Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ชุมนุมจอมยุทธ

แลกเปลี่ยนมุมมอง สร้างสรรค์สังคม เปิดโลกทัศน์ จัดระบบความคิด สื่อสารกับชาวโลก

แวดวงจอมยุทธ ตำนานจอมยุทธฯ

ชุมนุมจอมยุทธ (4)
ไปหน้า >> 1 - 2 - 3 - 4 - 5 - 6 - 7 - 8 - 9 - 10 - 11 - 12 - 13 - 14

หัวข้อ :

มีบ้างไหมในโลก..มีที่ให้ข้าฯ

๏ ,มีบ้างไหมในโลก..มีที่ให้ข้าฯ ๏


๏ ข้าฯ เถลือกกระเสือกกระสน..ไปบนโลก

เพื่อดับโศกบางเวลาอย่างน่าเศร้า

สานเทวษบ่นใบ้คล้ายดั่งเงา

ซึ่งรอเฝ้าวันจะดับลับโลกา ๚


๏ ข้าฯ ได้ยินทุกวัน..มันไม่เที่ยง

มหาสมุทรน้ำยังเอียงมาซัดบ่า

กลืนมนุษย์สู่ก้นสุด มุดกับปลา

แล้วโลกนี้มีหรือหวา...ให้ข้าฯ นอน ๚


๏ ที่แห่งใดในโลก..ไม่โศกบ้าง

ข้าฯ แสนจะอ้างว้าง..ด้วยห่างหมอน

ที่พำนักเล็กปานนั้น..ทางสัญจร

ขอข้าฯ นอนปราศภัย...ได้สักคืน.... ๚ะ๛


ทิกิ
เขียนเมื่อ ๑๗:๓๕ นาฬิกา
พระอังคาร ๑ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๔๘
วันที่รู้สึก อ้างว้างเดียวดายกระไรพิกล
บนโลกกว้างๆๆๆที่ไร้จุดหมายปลายทาง

๏ มีบ้างไหมในโลก..มีที่ให้ข้าฯ ๏


โดย : ทิกิ
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 1 ก.พ. ปี 2005 [ เวลา 18 : 31 ]

ในบางอารมณ์ เราก็ถามตัวเราว่า
เราจะยอมทนทุกข์กับชีวิตเช่นนี้เพื่อคนอื่น
ไปอีกนานเท่าใด เมื่อมันหาคำตอบไม่ได้
จึงออกมาเป็น บทกวี ๘ บท..รำพึงแห่งความ
ว่างเปล่าเดียวดาย
เหมือนความรู้สึกของตนที่เคยเดิน
อยู่ในถนนเปล่าเปลี่ยวใต้แสงโคมไฟถนน
มองขึ้นไปบนฟ้า .... ถามฟ้าว่า
ฟ้าคะ บ้านทิกิ อยู่ที่ไหนคะ

โดย : ทิกิ
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 1 ก.พ. ปี 2005 [ เวลา 22 : 7 ]

เวลาเรามีความสุข ในสังคมเรายิ้มกับคนทั้งโลก
แต่ในบางขณะที่เราอยู่คนเดียว เผชิญกับความทุกข์
ความขมขื่น เจ็บปวด รวดร้าว เดียวดาย
เราอยู่คนเดียวเงียบๆในซอกมุมหนึ่งกับความเจ็บปวด
ที่ปราถนาอยากให้ชีวิตจบลงณ จุดใดจุดหนึ่งที่เราไม่ต้อง
เผชิญทุกข์เหล่าน้นอีกต่อไป..

