเหล้านอกเรือนชาน"

"สมัยก่อนสาวงามจะมีบ่าว(หนุ่ม)มาเที่ยวหา หมายถึงจีบนะแหละ แต่สาวเจ้าคนนี้ท่าทางจะหงอยเหงา"

"ตัดพ้อต่อว่าบิดามารดาไม่ได้ร่ำรวย(กระทะไม่ได้ทำด้วย เงิน-ทอง) หน้าก็ ไม่รับแขก"

"คงไม่มีหนุ่มหน้าไหนเข้าถึงพ่อของสาวเจ้าได้...เพระพ่อสาวเจ้าหน้าเง้า หน้าง้ำ"

"ตัวเองก็ไม่ใช่งดงาม...ยามเกิดมาเหมือนเอาออกมาจากเตาเผาถ่าน"

"มีคนมาดูตัวยังบอกว่าสาวเจ้าดำยังกะหม้อก้นดำ"

"จะว่าก็ไม่เป็นไรที่มันดำก็เพราะหม้อใช้ต้มหุง แกง เป็นประจำ แสดงว่ารสมือการทำครัวของสาวเจ้าอร่อยนัก"

"หมั่นทำแต่งาน ว่านอนสอนง่าย"

"พ่อแม่สั่งสอนก็ฟังคำ"

"เปรียบเทียบ สาวไม่มีจริตจก้านจะได้เป็นหมอ สาวที่เชื่อฟังจะได้เป็นครู

"ย่า-ยาย เอาตุ้มหูใส่ให้เพื่อจะได้หูไม่เบาเชื่อฟังคำผู้อื่นไครง่ายๆ"

"ถ้าหลงเชื่อคำพูดคนอื่น เขาจะหลอกแล้วจะถูกทิ้ง"

"ดูไป เหมือนแม่นน้ำยม ไหลไม่หวลคืน"

"ไม่มีทุกข์เรื่องสามีอายุจะยืน"

"ยามเมื่อเป็นสาวน้อยก็เชื่อฟังคำสอนผู้เฒ่าผู้แก่"

"จนตอนนี้อายุ 20 กว่า ยังไม่มีคู่"

"นั่งไปใค่เอิ้น ออกมาสุดเสียง "ใค่ได้กู่นอนเคียง!..ได้กู่นอนเคียง! ...ใค่ได้ผัวแล้วเจ้า"

...........................ชอบมาก..มาก...เลยเจ้าค่ะ.........................


.....///...ขอมอบดอกไม้ให้เต็มสวน..แถมยิ้มหงานๆ...เจ้าค่ะ..///








โดย : อิ่มอุ่น
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 24 ม.ค. ปี 2005 [ เวลา 23 : 13 ]

ข้าน้อยขอคาราวะท่านอิ่มอุ่นด้วยใจ

ท่านกล่าวได้เป็นที่สุดแล้ว
บทกวีที่มาค่ายิ่งคือบทกวีที่กลั่นมาจากใจ

จริงข้าน้อยมิได้ต้องการเขียนแบบกราพอะไรเลย
แต่มีผู้รู้ตำหนิข้าน้อย ข้าน้อยจึงต้องทำให้ถูกต้อง

ถ้าท่านได้อ่านบทความนี้ ข้าน้อยเพียงหวังว่า
ท่านลองอ่านกรอบครอบใจอีกครั้ง แล้วท่านจะเข้าใจ
ตัวตนของข้าน้อยเอง(ข้าน้อยมิเคยชอบกฏเกณฑ์เลย)

ขอคาราวะด้วยนับถือ

โดย : มารเหล้าขาว
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 25 ม.ค. ปี 2005 [ เวลา 0 : 9 ]






.//...น้อมคาะระวะท่านมารฯ..ด้วยใจ.เช่นกันค่ะ...


...........ข้าน้อยคิด.เช่นเดียวกับท่าน.......

............บทกวีข้าน้อย...ยังไม่แน่ใจ...เลยค่ะ..ว่าเป็นแบบใหน...

..............หากเปรียบแล้ว..ข้าน้อยคงเช่นมวยวัด...สะเปะสะปะไปทั่ว...หาความไพเราะ...นั้นคงยาก

.................มิได้คำนึงถึงฉันทลักษณ์...ภาษาสวยงามอะไรเลย...

.................เพียงรู้สึกอย่างไร..ก็ร่ายออกมาสดๆ..ตอนนั้นเลย...และนึกภาษาได้เท่าที่จะนึกได้ตอนนั้นค่ะ...ขาดการขัดเกลา....กลอนคงหยาบ...นะคะ..เนี่ย.

