Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ชุมนุมจอมยุทธ

แลกเปลี่ยนมุมมอง สร้างสรรค์สังคม เปิดโลกทัศน์ จัดระบบความคิด สื่อสารกับชาวโลก

แวดวงจอมยุทธ ตำนานจอมยุทธฯ

ชุมนุมจอมยุทธ (4)
ไปหน้า >> 1 - 2 - 3 - 4 - 5 - 6 - 7 - 8 - 9 - 10 - 11 - 12 - 13 - 14

หัวข้อ :

ดึกนี้ข้าร่ำเมรัย

..ใครใคร่ร่ำ..เชิญ..

ร่ำสุราร่ายกวีมีสหาย
ถกปรัชญาผ่อนคลายพอหายเหงา
กับแกล้มจันทร์นวลผ่องส่องเห็นเงา
ลอดลายผ่านทิวไผ่เขาเบาลมพัด

กิ่งไผ่พริ้วไหวไปตามวายุ
มองทะลุเห็นไม่เห็นจันทร์เด่นชัด
คล้ายเจ้าเขินอายเย้าหยอกบอกป้องปัด
แกล้งหลบหน้าเขินขัดยิ่งมัดใจ

วางจอกสุราริมหน้าต่าง
ถกคำมิเว้นว่างวางจอกใส
คุยสหายเพลินกลอนมองกลับไป
อกข้าร้าวเจ้าจอกใสแอบจีบจันทร์ ฯ



โดย : ฅนแรมทาง
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 17 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 23 : 50 ]



โดย : ทิกิ
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 18 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 0 : 31 ]


ท่านทิกิ ช่วยที
ข้าเผลอคุยนิดเดียว
แก้วเหล้าแอบหยอกเย้าจีบจันทร์ข้าเสียแล้ว


โดย : ฅนแรมทาง
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 18 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 0 : 38 ]

มาเยี่ยมก่อนไปอาหลับ

โดย : ดาบฟ้าประทาน
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 18 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 0 : 40 ]



จรดจอกขึ้นจิบเจ้าเงาจันทร์แจ่ม
สวยแฉล้มหอมกรุ่นควันไล้จันทร์ใส
จิบน้ำชาแกล้มเงาจันทร์ฝันละไม
แหงนมองไปจันทร์ยังยิ้มพริ้มตาเพลิน

ดึกแล้ว.......................
แสงจันทร์แพรวลอดไผ่วับระยับไหว
คนแรมทางร่ายกวีศรีเมรัย
ให้จับใจขอร่วมด้วยช่วยชมจันทร์

วางจอกสุราริมหน้าต่าง
ถกคำไม่เว้นว่างวางจอกใส
จอกสะท้อนให้เห็นจันทร์อันอำไพ
บอกสิ่งใดบอกใจเป็นเช่นเพ็ญจันทร์

เพื่อนกันยามดึก...ไม่นึกเหงา
จากตัวเรา...มารซื่อชื่อ..บะหมี่



โดย : มารบะหมี่
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 18 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 0 : 52 ]

แวะมานะท่าน

โดย : แวะมา
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 18 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 1 : 0 ]

เสียดายยิ่ง เสียดายยิ่ง ที่เมื่อคืนข้าน้อยไม่ได้แวะมา ไม่งั้นคงจะได้ร่ำสุรา ชมจันทราล่องลอย ร่วมกับท่านฅนแรมทาง เป็นที่น่าเสียดายยิ่งนัก ขอคาราวะ

โดย : พันจอกไม่เมา
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 18 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 9 : 14 ]


เพิ่งจะตื่นฟื้นฝันน้ำจัณฑ์ทำพิษ
เปิดคอมติดพบสหายร่ายเสนอ
มากเยี่ยมยุทธเยี่ยมเยือนเวียนมาเจอ
มิให้เก้อยกจอกถอนก่อนเดินทาง

ท่านดาบฟ้าประทาน มารบะหมี่ แวะมา ทัก
พันจอกไม่เมาบอกถ้ารู้จักไม่พลาดห่าง
ทั้งเมรัยจันทร์ใสสองแสงพริ้มพร่าง
ฅนแรมทางรับไมตรีมีให้มา ฯ

ขอขอบคุณท่านมารบะหมี่พิเศษที่มอบไมตรีให้ด้วยการเข้ามาร่ำสุราและร่ายกวีเป็นสหายของข้าฯ




โดย : ฅนแรมทาง
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 18 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 10 : 21 ]

11 :20 แล้ว เว็บที่นี่ มันเงียบเหงา
หรือคนเขา ยังไม่ตื่น พื้นสังขาร
หรือไปอื่น เพื่อกอปร กิจการงาน
จึงให้บ้าน จอมยุทธ์ สุดวังเวง

ก็ยังดี มีพี่ใหญ่ เป็นตอหลัก
คนเข้ามา จึงได้พัก จะได้ไม่โหลงเหลง
ไม่มีพี่ใหญ่ ที่นี่ คงไม่ครื้นเครง
คงวังเวง เหมือนป่าช้า น่ากลังจัง

หวัดดีพี่ใหญ่ 5555555
เป็นอย่างไรบ้างยนต์อันมีจักร 4

โดย : พลอง 8 ทิศ
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 18 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 11 : 24 ]

............
ข้าก็บำรุงยนต์อันมีจักรสี่อยู่
ด้วยวิหารธรรมคือสติ
ความมระลึกรู้เท่าทันความเป็นจริง
ว่าสิ่งนี้เกิดขึ้น
สิ่งนี้ตั้งอยู่
แลสิ่งนี้ดับไป
ด้วยประการฉะนี้แล..............


โดย : ฅนแรมทาง
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 18 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 11 : 43 ]

โลกมีไว้ให้เหยียบ
..........................มิได้มีไว้ให้แบก

จงเหยียบไปบนโลก
..........................แต่อย่าเหยียบหัวใจคน

จงเข้าไปนั่งในหัวใจเขา
.........................มิใช่ไปนั่งบนหัวเขา

จงพูดคำหวานกับเขา
........................อย่างที่อยากให้เขาพุดกับเรา

จงทำดีทุกอย่างต่อเขา
.........................อย่างที่อยากให้เขาทำกับเรา

จงให้ความรักกับเขา
........................อย่างที่อยากให้เขาให้กับเรา

จงเป็นผุ้ให้อย่างไม่หวังตอบ
........................เพราะการได้ให้มันก็สมบุรณ์ในตัวมันแล้ว

และจงมั่นใจต่อทุกอย่างที่ทำ
........................ชีวิตจะมีความสุข..................



โดย : ฅนแรมทาง
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 18 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 14 : 15 ]

บ่ายแล้วอากาศมันร้อนนัก
บ่ายแล้วนั่งพักริมน้ำใส
บ่ายแล้วตะวันจะคล้อยไป
บ่ายแล้วนะ บ่ายแล้วใกล้จะเย็น

โดย : ลี้ ซีอิม
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 18 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 14 : 21 ]



จงพูดกับคนที่ฟัง
จงฟังคนที่ไม่พูด



โดย : มารบะหมี่
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 18 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 14 : 25 ]


แดดบ่มลมบ่ายหน่ายนัก
อบอ้าวผ่าวหนักจะพักผ่อน
ผูกเปลริมน้ำใสไว้ไกวนอน
ลี้ ซีอิม แอบย่องนอนก่อนเรา ฯ

จริงใจมาร่ายกลอนให้นอนฟรี

โดย : ฅนแรมทาง
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 18 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 14 : 29 ]

พวกเจ้า

โดย : เจ้ายุทธ์
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 18 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 14 : 35 ]



บ่ายแล้วจะบ่ายหน้า...........ไปไหน
บ่ายแล้วเลยเที่ยงไป.........ไม่จอด
บ่ายแล้วเดี๋ยวก็เย็น..........เห็นจะรอด
บ่ายแล้วคงไปจอด.............เอาค่ำคืน

น้ำมะนาวเกร็ดน้ำแข็งแบ่งมาช่วย
ปรุงรสด้วยน้ำผึ้งป่ามีค่าหวาน
คุกกี้ขิงกุ้งกรอบกรอบมอบอีกจาน
เชิญครับท่านพอดับร้อนช่วยผ่อนคลาย

เพื่อนกันยามร้อน....นอนตื่นสาย
จากสหายมารซื่อบื่อ..ชื่อบะหมี่



โดย : มารบะหมี่
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 18 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 14 : 36 ]

แต่งเก่งจังนะคะ

โดย : ลี้ ซีอิม
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 18 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 14 : 43 ]


ท่านมารบะหมี่ตื่นสาย..........ยังอุตส่าห์มาเยี่มกลายให้คลายร้อน
ถ้าได้จิบน้ำมะนาวเย้นๆก็ดีนะสิใส่น้ำผึ้งด้วยคงชุ่มคอ ..งั้นขอสองแก้วนะท่าน กระหายอย่างแฮง

...
เอ........
ว่าแต่ว่า ท่านเจ้ายุทธ์ งอนใครฤา
ก้มหน้าทำซื่อเหงื่อตก
ไม่พูดไม่จาไม่เข้าใจ
นะท่านนา

..........................ด้วยไมตรี......................................

โดย : ฅนแรมทาง
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 18 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 14 : 50 ]



ขอบคุณที่ชมครับ?..
อุ๊บอั๊บ...เอาว่าชมผมหรือเปล่า?
สมมุติเอา...ว่าใช่.....ใจรับเอา
อย่างที่เขาคนแรมทางชี้วางนำ

กลอนสดสดรสมะนาวพราวเกร็ดใส
ปรุงจริงใจใส่เหยือกสวยรวยเปรี้ยวหอม
มอบกำไล ลี้ ซิอิม ลิ้มรอมชอม
โปรดได้อ้อมเอื้อกำนัล.........หมั่นชมเอย



โดย : มารบะหมี่
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 18 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 15 : 4 ]



มอบให้ท่าน...คนแรมทางอีกสองเยือก....เลยครับ
เปี้ยวหวานเค็มปะแร่ม....เย็นจัดชื่นใจ...ดับกระหายดีนักครับ



โดย : มารบะหมี่
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 18 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 15 : 9 ]


มารบะหมี่ นี้ท่านคม คารมกล่าว
เรื่องกับข้าว อาหาร จานไหนไหน
อีกเครื่องดื่ม สูตรผสม กลมกล่อมใจ
ได้ลองจิบ ชิมแล้วไซร้ หลงไหลจริง

ด้วยสังเกตุ มาก็นาน จึงจารกล่าว
เพื่อนดื่มเหล้า ท่านเสริฟกับ รับไม่นิ่ง
เพื่อนตื่นนอน ท่านส่งน้ำ ตามใจจริง
เปรี้ยวหวานเค็ม ปะแหล่มยิ่ง เย็นจัดชื่นใจ ฯ

..........
ขอบใจ ... ไม่เกรงใจ .. รับน้ำมะนาว .. หนึ่งเหยือก



โดย : ฅนแรมทาง
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 18 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 15 : 23 ]

โอเลี้ยง..โอเลี้ยง
โอเลี้ยง...ข้าวหมูแดง...สั่งได้

ได้ยินเสียงแจ้วแจ้ว ว่าแถวนี้มีคนทั้งหิวทั้งกระหาย
ต้องรีบมาก่อนตลาดจะวาย ไม่ได้ขายขอได้แจกก็ยังดี

โอเลี้ยง...โอเลี้ยง
ถึงจะดำอย่างพระยม ขมดั่งใจคนอกหัก
หวานดุจวาจาคนรัก ชุ่มเย็นยิ่งนักเช่นน้ำห้วยไหลรินเหนือราวไพร

โอเลี้ยง...โอเลี้ยง
บ่ายร้อนน่าเบื่อหน่าย ร้อนบ่ายน่าเหนื่อยใจ
โอเลี้ยงสักแก้วเป็นไง ดื่มกลั้วบะหมี่ ข้าวหมูแดง

แรมทางมาไกล แวะได้แต่ไม่ฟรี
ถ้าจะให้ดี แลกกับบ๊วยรสมะนาว

โดย : เฒ่าโล้ว
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 18 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 16 : 57 ]

มาคารวะท่านปู่คะ

โดย : อาเม่ย
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 18 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 17 : 4 ]

ยินดี ยินดี..

