Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ชุมนุมจอมยุทธ

แลกเปลี่ยนมุมมอง สร้างสรรค์สังคม เปิดโลกทัศน์ จัดระบบความคิด สื่อสารกับชาวโลก

แวดวงจอมยุทธ ตำนานจอมยุทธฯ

ชุมนุมจอมยุทธ (4)
ไปหน้า >> 1 - 2 - 3 - 4 - 5 - 6 - 7 - 8 - 9 - 10 - 11 - 12 - 13 - 14

หัวข้อ :

บอกเธอหรือยังนะ

(รักเธอจ้ะ)ตอน5


บอกเธอหรือยังนะ(รักเธอจ้ะ)ตอน5
ทะเลาะคือชอบ โต้ตอบคือรัก อย่างงั้นความสับสนที่น่ารำคาญนี้คืออะไร

พูดเรื่องซีเรียส ฉันเป็นประเภทพูดจริงทำจริงเสียด้วย

ฉะนั้นตั้งแต่ตานั้นทำอาหารเช้าให้กิน ฉันก็ไม่พูดกับเขาอีกเลย แต่สิบเอ็ดวันที่ว่านั้น เจ้าน้องชายตัวดีกลับทำตัวสนิทสนมกับตานั้นเสียนี่ ทุกคืนก็เกาะติดแจ คุยไปหัวเราะไป ส่วนฉันนะเหรอ หมกตัวอ่านหนังสืออยู่แต่ในห้อง ถ้าไม่นับเวลาไปอาบน้ำ ฉันแทบไม่ได้ก้าวเท้าออกมาจากห้องเลย

แน่นอนว่าเขาเป็นคนละเอียดและเข้าใจยากเหมือนเดิม แถมยังมีนิสัยที่รับไม่ค่อยได้เหมือนเดิมอีกด้วย ทุกวันหลังเลิกเรียน เขาจะกลับถึงบ้านราวๆสี่ทุ่มครึ่ง เขาจะหยิบเศษด้ายและเศษอะไรต่อมิอะไรที่ติดถุงเท้าออกเหมือนทุกครั้ง ขัดรองเท้าจนเงาวับเหมือนทุกที จากนั้นก็เดินขึ้นห้องโดยไม่พูดอะไรสักคำ ระหว่างเดินขึ้นบันได เขาจะชำเลืองมองฉันแวบหนึ่งเป็นประจำ

ถึงฉันไม่ชอบตานั้นสักเท่าไหร่ แต่ก็รู้สึกว่า ตอนแววตาเขาประสานกับสายตาฉัน เขาก็ไม่ใช่คนน่ารำคาญเสียทีเดียว แน่นอนว่าความคิดโง่ๆนี้ไหลเวียนอยู่ในสมองฉันไม่เกินสองวินาทีเท่านั้น

ว่าไปแล้วระยะเวลาสิบเอ็ดวันไม่ได้ผ่านเร็วเท่าไหร่ เพราะว่าบ้านทั้งหลังมีคนอยู่แค่สามคนเท่านั้น คือตานั่น เจ้าน้องตัวแสบ และฉัน ทุกวันหลังจากปลุกเจ้าน้องชายให้ลุกจากเตียง ฉันจะนั่งรออาหารเช้าที่โต๊ะกินข้าว ช่วงที่นั่งรอจึงมีแค่ฉันกับเขาอยู่กันแค่สองคน และการที่ฉันต้องใช้ยุทธการตีหน้าตายพิชิตมารวันต่อวัน ทุกครั้งเวลาอยู่กับเขา จึงทำให้ฉันรู้สึกว่าเวลาสิบเอ็ดวันช่างผ่านไปช้าเหลือเกิน

พอไม่พูดกับเขาก็ไม่มีเรื่องอะไรให้กระทบกระทั่งกัน และไม่มีเรื่องมาทำให้ฉันอารมณ์เสีย

แต่จู่ๆฉันก็รู้สึกแปลก แม้ว่าฉันกับเขาจะพูดกันแค่ไม่กี่ครั้ง แต่เพราะเคยมีปากเสียงกันบ่อยๆล่ะมั้ง! พอเห็นหน้าเขาทีไร ฉันรู้สึกคันปากอยากว่าคนขึ้นมาทันที…