โดย : ทิกิ
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 1 ก.พ. ปี 2005 [ เวลา 22 : 9 ]

แล้วเราก็คาดฝัน ปราถนาว่า คงมีปาฏิหาริย์
ที่จะทำให้เราหลุดพ้นวังวนนี้ไปเสียที
แต่โลกภายนอกนั้น ก็ยังน่ากลัว
นับแต่ชีวิตสัตว์โลกที่กัดกันอยู่ในท้องถนน
หมาหมู่ รวมทั้งคนจรจัด.
.หาก มนุษย์เราสิ้นไร้ ที่อาศัย บ้านที่อยู่ ปลอดภัยบนโลกนี้แล้ว.
.ชีวิตเขาจะเผชิญอะไรสักเท่าไหร่หนอ...


โดย : ทิกิ
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 1 ก.พ. ปี 2005 [ เวลา 22 : 9 ]

หลับตาลงวันนี้ดีหนักหนา
ลมหายใจต่อกายาเดินต่อหน
รับใช้กรรมรับใช้เวรเป็นจำนงค์
ไฝ่ดำรงค์คงคุณค่าหาทางธรรม

สวัสดีวันอังคารจ้ะ คุณทิกิ
ฉันไม่ได้อ่านงานของคุณทุกงานนะ
แต่ความคมคายก็ไม่ทิ้งกันเลย
จาก : - 01 ก.พ. 48 - 22:32

คุณไม่ลงชื่อทิกิ พอเดาได้ค่ะว่าใคร
งานนี้ ก็เหมือนงานอื่น ติดลูกบ้าไม่หาย
มีคนจากเว้บอื่น อ่านงานแล้วแอดมาคุยด้วย
ถามแปลกๆ กับเราเสียเหลือเกิน

บางครั้ง ถ้าเราไม่เหวี่ยงตัวเราจากทุกข์ที่
แวดล้อมเราอยู่ไปพิจารณาธรรมเสียบ้าง
ก็ไม่เห็นหรอกว่า เราอยู่บนความเสี่ยงไร้แก่นสาร
บนโลกนี้ขนาดไหน...โลกในภาษาบาลี อ่านว่า
โลกะ แปลว่า ที่ซึ่งเสื่อมสลายลงทุกขณะ

แต่เรา ถูกสันตติต่อเนื่องบีบรัด เอาเรื่องปัจจัยสี่
ที่เราวิ่งหากันแทบตาย สมัยก่อน มนุษยไม่อยู่บนต้นไม้
ก็อยู่ถ่ำให้ปลอดภัยจากคนถือตะบอง และ สัตว์

สมัยนี้ เราเพียงเปลี่ยนถ้าเป็นบ้าน แต่ก็
ต้องการความปลอดภัยเช่นเดียวกัน..
เราคงรำพึงประมาณนี้ไปได้จนกว่าจะลาจากโลก
ไปนั่นแหละค่ะ

ทิกิ
มีท่านผู้อ่านบางท่านในเว็บนี้ ..แอดถามข้าพเจ้าถึงปัญหา
ว่าทุกข์อะไร ก็ทุกข์เรื่องปัจจัยสี่ ธรรมดานี่แหละค่ะ
และ จริงๆ บทกลอนนี้ มี ๘ บท แต่นำมาลงเพียงเท่านี้
เนื่องจาก ที่เหลือจะลงรวมในบทกวีเล่มต่อไป จะเล่ม
ไหนก็ไม่ทราบค่ะ.....
ส่วนที่ถามว่าข้าพเจ้าทำงานอะไร...ตอบคำถามค้างไว้
คุณผู้ถามปิดเว็บไปเสียก่อน...โดยสภาพ ก็ดูแลกิจการที่บ้าน
โดยตำแหน่งก็บริหาร..สูงสุด แต่โดนความเป็นจริง ก็คนนั่ง
หลังฉากคนที่เขาออกหน้าไปพบลูกค้า...ลูกค้าเจ้าของบ้าน
ต่างๆที่จะตกแต่งบ้านค่ะ...หวังว่าคงไม่ต้องตอบคำถามแปลก
ๆอย่างเช่น ..ไปถ่ายภาพไรมาเหรอประมาณนั้นนะคะ