ต้อนรับเฒ่าโล้ว
แล้วแต่ท่านสั่งได้อร่อยทุกอย่างวางใจ
โอเลี้ยงสักแก้วดับกระหายได้
พอคลายร้อน...ตอนพลบค่ำ
โอ........โอเลี้ยงๆๆ



โดย : ฅนแรมทาง
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 18 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 17 : 6 ]

พอได้น้ำมะนาวของท่านมารกระบี่
ตัวข้านี้ดื่มเข้าไปมิหายหิว
จรรีหาโอเลี้ยงผู้เฒ่าโล้วต้องต่อคิว
หิวหนอหิว...จะดับร้อนผ่อนกาย...ได้อย่างไร....

โดย : จอมยุทธไม่มีเสร็จ
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 18 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 17 : 38 ]

ยินดีต้อนรับ
จอมยุทธไม่มีเสร็จ ...........
................
............
.....
เอาไว้ก่อนๆยังไม่เขียนกลอนดีก่าผม
วันนี้เขียนเยอะแล้ว

โดย : ฅนแรมทาง
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 18 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 21 : 43 ]

เฉยเสีย ดีกว่าจะพูดอะไรออกไป



โดย : หมื่นปีแสง
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 18 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 22 : 33 ]

เพื่อนเอยเพื่อน เตือนใจ ให้ได้คิด
ให้ชีวิต ทบทวนหา มาขานไข
หนึ่งคือรู้ ตัวเอง เป็นเช่นไร
ร่ำสุรา เมรัย กับดวงจันทร์
ชีวิตหนึ่ง มีเพื่อน เป็นคู่คิด
อีกชีวิต มีสุรา เป็นคู่ขวัญ
อีกชีวิต ใช้สุรา หมายจีบจันทร์
ทันใดนั้น จันทร์เอ๋ยจัทร์ ถูกแก้วครอง..........เฮ่อ....



โดย : จอมยุทธ์ไม่มีเสร็จ
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 18 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 22 : 36 ]

เพราะฟ้ามืดใจเราถึงโดดเดี่ยว
เพราะจันทร์เสี้ยวจึงเศร้าอยู่มิรู้หาย
เพราะลมพัดจึงเหงาและเดียวดาย
เพราะมองอะไรรอบกายก็คิดถึงแต่......


โดย : ลี้ ซีอิม
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 18 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 23 : 38 ]


นี่นี่อาเม่ยพูดถึงใคร?
อิ๊บอั๊ย...เอาว่าข้า...ใช่อ๊ะเป่า
ก็ติ๊ต่าง..ว่าใช่..ฝืนใจเอา
เห็นเงาเงา..ท่านบะหมี่..หนีละเฟย

ดีใจดีใจ...วันนี้ได้เป็นปู่
อู้ฮู..ผมถึงเข่า..เคราถึงพื้น
ตะบันน้ำ..เพียวเพียว..เคี้ยวแล้วกลืน
จะนั่งยืน..งกเงิ่น..เดินโซเซ

แถวแถวนี้จะมีใคร
เห็นใจกันบ้างเล่า
คนแก่แก่เฒ่าเฒ่า
เขาไม่ให้เล่นแร็คฯ
ใครก็ได้ช่วยสมัครให้ที ยุไม่ถึง อยากเล่นดึกๆง่ะ


โดย : เฒ่าโล้ว
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 19 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 2 : 25 ]

สำหรับ ผม คนไม่พูด คือ ไม่รู้
และ รู้จนไม่อยากรู้อะไร? อีกแล้ว
แต่ผม ไม่ใช่ ทั้งสองกรณี คือ ยังเป็น คนธรรมดา รู้บ้างไม่รู้บ้าง ฟังบ้าง พูด บ้าง อ่านบ้างเขียนบ้าง ให้บ้าง รับบ้าง

ไม่ชอบ ความเงียบ ไม่นิยม ความอึกทึก
รักคนที่เขียน และ รักคนที่อ่าน
ถึง ท่านจะเขียน ไม่ได้เรื่องอะไรเลย แต่ท่านก็ยังน่า ชื่นชม
ที่มีความพยายาม ไม่มีใครเกิดมาพร้อมเสื้อผ้า ล้วนมาเสาะหา
เอาข้างหน้า ทั้งนั้น จะรักหรือโกรธกัน มีจิตนั้น ผู้นำพา
ครับ ผมฟังคนที่พูด ครับท่านมาร คนไม่พูด ผมแค่ พิจารณา

โดย : วาสิน ไทยแท้
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 19 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 11 : 1 ]

การชิมไปบ่นไปอย่างนี้ รุ่นต้องเคาะโลงก่อนเพื่อนเก่าเฒ่าโลว้ เพื่อนเก่าข้าตอนนี้ก็ชอบกินของขม ชมเด็กสาว เล่าความหลังอยู่

โดย : เจ้ายุทธ์
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 19 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 11 : 50 ]

ยินดีปรีดา ตื่นขึ้นมาเปิดคอมแล้วเห็นเพื่อนๆมากมาย เห็นสหายหลายสำนักมาพร้อมหน้าพร้อมตา นับแต่ท่านเยี่ยมยุทธทั้งนั้น
ข้าฯล่ะสุดแสนยินดีที่ได้มีดอกาศเสพถ้อยคำกวีทรรศน์
บรรดาถ้อยคำทั้งปวงนานาทรรศนะที่เสนอ ล้วนแต่อ่านแล้วอิ่ม
เป้นอาหารใจอันโอชะ แก้มกาแฟอุ่นๆแทนปลาท่องโก๋
อ่านยามบ่ายก็อาจกลายเป็นน้ำมะนาวเปรี้ยวหวานให้เย็นชุ่มคอพอหายร้อน
ก็นี่แหล่ะเหตุที่ต้องมีสหายมาร่วมแบ่งกันได้ถกทรรศนะ
ข้าฯมาได้ไม่นานอบอุ่นและอบอิ่มในความไมตรีและความคิด
ท่านวาสินพูดได้กินใจ"ไม่ชอบ ความเงียบ ไม่นิยม ความอึกทึก"ล้ำลึกเห็นภาพอ่านแล้วซาบซึ้ง
.........


โดย : ฅนแรมทาง
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 19 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 13 : 16 ]

ฅนแรมทางเอ๋ย ช่วยตอบกระทู้ให้ข้าด้วย

เหตุ : <= กวิ คาถานะมาสะโย=>
ผล...: <= อุกกัฏเฐ สูรมิจฉันติ=>



โดย : เจ้ายุทธ์
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 19 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 22 : 1 ]



เหตุต้น.....ผลปลาย........สหายยุทธ์
จิตขุด........เพียรฝัง........วางสิกขา
เห็นชอบ...ใช่ชอบเห็น...เป็นที่มา
ยกน้ำปลา..ว่าน้ำผึ้ง........อย่าพึงใจ

ยินดีก็ปรีดาหน้าสดชื่น
ยิ้มระรื่นโลกก็สวยรวยแต่งสรรค์
ทุกข์ผ่อนคลายสหายเยอะมาเปรอะกัน
เงียบไม่นานเหงาไม่ดึกคึกคักดี

คนไม่พูดก็พิมพ์มา...........ท่านวาสิน
รักไม่สิ้นมีสายใย.............ให้คนอ่าน
เงียบเกินไปก็หนวกหู......อยู่ไม่นาน
อึกทึกพอคึกคร้าน............ก็เงียบดี

เป็นคนคมสมคมคำ..........นำมากล่าว
ถึงแก่เฒ่าชอบดื่มดม........ชมสาวอึ๋ม
ชอบเล่นเร็คน่ารัก............มักฮาตรึม
ไม่วางขรึมเล่นอุ๊บอั๊บ.........รับบทกลอน

ดึกอีกและ......โอเขาเลี้ยงเกลี้ยงกระเป๋า
อีกทั้งข้าวหมูแดงแจงหมดหม้อ
เหลือบะหมี่ของดีไมตรีพอ
ขอมอบต่อส่งน้ำใจในค่ำคืน

ไม่หนีไปไหน..ไม่หนีไปไหน.....มาให้อิ่ม
เนื้อนุ่มนิ่ม.......เส้นนุ่มเหนียว...เคี้ยวเพลินหนา
มารบะหมี่.........เจ้าเก๊าเก่า........เบาราคา
เชิญท่าน..........มาร่วมแวะชิม....อิ่มให้เปรม

เส้นบะหมี่เราคัดสรรปั่นสดสด
หมูแดงรสสูตรโบราณหั่นชิ้นหนา
ทั้งเกี๊ยวกรอบหนังปลาแซมแนมให้มา
จัดแต่หน้าใส่ชามใหญ่อยากให้ลอง

ท่านทานแห้งเรามีเสริมเพิ่มพริกเผา
หอมยวนเย้าซีอิ้วปรุงกระเทียมหอม
แถมซุปร้อนซดคล่องพอชิมชอม
เสริฟมาพร้อมชาเย็นใสใส่ใจจริง

ท่านทานน้ำเรามีสูตรทีเด็ด
เป็นต้มยำรสเผ็ดใส่กุ้งเผา
ตัวใหญ่ใหญ่เต็มเต็มคำตามสูตรเรา
เปรี้ยวมะนาวน้ำปลาหอมน้อมเชิญชวน

พิมพ์ไปหิวไปกลืนน้าลายเอื๊อกๆ...แล้วอ่ะครับ
บะหมี่ต้มยำกุงเผาร้อนๆ....ขอลาไปทำกินก่อนนะครับ

ด้วยรัก...
จากมารหิวหูอื้อ.....ชื่อบะหมี่



โดย : มารบะหมี่
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 19 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 23 : 57 ]

ง่วงมั๊กๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ



โดย : หมื่นปีแสง
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 20 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 0 : 6 ]



ง่วงมั๊กๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ.....ก็.....นอนมั๊กๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ด้วยรักๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ....จาก..ปลายแกแล็คซี่หมื่นปีแสง




โดย : มารบะหมี่
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 20 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 0 : 16 ]

ขอบคุณค่ะ มารบะหมี่

(อยากหม่ำบะหมี่เกี๊ยวหมูแดงอ่า)



เดวอีกแป๋บไปแหละจ้า

โดย : หมื่นปีแสง
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 20 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 0 : 19 ]

บะเอ๋ยบะหมี่
รสชาติดีเขาว่าหมี่ต้องสีเหลือง
บะหมี่หยกเขาไม่กินว่าสิ้นเปลือง
ไม่มัเครื่องไม่มีเคราเหลาเอ็มเค
ทั้งกุ้งเผากุ้งไม่เผาเอามาใส่
แล้วน้องปูเอาไปไว้ไหนละเพ่
ทิ้งน้องกบคบน้องปลาทำฮาเฮ
ถูกเขาเททิ้งเข้าจะเศร้าเอย
คารวะท่านฅนแรมทาง
เห็นถ้วยว่างวางอยู่ข้างหน้าต่างนั่น
เข้าไปส่องหวังจะมองเห็นดวงจันทร์
กระไรนั่นถ้วยเปล่าเปล่าเหล้าไม่มี
เฒ่าเฒ่า..ชอบดื่มน้ำขม..ชมเด็กสาวสาว
บอกเล่าเรื่องราว............เติมต่อก่อฝัน
เฒ่าเฒ่าอย่างนี้............ไม่มีหรอกฟัน
เรื่องสร้างเรื่องสรรค์.....เต็มบ้านเต็มเมือง

กัมมุนา วัดมาตีโลโก้ กุ๊กๆ

โดย : เฒ่าโล้ว
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 20 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 0 : 57 ]

เห็นแสงสีเหลือง update แวบ แวบ

****************************************

บ้านนี้ ดึกแล้ว เหลืองกระพริบ
มันกระดึ๊บ มีคน ยังไม่ง่วง
จึงคลิ๊กเข้า แวะเวียน ด้วยเป็นห่วง
ข้าน้อยง่วง ขอไปนอน ก่อนแล้วกัน

****************************************

จอมยุทธ์คอม

โดย : จอมยุทธ์คอม
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 20 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 1 : 18 ]



เฒ่าเอ๋ยเฒ่าโล้ว...