.................มีบางครั้งที่กำลังร่าย...แล้วเน็ตหลุด...ให้แต่งใหม่ตรงกับ..อันเก่า..ยังมิได้เลยเจ้าค่ะ
..................เพราะใจ...ไหลผ่านตรงนั้นมาแล้ว...แต่งอีกที..ก็ได้วจี..อันใหม่เจ้าค่ะ....ยัง..งง...ตัวเองเลย


...................มาสรุปใจตนบางที....ยังขำ..ว่าตัวเอง..ช่างไหล...ซะจริง.
..................อารมณ์ไหล..น่ะค่ะ...บางครั้งก้อฉุดตัวเองไม่ค่อยจะอยู่....///.....ตรงนี้ก้อคือข้อเสียข้อนึง..



.....ยิ้มงามๆๆ...ให้ท่านมารฯ...เจ้าค่ะ







โดย : อิ่มอุ่น
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 25 ม.ค. ปี 2005 [ เวลา 16 : 56 ]






//....น้อมอภัย..ท่านซาอากิก..เจ้าค่ะ..

.....ข้าน้อยเพิ่งเห็นว่าตน...พิมพ์ผิด...

......ขอแก้นะเจ้าคะ.....จาก

."...แถมยิ้มหงานๆ..."...เป็น..

."...แถมยิ้มหวานๆ...เจ้าค่ะ "







โดย : อิ่มอุ่น
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 25 ม.ค. ปี 2005 [ เวลา 17 : 1 ]



ขอฝากข้อความในบ้านของท่านอิ่มอุ่น ไปยัง

ท่านอตีตา,คนหลังเขาหรือกาแคว

อยากรู้จริงว่าท่านเป็นคนเดียวกันเมื่อ2 ปีก่อน

ที่สองเราได้เคบพบพานที่ ภูแปก รึไม่

ถ้าใช่อยากให้รับรู้ว่า ยังคิดฮอดอยู่เสมอ

ยังคงจำได้ที่สองเราร่วมปลูกต้นไผ่ด้วยกันนะค่ะ

ขอฝากข้อความไว้ที่ท่านอิ่มอุ่นด้วยนะค่ะ

ถ้าใช่กรุณาตอบมาด้วยนะนคะเบอร์โทรหมายเลขเดิมค่ะ

ขอบคุณค่ะ



โดย : ปลิดปลิว
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 25 ม.ค. ปี 2005 [ เวลา 18 : 22 ]

คาราวะท่านอิ่มอุ่น
การร่ายรำกวีนี้หวังประโยชน์เพียง
เราสุขใจ สบายใจ และรู้ว่ายังมีคนอ่าน
อ่านความรู้สึกเรา มีเพื่อนคลายเหงา มิใช่หรือ
ใยต้องกังวล
สำหรับข้าน้อยเพียงแค่นี้ก็เกินพอ

บางคนเพียงพูดประโยชน์สั้นก็ถือเป็นกวีแล้วอย่าได้ยึดติดเลย

ข้าน้อยน้อมคาราวะท่านจากใจ
หากมิรังเกียจข้าน้อยขอฝากตัวเป็นเพื่อนร่วมอ่านกระทู้ของท่านคง
ไม่เป็นการขออะไรเกินตัว
ขอคาราวะ ขอคาราวะ



โดย : มารเหล้าขาว
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 25 ม.ค. ปี 2005 [ เวลา 22 : 48 ]







.//..น้อมคาระวะ ท่าน .ปลิดปลิว.เจ้าค่ะ..//

.......ด้วยความยินดียิ่งเลยค่ะ...

........ที่บ้านข้าน้อยเป็นสื่อ...ทำให้ท่านได้พบเจอกัน...

.......หากแม้นว่าใช่คนเดียวกันน่ะค่ะ....

........หวังว่าท่านคงได้รับการติดต่อกลับนะเจ้าคะ



///....ยิ้มกว้างๆ ให้..ท่าน..ด้วยไมตรีจิต...เจ้าค่ะ...//




โดย : อิ่มอุ่น
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 26 ม.ค. ปี 2005 [ เวลา 12 : 3 ]






.//..น้อมคาระวะท่านมารเหล้าขาว...อีกครา...เจ้าค่ะ


.....เห็นด้วยเลยค่ะ....

...//...หาได้รังเกียจไม่...แต่ยินดีด้วยซ้ำเจ้าค่ะ
..........ที่ได้ท่านมาเป็นเพื่อนร่วมอ่านกระทู้..ของข้าน้อย.....
...........
..........ข้าน้อยปลาบปลื้มยิ่งนัก.......
..........เสียดายที่ร่ำสุราเป็นเพื่อนมิได้...
..........เพราะข้าน้อยมิขอดื่มเจ้าค่ะ.....