ในที่สุดสิบเอ็ดวันก็ผ่านไป เย็นพรุ่งนี้แม่จะกลับมาถึงใต้หวันแล้ว แค่คิดว่าไม่ต้องกินมื้อเช้าที่เขาทำอีกต่อไป ฉันก็ดีใจจนนอนไม่หลับ

จำได้ว่าวันนั้นเป็นวันที่ 17 ตุลาคม 1997 ฉันนั่งอยู่ที่โต๊ะหนังสือ เปิดสมุดออร์แกไนเซอร์ออกดู มีตัวหนังสือเขียนอย่างชัดเจนว่า
18 ตุลาคม : แม่กลับบ้านแล้ว! เครื่องลงห้าทุ่มสิบนาที สนามบินจงเจิ้ง สายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์

ฉันปิดสมุดออร์แกไนเซอร์อย่างมีความสุข และเดินออกจากบ้านไป แปรงฟันเตรียมตัวเข้านอน ตอนนั้นจู่ๆเสียงคุยกันของน้องชายตัวดีกับตานั่นดังลอดลงมาจากชั้นบน…

“นี่ใครหรือฮะ” น้องชายฉันถาม
“แม่พี่เอง” เขาตอบ
“แล้วคนที่ยืนอยู่ข้างๆนี่พ่อพี่เหรอ” น้องชายถามต่อ
“อืม…”
“แล้วผู้หญิงคนนี้ใครฮะ”
“ก็ผู้หญิงคนหนึ่งน่ะ”
“สวยจังเลย! แฟนพี่ใช่ไหมฮะ”
“เปล่า!”

ฉันสงสัยจึงค่อยๆย่องขึ้นข้างบน เห็นพวกเขากำลังคุยกันเล่นกันอยู่ที่ระเบียง ในมือของน้องฉันมีของอยู่สองชิ้น ชิ้นแรกคือรูปถ่าย อีกชิ้นคือกระดาษขนาด A4

