Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ชุมนุมจอมยุทธ

แลกเปลี่ยนมุมมอง สร้างสรรค์สังคม เปิดโลกทัศน์ จัดระบบความคิด สื่อสารกับชาวโลก

แวดวงจอมยุทธ ตำนานจอมยุทธฯ

ชุมนุมจอมยุทธ (4)
ไปหน้า >> 1 - 2 - 3 - 4 - 5 - 6 - 7 - 8 - 9 - 10 - 11 - 12 - 13 - 14

หัวข้อ :

สงสัยในบางสิ่ง

ผมเคยดูหนังเรื่องนึง... มีไอเฒ่าคนนึงมันชอบพูดวลีที่ว่า...

"ฟ้าได้ลิขิตไว้แล้ว"

เอ... ทุก ๆ สรรพสิ่ง ฟ้าได้ลิขิตไว้แล้ว จริง ๆ น่ะหรือ ?
เอ... แล้วมันไม่ได้อยู่ที่ตัวของเราหรือ ?

หลายคนคงมีความฝัน... เช่นกันกับผม...
ทุกวันนี้ผมก็ยังคงเดินไปตามเส้นทางที่มันจะทำให้
ความฝันของผมเป็นจริง...

บางครั้งผมก็ท้อแท้... บางครั้งผมก็รู้สึกมีไฟ

แต่ผมก็ยังอดสงสัยไม่ได้ว่า...ถ้าฟ้าไม่ได้ลิขิตให้ผมเป็นอย่างที่ผมฝันล่ะ... อย่างนี้เท่ากับว่าผมเสียเวลาไปเปล่า ๆ ใช่ไม๊...

แต่ผมรู้นะว่า ทุก ๆ อย่าง มันย่อมมีได้มีเสีย...
ถ้าผมเสียเวลา... ผมก็คงได้ประสบการณ์จากตรงนั้น
แม้จะไปไม่ถึงดวงดาวก็ตาม...

ชีวิตคนเรามันสั้น เผลอ ๆ แป๊ปเดียวก็พลาดอะไรไปหลายสิ่งแล้ว

คนที่ผิดหวังทั้งที่ตั้งใจจริง ๆ ก็มีมาก
คนที่สมหวังทั้งที่ไม่ได้ทุ่มเทอะไรมาก ก็มี(แต่คงน้อย..รึปล่าว)

ผมคงไม่แคร์อะไรมากถ้าผมไม่อยากทำในหลายสิ่งหลายอย่าง
เพราะผมทำได้หลายอย่างมากเลย...
ผมเป็นคนเรียนรู้อะไรได้ไว...

อยากเป็นนู่นอยากเป็นนี่ก็เยอะ... แล้วผมก็มั่นใจนะว่าผมทำได้

ผมมันก็แค่สับสนปนสงสัย...??

วานพวกคุณลุงคุณน้าช่วยชี้แนะกระผมด้วยนะขอรับ

ปล. เวบนี้ฮาดี


โดย : นิพพาน
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 2 พ.ค. ปี 2005 [ เวลา 22 : 22 ]

5555

โดย : ..
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 2 พ.ค. ปี 2005 [ เวลา 22 : 29 ]

ยังอยู่ไหม ถ้าจะขอคุย



โดย : ..
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 2 พ.ค. ปี 2005 [ เวลา 22 : 31 ]

คุยไรขอรับ...

โดย : นิพพาน
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 2 พ.ค. ปี 2005 [ เวลา 22 : 33 ]

อยากรู้จัก

โดย : ..
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 2 พ.ค. ปี 2005 [ เวลา 22 : 33 ]

เหตุผล?

โดย : นิพพาน
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 2 พ.ค. ปี 2005 [ เวลา 22 : 34 ]

คิดว่าเวปนี้ควรปรับปรุงเรื่องอะไรบ้างถึงจะดีในทัศนะของคุณ

โดย : ..
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 2 พ.ค. ปี 2005 [ เวลา 22 : 37 ]

อยากตอบก็ตอบ
ไม่อยากตอบก็ไม่ต้องตอบนะ

โดย : ...
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 2 พ.ค. ปี 2005 [ เวลา 22 : 39 ]

ในเรื่องของกราฟฟิคครับ มันยังดูเชย ๆ ไปหน่อย (จืด ๆ น่ะครับ)
แล้วก็พร่ำกลอนกันเกินไปครับ...