ไม่ได้โม้............หมี่เราดีสีฉาบเหลือง
เป็นบะหมี่อาบเพ็ญจันทร์อันเรื่อเรือง
เส้นถึงเครื่องสมุนไพรแป้งใยจันทร์

หมี่เสวยชื่อ" มังกรซ่อนจันทร์แก้ว"
หมักแป้งแล้วบ่มแสงจันทร์อันสุกใส
เก้าทิวาเก้าราตรีนวดตีไป
กว่าจะได้ที่สบัดจัดเส้นทอ

แรกสัมผัสเรียบเนียนไม่เลี่ยนลื่น
รสอมกลืนหอมละไมไล้แผ่วผิว
แม้ซุปร้อนกลับร้อนอุ่นดั่งชุนชิว
เส้นอ่อนพริ้วไม่เหนียวหนับจับติดกัน

อีกหมี่หนึ่งเป็นหมี่ไผ่ชื่อ"ใจหยก"
เป็นหมี่ยกคำกวีหมี่หยกเขียว
บะหมี่เจจากเยื่อไผ่ยอดใบเรียว
นวดแป้งเขียวบัวหิมะละเครื่องคาว

มีหมี่แดง " แจ้งดรุณ" อุ่นไอรัก
มีหมี่ผัก" ฮุ้นปวยเล้ง" เช็งเช็งใส
มีหมี่พริก "แดงตะวัน" อันสะใจ
อีกมากมายตำนานหมี่มีให้พอ

ท่านอยากกินอะไรใส่ตามอย่าง
ทั้งกุ้งย่างน้องกบปูดูน้ำใส
ลูกชิ้นปลาหมูอบแดงแจงใส่ใจ
แนะนำให้สุนทรีย์วิธีกิน

ถ้าปะปนระคนกันมันก็มั่ว
ต้องแยกครัวปรุงต่างแบบแยบยลใส่
กุ้งกะปูลูกชิ้นปลาน่าเหมาะใจ
หมูแดงใส่หนังกบปลาทอดพาเพลิน

รู้จักกินรู้จักเสพไม่เสพเศร้า
รู้จักเล่ารู้จักรินกินสุขสันต์
รู้จักเฒ่ารู้จักแก่แน่ยิ่งมัน
รู้จักกันรู้จักเดินก็เพลินใจ

กะมุดนา ว่าจะตีโลโก้....จึ๊บๆ

อุ๊บอึ๊บ..จากมารซื่อ...ชื่อบะหมี่



โดย : มารบะหมี่
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 20 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 2 : 36 ]

ร้านชือไร..ตั้งอยู่ที่ไหน....จะได้ไม่ไปกิน

โดย : ฅนบ้า
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 20 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 5 : 54 ]

เหตุต้น.....ผลปลาย........สหายยุทธ์
จิตขุด........เพียรฝัง........วางสิกขา
เห็นชอบ...ใช่ชอบเห็น...เป็นที่มา
ยกน้ำปลา..ว่าน้ำผึ้ง........อย่าพึงใจ

ด้วยรัก...
จากมารหิวหูอื้อ.....ชื่อบะหมี่

โดย : มารบะหมี่


เหตุ : <= กวิ คาถานะมาสะโย=>
ผล...: <= อุกกัฏเฐ สูรมิจฉันติ=>

ไม่ได้เรื่องเลย ถามไปไหนมา สามวาสี่ศอก เฮ้อ...ไปกินบะหมี่ของเจ้าเถอะ



โดย : เจ้ายุทธ์
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 20 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 10 : 3 ]

เนกาลี ลภเต สุขขัง

แบ่งกันทานนะทุกท่านจะได้มีความสุขด้วยกัน

โดย : จอมยุทธ์ไม่มีเสร็จ
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 20 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 11 : 52 ]

แม้บาลี เจ้ายังพิมพ์ผิด เฮ้อ...เจ้านี่

เนกาสี ละภะเต สุขัง แปลว่า ผู้กินคนเดียว ไม่ได้ความสุข

มาจาก ขุททะกะนิกาย ชาดก ทะวาทะสะนิบาต
พระไตรปิฎกฉบับหลวง เล่มที่ 27 หน้าที่ 333

จะจงใจหรือพลาดพลั้ง อย่างไรก็ขอให้พิมพ์ด้วยความไตร่ตรองด้วย คนอ่านในนี้เยอะ บิดเบือนพุทธพจน์ นรกจะกินหัวเจ้า
ไป ไป ไปค้นหาอ่านมาใหม่

โดย : เจ้ายุทธ์
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 20 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 12 : 4 ]

...............
เหตุ : <= กวิ คาถานะมาสะโย=>
ผล...: <= อุกกัฏเฐ สูรมิจฉันติ=>

.............
ข้าฯมิได้โกรธใครหรอกท่านเจ้ายุทธ์

มิต้องสงสัย


โดย : ฅนแรมทาง
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 20 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 12 : 17 ]

ข้าย่อมรู้ น้ำใจเจ้า

โดย : เจ้ายุทธ์
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 20 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 12 : 21 ]

ข้าแปลได้เสียที่ไหนกัน
เขียนมาพัลวันบาลีประกิต
ปวดหัวเกาหัวคันยิกยิก
พูดมาให้ถึงจิตให้เข้าใจ.........ท่านเจ้ายุทธฯ



โดย : ฅนแรมทาง
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 20 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 12 : 25 ]

ไม่เป็นไร ตามที่ข้าอ่านกระทู้เก่าของพวกเจ้า ไอ้พลอง 8 ทิศ อะไรนั่น ที่บอกเป็นศิษย์น้องของเจ้า มันก็น่ามีหน่วยก้านดี สงสัยเจ้านั่นมันคงว่าได้

โดย : เจ้ายุทธ์
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 20 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 12 : 29 ]

เกินไปแล้วท่านเจ้ายุทธ
จะกระชากลากฉุดข้าถึงไหน
แปลไม่ได้ไม่รู้เห็นเป็นเช่นไร
อย่าได้ทึกทักไปว่าข้ารู้ฯฯฯฯ




โดย : ฅนแรมทาง
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 20 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 12 : 45 ]

อืมมม...

โดย : เจ้ายุทธ์
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 20 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 12 : 53 ]

อืมมอะไรเอื่อมระอาข้าฯหรือไม่
ทำหน้าซื่อพุดไปแค่ อืม อื้อ
คีย์บอร์ดมีให้พิมพ์อย่านิ่งมือ
หรือมัวถือไตรปิฎกยกพระธรรม น


โดย : ฅนแรมทาง
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 20 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 13 : 9 ]

เอาหละ มันชักจะบานปลายไปกันใหญ่เรื่องขี้หมูราขี้หมาแห้ง ไม่น่าต้องมาอ้อนวอนพวกเจ้าให้ลำบากเลย คุยกันโลกีย์วิสัยขั้นต่ำต่อไปเถิด ข้าเจ้ายุทธ์ หากล่วงเกินพวกเจ้าไปก็อภัยทานกันเถิด



โดย : เจ้ายุทธ์
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 20 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 13 : 18 ]

ข้านโลกีย์หรือท่านพ้นโลกีย์วิสัย
สำเร็จอรหันต์ไปแล้วหรือนี่
เจ้ายุทธเอ๋ยเทศนาธรรมกำลังดี
กลับมานี่มาสอนส่ำ ต่ำสัตว์ดลกีย์ ฯ

บรรลุแล้วไงท่าน


โดย : ฅนแรมทาง
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 20 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 14 : 19 ]

กลับมานี่มาสอนส่ำต่ำสัตว์โลกีย์ ฯ

โดย : ฅนแรมทาง
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 20 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 14 : 20 ]

ขออภัยท่านเจ้ายุทธ์ ข้าน้อยความรู้แค่ ป.4

โดย : จอมยุทธ์ไม่มีเสร็จ
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 20 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 15 : 22 ]

ข้าฯ ป.3

ไม่ได้โม้



โดย : ฅนแรมทาง
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 20 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 15 : 40 ]


บะหมี่บะหมี่บะหมี่
ถามไปไหนมาตอบสามวาสี่ที
ขุดขึ้นมาทำไมฝังไว้นั่นแหละดี
ยกน้ำปลามาว่าน้ำผึ้งกว่าจะรู้ได้ซึ้งคงต้องอีกหลายปี
เห็นเก่งเรื่องกินเรื่องกลอนไม่ยักเก่งสอนบาลี
มิน่าถึงโดนเขาไล่ให้กลับไปเป็นกวี

เจ้าช่อมะกอก..เจ้าดอกพุทรา...คงต้องไปศึกษา...บา..หลี...ลีลี

โดย : เฒ่าโล้ว
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 20 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 17 : 5 ]



โดย : จอมยุทธ์ไม่มีเสร็จ
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 20 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 17 : 9 ]

อักขระวิธีวจีวิภาค
ไม่ลำบากนามและอัพยยศัพท์เฒ่าโล้วเอ๋ย
อาขยาตและกิตก์อย่าละเลย
สมาสตัทธิตไม่นิ่งเฉยรู้แน่นอน ฯ

อันภาษาบาลีมีเป็นอาวุธ
บ้างใช้ฉุดฆ่าใครเขาไปทั่ว
บ้างใช้ผดุงคุณธรรมนำพาตัว
รู้ให้ทั่ว ดูให้เห็น เป็นให้ดี ฯ

ครับผมจบแค่ ป.3 จริ๊งๆๆ


โดย : ฅนแรมทาง
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 20 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 17 : 20 ]

" เก้าสิฆ่าสิบสิฆ่าให้เอาแก่นพยุงตี
...................................อย่าสิเอาบาลีมาต่อยตีต่างฆ้อน"

ผญาคำสอน อ่านก่อนนอน นะท่าน

โดย : ฅนแรมทาง
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 20 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 17 : 48 ]


ว้ากยสองพัน .............ฉันทไร้รูปลักษณ์
โอย...หนักแบกหนัก ...ยึดหลักไร้รอย

ภาษาบาลี..........มีเป็นอาวุธ
ใช้คร่าใช้ฉุด....ใช้ช่วยใช้ฉวย

ข้าก็จบป.สาม.....อยากตามป.2
ป.1 ไม่มอง.........ป.จัตวาไปนานแล้ว

ข้ายึดธรรมธรรมดา...อยากเมตตาเมตไตย
แต่ไม่รู้เป็นยังไง.......ใจไม่ยอมธรรมดา

อยากมีเก่งมีเกรด.....อวดสมเพชกิเลสหนา
เมื่อไหร่คืนสู่ธรรมดา..ข้าจักร้องไชโย
จบป.สาม..รามคำแหง...ไม่คิดแข่งใคร

โดย : เฒ่าโล้ว
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 20 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 18 : 15 ]

ท่านก็พุทธเราก็พุทธฉุดกันใย
ควรห่วงใยกันเถอะหนา
พลาดพลั้งเสียช่วยเมตตา
อย่าต่อว่าตัวเราเลย

บาลีนั้นของยากจำลำบากเป็นนักหนา
เรามิอยากบิดพลิ้วคำสอนขององค์พระปฏิมา..และรู้ว่าจำไม่ดี
ถ้าเกิดการพลั้งพลาด..นั้นนักปราชญ์ยังพลาดพลั้ง
คนเราไม่จีรัง...ยึดการพลาดเป็นบทเรียน.....