โดยปกติ จะเขียนงานปรัชญาพุทธผสาน โลกีย์วิสัยของ
มนุษย์ ออกมาบนงานตีแผ่ความจริงเท็จของมนุษย์
ท่านผู้อ่านอาจยังรับไม่ได้ว่าทำไมผู้หญิงจึงเขียนงาน
ล่อแหลมเช่นนี้ได้...เผอิญ ข้าพเจ้าผู้เขียน..เกิดมาเป็นน้องสาว
คนเดียวของพี่ชายอีกสอง และ น้องชายอีกหนึ่ง ไม่ค่อยเป็น
หญิงสักเท่าใดดอกค่ะ...ก็เขียนงานแบบนี้ ไปเรื่อยๆ อีกหน่อย
ท่านคงจะชินกับข้าพเจ้าไปเองสักวัน

ขอบคุณที่กรุณามาอ่านค่ะ

โดย : ทิกิ
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 1 ก.พ. ปี 2005 [ เวลา 23 : 14 ]

ท่านทิกิ สบาย?
เล่าฮิวต้องขออภัย ที่มาเคาะประตูทักทายยามดื่นดึก
หวังว่าคงไม่ข่มขู่หรือขับไล่ความเหงาของท่าน
จนเตลิดหลบเร้นออกไปร่องรูใด
หากเป็นเช่นนั้น ออกจะเป็นที่น่าเสียดายแล้ว

กับคนที่ต้องเถลือก กระเสือกกระสน อยู่บนโลกใบนี้
มีโอกาสเปลี่ยวเหงาเสียบ้างก็นับว่าไม่เลว
ดูๆไปแล้ว ท่านทิกิ
ก็ไม่นับเป็นผู้รุ่มรวยความเปลี่ยวเหงาสักเท่าใดนักมิใช่หรือ

มีบ้างบางคน แทบจะหาเวลาเปลี่ยวเหงาไม่เจอ
มีบ้างบางคน กระทั่งความเปลี่ยวเหงามันถึงกับไม่รู้จัก
ท่านว่าคนชนิดเช่นนี้ ถ้าได้ปราศัยสักคืน
จะมีรสชาติเช่นไร

ในราตรีที่ไร้จันทรา ดาวสุกปลั่งเต็มฟ้า ใกล้อยู่เพียงเอื้อมมือถึง
ซีคงเตียะแช ฝ่ามือปลิดดาว อยากมีมืออย่างนั้นจัง
ที่จริงอยากเด็ดดาว ถอนหายใจ แล้วยิ้มกับตัวเอง

ในวงการสหาย
สุรา ยาสูบ ไม่อาจยึดครอง
กับคนรัก ไม่อาจแบ่งปัน
แล้วความเปลี่ยวเหงาเล่า?

โดย : เฒ่าโล้ว
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 1 ก.พ. ปี 2005 [ เวลา 23 : 25 ]



เป็นไปได้ มังกรจะไม่เดียวดายอีกต่อไป ข้าน้อยขอคาราวะ
ความโสกเศร้าในบางมุมมันก็เป็นรสชาติของชีวิตที่น่าสนใจ
ลองคิดดูชิ ถ้าชีวิตคนเราธรรมดาเรียบง่ายไปวันๆ คงจะเซ็งพอสมควรเลยนะ
ความเศร้าโสกและปัญหานั้นเป็นบททดสอบของชีวิตโดยแท้จริง
จงมีความสุขกับการแก้ปัญหาได้สำเร็จ



โดย : มังกรเดียวดาย
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 1 ก.พ. ปี 2005 [ เวลา 23 : 29 ]

(ยกคำตอบเว็บโน้นมาวางไว้ที่นี่เป็นอนุสรณ์
เอ่อคุณ ทิกิ คงไม่ถึงขนาดต้องไปถ่ายภาพ
ล่อแหลมอะไรอย่างที่ถามมาหรอกนะคะ
ขออนุญาต ตอบ เกินกว่าว่า จะบ้าเหรอ นั้นว่า
วิจารณปัญญาบัดซบซะ น่าจะถูกกว่า )

..........นี่แหละ ที่ถึงไม่เอ่ยปากขอความช่วยเหลือใครในทางเศรษฐกิจเลยไง.......
..........เกรงคำถามล่อแหลมประเภทนี้จริงๆ...