สำหรับผมก็คงเท่านี้... แต่ผมว่าเวบนี้ก็น่าสนใจดีอยู่แล้วนี่ครับ
ผมพึ่งเข้ามา ไม่ค่อยรู้อะไรมากครับ มาอ่านบอร์ดแล้ว ฮา ๆ ดี...

ไซเบอร์สเปซแห่งนี้ มันอาจช่วยบำบัดมันส์สมองของผมได้น่ะครับ
ผมอาจจะได้อะไรดี ๆ ไปคิดบ้าง... มันเป็นส่วนหนึ่งสำหรับความฝันของผมนะครับ....

ปล. จริง ๆ ผมเล่นอยู่เวบหลุดโลกครับ (ยังไงก็เข้าไปเยี่ยมเยียนได้นะ ใช้ชื่อว่าทรชน)


โดย : นิพพาน
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 2 พ.ค. ปี 2005 [ เวลา 22 : 42 ]

เพราะคำตอบของคุณจะอธิบายสิ่งที่คุณตั้งกระทู้มาทั้งหมด
...ถ้าคุณเรียนรู้อะไรได้ไวคงจะเข้าใจ..

โดย : ...
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 2 พ.ค. ปี 2005 [ เวลา 22 : 42 ]

ขอบคุณที่ตอบนะคะ
.....เคยคุยกับเจ้าของเวปนานแล้วคะ
เวปนี้จะเป็นยุคๆคะ ยุคก่อนจะเป็นจีนกันหมด เพราะอิงจากชื่อเวป
..และก็เคยมียุคกลอน ซึ่งก็เหมือนกับตอนนี้ละคะ.. มาเป็นยุคๆ
...กราฟฟิคเชยไปหรือคะ ดีควรเป็นยังไงคะ ยกตัวอย่างได้ไหมคะ

โดย : ...
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 2 พ.ค. ปี 2005 [ เวลา 22 : 46 ]

ผมก็แค่สงสัยน่ะ... หลายอย่างที่ผมยังไม่รู้...
คุณจะเอาอะไรนักหรือ

โดย : นิพพาน
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 2 พ.ค. ปี 2005 [ เวลา 22 : 46 ]

...กะลังจะบอกว่าในชีวิตจริงๆไม่มีอะไรสมบูรณ์คะ
ต้องปรับต้องแก้ ชีวิตมานก็เป็นแบบนี้คะ
..เราไม่สามารถทำอะไรถูกใจคนทั้งหหมดไม่ได้คะ
......เวลาเราหาคำตอบไม่ได้เราก็โทษฟ้าโทษกรรม
เป็นเรื่องปกติเพราะส่วนใหญ่นับถือพุทธ ก็ต้องเชื่องเรื่องธรรมชาติ
ไม่ทราบเข้าใจไหมคะ

โดย : ..
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 2 พ.ค. ปี 2005 [ เวลา 22 : 48 ]

การจัดวางองค์ประกอบ การเล่นสี การมีเซ้นส์ในเรื่องของศิลปะการใช้สี น่าจะช่วยได้นะครับ...

เหมือนพวก เวบ ดีไซน์ อะไรแบบนี้

แต่มันไม่สำคัญหรอกครับ... เพราะที่สำคัญสำหรับเวบนี้คือ
สาระดี ๆ ปรัชญา คำคม อะไรแบบนี้น่ะครับ...

ซึ่งคนที่มุ่งทางนี้ก็คงไม่สนใจในเรื่องของสิ่งภายนอก
หากแต่คงไว้ซึ่งความเป็นแก่น ก็เท่านั้นแล่ะครับ

(นี่เป็นความคิดส่วนบุคคลน่ะ)

โดย : นิพพาน
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 2 พ.ค. ปี 2005 [ เวลา 22 : 49 ]

จะลองเข้าไปดูเวปหลุดโลกหรือทรชนบ้างคะ
ขอบคุณ?แนะนำนะคะ


โดย : ...
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 2 พ.ค. ปี 2005 [ เวลา 22 : 50 ]

ถูกของแม่นางนะครับ

เพราะว่าไม่มีอะไรแน่นอนอยู่แล้ว...
มันไม่มีอะไรที่สมบูรณ์อยู่แล้ว...