ขออภัยจริงๆท่านเจ้ายุทธและทุกท่าน

โดย : จอมยุทธ์ไม่มีเสร็จ
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 20 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 18 : 18 ]

///.......

...เอ๋ เอ่ แรกอ่านเอ่ยถึงจันทรา
...ไป ไป มา มา ว้า กล่าวถึงไรกัน ..
...อ่ะนะ

.................*****
...แรกเริ่มกลอนสวยรวยความฝัน
...อ่านแล้วพลันเผลอแย้มยิ้มสดใส
...เนื้อหากลอนบาดลึกถึงจิตใจ
...ตอนท้ายใยถกบาลีหนีหน้าจันทร์..
...แหะ แหะ ..อย่าซีเรียส นะคะ. นะคะ
...ขอคั่นรายการ ก่อนค่า..

...จันทรา แวะมา โค้งคาระวะ ท่านผู้เยี่ยมยุทธทุกท่าน
...ด้วยความคิดถึง ที่หอบมาเต็มอก มอบให้ ทุกท่านเลยค่ะ
...ยิ้มค่ะ ยิ้ม




โดย : จันทรา
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 20 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 19 : 22 ]

พลบค่ำมาเห็นจันทรามายิ้มยิ้ม

เอาสุรามารินปริ่มถ้วยให้

ยกแล้วยิ้มยินแล้วแย้มแจ่มใส

ซีเรียสไปใยใช่.........ใช่แล้ว ฯ




โดย : ฅนแรมทาง
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 20 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 19 : 35 ]

นวลจันทร์นวลผ่องมองลอดหน้าต่าง
เอื้อมมือขึ้นวางจะจับต้อง
เอื้อมไม่ถึงสุดมือสายได้แค่มอง
จันทร์ยังส่องนวลใยในนภา

วางแก้วสุราขอบหน้าต่าง
พึมพำอ้างว้างมองแก้วพบว่า
ในแก้วปรากฎเจ้าเงาจันทรา
ยกสุราดื่มพระจันทร์มันนุ่มคอ ฯ





โดย : ฅนแรมทาง
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 20 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 19 : 46 ]



โย พาโล มญฺญตี พาลฺยํ
ปณฺฑิโต วาปิ เตน โส
พาโล จ ปณฺฑิตมานี
ส เว พาโลติ วุจฺจติ

ยาวเทว อนตฺถาย
ญตฺตํ พาลสฺส ชายติ
หนฺติ พาลสฺส สุกฺกํสํ
มุทฺธมสฺส วิปาตยํ

หึ....ภาษาบาลีนี่พิมพ์ยากจังครับ

เหตุต้น.....ผลปลาย........สหายยุทธ์
จิตขุด........เพียรฝัง........วางสิกขา
เห็นชอบ...ใช่ชอบเห็น...เป็นที่มา
ยกน้ำปลา..ว่าน้ำผึ้ง........อย่าพึงใจ

ขอยกกลอนขยายความ...เชิงอรรถ...ดังนี้

เป็นเพียงกลอนเคาะกะลาหมาหัวเราะ
เป็นไม้เคาะให้ละวางทางเหตุผล
เคาะหยั่งดูก็ออกเสียงสำเนียงตน
เสียงว่าคนปนมนุษย์ขุดธรรมมา

เหตุต้นผลปลายเข้าใจอยู่
จิตขุดรู้รู้วกเวียนไม่เพียรฝัง
วิ่งวกวนบอกตนรู้กู่เสียงดัง
ไม่ละวางฝังนิวรณ์ถอนตนตัว

ติดสิกขาสร้างตัวตนกลบท
ชี้กำหนดว่าข้ารู้ดูขมขาม
เกาะสะพานขานหนทางวางนิพาน
ชอบเห็นนั้นใช่เห็นชอบตอบที่มา

ยกน้ำปลาว่าน้ำผึ้งกลิ่นถึงปาก
พอถางถากกลิ่นก็ออกบอกถากถาง
อย่าพึงใจว่ากล่าวธรรมนำหนทาง
ธรรมเอ่ยอ้างสร้างตัวตนคนระกำ



โดย : มารบะหมี่
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 20 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 22 : 29 ]



เฒ่าโล้วเอย.................ท่านไปไหนมา
ถามสองสามวา..............ตอบ 5,6,4

ขอขุดขึ้นมา...................ตีสัก 5,6 ที
แล้วค่อยฝังไมตรี..........แบบที่มีสัมพันธ์

ก็ยกน้ำปลา..................บอกว่าน้ำผึ้ง
ไม่ได้บอกให้ซึ้ง............เชื่อก็แย้ซิพี่

ใช่รู้แต่เรื่องกิน............หรือไถดินอย่างเขา
แบบโดนไล่เบาๆ..........ก็ไปเข้าคอกกีวี

อักขระวจี.......................วิธีวิบาก
ถ้ามันฟังได้ยาก.............มันก็ไม่เข้าที

อัพยยศัพท์....................หรือจะสับเป็นชิ้น
อาขยาตตายดิ้น..............กิตก์คงสิ้นศักดิ์ศรี

สมาสตัทธิต....................นิ่งสนิทดูดีดี
ก็ไม่รู้นี่พี่.......................ผิดหรือที่โง่เกิน

ที่เป็นพุทธะ....................เขาก็ว่ารู้แจง
ใยจึงไม่รู้แจ้ง.................ใยไม่แบ่งกันเดิน

จอมยุทธไม่เสร็จ.............ท่านมาสำเร็จกิจ
เห็นวื๊ดๆวิดๆ...................คงเสร็จกิจพาเพลิน

หิวเจ้าเอ๊ยหิวเหลือเกิน...ขอหลบไป learn บาหลี...ลี้ลี เอย



โดย : มารบะหมี่
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 20 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 23 : 14 ]

กินบะหมี่ของเจ้าอิ่มแล้วหรือ



โดย : เจ้ายุทธ์
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 20 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 23 : 17 ]



จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า.............ขอข้าวหมูแดง
ขอฟักต้มน้ำแกง..................ร้อนร้อนด้วยหนา
เห็นเจ้าหายไป....................นานตั้งหลายเพลา
พอเห็นเจ้ามา......................อยากขอหอมอีกที ( กินกะข้าวหมูแดง)

จันทร์เจ้าเมตตาคงหามาเผื่อพี่
จันทร์เจ้าแสนดี..ขอให้นะคนงาม



โดย : มารบะหมี่
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 20 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 23 : 31 ]



โดย : เจ้ายุทธ์
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 20 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 23 : 48 ]

โย พาโล มญฺญตี พาลฺยํ-------------ปณฺฑิโต วาปิ เตน โส
พาโล จ ปณฺฑิตมานี-----------------ส เว พาโลติ วุจฺจติ
ยาวเทว อนตฺถาย--------------------ญตฺตํ พาลสฺส ชายติ
หนฺติ พาลสฺส สุกฺกํสํ----------------มุทฺธมสฺส วิปาตยํ

หึ....ภาษาบาลีนี่พิมพ์ยากจังครับ

เหตุต้น.....ผลปลาย........สหายยุทธ์
จิตขุด........เพียรฝัง........วางสิกขา
เห็นชอบ...ใช่ชอบเห็น...เป็นที่มา
ยกน้ำปลา..ว่าน้ำผึ้ง........อย่าพึงใจ

ขอยกกลอนขยายความ...เชิงอรรถ...ดังนี้

เป็นเพียงกลอนเคาะกะลาหมาหัวเราะ
เป็นไม้เคาะให้ละวางทางเหตุผล
เคาะหยั่งดูก็ออกเสียงสำเนียงตน
เสียงว่าคนปนมนุษย์ขุดธรรมมา

----------------------------------------------------------------------------------

โย พาโล มญฺญตี พาลฺยํ-------------ปณฺฑิโต วาปิ เตน โส
พาโล จ ปณฺฑิตมานี-----------------ส เว พาโลติ วุจฺจติ
A fool who realizes he is a fool,
is for that reason,
a wis man,
while the fool who believes he wise,
is indeed called a fool.

ดี ดี ดี แต่เจ้าเข้าใจความหมายมันขนาดไหนกัน ถึงได้ยกมาวาง คำว่า "พาโล"

แล้วเจ้าจะรู้ใจข้า

ผู้โฉดเขลาคนใดเข้าใจว่า
ตนยังล้าโฉดเขลาเบาความอยู่
เพราะข้อนั้นเขาอาจชาญถึงขั้นครู
โดยเขารู้ตนอยู่จึงรู้ฝึก

ส่วนคนเขลาคนใดเข้าใจว่า
มีปัญญาฉลาดอยู่หารู้สึก
เขานั้นแลโง่งำถลำลึก
ดังโคถึกปล่อบป่ามังสาพี.

มีเวลานี้เจ้ารู้ดีอยู่บ้าง มาบะหมี่เอ๋ย

โดย : เจ้ายุทธ์
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 21 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 1 : 41 ]

---------ถ้าเจ้าไม่เข้าใจรากศัพท์บ้าง หรือเข้าใจ ก็เข้าใจแบบผิด
บิดเบือน ความหมายมันต้องคงไว้บ้าง พวกเจ้าระดับมันสมองของประเทศชาติ ทำเผื่อไว้แก่อนุชนรุ่นหลังไว้บ้างจะเป็นไรไป
----------"สิ่งเหล่านี้ต้องระวัง"--------------

---------อันดับแรกที่จะหายไป หรือที่เขาเรียกกันว่า "อันตระธาน" แปลว่า หายไปนั่นก็คือ "ปะริยัติอันตะระธาน" แปลเป็นไทยได้อีกว่า การไม่ศึกษาถึงคุณค่าของพุทธศาสนา, รากศัพท์, ความหมาย, จิตวิญญาณ, จรรยาบรรณ, เป็นต้นเหล่านี้ให้ชัดเจนและเข้าถึงใจบ้าง ในที่สุดมันก็จะหายไปก่อเวลาอันควร

----------ก็เข้าใจคำว่า "อะจิรัง" แปลว่า ทุกสิ่งย่อมไม่เที่ยงแท้แหละ ช่วยกันอีกหน่อยจะเป็นไรไป พวกเจ้าในที่นี้หลาย ๆ คนแต่งหนังสือ เขียนบทกัน ก็กรุณาช่วยตามที่ว่าด้วย ข้าก็เคาะโลงมากเข้าเต็มทีแล้ว อีกไม่นานก็คงทอดทิ้งกายไปตามวาระที่มันจะเป็นแหละ

-----------ข้าไม่ได้เก่งกาจอะไรหรอก ก็เป็นสามัญชนมนุษย์ธรรมดา ธรรมดาคนหนึ่ง ที่ห่วงอยู่ (ห่วงพุทธศาสนา)

-----------ข้าก็พยายามขั้นต่ำโลกีย์วิสัย ที่เจ้า ฅนแรมทาง ว่าแล
กรักษาแค่ศีล 4 ข้อ คือ จาตุปาริสุทธิ เอง ไม่มาก