//....ขอมอบ...ดอกไม้ให้ท่าน....นะ...คะ...//







โดย : อิ่มอุ่น
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 26 ม.ค. ปี 2005 [ เวลา 12 : 11 ]





.....ค่ำคืนนี้หัวใจใยว้าวุ่น...

....ครวญคิดครุ่นถึงใครในความหลัง...

....เผลอตัวนิดความคิดโถมประดัง.....

....ใจพลาดพลั้งถลำลงก้นบึ้งใจ.....




โดย : อิ่มอุ่น
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 13 ก.พ. ปี 2005 [ เวลา 2 : 3 ]



...//............กลอนอำลาอาลัยฝากถึงใครคนหนึ่ง.............//....


................ใบไม้ที่ปลิดปลิว.....................

................ลอยละลิ่วร่วงหล่น...................

................ละทิ้งสังขารตน........................

................หลุดพ้นทรมาน.......................

...........................ปลิดปลิวเคว้งคว้าง.........

...........................เวิ้งว้างดั่งสุสาน...............

............................สงบ ณ ราตรีกาล............

............................วิญญาณผ่านสู่สุขคติ....เทอญ....

.........ขอให้จากไปด้วยสงบ...............
.........จาก ข้าน้อย อิ่มอุ่น..................




โดย : อิ่มอุ่น
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 13 ก.พ. ปี 2005 [ เวลา 18 : 42 ]




...วันแห่งความรักหรือ........

...วันนั้นที่แสนหวาน..........

...วันนี้ที่แสนทรมาน...........

...วันคืนผ่านจำฝังใจ...........
//

.........หัวใจที่เจ็บปวด..............

.........หัวใจที่รวดร้าว...............

.........หัวใจกระซิบเบาๆ...........

.........หัวใจเศร้ามิคลาย...........
//

...วันแห่งความรักหรือ..........

...วันนั้นคือรักสลาย..............

...วันที่รักกลับกลาย..............

...วันคนรักหายไร้ตัวตน.......

.........



โดย : อิ่มอุ่น
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 14 ก.พ. ปี 2005 [ เวลา 11 : 38 ]




...........วาเลนไทน์ใครใครคงอิ่มสุข............

...........ใจไร้ทุกข์มอบรักให้กันหนา.............

...........มองใจตนเห็นเพียงคราบน้ำตา.........

...........สกุณาตัวน้อยนั่งเศร้าใจ..................

.//
........................กุหลาบแดงดอกหนึ่งวางตรงหน้า......................

........................หยิบขึ้นมาเพ่งพิศคิดครวญใคร่........................

........................กุหลาบนี้หรือแทนค่าของหัวใจ....................

........................เคยให้ใครครานี้ไร้หนทาง..............................


...........



โดย : อิ่มอุ่น
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 14 ก.พ. ปี 2005 [ เวลา 11 : 55 ]




...............นี้หรือคือวันแห่งความรัก..................

...............เพิ่งประจักษ์ความจริงยิ่งหดหู่............

...............ใจเพรียกหาถึงรักเก่าเคยชื่นชู.........

................โฉมพธูนั่งเศร้าเหงาหัวใจ................

//
..........หยิบกุหลาบสีแดงมาแนบอก..............

..........หากจะยกให้ใครอื่นจะได้ใหม...........

..........เฝ้าเวียนถามก้นบึ้งของหัวใจ.............

..........หากให้ไปหรือใจฝืนกลืนน้ำคำ...........

//
................ตัดสินใจเก็บกุหลาบไว้ที่เก่า...................

................แค่ใจเหงาใยต้องเผลอใจถลำ.................

................จำได้ดีวันที่ใจระกำ.................................

................ไม่อยากช้ำอีกหนทนเดียวดาย................






โดย : อิ่มอุ่น
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 14 ก.พ. ปี 2005 [ เวลา 12 : 17 ]


แก้ใหม่...


................ตัดสินใจเก็บกุหลาบไว้ที่เก่า...................

................แค่เหงาใยต้องเผลอใจถลำ.................

................จำได้ดีวันที่ใจระกำ.................................

................ไม่อยากช้ำอีกหน...ทนเดียวดาย................





โดย : อิ่มอุ่น
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 14 ก.พ. ปี 2005 [ เวลา 12 : 21 ]



....อดีตช้ำซ้ำ ย้ำยอกย้อน....

....ใจรอนรอน อ่อนเอนใหว....

....แผลช้ำ ย้ำยอก ตอกย้ำใจ...

....ฤา..เยียวยาใหว ใจยับเยิน...





โดย : อิ่มอุ่น
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 21 ก.พ. ปี 2005 [ เวลา 17 : 20 ]




...มองเหม่อเผลอไผลใจลอย...

...ปลดปล่อยหัวใจไหลละล่อง...

...ลมพัดปลิวหวิวใหวใจชวนมอง...