บางทีคนเราอาจถูกกำหนดมาแล้วก็ได้ใช่ไม๊ครับ
จากผลบุญผลกรรมจากชาติที่แล้ว ส่งผลมาถึงชาตินี้

แล้วก่อนหน้านั้นล่ะครับ... ก็ยังไม่มีใครหาข้อสรุปได้หรอกครับ
เพราะมันโยงไปถึงต้นกำเนิดของสิ่งมีชีวิต...

อะไรทำให้เกิดล่ะ... พระเจ้ามีจริงรึปล่าว...
ประมาณนี้...

รู้ไม๊ครับ มันก็แค่ความสงสัย แต่ผมก็ยังคงยืนอยู่บนความสงสัยแล้วเดินไปตามความฝันที่ฝันไว้อยู่นะ...



โดย : นิพพาน
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 2 พ.ค. ปี 2005 [ เวลา 22 : 53 ]

...ไม่ต้องห่วงคะท่านจอมยุทธเจ้าของบ้านรับทราบแล้วคะ
จะรับไว้พิจารณา..ขอบคุณเป็นอย่างสูงในคำแนะนำ
....คุณมีไอเดียที่ดีจริงๆ ดิฉันดูคนไม่ผิด
...คุณสามารถดึงความคิดคนออกมาได้ จากการที่คุณเข้ามาคุยหนึ่งกระทู้คนอ่านเป็นร้อย คุณไม่ธรรมดาหรอกคะ
ขอบคุณอีกครั้งที่คุยด้วยนะคะ

โดย : ...
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 2 พ.ค. ปี 2005 [ เวลา 22 : 53 ]

...ถ้าคุณเข้าใจเรื่องธรรมชาติ คุณก็จะเข้าใจได้หลายเรื่อง
และสามารถเดินไปตามความฝันของคุณได้คะ
....ธรรมชาติเข้าใจอยากนะคะ
เรามองว่าฝนจะตกแน่ๆ ก็กลายว่าฝนไม่ตกไปเฉยๆ
คลื่นสึนามิที่ไม่มีคนไม่เข้า กลับพัดเข้าหาที่มีคนเยอะๆ แบบนี้เป็นต้นคะ
...ดิฉันเล่นเวปนี้มา2ปีแล้วคะ ผ่านเรื่องราวและคนในเวปเยอะมาก คะ เวปนี้มีชีวิต และมีวิถีทางของมาน เปลี่ยนไปตามยุคตามสมัย ผ่านมาผ่านไปหลายผู้หลายนามคะ

โดย : ...
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 2 พ.ค. ปี 2005 [ เวลา 22 : 57 ]

....ดิฉันได้ทำให้ทุกท่านได้เข้าใจคุณนิพานแล้วนะคะ
...ขอบคุณทุกท่านที่อ่านคะ

โดย : อาเม่ย
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 2 พ.ค. ปี 2005 [ เวลา 23 : 8 ]

ดีใจครับ คุณนิพพานถอดเปลือกทิ้ง (แสร้งทำก่อกวนเว็บ)
ใจคุณเห็นเช่นเดียวกับผม ผมเคยเขียนวิจารณ์ว่า
งานเขียนที่ดีต้องมีทั้งแก่นความคิด และลีลาภาษา
เหมือนเพลงกระบี่มีพลังปราณและกระบวนท่า
คุณจี้ประเด็นได้ดี ส่วนที่ว่าฟ้าลิขิตจริงหรือก็น่าสนใจ

มาปะลองกันดูหัวข้อนี้หน่อยมั้ยละครับ 555

คุณลองอ่านกระทู้นิยายของผมดูมะ
ผมเสอนแนวคิดว่าโลกนี้มีสามมุมมอง
หนึ่ง สิ่งที่เป็นจริง
สอง สิ่งที่อยากให้เป็น
สาม สิ่งที่ควรจะเป็น