----------หากขุ่นข้องหมองใจในอักขระ พิมพ์แทนวาจาบอกไปจุดใด
จำต้อง อะโหสิกรรม

เจ้ายุทธ์ คงไม่รบกวน

โดย : เจ้ายุทธ์
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 21 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 1 : 57 ]




ปัญญา สัจจะ จาคะ อุปสมะ
ธรรมภาวะอธิษฐานธรรม 4
เป็นที่มั่นประดิษฐานประมาณมี
ไม่เกิดที่สำคัญผิดติดมัวมล

จาตุปาริสุทธิ อาทิอ้าง
สำรวมอย่างไม่สำรวมกำกวมไหม
ปากว่าห่วงพุทธศาสนาว่าจริงใจ
ทิฏฐุปาทานไหมให้คิดดู

อัตตวาทุปาทาน นั่นก็ใช่
ทิฏฐิวิสุทธิไงมีให้ถึง
สนฺทิฏฐิโกรู้แก่ใจไม่รำพึง
ปฏิฆะปจฺจยาปึ่งจึงไม่มี

ก็รู้น้อยแถมเป็นมารผ่านกำหนด
ขั้นเลยลดต่ำโลกีย์มีวิสัย
คงเป็นคนใช่มนุษย์สุดวิไล
บัวต่ำใต้หรือจะเทียบเปรียบบัวบาน

จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด....สาธุ

icon32]

โดย : มารบะหมี่
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 21 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 5 : 6 ]

ทุกทุกคนสามารถผิดพลาดได้
นั่นคือเหตุที่ใส่ยางลบปลายดินสอ
ทำผิดรู้แก้ไขไม่รั้งรอ
ผิดแล้วก่อสร้างใหม่ให้ถูกทาง

แต่ผิดไม่ยอมแก้แท้เรียกผิด
ผิดยังดันดื้อจิตผิดทุกอย่าง
ผิดไม่รู้แก้ไขไม่ปล่อยวาง
ผิดยังกางแขนปกปิดนี่ผิดจริง ฯ

ด้วยจิตคารวะ

โดย : ฅนแรมทาง
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 21 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 9 : 36 ]

โอ๊ย...งงงงงงงงง
เขียนกะทู้นั้น อ่านกะทู้นี้
วกไปเวียนมา
เรื่องก็เรื่องเดียวกัน
คนก็คนเดียวกัน
แล้วทำไมไม่อยู่กะทู้เดียวกัน
ถ้าจะบ้า มันคงบ้าพอกัน

นี่ข้าพลอยอารมณ์ค้างตามคนแรมทางไปติดๆ แล้ว

เจ้ายุทธ์เจ้ายุทธ์
เจ้าอโหสิกรรมหรือ
ข้าต่างหากที่ต้องกล่าวคำนี้ไม่ใช่เจ้า
อ้างรู้ภาษามากมาย 1990 ยังให้พ่อสอนท่องพุทธะอยู่ เฮ้อ....

ข้าไม่คิดบอกอะไรกับเจ้าแล้ว แต่ข้ารู้ว่ามีหลายคนอ่านตรงนี้
ข้าขอใช้เจ้าเป็นสะพาน ผ่านไปถึงทุกคน

เจ้าว่าเจ้าห่วงพุทธศานา
ข้าว่าพุทธศาสนามีคนอย่างเจ้าอยู่น่าห่วงกว่า
พุทธศานาไม่เข้าถึงคนรุ่นใหม่เพราะมีคนอย่างพวกเจ้าอยู่รู้ตัวหรือไม่
เจ้ามันก็แค่ดาวเคราะห์ ต่อให้ดวงโตแสงเปล่ง
แต่ก็ต้องอาศัยแสงคนอื่น
พวกข้ายินดีเป็นดาวฤกษ์เล็กๆ ที่มีความคิดเห็นเป็นของตัวเอง

เจ้าอ้างเข้าเฝ้าพระสังฆราช...แล้วไง
พระเทวฑัตมิเคยเข้าเฝ้าพระพุทธองค์หรอกหรือ

เจ้าชอบยกวังหลวงมาแอบอ้าง
แล้วเจ้าหรือเปล่าใครทำพุทธศานาในไทยพัง

เจ้าอาจเป็นคนเก่งก็เรื่องของเจ้า
ข้าไม่ใช่คนเก่งมันก็เรื่องของข้า
น้ำบ่อไม่กรายกล้ำน้ำลำธาร

พวกข้ายินดีเป็นธารน้ำไหลเอื่อยริน
ผ่านหลังกระท่อม สวนดอกไม้
ไม่ยินดีที่เป็นลำธารผ่านโตรกผา
ที่เกรี้ยวกราด ก้าวร้าว
แต่เชื่อมั้ย บางคราวข้าก็ชักอยากเป็น

เจ้ายุทธ์เจ้ายุทธ์
เจ้ายกตนเป็นเพื่อนเก่าข้า
ข้าขอบอก ข้าไม่มีเพื่อนเช่นเจ้า
ทั้งอดีตและปัจจุบัน
ในอนาคต ถ้าเพื่อนข้าคนใดเป็น
เชื่อเถอะ ข้าเลิกคบแน่ แม้แต่ท่านบะหมี่ก็ไม่ยกเว้น(ขออภัยที่พาดพิง หึ หึ)

เอาละเจ้ายุทธ์
อย่างไรข้าก็ไม่มุ่งหวังอะไรกับเจ้า
เจ้ากล่าวตอนท้ายคล้ายสำนึกผิด
แต่กระทั่งขออโหสิเจ้าก็กล่าวไม่ได้
กลับอาศัยความได้เปรียบทางภาษา
คิดมาอโหสิกรรมให้พวกข้า

หัวใจสำคัญของทุกศาสนาไม่ใช่อยู่ที่เหตุและผล
หากแต่อยู่ที่ศรัทธา
จำไว้ให้ดี....ศรัทธา......

ซึ่งไม่อาจได้มาโดยการร้องขอหรือข่มขวัญ
ไม่อาจได้มาด้วยการอ้างคัมภีร์หรือบาลีข้อใด

ทุกๆ คนล้วนมีอัตตา
อัตตาสลายได้ด้วยศรัทธา
เข้าใจได้ดั่งนี้แล้วค่อยมาคุยกันใหม่นะ
วันนี้พวกข้าอยากชมจันทราแล้ว


โดย : เฒ่าโล้ว
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 21 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 12 : 31 ]



สันติภาพหนึ่ง..พึงมี
ชุมชนน้อยๆ เรานี้..ชวนสร้างสรรค์
ไม่ต้องถึงระดับประเทศแบ่งเขตกัน
จากบ้านฯ สู่ชุมชนนั้น..ช่วยกันทำ

แค่เพียงหยดน้ำรวมสู่มหาสมุทร
ช่วยกันหยุด อย่าต่อความ อย่าหยามหยัน
ปล่อยไปเถิด อย่าเปิดแผล อย่าแหย่กัน
รักษาใจ ตนเองนั้น เป็นมั่นพอ

** ต่างคน..ต่างก็ดูแลมันสมองและจิตใจของตนกันดีกว่านะคะ **
อย่าเบียดเบียนกันเลย

ขอความสงบสุขสวัสดี จงมีแด่ท่านผู้เจริญททุกคน ... สาธุ



โดย : อิสตรีมาร
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 21 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 12 : 45 ]


ขออนุญาตปิดกระทู้นี้นะคะ

ไปชมจันทรา..กระทู้ใหม่ดีกว่านะคะ ท่านเฒ่าโล้ว

พี่มารฯขา...ไปจันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า ขอหอมกระทู้ใหม่นะคะ

ใครต่อกระทู้นี้อีก ขอให้ จู๊ด..จู๊ด


โดย : อิสตรีมาร
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 21 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 12 : 50 ]

ขออภัยอิสตรีมาร

ข้าขอล่วงเกินท่านแล้ว

สัญญาเราจะไปชมจันทร์ที่กระทู้อื่น

แต่ข้าขอปิดกระทู้เอง

คงไม่ว่ากันนะ


โดย : ฅนแรมทาง
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 21 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 12 : 56 ]

สงคราม เกิดเพราะ มีแต่คนถูก ถ้ามีคนผิด สงคราม ก็ยุติ
อัตตา ทุกคนมี จึงลุกขึ้น อวดดีทีละคน ฮ่า ๆๆๆๆๆๆ
ผมด้วย

โดย : วาสิน ไทยแท้
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 21 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 16 : 8 ]

แด่เฒ่าโลว้เด็กน้อย

โอ๊ย...งงงงงงงงง <---- งงเหรอ เฒ่า ตามไม่ทันก็บอกมาสิ แก้ตัวน้ำขุ่น ๆ อุ๊....แหม๋เจ้านี่ ชะ ชะ ช้า

เขียนกะทู้นั้น อ่านกะทู้นี้ <------- เจ้ามันอ่อนเอง

วกไปเวียนมา <------- ในนี้มีแค่ 0848 กระทู้เอง อ่านแค่นี้ก็บื้อหรือ ว่าแสดงความอ่อนแออกเห็น ๆ มี 8 หน้า ใช้เพียง 1 หน้า
แค่นี้ก็บ่น บ่น บ่น จะบ่นไปถึงไหน เฒ่า

เรื่องก็เรื่องเดียวกัน <-----ก็แค่จอก จะรู้อะไร

คนก็คนเดียวกัน <----- คิด , อ่านแค่ นี้ก็บ่นแล้วเหรอ ไม่มีขันติเลย ไหนหละที่บอกว่า ข้าเป็นบททดสอบไง ว่าไง รู้ทั้งรู้อยู่แก่ใจ จะปกปิดไป ใครย่อมรู้ ขอเพียงได้แต่ดู .....ฯลฯ

แล้วทำไมไม่อยู่กะทู้เดียวกัน <------- ตามทันไหมเฒ่าเต่า

ถ้าจะบ้า มันคงบ้าพอกัน <-----

นี่ข้าพลอยอารมณ์ค้างตามคนแรมทางไปติดๆ แล้ว <---อารมณ์ยั๊วไม่ว่า สะกดอารมณ์บ้าง ระงับอารมณ์บ้างเฒ่าเอ๋ย ฝึกสิ ทันโต เสฏโฐ มะนุสเสสุ ไปให้เจ้ามารบะหมี่ขี้เหนียวน้ำใจ แปลให้นะเฒ่า
เจ้ายุทธ์เจ้ายุทธ์ <----- เรียกไม ยังจำไม่ขึ้นใจอีกหรือ

เจ้าอโหสิกรรมหรือ <----- ใช่ ข้าอโหสิให้ไง อ่านเป็นไหมเฒ่า

ข้าต่างหากที่ต้องกล่าวคำนี้ไม่ใช่เจ้า <---- อ้าวเจ้าพูดได้เหรอ เต่า

อ้างรู้ภาษามากมาย 1990 ยังให้พ่อสอนท่องพุทธะอยู่ เฮ้อ.<------- ใช่ ขอบใจที่ยอเว้ย (เอากะเด็กมันสักหน่อยหวะ เอาแร็บไหมว๊ะ)

ข้าไม่คิดบอกอะไรกับเจ้าแล้ว แต่ข้ารู้ว่ามีหลายคนอ่านตรงนี้
ข้าขอใช้เจ้าเป็นสะพาน ผ่านไปถึงทุกคน <---- เจ้าไม่ต้องบอกหรอก
บอกแล้วข้าจะติดเชื้อจากเจ้า

เจ้าว่าเจ้าห่วงพุทธศานา <---- ห่วงสิ ห่วงและหวงด้วย
ข้าว่าพุทธศาสนามีคนอย่างเจ้าอยู่น่าห่วงกว่า <--ขอบใจ ทีหน้าไม่ต้อง