ฉันแอบอยู่ตรงบันได อยากรู้จังว่าพวกเขากำลังคุยอะไรกัน

ขอบอกให้เข้าใจก่อนนะ ฉันแค่สงสัยเท่านั้น ไม่ใช่พวกสอดแนมมืออาชีพหรอกน่า

“เจียเหว่ย พี่มีอะไรอยากถามนายหน่อย แต่ต้องเก็บเป็นความลับนะ ห้ามหลุดปากเด็ดขาด เข้าใจไหม!” เขาพูด
“ครับผม! ไม่มีปัญหา! ผมรับรองว่าจะไม่ปริปากพูดเป็นอันขาด”
“พี่สาวนายเหม็นขี้หน้าพี่มากใช่ไหม”
เขาหันหน้าไปหาน้องชายฉัน
ฉันนี่นะ ทำไมอยู่ดีๆมาพาดพิงถึงฉันเสียเฉยๆล่ะ
“พี่ผมเหรอฮะ ผมไม่รู้เหมือนกัน พี่น่ะเหม็นขี้หน้าใครเขาไม่ทั่วแหละ! ผมก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย!”
ดูพูดเข้าสิ เจ้าน้องตัวแสบถือโอกาสเอาคืนเรอะ มาว่าฉันเสียๆหายๆ น้องอะไรขายพี่ได้ลงคอ!
“พี่ไม่ได้หมายถึงอย่างนั้น! พี่หมายถึง พี่สาวนายไม่ชอบพี่มากเลยใช่หรือป่าว” เขายืนตัวตรง
“เหมือนกับที่เห็นแมลงสาบแล้วรังเกียดเหรอฮะ”
“คงไม่มั้ง! อย่างน้อยพี่นายก็ไม่ได้เอารองเท้าแตะมาไล่ฟาดพี่!”
ฉันเห็นสีหน้าของหลินฮั่นชงเหมือนกับว่าตัวเองพ่ายแพ้ถึงขีดสุดจนอยากกระโดดตึกให้รู้แล้วรู้รอด
“พี่นายเคยพูดอะไรเกี่ยวกับพี่ให้นายฟังหรือป่าว” เขาถามต่อ
“ไม่มีฮะ! ปีหนึ่งผมพูดกับพี่ไม่กี่ประโยคเอง พี่เขาไม่ยอมเปิดปากพูดกับผมก่อนด้วย”
“อ้อ…งั้นไม่มีอะไรแล้ว! พี่ถามจบแล้ว!” เขาหันหน้าและชะเง้อมองออกไปนอกระเบียง
“พี่ถามทำไมฮะ พี่ชอบพี่สาวผมเหรอ” เจ้าน้องชายตัวแสบดึงชายเสื้อเขาแล้วถาม
“ไม่ทำไมหรอก! พี่แค่ไม่ชอบให้ใครเหม็นขี้หน้าพี่เท่านั้นเอง!” เขาใช้น้ำเสียงกระแทกกระทั้นแบบนั้นอีกแล้ว
“พี่เขาไม่เหม็นขี้หน้าพี่หรอกฮะ! ผมเคยเห็นท่าทางที่พี่เคยทำกับคนที่เกียดขี้หน้ามาก่อน พี่เขาไม่เห็นทำแบบนั้นกับพี่นิฮะ!”
“หมายความว่าไง” เขาหันมามองเจียเหว่ย
“ตอนเขาอยู่มัธยมสี่ มีเด็กผู้ชายที่เรียนอยู่เจี้ยนจงตามจีบ ตามจีบจนถึงหน้าบ้านแน่ะฮะ!”
ซวยแล้วสิ..เจ้าเด็กนี่ปากพล่อยชะมัด…
“ผู้ชายคนนั้นหอบดอกไม้มาหนึ่งช่อ ยืนรอพี่อยู่หน้าบ้าน วันนั้นฝนตกหนักมาก แต่เขาก็ยืนตากฝนอยู่นั้นแหละฮะ!” น้องชายฉันยิ่งพูดยิ่งคึกแฮะ….
“วันนั้นเป็นวันเกิดพี่ผม ผู้ชายคนนั้นเลยอยากให้ดอกไม้พี่ผมล่ะฮะ!”
“แล้วไงต่อ” เขาถาม
“จริงๆพี่ผมไม่เคยสนใจเขาอยู่แล้วล่ะฮะ! แต่แม่บอกพี่ว่าอย่าปล่อยให้เขายืนตากฝน เดี๋ยวเป็นหวัดกันพอดี!” เจ้าน้องชายไร้จิตสำนึกคนนี้นี่…
“พี่สาวผมคว้าร่มไปแบบไม่ค่อยพอใจ แล้วเดินลงไปข้างล่าง จากนั้นพี่เขาทำยังไงรู้ไหมฮะ”
“เขาทำอะไรเหรอ”
“พี่เขาเอาดอกไม้ช่อนั้นไปวางไว้บนหัวผู้ชายคนนั้นฮะ แล้วพูดซ้ำเติมอีกหนึ่งประโยคด้วย!”
ขอร้องละนะจ้าวเจียเหว่ย อย่าหลุดปากออกมาเชียวนะ! ขอร้องล่ะ….
“ดอกไม้ช่อนี้เอามาถือแทนร่มได้พอดี นายเอามันกลับบ้านไปเถอะ! ฉันไม่ได้ชอบนายเลยสักนิด! แล้วอย่าสะกดรอยตามฉันกลับบ้านด้วย!”
โธ่….เสร็จกัน
“พอพูดจบพี่ผมก็ปิดประตู ผู้ชายคนนั้นได้แต่ยืนอึ้งอยู่หน้าบ้านแป๊ปหนึ่งถึงได้สติเดินกลับไปฮะ!”
คุณพระช่วย! น้องคนนี้กินบนเรือนขี้รดบนหลังคาชัดๆ ฉันไม่อยากเชื่อเลยว่านี่คือน้องชายที่คลอดตามกันมา มีแม่คนเดียวกันแท้ๆ แต่กลับขายพี่สาวตัวเองได้อย่างหน้าตาเฉย
“ถ้าพี่ชอบพี่สาวผมล่ะก็ อย่าให้ดอกไม้เขานะฮะ!”
“อ้อ! ขอบใจนะที่เตือน! พี่เข้าใจแล้ว!” เขาหัวเราะจนตัวเอนไปข้างๆ
“เห็นความน่ากลัวของพี่ผมแล้วใช่ไหมฮะ!”
“อืม! เห็นแล้ว!” เขาพูดไปลูบท้องไป “นายเข้านอนได้แล้ว เจียเหว่ย!”
“พี่ยังไม่ได้บอกผมเลยว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร!” น้องชายฉันหยิบกระดาษขนาด A4 แผ่นนั้นขึ้นมา “ไม่มีอะไรหรอก! พี่แค่วาดเล่นๆน่ะ!” เขาดันตัวน้องฉันให้ออกจากระเบียง
“ถ้าพี่ไม่บอกผมไม่เข้านอนด้วย!” น้องชายฉันขู่เขา
เขาไม่ตอบอะไร ได้แต่เดินไปที่ห้องของตนเอง แล้วหยิบรูปถ่ายกับกระดาษแผ่นนั้นจากมือน้องฉัน แล้วก็ปิดประตู