สิ่งที่เป็นจริง เราไม่อาจรู้ อาจเรียกว่าฟ้าลิขิตไว้
คนเราก็พยายามค้นหาสัจจธรรมความจริงกัน
สิ่งที่อยากให้เป็น นั้นคือ กิเลส ความอยาก ความฝัน
ที่คนแต่ละคน อยากทำให้เป็นไปอย่างที่ใจต้องการ
สิ่งที่ควรจะเป็น คือ บรรทัดฐานในสังคมที่กำหนดไว้
ว่ามันควรจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ต่างไปตามแต่ละสังคม

ทีนี้ ถามว่าผลสุดท้ายมันเป็นเพราะฟ้าลิขิต หรือเพราะเราทำเอง?
ให้คุณนึกถึงวัฎจักรเกิดดับนะครับ พลังฟ้าดินมีช่วงที่พลังแรง
และอ่อนไม่เท่ากัน บางช่วงแรง เราพยายามต้านทานก็ไม่ไหว
แต่บางช่วงอ่อนและสามารถเลือก และลิขิตเองได้ เรียกว่า "โอกาส"
สิ่งสุดท้ายเป็นผลการต่อสู้ระหว่างเรากับฟ้าดินครับ ไม่ใช่เพราะ
สิ่งใดเพียงสิ่งเดียว ไม่งั้น หมอดู ซืนแส จะมีการสะเดาะห์เคราะห์รึ

ไม่อยากอธิบายยาว แค่นี้พอเข้าใจมั้ยครับ




โดย : หนึ่งประหลาดเดียวดาย
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 2 พ.ค. ปี 2005 [ เวลา 23 : 11 ]

ทุกอย่างเป็นเรื่องธรรมดาสินะครับ
ก็ใช่ มันเคยเกิดขึ้นมาแล้วทั้งสิ้น... เพียงแต่เราไม่รู้
แล้วสุดท้ายมันก็เป็นเรื่องธรรมดา... ที่กำลังพิมพ์อยู่ตรงนี้มันก็เป็นเรื่องที่สุดแสนจะธรรมดา... (มันคือกระทู้แชท)

แต่ถึงแม้จะเข้าใจ.. น้อยคนก็จะหวั่นไหวไปกับมัน ทั้งในแง่ดีหรือไม่ดี... ผมเป็นคนที่มองความจริงครับ แล้วก็ไม่ต้องใช้วาจาที่เลิศหรูอะไรมากมาย... เพราะบางทีทำไม่ได้ ก็ไร้ค่า...

แต่ผมก็ชื่นชมคนที่คิดอะไรได้ลึกซึ้งนะครับ เพราะถึงแม้บทสรุปของมันจะเป็นเรื่องที่ธรรมดาก็ตามทีแต่เราทำได้แบบเขาไม๊ ได้บ้างไม่ได้บ้างยังไงก็ต้องสรรเสริญโดยบริสุทธิ์... มันกินใจ..
มันก็ขายได้...

คนเรามันชอบอยู่กับความทุกข์มากกว่าความสุข
...บางคนก็รู้นะ แต่ก้อยังตัดใจไม่ได้...

แต่ช่างมันเถอะครับ ชีวิตต้องอาศัยการเรียนรู้
วันนึงเราอาจจะค้นพบคำตอบ... วันนึงเราอาจจะพบคำถาม
เวลามันจะบอกเราเอง ถ้าเรารู้จักคิด...





โดย : นิพพาน
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 2 พ.ค. ปี 2005 [ เวลา 23 : 11 ]

สุดยอดมากครับ คุณหนึ่งประหลาดเดียวดาย

ซูฮกอย่างแรงครับ!! 555

(ประทับใจจอร์ชอีก 1 ประเด็น)

โดย : นิพพาน
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 2 พ.ค. ปี 2005 [ เวลา 23 : 13 ]

ท่านินพพานเคยได้ยินประโยคนี้ไหม
ลิขิตฟ้าหรือจะสู้มานะตน

โดย : เณรขวาน
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 2 พ.ค. ปี 2005 [ เวลา 23 : 14 ]

ดิฉันเองก็เพิ่งมาเข้าใจตามที่คุณนิพพานพูดเมื่อไม่นานนี้เองคะ
...ครั้งนึงก็เคยตกอยู่ในห่วงความคิดที่คับแคบ ทำให้พี่ที่นี่เดือดร้อนมาก..(นู่ขอโทษนะคะ)
.....ต้องใช้เวลาคะ ในการเรียนรู้คะ.....สมองต้องคิดบ่อยๆคะไม่งั้นมานจะช้าลงและดับลงในที่สุด
..ขอบคุณนักชีววิทยาโอลิมปิกนะคะ...ศาสนาพุทธเราก็พูดเรื่องนี้ไว้เยอะเหมือนกันคะ
.