.....คำถามที่ จะต้องย้อนกลับไปถามคนถามว่า
แล้วมารดาคุณ ถ่ายภาพล่อแหลมเลี้ยงคุณมาหรืออย่างไร ถึงได้มาถามดิฉันอย่างนั้น...?

มนุษย์ หนอ มนุษย์...

ในเว็บไซท์ นี้ สงสัยจะต้อง โค้ด ตระกูลมาลงกันทุกวันเลยสินะเนี่ย..
.....บรรยายด้วยอารมณ์ฉุน
อย่างมีสุนทรีย์หน่อยๆ.......

ตอบแบบชาวบ้านหน่อยก็ว่า ...โว้ย ที่ข้าฯ เขียนมาทั้งหมดนี้ ปัญหาปากท้องเศรษฐกิจ
ล้วนๆโว้ย.....นั่นน่ะ ท่านจะเข้าใจหรือยัง...

ฤๅกวีมิอาจจะเจ็บปวด

มิอาจทุกข์ ร้าวรวด กำสรดแสน

ฤๅกวีมิอาจบอกความแร้นแค้น

ฤๅกวีต้องเปรียบแม้นเทวดา..?

เขียนแล้วหายข้อง
แต่ยังเคืองข้างใน
บ้าก็บ้าวะ

ทิกิ อีกรอบ

โดย : ทิกิ
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 1 ก.พ. ปี 2005 [ เวลา 23 : 32 ]

ขออภัยท่าน เฒ่าโล้ว และ ท่านมังกรเดียวดาย
เนื่องเพราะข้าฯ เปิดกระทู้ไว้ แล้วเขียนต่อมาเลย จึงมิเห็นคำตอบ
ท่านทั้งสองนะ เจ้าค่ะ

ขออนุญาต ตอบ ผู้อาวุโส เฒ่าโล้วก่อนค่ะ
ท่านทิกิ สบาย?
เล่าฮิวต้องขออภัย ที่มาเคาะประตูทักทายยามดื่นดึก
หวังว่าคงไม่ข่มขู่หรือขับไล่ความเหงาของท่าน
จนเตลิดหลบเร้นออกไปร่องรูใด
หากเป็นเช่นนั้น ออกจะเป็นที่น่าเสียดายแล้ว

กับคนที่ต้องเถลือก กระเสือกกระสน อยู่บนโลกใบนี้
มีโอกาสเปลี่ยวเหงาเสียบ้างก็นับว่าไม่เลว
ดูๆไปแล้ว ท่านทิกิ
ก็ไม่นับเป็นผู้รุ่มรวยความเปลี่ยวเหงาสักเท่าใดนักมิใช่หรือ

%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%
ตอบตรงนี้ก่อนนะเจ้าคะ.....ความเปลี่ยวเหงา มันเข้ามาตอนไหน
ก็ได้ เมื่ออยู่ในฝูงชน ก็มิใช่จะไม่รู้สึกเปล่าเปลี่ยวเดียวดายหากเขา
มิได้รู้จักใจเราอย่างแท้จริง

หรือสภาพแวดล้อมอันบีบคั้นมากมายให้เราจนมุม จนตรอก
ก็อาจทำให้ จอมยุทธ อาจต้องจิ้มปลายกระบี่ไปบนพื้นดินเพื่อจะทรง
ตัวบนด้ามไว้ก่อน ฉันใด...ก็ฉันนั้น...ก่อนจะทะลวงทางตัน
ซึ่งจะไปพบสภาพอะไรต่อไป...อาจเลิศสุดฟ้าจักรวาล
หรือทะลุไปตกนรกสามขุม ...ไม่มีใครบอกได้