พุทธศานาไม่เข้าถึงคนรุ่นใหม่เพราะมีคนอย่างพวกเจ้าอยู่รู้ตัวหรือไม่ <---- อืม ก็พวกเจ้ามันเต่านี่หว่า เฒ่าชังกาบวย 555

เจ้ามันก็แค่ดาวเคราะห์ ต่อให้ดวงโตแสงเปล่ง
แต่ก็ต้องอาศัยแสงคนอื่น <---- ข้าพระอาทิตย์โว้ย เจ้าว่าผิดอีกแล้ว

พวกข้ายินดีเป็นดาวฤกษ์เล็กๆ ที่มีความคิดเห็นเป็นของตัวเอง
<---- ดีแล้วหัดโตชะบ้างเป็นเด็กอยู่นั่นหละ ไท่รู้จักโตสักที เฮ้อ

เจ้าอ้างเข้าเฝ้าพระสังฆราช...แล้วไง <---เอาความจริงมาว่า ยังดุอีก

พระเทวฑัตมิเคยเข้าเฝ้าพระพุทธองค์หรอกหรือ <---- แล้วไง หรือเจ้าจะเข้าไปแทนพระเทวทัต ไปสิเชิญ เอ้า เชิญ นิ่งไปใย
เจ้านี่ นิ่งเป็นหลับ ขยับเป็นคุย

เจ้าชอบยกวังหลวงมาแอบอ้าง <---- ก็ว่าจริง ข้าก็ชินแล้ว ไม่ว่าเจ้าจะรู้หรือ

แล้วเจ้าหรือเปล่าใครทำพุทธศานาในไทยพัง <--- ไม่ใช่ข้าแหละ หรือว่าเป็นพวกเจ้า เจ้าอย่ากินปูนแล้วมันร้อนสิเฒ่า

เจ้าอาจเป็นคนเก่งก็เรื่องของเจ้า <--- อย่ายอ อย่ายอ ยอมาเดี๋ยวลอย

ข้าไม่ใช่คนเก่งมันก็เรื่องของข้า <---ก็เรียนรู้ให้มาก ๆ สิ ปางน้อย
สำเหนียกรู้เรียนคุณ....ไปหาอ่านเอามีมากมายเต็มบ้านเมือง

น้ำบ่อไม่กรายกล้ำน้ำลำธาร <---แล้วเจ้ามีน้ำยาหรือเฒ่า ขนมจีนไม่มีน้ำยาเลยเจ้านี่

พวกข้ายินดีเป็นธารน้ำไหลเอื่อยริน <--- ไม่มีน้ำยา จะไหลได้ไง

ผ่านหลังกระท่อม สวนดอกไม้ <--- เจ้าคนดอกไม้ไม่มีวันบานหรอกเจ้า

ไม่ยินดีที่เป็นลำธารผ่านโตรกผา <---- ยออีก เจ้าชะเลียเก่งไม่เบา

ที่เกรี้ยวกราด ก้าวร้าว <--- ดุจสิงหนาท อืมมม ยอเก่งมาก

แต่เชื่อมั้ย บางคราวข้าก็ชักอยากเป็น <---- แต่เจ้าจะใจร้ายไปถึงไหน ฮึ๊ เฒ่าเต่าทะเลพันปี

เจ้ายุทธ์เจ้ายุทธ์ <-----เรียกอีก จำให้ขึ้นใจไปเลย เสียเวลา

เจ้ายกตนเป็นเพื่อนเก่าข้า <---- ข้ามีระดับ นับเจ้าเป็นสหายหนะลดอัตตามากไปแล้ว แต่ข้าไม่ยึดหรอก นิสัยข้าก็อย่างนี้ ใครเก่ง ใครบู๊ ชอบคบคน ๆ นั้นเป็นสหาย ถึงเขาจะอ่อน อ่อน หัวอ่อนไป ก็ยอมหละ แต่คงไม่หัวอ่อนไปด้วยหรอกนะเฒ่า

ข้าขอบอก ข้าไม่มีเพื่อนเช่นเจ้า <---- ก็ดี แต่ใจข้าทำไร ว่าไร ไปคงไม่เปลี่ยนไป ดีก็ว่าดี ชั่วก็ว่าชั่ว ปากตรงกะใจ ตรงไปตรงมา ถึงปัญหาที่ผูกให้เจ้ามันอ้อมขุนเขา แต่นั่นมันลีลาโลมให้เจ้าอ่อน อ่อน หัวอ่อน

ทั้งอดีตและปัจจุบัน <---- แล้วเจ้ารู้หรือว่าเจ้าจะไปไหน ที่แห่งไหน

ในอนาคต ถ้าเพื่อนข้าคนใดเป็น <----เจ้ารู้เหรอ ว่ามาได้ กลุ้มจริงเจ้านี่

เชื่อเถอะ ข้าเลิกคบแน่ แม้แต่ท่านบะหมี่ก็ไม่ยกเว้น(ขออภัยที่พาดพิง หึ หึ) <----เจ้าไม่กินบะหมี่ แล้วเจ้าจะเสียใจ

เอาละเจ้ายุทธ์ <--- เรียกอยู่นั่นแหละ

อย่างไรข้าก็ไม่มุ่งหวังอะไรกับเจ้า <---- เมื่อเจ้ามามือเปล่า เจ้าจะเอาอะไร เจ้าก็ไปมือเปล่าเหมือนเจ้ามา

เจ้ากล่าวตอนท้ายคล้ายสำนึกผิด <---------------- สุทธิ อะสุทธิ ปัตจัตตัง

แต่กระทั่งขออโหสิเจ้าก็กล่าวไม่ได้ <--------------- อันนี้มันมารยาทไม่รู้เหรอ เฒ่า

กลับอาศัยความได้เปรียบทางภาษา <--------------- ข้าไม่ใช่สยัมภู ข้าก็ต้องเรียนรู้ให้มากเป็นธรรมด๊า ธรรมดา

คิดมาอโหสิกรรมให้พวกข้า <----ก็ข้าถูกฝึกมารยาทนี้มาแต่เยาว์ ข้าผิดด้วยหรือ โห กรรม กำ ไม่แบ แบ แล้วไม่กำ ขุนยากจริงเจ้า

หัวใจสำคัญของทุกศาสนาไม่ใช่อยู่ที่เหตุและผล <---นี่อ่านมาก็ตรงนี่แหละ ที่เจ้าพอฉลาดบ้างเฒ่า น่าเอาไม้หวดก้นให้ลาย ให้ลาย

หากแต่อยู่ที่ศรัทธา <----- มีศรัทธาขอให้มีปัญญาควบคู่ไปด้วยนะ

จำไว้ให้ดี....ศรัทธา...... <--- ไม่มีปัญญาควบคู่ไป เดี๋ยวลิงระเริงหลง ร่อนเร่ ระรวยริน พละ 5 ให้มันสมดุลย์กัน ดี ดี ดี ข้าชอบพาคนอย่างเจ้านี่แหละชกต่อย

ซึ่งไม่อาจได้มาโดยการร้องขอหรือข่มขวัญ <----ร้องเสียขวัญไร ก็เรียกขวัญมาซะสิ อย่าแบกโลกไว้สิ โลกมีไว้ให้เหยียบ มิมีไว้ให้แบก

ไม่อาจได้มาด้วยการอ้างคัมภีร์หรือบาลีข้อใด <--- คัมภีร์ข้าหยุดถือมันแล้ว มันเมื่อย ไม่รู้จะแบกไปทำไม เกะกะ

ทุกๆ คนล้วนมีอัตตา <---- เจ้ารู้หรือ เข้าใจถึงขั้นไหนหละคำ ๆ นี้ ว่ามานาน บ่อย ๆ คำ ๆ นี้ ไม่เข้าใจก็ไปกินบะหมี่แล้วถามสิ

อัตตาสลายได้ด้วยศรัทธา <---- สลายไปทำไม กินบะหมี่แล้วเมาบะหมี่เหรอ น่าจับไปเรียนใหม่นะ เฮ้ออออ... ขุนยากจริง
เจ้ามันศรัทธามากเลยขาดปัญญา อินทรีย์ 5 เลยไม่สมดุลย์กัน ให้มันสมดุลย์กันสิ จะได้เก่ง

เข้าใจได้ดั่งนี้แล้วค่อยมาคุยกันใหม่นะ <----- ข้าเข้าใจมานานกว่าเจ้ายังไม่เกิดชะอีก เจ้าเด็กน้อยเอ๋ย

วันนี้พวกข้าอยากชมจันทราแล้ว <---- ก็ดี เกิดเจ้าจะได้ไม่งอแงรู้จักเปลี่ยนอนิฏฐารมณ์ (ยาขม) ไปกินยาหวาน อิฏฐารมณ์
มนุษย์ก็ธรรมด๊า ธรรมดา ข้าชินแล้วกับคนอย่างนี้



โดย : เฒ่าโล้ว
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 21 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 12 : 31 ]

----------------------------------------------------------------------------------



โดย : เจ้ายุทธ์
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 21 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 17 : 27 ]

แก้ไข

แด่เฒ่าโลว้เด็กน้อย

หัวใจสำคัญของทุกศาสนาไม่ใช่อยู่ที่เหตุและผล <---นี่อ่านมาก็ตรงนี่แหละ ที่เจ้าพอฉลาดบ้างเฒ่า น่าเอาไม้หวดก้นให้ลาย ให้ลาย

<=รีบพิมพ์ไป ไอ้ที่ว่าฉลาดหนะเขาเรียกว่า ฉลาดแบบนิยตมิฉาทิฏฐิ ที่จริงมันมีเหตุ มีผล เช่น อริยสัจจ์ 4 มีเหตุมีผลในตัวของมันเอง เจ้าที่เคยเรียนมาก็คงรู้ อย่าเอาแบบเจ้าเฒ่านะมันเข้าใจผิดมหันต์เลย เจ้านี่ เลยอยากเอาไม้หวดก้นมันสัก 30 ที ให้มันก้นลาย ก้นลาย ศาสนาพุทธมีเหตุและมีผล ศาสนาอื่นมั่วบ้าง เดาบ้าง นั่นเป็นเรื่องของเขา=>


โดย : เจ้ายุทธ์
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 21 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 17 : 48 ]

เจ้าเฒ่ามัน "นิยตมิจฉาทิฏฐิ" <<----- แก้ไขคำ ๆ นี้
เข้ามาแก้คำนี้ ข้าก็แก่แล้วตาชักลาย

อ๋อ มันอิสลามนี่หว่า...... แต่ยังไงก็ขอบอกนะ ศาสนาพุทธเป็นศาสนาที่มีเหตุและมีผล ------>เป็นคำตอบสุดท้าย

โดย : เจ้ายุทธ์
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 21 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 17 : 51 ]

"นิยตมิจฉาทิฎฐิ"
ถามมั่งดิท่านมันคืออะไร
เห็นยังไงเรียกว่า"นิยตมิจฉาทิฎฐิ"
แล้วมันมีโทษมากมายเพียงใดถ้าเห็นอย่างนั้น

ท่านจะได้เตรียมตัวไว้ถูกต้อง
ในยามต้องรับโทษ

ด้วยไมตรี และหวังดี.......