โดย : อาเม่ย
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 2 พ.ค. ปี 2005 [ เวลา 23 : 17 ]

ขอบคุณเณรขวาน
...ที่ทำให้อาเม่ยหยิบบทธรรมะของท่านพุทธทาสมาอ่านนะคะ...ทำให้ได้ทบทวนคะ
...และบางทีก็เบื่อที่จะพิมพ์ชื่อตัวเองคะ
...ขอโทษทีไม่ได้เอยนามตอนเข้าไปในกระทู้ท่านคะ

โดย : อาเม่ย
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 2 พ.ค. ปี 2005 [ เวลา 23 : 23 ]

ขอบใจ อาเม่ย.... นอกนั้นตามสบาย

โดย : จอมยุทธ
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 3 พ.ค. ปี 2005 [ เวลา 0 : 48 ]







โดย : สายธาร
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 3 พ.ค. ปี 2005 [ เวลา 11 : 6 ]


ยินดีที่รู้จักท่านนิพพาน
หากท่านคุยกระทู้ดีดีอย่างนี้
ข้าก็คงได้รุ้จักกะท่านไปซะตั้งนานแล้ว
ขอให้คงความสุภาพตามที่ควรจะเป็นดังกระทู้นี้..จะขอขอบคุณ
ไม่จำเป็นต้องใช้วาจาเลิศหรู
แต่ก็ขอให้อยู่ในบรรทัดฐานที่สามัญชนพึงกระทำ

คารวะท่านด้วยความจริงใจ


โดย : อิสตรีมาร
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 3 พ.ค. ปี 2005 [ เวลา 12 : 36 ]

สิ่งที่ว่าไร้สาระ อาจมีสาระกับใครบางคน
สิ่งที่ท่านว่าดี บางคนอาจไม่เห็นด้วย
ดีหรือไม่ดี จิตล้วนปรุงแต่ง
หนทางนิพพานนั้นไซร้ช่วยชี้นำทาง

ขอคารวะทุกท่าน

โดย : ซาบู
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 3 พ.ค. ปี 2005 [ เวลา 14 : 57 ]

เปลี่ยนจากนักปรัชญามาเป็นนักปฏิบัติกันดีกว่า

ผมเองเคยวนเวียนอยู่กับปรัชญามาเป็นเวลานาน
เฝ้าหาคำตอบที่แท้จริงของชีวิต

สุดท้ายไม่ได้อะไรเลย เพราะได้แต่คิดเองไปทุกๆขณะ

ตื่นเถิดพวกเราผู้ใฝ่ดี นิพพานเดินได้ด้วยการมีสติ
สติปัฏฐานธรรมคือคำตอบของชีวิต

สติจะคอยกำกับชีวิตในการคัดกรองความคิด วาจา และการกระทำ
ตั้งแต่ระดับศีลธรรมขั้นพื้นฐาน จนถึงระดับปรมัตถ์ธรรม คือนามรูป ซึ่งจะนำไปสู่การเห็นอนิจจังทุกขังอนัตตาตามความเป็นจริง

ถ้ามีโอกาสขอให้ทุกคนได้ศึกษาพระอภิธรรม ซึ่งจะนำเราพ้นจากความคิดของตนเอง ไปสู่การเข้าถึงความจริงในระดับที่จริงยิ่งกว่า

ขอให้ทุกคนศึกษาและปฏิบัติธรรม ตามแนวทางที่ถูกต้อง
แล้วเมื่อท่านมองย้อนกลับมา ท่านจะเห็นความไม่จริงของสิ่งที่ท่านเคยคิดค้นหาคำตอบ แต่หาเท่าไรก็หาไม่เจอ แถมพันกันยุ่งอีก