แต่ถ้ามันจำเป็นต้องผ่า...ถึงเวลาต้องผ่า

ข้าฯจึงเกิดความเปลี่ยวเหงาเดี่ยวดายเมื่อจะต้องโจน
ฝ่ากำแพงมหากาฬเบื้องหน้าข้าฯ ...จะไปเคว้งคว้างหนักหนา
ที่ใดก็ไม่รู้ นะเอย

%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%

กับคนที่ต้องเถลือก กระเสือกกระสน อยู่บนโลกใบนี้
มีโอกาสเปลี่ยวเหงาเสียบ้างก็นับว่าไม่เลว
ดูๆไปแล้ว ท่านทิกิ
ก็ไม่นับเป็นผู้รุ่มรวยความเปลี่ยวเหงาสักเท่าใดนักมิใช่หรือ

~~~~~~~~~~~ ตอบ~~~~~~~~~~~~~~

หากในอาณาจักรส่วนตัวของข้าฯมันรโหฐาน
เสมือนห้องลับที่รับแต่ลมอันโชยมาเหนือใต้ มีเพียงคอมพิวเตอร์
อยู่ข้างหน้า และ พระบรมศาสดาอยู่ด้านหลัง ..
นี่ไม่ใช่ที่เปลี่ยวเหงาของข้าฯ หรืออย่างไร ...


%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%

มีบ้างบางคน แทบจะหาเวลาเปลี่ยวเหงาไม่เจอ
มีบ้างบางคน กระทั่งความเปลี่ยวเหงามันถึงกับไม่รู้จัก
ท่านว่าคนชนิดเช่นนี้ ถ้าได้ปราศัยสักคืน
จะมีรสชาติเช่นไร


~~~~~~~~~ ตอบ ~~~~~~~~~

เขาก็เหมาะจะอยู่บนเวทีนักแสดงไปตลอดชีวิต

คงเป็นรสชาติเสมือนดูละคร คาบูกิ

%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%

ในวงการสหาย
สุรา ยาสูบ ไม่อาจยึดครอง
กับคนรัก ไม่อาจแบ่งปัน
แล้วความเปลี่ยวเหงาเล่า?



ความเปลี่ยวเหงา บัดนี้ ได้มีสหายท่านเข้ามา
ปัดกวาดมันออกไป ด้วยรอยยิ้มแห่งไมตรีของท่านนั้นแล

%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%
ขอคารวะ


โดย : ทิกิ
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 2 ก.พ. ปี 2005 [ เวลา 0 : 2 ]

เป็นไปได้ มังกรจะไม่เดียวดายอีกต่อไป
ข้าน้อยขอคาราวะ
%~~~~~~~~~~~~~~~~ตอบ
ยินดีที่ท่านได้เห็นคนที่ทุกข์กว่าท่านในโลก
ด้วยเหตุที่ข้าฯ มิอาจนำภาพ ชายทะเลมาวางไว้ได้
จึงไม่สามารถบอกได้ว่า...ที่ข้าฯ เขียนหามหาสมุทรนั้น
ด้วยได้ปรารภว่า ข้านี้ ช่างแสนทุกข์กระไร
ก็มีท่านผู้เสวนากับข้าฯ ในวันนั้นว่า ที่แย่กว่าเรายังมีคือ
เหยือสินามิ
%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%
ความโสกเศร้าในบางมุมมันก็เป็นรสชาติของชีวิตที่น่าสนใจ