โดย : ฅนแรมทาง
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 21 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 18 : 33 ]

นั่งอยู่เปลผ้าที่ต้นตะขบ
ฟังเสียงนกทักทายกันสดใส
เห็นกระรอกวิ่งผ่านไปหางไวไว
อยู่ไม่ไกลต้นลิ้นจี่ที่ลูกเต็ม


โดย : ลี้ ซีอิม
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 21 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 18 : 36 ]

นี่เจ้ายุทธ์
ขี้เล่นก็ไม่บอก
หลงให้พรรคพวกป่วนปั่น
เจ้าไม่บอกแต่แรกนี่ว่าจะเล่นเกมนี้
ก็นึกว่าเฒ่าเคร่งขรึมที่ไหน
ที่ไหนได้..มันก็ไอ้ขี้โม้เหมือนคนอื่นเขาแหละว้า
อุตส่าห์หาเหตุผลให้แทบตาย
อ่านมาอ่านไป
ข้าชอบใจที่แม่นางลี้ซีอิมเขียนที่สุด
ชอบมาก...ขอคารวะจากใจ

โดย : เฒ่าโล้ว
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 21 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 19 : 39 ]

อ้อลืมไป (ข้าก็เลียนแบบเจ้าแหละ)

เจ้าอย่าไปลามปามถึงศาสนาอื่นเขาซี้ซั้ว
ข้าไม่อยากไปเป็นพยาน
อย่างนี้มันเกินปากเสียแล้วนาเจ้าเฒ่า
ส่วนปากอะไรต้องไปถามคนแรมทางดู

ฉันมีฟ้าเป็นมุ้ง
ฉันมียุงเป็นเพื่อน
ฉันมีพื้นดินเหมือนดั่งพื้นเรือน
นกหนูเป็นเพื่อนกล่อมเตือนให้สุขใจ

โดย : เฒ่าโล้ว
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 21 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 19 : 44 ]

อ้อ! อีกที (เลียนแบบไอ้คนที่มันชอบเขียนต่อๆกันหลายๆอันน่ะไม่มีอะไรหรอก)

ถึงอิสตรีมารและเพื่อนๆ
คงเป็นคำตอบสุดท้ายแล้วไม่ต้องคิดมาก
ไม่ต้องเป็นห่วง
เด็กๆ มันหยอกมัน แต่มันดันไม่บอกก่อนเท่านั้น
ข้าก็เบื่อเต็มทีเหมือนกัน

เกมที่ไร้สาระโดยสิ้นเชิง ไร้ความบันเทิงโดยสิ้นดีแบบเนียะ

ถ้าใครอยากเล่นต่อก็ให้มันเล่นไปคนเดียวเถอะ
ข้าไม่เอาแล้วโว้ย

โดย : เฒ่าโล้ว
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 21 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 19 : 48 ]

อิอิ
เจ้าเฒ่าเฝ้าคัมภีร์คงนึกว่าข้าตบะแตกแหลกละเอียด
ข้าเลียนแบบคนแรมทางหรอก
ต้องตีบทให้แตกน่ะ
แบบว่ากลอนพาไปอะไรอย่างนั้นแหละ
อิอิ

โดย : เฒ่าโล้ว
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 21 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 19 : 56 ]

ข้าตึงพวกเจ้า ก็ปวดหัวสิ เอาแบบไหนหละเจ้าพวกกระต่ายตื่นลูกมะพร้าว

แบบเข้ม
แบบกลาง
แบบหย่อน

เฮ้อ...เล่นกะมัน มันก็เลียหน้า ตึงไปมันก็งี่เง่า เต่าล้านปี



โดย : เจ้ายุทธ์
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 21 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 20 : 17 ]

อ้อ! อีกที (เลียนแบบไอ้คนที่มันชอบเขียนต่อๆกันหลายๆอันน่ะไม่มีอะไรหรอก)

ถึงอิสตรีมารและเพื่อนๆ
คงเป็นคำตอบสุดท้ายแล้วไม่ต้องคิดมาก
ไม่ต้องเป็นห่วง
เด็กๆ มันหยอกมัน แต่มันดันไม่บอกก่อนเท่านั้น
ข้าก็เบื่อเต็มทีเหมือนกัน

เกมที่ไร้สาระโดยสิ้นเชิง ไร้ความบันเทิงโดยสิ้นดีแบบเนียะ

ถ้าใครอยากเล่นต่อก็ให้มันเล่นไปคนเดียวเถอะ
ข้าไม่เอาแล้วโว้ย


โดย : เฒ่าโล้ว
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 21 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 19 : 48 ]

ชะเลีย ละเลีย แล้วเจ้าฅนแรมทางเอ๋ย นิยะตะมิจฉาทิฏฐิ เจ้ายังไม่รู้อีกหรือ แล้วเจ้ากลับผลักมันมาโดยที่เจ้าไม่รู้ ไปเกิดใหม่เถิดเด็กน้อย ขันธ์ใหม่ วิญญาณใหม่ อาจทำให้เจ้าดีขึ้นเจ้า ฅนแรมทางเอ๋ย

โดย : เจ้ายุทธ์
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 21 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 20 : 20 ]

นั่งอยู่เปลผ้าที่ต้นตะขบ
ฟังเสียงนกทักทายกันสดใส
เห็นกระรอกวิ่งผ่านไปหางไวไว
อยู่ไม่ไกลต้นลิ้นจี่ที่ลูกเต็ม



โดย : ลี้ ซีอิม
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 21 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 18 : 36 ]

เจ้านั้นหรือคือลี้ ซีอิม ที่ไม่รู้จักอิ่มในกาม นิ่งหนะดีแล้ว เขาไม่ว่าไม่มีความรู้สึกหรอก


โดย : เจ้ายุทธ์
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 21 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 20 : 22 ]

อ้อลืมไป (ข้าก็เลียนแบบเจ้าแหละ)

เจ้าอย่าไปลามปามถึงศาสนาอื่นเขาซี้ซั้ว
ข้าไม่อยากไปเป็นพยาน
อย่างนี้มันเกินปากเสียแล้วนาเจ้าเฒ่า
ส่วนปากอะไรต้องไปถามคนแรมทางดู

ฉันมีฟ้าเป็นมุ้ง
ฉันมียุงเป็นเพื่อน
ฉันมีพื้นดินเหมือนดั่งพื้นเรือน
นกหนูเป็นเพื่อนกล่อมเตือนให้สุขใจ


โดย : เฒ่าโล้ว
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 21 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 19 : 44 ]

------------------------------------------------------------------------------------

ก็เจ้าเรียนลาม ไม่ใช่หรือ เลยติดนิสัยลามปามกะเจ้า เชื้อเจ้ามันติดข้า

โดย : เจ้ายุทธ์
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 21 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 20 : 24 ]

ถึงอิสตรีมารและเพื่อนๆ
คงเป็นคำตอบสุดท้ายแล้วไม่ต้องคิดมาก
ไม่ต้องเป็นห่วง
เด็กๆ มันหยอกมัน แต่มันดันไม่บอกก่อนเท่านั้น
ข้าก็เบื่อเต็มทีเหมือนกัน

เกมที่ไร้สาระโดยสิ้นเชิง ไร้ความบันเทิงโดยสิ้นดีแบบเนียะ

ถ้าใครอยากเล่นต่อก็ให้มันเล่นไปคนเดียวเถอะ
ข้าไม่เอาแล้วโว้ย


โดย : เฒ่าโล้ว
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 21 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 19 : 48 ]

-----------------------------------------------------------------------------------

ไปแล้ว ข้าก็จะกรวดน้ำอุทิศตามไปให้ เจ้าจะได้ไม่ต้องห่วง
อย่างที่เจ้าว่า "คงเป็นคำตอบสุดท้ายแล้วไม่ต้องคิดมาก
ไม่ต้องเป็นห่วง"

จิตเต สังกิลิฎเฐ ทุคคะติง ปาฏิกังขา.
ไปเถอะ อืมมมม

โดย : เจ้ายุทธ์
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 21 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 20 : 29 ]

อ้าว....



โดย : ลี้ ซีอิม
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 21 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 20 : 31 ]

อิอิ
เจ้าเฒ่าเฝ้าคัมภีร์คงนึกว่าข้าตบะแตกแหลกละเอียด
ข้าเลียนแบบคนแรมทางหรอก
ต้องตีบทให้แตกน่ะ
แบบว่ากลอนพาไปอะไรอย่างนั้นแหละ
อิอิ


โดย : เฒ่าโล้ว
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 21 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 19 : 56 ]

------------------------------------------------------------------------------------------

เจ้าเฒ่าชังกาบวยเอ๋ย ข้าไม่จำเป็นต้องไปสู่บทเรียนของเจ้าเลย ทำไมข้าต้องไปตีบทของเจ้าให้เมื่อยไปใย ข้าก็รู้เจ้าไม่เอาไหนชะเลย จงทำจิตให้ว่างเถิด

โดย : เจ้ายุทธ์
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 21 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 20 : 32 ]

เกมที่ไร้สาระโดยสิ้นเชิง ไร้ความบันเทิงโดยสิ้นดีแบบเนียะ

เจ้าเฒ่าเอ๋ย

อืมมมม. ไร้สาระของเจ้า ใจเจ้าคนเดียวที่กำลังเจ็บปวดรวดร้าวเพราะความโกรธเข้าครอบงำจิต โทสัคคิของเจ้ากำลังโพลงไปทั่วเดี๋ยวสักพักมันจะไหม้ตัวเจ้า เผาผลาญตัวเจ้าให้แหลกราญ

โดย : เจ้ายุทธ์
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 21 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 20 : 35 ]

จงสว่างสักทีเจ้าพวกนี้....!

"สว่างตาด้วยแสงไฟ สว่างใจด้วยแสงพระธรรม"



โดย : เจ้ายุทธ์
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 21 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 20 : 37 ]

ท่องไว้ ท่องไว้ "โกรธคือโง่ โมโหคือบ้า ไม่โกรธไม่โมโห ก็ไม่โง่ไม่บ้า" สาธุ โข จิตตัง ทันตัง สุขาวะหัง จิต ที่ฝึกดีแล้ว นำสุขมาให้ อืมมมมมม.

โดย : เจ้ายุทธ์
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 21 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 20 : 40 ]

อีก 10 นาทีข้าจะเข้ามาดูใหม่ พวกเจ้าไม่ต่อต้านก็แสดงว่า พวกเจ้าว่านอนสอนง่าย เจ้าต่อต้าน ก็แสดงว่าจิตเจ้ายังเป็นวัวพันหลักอยู่

โดย : เจ้ายุทธ์
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 21 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 20 : 43 ]

ล่อแล่ๆล่อแล่ๆ
แหวะ

โดย : เฒ่าโล้ว
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 21 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 20 : 59 ]

ล่อแล่ๆล่อแล่ๆ
แหวะ


โดย : เฒ่าโล้ว
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 21 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 20 : 59 ]

-------------------------------------------------------------------------------------

ใครมาแอบอ้าง "ล่อแล่ๆล่อแล่ๆ แหวะ" แทนเจ้าเฒ่า เจ้าเฒ่าฤทธิ์มาก โดน 2 ถึง 3 กระบวนท่า ไม่ถึงกับกระอักเลือดหรอก


โดย : เจ้ายุทธ์
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 21 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 21 : 5 ]

ถึงเจ้าพวกเงียบเป็นหลับ ขยับเป็นคุย

เอาเถอะ เอาเถอะ พอ พอ พอแล้ว "เราหยุดแล้ว ท่านก็หยุดแล้ว" ดี ดี ดี ดีแล้ว พวกเจ้าจะได้สำราญกันต่อ ไม่ต้องระแวงข้าจะมาถามอะไรที่สุดปัญญาพวกเจ้าต่อไป จะได้เหมือนครั้งดั้งเดิมก่อนที่ข้าจะมาที่นี่ ดีไหม เป็นยาขม (ยาพิษของพวกเจ้า)

------>มนุษย์หัวเราะ ร้องไห้ ต่อสู้ เจ็บปวด ยินดี เศร้าหมอง เกลียดชังใครชักคน รักใครชักคน.....ชีวิตเรามีไม่ถึง 100 ปี เดี๋ยวก็ตายไป จะเอาอะไรซึ่งไม่มีแก่นสารอยู่เล่า

นัตถิ สันติ ปะรัง สุขัง
แปลเป็นไทยว่า ความสุขอื่น ยิ่งกว่าความสงบไม่มี
อ้างอิง... ขุททะกะนิกาย ธัมมะปะทะคาถา เล่ม 25 หน้า 42



โดย : เจ้ายุทธ์
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 21 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 21 : 26 ]

แจ้งลบไปได้เลย พวกเจ้าจะได้ไม่ต้องปวดใจอีกเมื่อได้เห็นชื่อข้า



โดย : เจ้ายุทธ์
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 21 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 21 : 28 ]

ไม่มีใครแอบอ้างเป็นข้าหรอก
เอาเถอะ..ข้าอภัยให้เจ้า
ทางใครทางมันน่อ
ข้าไปของข้าบ้างละ

โดย : เฒ่าโล้ว
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 21 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 21 : 40 ]

"นิยตมิจฉาทิฎฐิ"
ถามมั่งดิท่านมันคืออะไร
เห็นยังไงเรียกว่า"นิยตมิจฉาทิฎฐิ"
แล้วมันมีโทษมากมายเพียงใดถ้าเห็นอย่างนั้น

ท่านจะได้เตรียมตัวไว้ถูกต้อง
ในยามต้องรับโทษ

ด้วยไมตรี และหวังดี.......