โดย : สติธรรม
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 4 พ.ค. ปี 2005 [ เวลา 13 : 34 ]

มีข้อกังขาอยู่อย่างหนึ่งน่ะท่านสติธรรม ว่าการคิดพิจารณาจนถึงแก่นแท้ จะทำให้ได้ญาณระดับหนึ่ง ถึงแม้ว่าไม่ได้ปฏิบัติใช่หรือไม่ เหมือนประมาณว่าพิจารณาถึงความไม่เที่ยงของ ขัณฑ์ 5 เค้าก็ว่าใช่ญาณแล้ว(แต่ไม่รู้เรียกว่าขั้นอะไร)

โดย : ซาบู
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 4 พ.ค. ปี 2005 [ เวลา 14 : 44 ]

ฟ้านี้ลิขิตเราได้ด้วยหรือ ความเชื่อ ใครหนอทำให้ท่านเชื่อเช่นนั้น ท่านรู้ใหมมีทั้งคนเชื่อและคนไม่เชื่อ คนเชื่อ มีมิใช่น้อย ท่านจะอยุ่ในกลุ่มใหน ส่วนผมความจริงคืออะไร............หรือว่า ธรรมมะย่อมเกิดแก่ผู้มีปัญญา

โดย : เทพอสูร
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 4 พ.ค. ปี 2005 [ เวลา 14 : 50 ]

ธรรมะ..มิได้สอนให้คนเป็นเทวดา....
ไม่ได้สอนให้คนเป็นผู้วิเศษ..แต่ธรรมะสอน
ให้คนรู้จักตนเอง....รู้เข้าใจธรรมะชาติ..
ของจิตของใจ...ของสัพสิ่งในโลก

อภิญาญาญก็เป็นเพียง..กิเลสที่ละเอียดขึ้น...บางคนก็ลุ่มหลง
ไขว่ขว้า..สุดท้ายก็ได้แค่ฝัน...ถ้าเรายังมีความอยาก(โมหะ)
ก็คงยาก...และถ้านักปฎิบัติได้อภิญญาต่างๆมาก็ทำให้ดึงจิตใจ
ตนตกต่ำก็ได้..ถ้าหากยังหลงใหล...และก็หยุดอยู่แค่นั้น...

ทำไมต้องอยากเป็นหนึ่ง...ทำไมต้องอยากเหนือคน...ไม่ลองคิดว่า
เราก็เป็นฟันเฟืองตัวหนึ่งที่ยังคงหมุนไปในโลก....ธรรมะสอน
คนเช่นนั้น

สอนให้เข้าใจตนเอง...เข้าใจการเปลี่ยนแปลง..และความ
เป็นอนิจจังของโลก....ให้เข้าใจตน..เข้าใจคน...เข้าใจโลก

ข้าน้อยคิดว่าสิ่งนี้แหล่ะที่วิเศษสุด..ประเมินค่ามิได้




โดย : มารเหล้าขาว
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 4 พ.ค. ปี 2005 [ เวลา 15 : 23 ]


_/\_ สาธุ

โดย : มารขนลุก
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 4 พ.ค. ปี 2005 [ เวลา 16 : 43 ]

อืม..ข้าน้อยยังอ่อนนัก พอเข้าใจที่ท่านว่าแต่ไม่แน่ใจว่าเข้าใจตรงกับท่านหรือเปล่า...
เพราะสิ่งเดียวกันคนอาจมองต่างกัน แต่จริง ๆ แล้วสิ่งนั้นมีความจริงแค่หนึ่งเดียว ผู้มีปัญญาเท่านั้นกระมังที่จะรู้จริง แต่ข้าน้อยเป็นเพียงผู้มีสมองเท่านั้น คงต้องให้แนะกันอีกนาน


โดย : ซาบู
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 4 พ.ค. ปี 2005 [ เวลา 17 : 26 ]