ลองคิดดูชิ ถ้าชีวิตคนเราธรรมดาเรียบง่ายไปวันๆ
คงจะเซ็งพอสมควรเลยนะ

~~~~~~~~~~~~~~~ตอบ ....ท่านพูดอย่างไรก็ถูก
แต่สำหรับข้าพเจ้าแล้ว ความทุกข์ภาระที่แบกไว้เกินกว่าที่
คนธรรมดาสักคนจะทนได้...อยากสลาย...
%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%

ความเศร้าโสกและปัญหานั้นเป็นบททดสอบของชีวิตโดยแท้จริง

~~~~~~~~~~~~~ตอบ ....เห็นทีว่าบททดสอบนี้จะกินใจข้าฯ
ไปจนกว่าชีวิตจะหาใหม่ จะพลิกฟ้าพลิกขีวีพลิกรูปแบบทุกอย่าง
หมดสิ้นเป็นแน่แท้...
%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%

จงมีความสุขกับการแก้ปัญหาได้สำเร็จ

โดย : มังกรเดียวดาย
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 1 ก.พ. ปี 2005 [ เวลา 23 : 29 ]

~~~~~~~~~~~~~~~ตอบ.....เป็นถ้อยคำแห่งกำลังใจที่
แท้จริง ทำให้มองเห็นแสงสว่างอยู่ข้างหน้า

%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%
ขอคารวะท่านจอมยุทธ มังกรดายเดียว







โดย : ทิกิ
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 2 ก.พ. ปี 2005 [ เวลา 0 : 10 ]

ฮ่าๆๆๆๆ เพลงดาบคาบูกิอันร้ายกาจ
เล่าฮิวนับถือท่านแล้ว

เปลี่ยวเหงา หดหู่ กังวล เดียวดาย เพ้ย!
อึดอัด ขัดข้อง อับจน หดหู่ เพ้ย! เพ้ย! เพ้ย!

เมื่อมีพระศาสดาอยู่เบื้องหลัง
มิตรสหายอยู่ด้านข้าง
มุกปัญญาอยู่เบื้องบน
มัน....เป้าหมายอยู่เบื้องหน้า

ฮ่ะ เลือดบูชิโด หยิบหน้ากากขึ้นมา เสนอกระบวนท่า

ฝากบางท่อนในเพลงทัพธรรม ของท่านสี่ วงสตริงอมธ.

การเดินทางแสนไกล ยากลำบาก ฝ่าขวากหนาม
มันจะตามคุกคาม ถ้าอ่อนแอ
เธออาจตรมทุกข์ทนและท้อได้ แต่อย่าแพ้
อย่าลืมเลือนผันแปร ในเส้นทาง.............ไป

Let it be...............ไป

ความเหงาคือปุ๋ยชั้นดีของสวนอักษร
ท่านว่าจริงมั้ย?

โดย : เฒ่าโล้ว
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 2 ก.พ. ปี 2005 [ เวลา 0 : 57 ]

ก่อนอื่นตอบท่านก่อน ว่า ท่านนี้ ยอดฝีมือแท้จริง
ด้วยในกลอนอีก ๕ บท ที่มิได้นำลงนั้น มันมีคำว่า
รุ อยู คำ คือ ข้าฯ ถามว่า จะมีรูให้ข้าฯซุกตัวไหมเล่า
ในนั้น

ความเหงา เป็นยาขมที่คอยอัดเรากระเด็นแตกหน่อใหม่

เดี๋ยวจะตอบท่านต่อ

โดย : ทิกิ
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 2 ก.พ. ปี 2005 [ เวลา 1 : 20 ]


-เวลาเลื่อนไหลไปเร็ว ปัญหามาถึง ช่วงเวลาต้องตัดสินใจ
ข้าฯได้ปล่อยปัญหาแช่ไว้ให้ถึงที่สุดของปัญหา

ด้วย มิฉะนั้น มันจะไม่แรงพอให้ข้าฯ ตัดสายใย
แห่งชีวิต ที่ผูกไว้มานานนี้ได้