โดย : ฅนแรมทาง
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 21 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 18 : 33 ]

.......................

เจ้าตอบหรือยังคำถามข้าฯ

ไม่รู้ก็บอกมาไม่ต้องส่ายหาง

สัตว์แม่งกวนตีนกูทุกทาง

สหายจงปล่อยวางอย่าถือเรา ฯ
ถ้าตอบไม่ได้ตรงคำถาม
อย่าลามมาเขียนกระทู้ข้าฯ
ไม่ต้อนรับบิดเบือนคำสัมมา
ยกพุทธาสหายข้าไม่ว่าความ ฯ

สหายข้าฯดียิ่ง
อย่ารบกวนเขาเลย
นักเลงภาษามาเลย
ข้าฯก็เคยเป็นเปรียญ ฯ


โดย : ฅนแรมทาง
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 22 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 0 : 26 ]

เฒ่าโฑล้วอย่าว่าข้าเด็กน้อย
เด็กจึงด้อยสมควรกวนทุกที่
ขอโอกาศนะท่านมารบะหมี่
มันเข้าทีชักดาบปราบกันเลย

มาเป็นกลอนเป็นกาพย์ข้าไม่ว่า
เป็นธรรมะว่ามาข้าไม่เฉย
กวนตีนอย่างนี้นี่ใช่เลย
ข้าเคยเหยียบจมธรณี

อย่าว่ากันเลยสหาย
วัยรุ่นโหดร้ายซัดเต็มที่
เฒ่าโล้วมารบะหมี่ปัญญามี
อย่าถือสาข้าฯที่ไม่ได้ความฯ

คนที่ยกย่องตนเอง ดุหมิ่นคนอื่น
จะมีอะไรเล่า นอกจากเขาไม่รู้อริยสัจจ์

(วิชยะสูตร) อ้างบ้างรับได้ไหม
ไม่รู้ไปเปิดดู......
เรารู้เขียนไม่ได้เปิด


โดย : ฅนแรมทาง
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 22 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 0 : 36 ]

มาอีกแล้ว
นิพพานทางอินเตอร์เนท
วัตถุนิยมแสดงธรรม
พุทธะ หน้าคอม
เก่งที่คีย์บอร์ด
ปฏิบัติธรรมทางไซเบอร์
.....
ไม่เข้าใจบาลี
ไม่เข้าใจสันสกฤต
ไม่เข้าใจคำสอน
ไม่เคยได้ยินกับหู

ทำดีดีกว่า พูดดี
พูดดีดีกว่า พูดมาก
พูดมากดีกว่า พูดไม่รู้เรื่อง
พูดไม่รู้เรื่องดีกว่าพูดไม่รู้จบ

มีมากแสดงมาก
มีน้อยแสดงน้อย
แต่มีเท่าไหร่แสดงหมด
แสดงหมด เลยไม่เหลือ
ไม่เหลือ..
ไม่เหลือ ...ปัญญา

โดย : ข้าคือใคร สหายเก่า
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 22 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 1 : 0 ]

"นิยตมิจฉาทิฎฐิ"
ถามมั่งดิท่านมันคืออะไร
เห็นยังไงเรียกว่า"นิยตมิจฉาทิฎฐิ"
แล้วมันมีโทษมากมายเพียงใดถ้าเห็นอย่างนั้น

ท่านจะได้เตรียมตัวไว้ถูกต้อง
ในยามต้องรับโทษ

ด้วยไมตรี และหวังดี.......
โดย : ฅนแรมทาง
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 21 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 18 : 33 ]

..................
ตอบไม่ได้อย่ามากระทู้ข้า

เข้าใจป่าว



โดย : ฅนแรมทาง
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 22 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 1 : 15 ]

มามามาฅนแรมทาง
อย่าปล่อยจอกว่างรินไว้รินไว้
โน่นจันทราแว่วมาไกลๆ
จิบเมรัยชมจันทราในราตรี

จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้าเอ๋ย
ยินเจ้าเผยเยี่ยมมาข้าสุขขี
หอมไม่กล้าข้าคงขอแค่ผักชี
โรยบะหมี่ข้าวหมูแดงแบ่งทุกคน

นี่แหละคือชีวิตอย่าคิดมาก
กรรมวิบากล้วนมีไปในทุกหน
ถึงจะทนไม่ได้ก็ต้องทน
ฟ้าเบื้องบนยังมีจันทร์นั้นคอยมอง

กลอนผิดหวังเขียนมากไปก็ไม่หนุก
มีแต่ทุกข์รุมเร้าชวนเศร้าหมอง
หวานจนเลี่ยนเอียนไปหัวใจพอง
แจ่มจันทร์ผ่องก็ยังเผ่นไม่เห็นเงา

มีกลอนขัดอัตตาเข้ามาบ้าง
มันก็ดีไปอย่างได้ชั่งเขา
ย้อนกลับมาดูตัวบ้างได้ชั่งเรา
คนโง่เขลาคือเราเองที่บ้าตาม

โดย : เฒ่าโล้ว
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 22 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 1 : 16 ]

"มีกลอนขัดอัตตาเข้ามาบ้าง
มันก็ดีไปอย่างได้ชั่งเขา
ย้อนกลับมาดูตัวบ้างได้ชั่งเรา
คนโง่เขลาคือเราเองที่บ้าตาม"
..............................
สมใจข้ายิ่งนักจักกล่าวตอบ
จันทร์ก็ฉายล้อมรอบเคหาสค์สถาน
นวลผ่องพริ้มพิมพ์เงาในสายธาร
วางจอกกล่าวขานท่านสหาย

มีวาทะข้าฯจึงใช้แค่วาทะ
มีธรรมมะบ้างอยู่รู้ไม่สาย
เปรียญธรรมสามประโยคโยคไม่คลาย
เป็นสหายจึงไขบอกออกจากใจ

ไอ้ที่แอบมาจับผิดมิคิดข้อง
จะมาลองภูมิเปรียญเซียนไฉน
รักสหายออกจากจิตคิดจากใจ
ร่ำสุราร่ายกลอนไปในจันทรา

จันทร์นวลผ่องยองใยอยู่ไงเพื่อน
เป็นเสมือนเตือนใจให้รู้ค่า
ว่าชีวิตกำเนิดที่เกิดมา
ควรก่อค่าที่สม คมที่ควร ฯ


โดย : ฅนแรมทาง
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 22 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 1 : 28 ]

ข้าก็บอกจากใจไม่เคยบวช
ยิ่งไม่อวดธรรมะธรรโมไหน
ถามบาลีข้าก็ว่าภาษาไทย
ข้าคนไทยข้าพูดไทยผิดไหนฤๅ

ความในใจก็บอกให้เพื่อนรู้แล้ว
เหล่าเพื่อนแก้วยังเตลิดไม่กลับหรือ
มาต่อกลอนยามดึกช่วยฝึกปรือ
เลิกยึดถือธรรมะยึดพระจันทร์
เชิญเชิญเชิญ

โดย : เฒ่าโล้ว
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 22 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 1 : 44 ]

เป็นคนไทยพูดไทยไม่ผิดหรอก
รู้ธรรมแล้วช่วยบอกเหล่าสหาย
รู้จักถ่อมรู้จักอ้างวางละอาย
ภาษาไทยภาษาไหนใช่บาลี

ทรงไว้ซึ่งพุทธธรรมคำสอน
ไม่เคยย้อนอวดตนปนศักดิ์ศรี
เคยศึกษาเมตตาปัญญามี
บาลีพระธรรมข้าจำถึงใจ

แต่ใช่ยกตนข่มผสมกล่าว
อวดอ้างเรื่องราวธรรมบทไหน
รู้ก็บอกไม่หลอกถามหรอกทรามไว
ข้าฯก็ชายมีศักดิ์ศรี นี่คนจริง ฯ



โดย : ฅนแรมทาง
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 22 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 2 : 8 ]

"รู้ก็บอกไม่หลอกถามหรอกทรามไว
ข้าฯก็ชายมีศักดิ์ศรี นี่คนจริง ฯ"

ซาบซึ้งๆๆๆๆๆๆๆๆๆ



โดย : หนหวย
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 22 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 10 : 10 ]

แปลกมากที่เรายังอดทน
แปลกมากที่ทุกท่านไม่หวั่นไหว
แปลกมากที่เรายังอดใจ
ที่เอาทองแท้ไปลู่กระเบื้องที่น่ารำคาญ


โดย : ลี้ ซีอิม
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 22 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 12 : 51 ]

ลมก็โบกพัดมาหญ้าก็ไหว
แต่ขุนเขานั้นใยไม่ไหวหวั่น
ไม่แปลกหรอกแค่ว่าธรรมดามัน
คนละสิ่งคนละอันฉันเข้าใจ ฯ


โดย : ฅนแรมทาง
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 22 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 13 : 45 ]

ลมก็โบกพัดมาหญ้าก็ไหว
แต่ขุนเขานั้นใยไม่ไหวหวั่น
ไม่แปลกหรอกแค่ว่าธรรมดามัน
คนละสิ่งคนละอันฉันเข้าใจ ฯ


โดย : ฅนแรมทาง
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 22 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 13 : 46 ]

ลมก็โบกพัดมาหญ้าก็ไหว
แต่ขุนเขานั้นใยไม่ไหวหวั่น
ไม่แปลกหรอกแค่ว่าธรรมดามัน
คนละสิ่งคนละอันฉันเข้าใจ ฯ


โดย : ฅนแรมทาง
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 22 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 13 : 46 ]

ไอ้ตัวโกรธไม่ได้อยู่กับเราตลอดเวลา
มันจะเข้ามาตอนเผลอ
ถ้าเรามีสติระมัดระวังอยู่เสมอ
ไอ้ตัวโกรธก็เข้ามาไม่ได้

โดย : แค่ผ่านมา
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 22 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 16 : 31 ]

วันนี้อารมณ์ดี

โดย : ฅนแรมทาง
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 22 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 17 : 46 ]

ทำไมกระทู้นี้ มันเดือดๆยังไงบอกไม่ถูกแหะ เหมือนไฟเลย



โดย : สายน้ำ
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 29 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 8 : 7 ]

...

ท่านสายน้ำเจ้าคะ แปลว่าเป็นกระทู้ที่มีคนสนใจตอบเยอะเจ้าค่ะ

พูดอะไรผิดไปขออภัยด้วยนะเจ้าคะ

โดย : นางมารน้อย
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 29 มี.ค. ปี 2005 [ เวลา 12 : 42 ]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com