การเข้าถึงธรรมต้องปฏิบัติด้วยตนเองครับ
ไม่เช่นนั้นไม่มีทางเข้าถึงได้เลย

ผมเองก็เพิ่งจับทางได้ไม่นานมานี้
เคยได้ยินคำว่าสติบ่อยครั้งมาก แต่ตัวเองไม่เคยมีสติเลย
สติเป็นสิ่งที่กำกับความคิด การกระทำ และคำพูด
ให้บริสุทธิ์ บริบูรณ์ในกุศล และละเว้นจากอกุศล

เมื่อเริ่มรู้แล้วว่าสติคืออะไร ก็เห็นว่าน่าจะบอกกับทุกคนที่กำลังแสวงหาความจริง ซึ่งเดิมทีเราแสวงหาบนพื้นฐานของปรัชญา ซึ่งอยุ่ในระนาบเดียวกันกับความคิด และความคิดก็เป็นเพียงส่วนเล็กๆส่วนหนึ่งของสภาวะธรรมทั้งหมด นั่นหมายถึง การแสวงหาตามแนวทางของปรัชญานั้น จะไม่สามารถเข้าถึงสัจจธรรมได้เลย ถ้าไม่พ้นและเหนือจากความคิดนั้น


เมื่อพ้นจากความคิดนั้นได้ก็จะเห็นความคิดว่าเป็นเพียงสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วก็ดับไป ไม่เที่ยงเลย อย่าสำคัญว่าเป็นความคิดของเราเลย อย่างอื่นก็เช่นกัน ทั้งรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส ใจ ล้วนเกิดดับสลับกันไป


ผมไม่รู้ว่าเพื่อนๆมีศรัทธาในพระศาสนามากน้อยแค่ไหน
เพราะศรัทธาจะพาเราไปฟังธรรม
การฟังธรรมจะนำเราไปปฏิบัติ
การปฏิบัติทั้งอย่างหยาบและอย่างละเอียดคือมีสติกำกับกายวาจา ใจ จะน้อมให้สติเห็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ชัดเจน
ยิ่งถ้าปัจจุบันขณะบริสุทธิ์ บริบูรณ์ มากเท่าไร การเข้าถึงธรรมก็จะลึกยิ่งขึ้น

ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับความเพียรของเพื่อนเองแล้วว่าจะขยันมีสติมากน้อยแค่ไหน



โดย : สติธรรม
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 6 พ.ค. ปี 2005 [ เวลา 13 : 59 ]

ชวนะ ๗

โดย : ทางผ่าน
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 7 พ.ค. ปี 2005 [ เวลา 0 : 4 ]

มีสติ..สมาธิ...ถึงจะเกิดปัญญา

ถ้ามีสติขาดสมาธิก็ยังจมกองกิเลส

ถ้ามีสมาธิสะติน้อย...ก็หลงในจินตนาการ..หลงในพบชาติ...อภิญญา
และเข้าสู่ภวังค์ของจิต...ก็จะสุดตรงนั้น

มีอะไรก็ให้พอดี...

เมื่อมีสติ..สมาธิ...ก็มาพิจารณา..ไตรลักษณ์
ก็จะเกิดปัญญาทางธรรม...

หัวใจของศาสนาคือ..ปัญญาทางธรรม
เข้าใจธรรมะชาติ..ของสัพสิ่งเกิดดับ..เป็นอนิจจัง..

ความไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตน อนัตตา..เป็นสิ่งสมมุติอุปโลคขึ้น
ในสิ่งต่างๆ....เช่น..ต้นไม้..เขาเกิดของเขาอยู่อย่างนั้น..เป็นของเขา
อยู่อย่างนั้น..เราไปเรียกเขาว่าต้นไม้..เราให้ความ
หมาย..คิด..อุปโลคขึ้น..แต่เขาจะชื่ออะไร..เขาก็อยู่ของเขาอย่างนั้น..อย่างนั้น....คำว่ารัก...มนุษย์เราก็บรรหยัดขึ้น..คำว่าหลง..
คำสวยไม่สวย...มักบรรหยัดขึ้นอุปโลคขึ้น....เดิมทีบรรหยัดขึ้นเพื่อ
ง่ายในการสื่อสาร..แต่เดี๋ยวนี้มาหลงในบรรหยัดของตนเอง