โดย : ทิกิ
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 2 ก.พ. ปี 2005 [ เวลา 1 : 53 ]

เสนีย์ เสาวพงษ์เคยบอกว่า
การไม่คิด
คิดวิธีคิดวิธีหนึ่ง

การปล่อยไม่แก้ปัญหา
ย่อมต่างกับยังไม่แก้ปัญหา

บางผลไม้ ต้องรอให้สุกงอม จึงปลิดขั้ว

การไม่ตัดสินใจ
ก็คือการตัดสินใจประเภทหนึ่ง

ระหว่างคนต่อคน
ย่อมพันธนาการไว้ด้วยสายใยที่มองไม่เห็นมากมาย

เหลือแมกไม้ ใยต้องกลัวไร้ฟืนไฟ

พันธนาการของคน ขาดได้ก็ต่อได้
ยากแค่ไหนก็แพ้อยาก

ผู้เฒ่ากล่าวมากไปแล้ว
Let it be..........ไป


โดย : เฒ่าโล้ว
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 2 ก.พ. ปี 2005 [ เวลา 2 : 18 ]

แก่แล้วเลอะเลือนจริง

การไม่คิด
คิดวิธีคิดวิธีหนึ่ง

ที่ถูกต้องคือ

การไม่คิด
เป็นวิธีคิดวิธีหนึ่ง

โดย : เฒ่าโล้ว
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 2 ก.พ. ปี 2005 [ เวลา 2 : 20 ]

ขอขอบคุณท่านผู้อาวุโส สละเวลาดึกดื่นมาช่วยแก้ไข
ข้าฯ ยัง ทำงานดุคำตอบในเว็บไซท์อยู่ท่านมีอะไร
เรียกใช้ข้าฯในmsn ได้ ขอคารวะ

โดย : ทิกิ
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 2 ก.พ. ปี 2005 [ เวลา 2 : 23 ]



เงาชีวิตตามติดตัวพัวพันจิต
วิ่งสุดฤทธิ์คิดสุดใจไม่พ้นฝัน
กรรมลิขิตโยงใยไม่พ้นกัน
เหนื่อยเมื่อนั้นจึงละวางพบทางธรรม

ที่สุดเพียงหนีเงาเข้าร่มไม้



โดย : มารบะหมี่
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 2 ก.พ. ปี 2005 [ เวลา 3 : 43 ]

...เรื่องราวแม้ไม่สมมาดปรารถนา...
...เพียงหวังไม่ละอายแก่ใจ...

โดย : โป่วเกียฮุ้น
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 2 ก.พ. ปี 2005 [ เวลา 4 : 32 ]

เงาชีวิตตามติดตัวพัวพันจิต
วิ่งสุดฤทธิ์คิดสุดใจไม่พ้นฝัน
กรรมลิขิตโยงใยไม่พ้นกัน
เหนื่อยเมื่อนั้นจึงละวางพบทางธรรม

ที่สุดเพียงหนีเงาเข้าร่มไม้
: มารบะหมี่
: วันพุธ ที่ 2 ก.พ. ปี 2005 [ เวลา 3 : 43 ]

เงากรรมตามติดรั้ง.........ดึงดัน

กรรมใหญ่กระชากงัน........เงื่อมง้า

กรรมเล็กบุกประจัณ..........ตีต่อ...แม่เอย

กรรมใหญ่เล็กตามท้า........ทบท้นวิบาก...ตนเฮย

ขอขอบคุณท่านมารบะหมี่ มีคุณค่ายิ่งในบทธรรมท่าน
ใครจะวิ่งหนีกรรมได้เล่า



โดย : ทิกิ
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 2 ก.พ. ปี 2005 [ เวลา 4 : 41 ]

...เรื่องราวแม้ไม่สมมาดปรารถนา...
...เพียงหวังไม่ละอายแก่ใจ...

: โป่วเกียฮุ้น
: วันพุธ ที่ 2 ก.พ. ปี 2005 [ เวลา 4 : 32 ]

ท่านเขียนมาตำหนิข้าน้อยฯ หรือไม่ ข้าช่างกังขา