ฉันรีบถลาไปหลบอยู่ในห้องของตัวเอง จะให้พวกเขารู้ไม่ได้ว่าฉันแอบฟัง คราวนี้ฉันจะถลกหนังเจ้าน้องชายเนรคุณเสียให้เข็ด บังอาจนำข่าวกรองของพี่สาวไปขายให้พรรคตรงข้าม ถือว่าผิดมหันต์ ถ้าไม่สั่งสอนให้สาสมก็ไม่ใช่จ้าวซินฮุ่ย!!

ฉันนั่งอยู่ในห้อง จู่ๆก็รู้สึกไม่สบายใจ ฉันกำลังทบทวนดูว่าฉันร้ายกับเขาขนาดนั้นเชียวหรือ
ไม่อย่างนั้น ทำไมเขาต้องถามคำถามพวกนั้นกับเจียเหว่ยด้วย
บางทีฉันอาจจะร้ายจริงๆล่ะมั้ง! แต่ทำไมเขาไม่คิดเองซะบ้างว่า เวลาเขาพูดน่ะน้ำเสียงฟังแล้วแย่ขนาดไหน!
การที่ต้องพูดกับคนไม่มีมารยาทแบบนี้ นับเป็นเรื่องที่ทรมานจริงๆ!
ฉันแปรงฟันไปคิดไป นอกจากจะหาทางคิดบัญชีกับน้องตัวแสบแล้ว ก็คิดว่าตัวเองควรวางฟอร์มให้น้อยลงดีหรือป่าว เพราะอย่างไรก็อยู่บ้านเดียวกัน จะบึ้งตึงใส่กันทุกวันคงไม่ดีเท่าไร

จากนั้นฉันก็กลับเข้าห้อง หยิบสมุดบันทึกคำสัตย์สาบานเล่มนั้นออกมา แล้วเขียนลงไปว่า ถ้าเขาพูดกับฉันก่อน และไม่ใช่น้ำเสียงกระแทกกระทั้น น่าหมั่นไส้ล่ะก็ ฉันจะยกโทษให้เขา

จะเป็นไปได้ไหมที่น้ำเสียงเขาจะดีขึ้นบ้าง…ช่างเขาสิ! อย่างไรเสียคนที่ปากเน่าก็ไม่ใช่ฉันอยู่ดี

โปรดติดตามชมตอนต่อไปค่ะ เร็วๆนี้ กำลังรีบทำอยู่


โดย : แป้ง
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 11 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 11 : 31 ]

มาเป็นกำลังใจครับ

พยายามเข้า

โดย : ฅนแรมทาง
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 11 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 14 : 30 ]

อร่อยดี

โดย : ท่านเอิร์ธ
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 11 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 22 : 51 ]

มันดีเวลาอ่าน ต่อดิมันๆๆ


โดย : โน้ตสุดหล่อจ้า
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 11 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 23 : 23 ]

อยากได้แบบเต็มๆงะ มานติดวะแระหุๆๆ

โดย : PK
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 12 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 1 : 14 ]

เขียนเก่งนะ พยายามเข้าให้จบละ...........

โดย : มังกรเอกา
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 12 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 22 : 13 ]



โอ้โห....เยอะจังเลย อ่านไม่หมดอ่ะ ทำไงดี เอิ้กๆๆๆ



โดย : หมื่นปีแสง
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 16 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 11 : 29 ]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com