ทุกขังข์..ก็คือทุก...มิได้เกิดขึ้นจากบุคคลอื่นเลย..ทุกข์ทางธรรมถ้ามอง
จริงแล้วก็เกิดจากตนเองทั้งสิ้น...เมื่อไปยึดไปติดมากก็เป็นทุกข์
เมื่อหวัง..ผิดหวังก็เกิดทุกข์...เมื่อไม่เป็นอย่างนั้น..อย่างนี้ดั่งใจ
ก็เป็นทุกข์..ก็แค่นั้น

การปฏิบัติธรรมะ..เพื่อให้เกิดปัญญาที่จะดับทุกข์
มิได้เพื่อนหนีทุกข์..หนีปัญหา..หรือกลบเกลื่อนปมด้อยตัวเอง
หรือมิได้ไว้อวดอ้าง.....แต่หากปฏิบัติเพื่อเกิดปัญญา..หาหนทางแก้ไข
และการดับทุกข์








โดย : มารเหล้าขาว
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 7 พ.ค. ปี 2005 [ เวลา 0 : 25 ]

บุพเพอาละวาด


โดย : มารหัวขน
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 7 พ.ค. ปี 2005 [ เวลา 11 : 35 ]

บุพเพสันนิวาสคะท่านมารหัวขน

โดย : ทางผ่าน
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 9 พ.ค. ปี 2005 [ เวลา 13 : 16 ]

ฟ้าลิขิต ฤ ขีดเขียนเส้นชะตา
ไม่นำพาทางที่เดินที่ขีดเขียน
เปรียบดั่งที่ ที่จะเดินไม่ตามเกณฑ์
เป็นฉันเขียนเส้นทางเดินตามชะตา

โดย : กายใจสุญญตา
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 10 พ.ค. ปี 2005 [ เวลา 9 : 36 ]

...........ตามมาอ่าน........เห็นแล้วว่า....ดีทุกคำถามและคำตอบ..........ประทับใจค่ะ........ทุกท่านดูมีเหตุผลของตนเอง.......เหตุผลของความเชื่อในเรื่อง กรรม และ เรื่องธรร

น่าชื่นชมมากค่ะ.........ขอตบมือให้กับทุกคนเลยค่ะ......กับการคุยในคนั้งนี้ของพวกท่าน........เราชื่นใจจริงๆที่ยังมีผู้สนใจในธรรมกันอยู่มากมายเช่นนี้.......

ดีใจจริงๆๆ.........



โดย : แก้วนีดา
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 10 พ.ค. ปี 2005 [ เวลา 11 : 58 ]


เห็นด้วยกะท่านแก้วนีดา
เริ่มจากท่านนิพพาน จึงมาจบด้วยธรรมะแบบนี้ ดีจังเลย

โดย : อิสตรีมาร
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 10 พ.ค. ปี 2005 [ เวลา 13 : 1 ]

มาจากหลุดโลกเหรอฮะ

โดย : เรียกข้าว่าพยายม
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 10 พ.ค. ปี 2005 [ เวลา 13 : 8 ]

ผมมาปิด กระทู้ เพราะไม่รู้ธรรม แต่เข้าใจ โลก
พยายามเข้าใจตนเอง เลิกพยายาม เข้าใจผู้อื่น
ไม่ไปนิพพาน นรกก็ไม่ไป แต่นรกที่อยู่ในใจ ก็พยายามเดิน
ห่าง ภูติผี ที่มี ทุกชาติ ทุก ภาษา ก็มี แต่หน้าตาไม่เหมือนกัน
สิ่งป้องกัน ผีก็ยังไม่เหมือนกัน จินตนาการใคร จินตนาการ
มัน นะท่าน อยากให้เรา ร่วมจินตนาการ ไปกับท่าน
จงเล่า ให้ฟัง แต่อย่า บังคับให้เราเชื่อ
เพราะ ขนาดแม่ค้า ข้างบ้าน เรายังจ่ายสด เลย

โดย : วาสิน ไทยแท้
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 10 พ.ค. ปี 2005 [ เวลา 16 : 17 ]

ดีใจที่ได้เจอคุณ แก้ว นีดา คะ

โดย : อาเม่ย
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 11 พ.ค. ปี 2005 [ เวลา 22 : 14 ]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com