ในยามทุกข์ของข้า การพยายามแก้ไขทุกข์
มิใช่ความปราถนา แต่เป็นการผลักดันของกรรม
ที่ต้องกระทำใดสักอย่าง ข้าฯ ได้จมจ่อม
ในวังวนอันเชี่ยวกรากลากชีวีข้านานเกินสิบปี
........ใดเล่าจะเปลี่ยนแปลงชีวิตข้าฯ
เพื่อหาหนทางหน้าที่การงานเพื่อ
ประคองชีวิตต่อไป..

ขอคารวะท่าน
ข้าฯ อาจไม่ละอายแก่ใจ..
ด้วยข้าฯ ย่อมดิ้นรนเฮือกสุดท้าย
เพื่อรอดในโลกนี้



โดย : ทิกิ
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 2 ก.พ. ปี 2005 [ เวลา 4 : 46 ]

เช้านี้หมอกทึบหนา
สายมาใสกระจ่างดั่งดวงดาว
........................................
สละเวลาดึกดื่นมาช่วยแก้ไข
............................................
เล่าฮิวมิบังอาจ

ผู้ผูกกระพรวน คือผู้แก้กระพรวน

กระดานสนทนาย่อมไม่ใช่ยารักษา

ผู้เฒ่าเพียงชวนท่านเฉไฉ

ความแจ่มใสแว่บมาเมื่อใด

ท่านย่อมพบทางไปของท่านเอง

เชื่อมั่น

โดย : เฒ่าโล้ว
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 2 ก.พ. ปี 2005 [ เวลา 9 : 48 ]

ขอขอบพระคุณ ท่านมิตรผู้อาวุโส...จากขุนเขา
หมอกสีเทาที่คลุมไว้..ยังกลับแจ่มใสด้วยแสงรวี ฉันใด
ปัญหาอันคลุมใจข้าไซร้...คงจะได้มีทางแจ่มใสบ้างสักวัน


ขอคารวะ

โดย : ทิกิ_tiki
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 2 ก.พ. ปี 2005 [ เวลา 10 : 52 ]

ผู้คน...มักไม่คิด.
ผู้คน...มักนึกเอา..
นึ่กว่าอย่างนั้น...
นึกว่าอย่างนี้....
สรุป...ลืมนึกไป...

ฒ...วัยทอง


โดย : ฒ...วัยทอง
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 2 ก.พ. ปี 2005 [ เวลา 13 : 3 ]

เรียนท่านผู้อาวุโส ฒ.วัยทอง

ลืมนึกวันผ่านไซร้.......ลืมตน
นึกแต่เรื่องวงวน............ชาตินี้
หันไปสักแต่คน..............กระเดือก...ดิ้นแล
ลืมเรื่องตนหลบลี้.............ห่างพ้นกรรมเวร


ขอบคุณ คารวะที่ท่านมาเยี่ยมกระทู้ เป็นเกียรติยิ่งค่ะ

โดย : ทิกิ
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 2 ก.พ. ปี 2005 [ เวลา 21 : 7 ]

ก่อนอื่นต้องน้อมกายคาราวะ
เพราะข้าน้อยเพิ่งเริ่มท่องยุทธจักร
แต่ได้ยินชื่อเสียงท่านทั้งหลายมามากนัก
จึงอยากคบหารู้จักเป็นสหาย

แต่เสียดายที่นี่ไม่มีเหล้า
ได้แต่เอาอากาศเคล้าเป็นเพื่อน
ดับความเหงาภายในใจให้ลางเลือน
สร้างสหายอยู่เป็นเพื่อนเมื่อเปลี่ยวใจ


โดย : คนไร้ใจ
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 15 ก.พ. ปี 2005 [ เวลา 17 : 16 ]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com