...นภาผ่องตัดขอบฟ้าเวิ้งว้างไกล...

.........หนทางเดินข้างหน้าดูไกลนัก.....

.........อยากจะพักจิตใจที่อ่อนใหว.....

.........อาจอ่อนล้าบ้างบางทีที่หัวใจ.....

.........ครวญคิดใคร่ใจเหน็ดเหนื่อย....เมื่อยเต็มที..

....



โดย : อิ่มอุ่น
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 22 ก.พ. ปี 2005 [ เวลา 16 : 1 ]




จะต้องเจ็บกี่ครั้งพังกี่หน
ใจจึงทน แกร่งนักกับรักได้
แกร่งกับความผันแปรไม่แน่ใจ
แกร่งต่อใครหลายคนบนเส้นทาง

จะต้องฝ่ากี่ขวากหนามคอยตามทิ่ม
กี่รอยยิ้มเย้ยเยาะเพราะถากถาง
กี่ความฝันผ่านมาแล้วพร่าพราง
กี่หนทางที่สับสนด้วยกลลวง

จะต้องหลั่งน้ำตารดกี่หยดเล่า
ใจของเจ้าจึงชินรักที่หนักหน่วง
กี่ความช้ำจึงชาชินลิ้นคนลวง
หรือต้องอยู่ในบ่วง นี้ทั้งชีวิต



โดย : อดีตา
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 26 ก.พ. ปี 2005 [ เวลา 21 : 55 ]



....ถึงจะเจ็บกี่ครั้งพ่ายพังมากี่หน...

....เจ็บเหลือทนยอมรับความเจ็บนั่น...

....เพียงครั้งหนึ่งครั้งเดียวเกี่ยวสัมพันธ์...

....จิตผูกพันแปลกหนักหนายากลืมเลือน...

...........กี่พันร้อยขวากหนามคอยตามทิ่ม..

...........เคยลองลิ้มจนชินชาหาใดเหมือน...

...........ถ้อยถากถางเยาะเย้ยคอยย้ำเตือน...

...........เจ็บเพราะเพื่อนทั้งคนรักทำช้ำใจ...

.....แม้เคยหลั่งน้ำตาเป็นล้านหยด

.....เคยราดรดใจจนเปียกมิเหือดหาย...

.....คงสักวันใจเหือดแห้งน้ำตาพลันมลาย...

.....จนชีพวายขอเชิดหน้าอย่างทรนง....




ด้วยคาระวะ เจ้าค่ะ


โดย : อิ่มอุ่น
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 27 ก.พ. ปี 2005 [ เวลา 18 : 21 ]



เข้ามาอ่านบทกลอนตอนเย็นย่ำ
อ่านจนค่ำก็สงสัยในอักษร
เหมือนความรักเข้ามาพรากให้จากจร
เหมือนคำวอนของผู้แพ้แก่ดารา
เตือนสติคิดระวังอย่าพลั้งเผลอ
อย่าละเมอเฝ้าคร่ำครวญหวนใฝ่หา
แม้รักจากพรากไปไม่กลับมา
ให้เจ้ากล้าเผชิญสู้กับผู้คน
หนใดมีความรักมักมีทุกข์
แม้นมีสุขก็ชั่วคราวเป็นครั้งหน
มุ่งหน้าสู่ทางแห่งธรรมย้ำเตือนตน
มุ่งมรรคผลสู่นิพพานสำราญใจ



โดย : ผ่านมา
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 2 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 17 : 22 ]



....ร่ายอักษ รกลั่นจาก ใจดวงน้อย...
....ได้ปลดปล่อย ทุกข์จากใจ ดวงสมร...
....อดีตช้ำ รักพลัดพราก มาจากจร...
....ใช่พร่ำวอน พ่ายแพ้ แก่ชะตา...

..........นั่งคร่ำครวญ หวนให้ ไฝ่ความหลัง...
..........ความรักยัง ย้ำเตือนตน จนผวา...
..........รักเป็นพิษ รักขื่นขม จมน้ำตา...
..........ไม่กลับมา หวานชื่น ดั่งคืนวาน ...

....ยามมีรัก ใจนั้น อาบความสุข...
....ใจจมทุกข์ ยามไร้รัก ร้องขับขาน...
....เพลานี้ ใจหลุดพ้น ห้วงทรมาน...
....กาลบผันผ่าน ช่วยรักษา เยียวยาใจ...

...........นึกถึงคำ พระธรรม พร่ำสั่งสอน...
...........อุทาหรณ์ เตือนจิตตน หรือใฉน...
...........ทางแห่งธรรม ย้ำเตือนตน คงลาไกล...
...........ทางสายใหม่ มุ่งหน้าสู่ รสพระธรรม...




โดย : อิ่มอุ่น
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 7 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 12 : 33 ]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com